สัมผัสเมนูอาหารระดับ World Cusine ฝีมือสุดยอดเชฟ Carlos Manuel Gaudencio ภายใต้บรรยากาศสุดหรูสถาปัตยกรรมล้านนา  ที่ห้องอาหาร 'Farang Ses' , โรงแรม ดารา เทวี เชียงใหม่
  1. สัมผัสเมนูอาหารระดับ World Cusine ฝีมือสุดยอดเชฟ Carlos Manuel Gaudencio ภายใต้บรรยากาศสุดหรูสถาปัตยกรรมล้านนา ที่ห้องอาหาร 'Farang Ses' , โรงแรม ดารา เทวี เชียงใหม่

สัมผัสเมนูอาหารระดับ World Cusine ฝีมือสุดยอดเชฟ Carlos Manuel Gaudencio ภายใต้บรรยากาศสุดหรูสถาปัตยกรรมล้านนา ที่ห้องอาหาร 'Farang Ses' , โรงแรม ดารา เทวี เชียงใหม่

อาหารฝรั่งเศสสไตล์ที่มีมาตรฐานดีเยี่ยมแห่งหนึ่งในประเทศไทย ด้วยฝีมือเชฟระดับพระกาฬ “คาร์ลอส โกว์เด็นซิโอ” ที่รังสรรค์เมนูอาหารรสเลิศและไม่เหมือนใคร
writerProfile
25 ธ.ค. 2013 · โดย

โรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่ มีทางเลือกที่หลากหลายสำหรับการรับประทานอาหารเลิศรส ซึ่งนำเสนอบริการในทั้งรูปแบบที่ผ่อนคลาย สบายๆ แถบริมสระน้ำ และในแบบบรรยากาศหรูหรา ภูมิฐาน ทั้งอาหารแบบตะวันออก และอาหารแบบตะวันตก ที่ได้รับการปรุงและตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง เพื่อให้ท่านได้สัมผัสถึงทั้งรสชาติ และบรรยากาศอันน่าหลงใหลพร้อมกันอย่างมีอรรถรส"ห้องอาหารฝรั่งเศส" โรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่ เป็นอีกแห่งที่มีบรรยากาศอันโอ่โถง โดดเด่นด้วยอาคารสถาปัตยกรรมล้านนาโอ่อ่า โดยมีเพดานโค้งสูง ค้ำยันด้วยเสาไม้สักขนาดใหญ่หุ้มด้วยแผ่นดีบุกดุนสลักลายไทยอย่างวิจิตร เครื่องบนไม้แบบอย่างโบราณ และ เครื่องประดับต่างๆ ที่ให้บรรยากาศที่อบอุ่นและหรูหราอย่างยิ่ง

ไม่เพียงแต่ความสวยงามของตัวห้องอาหารเท่านั้น หากยังได้คัดสรรและออกแบบเฉพาะ เครื่องถ้วยชาม อุปกรณ์ที่ใช้บนโต๊ะอาหาร จนถึงเครื่องแก้วเนื้อเยี่ยม แสดงถึงความใส่ใจในทุกๆรายละเอียด ของภัตตาคารอาหารสากลระดับแนวหน้าของโลกแห่งนี้

"เชฟคาร์ลอส โกว์เด็นซิโอ”ผู้ควบคุมดูแลตลอดจนการสร้างสรรอาหารของ ห้องอาหาร ฝรั่งเศส แห่งนี้ คือ Chef Carlos Gaudencio ฝีมือระดับโลก มิชิลินสามดาว มีประสบการณ์สูงทั้งระดับสากลและโรงแรมห้าดาวในกรุงเทพฯ ยังเคยเป็นเชฟที่ห้องอาหารเลอ นอร์มังดี โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล มานานมากกว่า 8 ปี

เชฟคาร์ลอส เป็นที่ยอมรับในฝีมือการปรุงอาหารแบบสมัยใหม่ จากผู้คนที่ชื่นชอบอาหารฝรั่งเศสอย่างยิ่ง เนื่องด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมในการได้ร่วมงานกับเชฟมิชลินอีกหลายๆท่าน ประกอบกับพรสวรรค์และความคิดสร้างสรรค์ของตัวเชฟคารอสเอง ทำให้การรังสรรค์เมนูจึงไม่เหมือนใคร และหาใครเทียบเทียมได้ยาก

เชฟคาร์ลอสกล่าวว่า จุดเด่นของอาหารฝรั่งเศส คือ “รสชาติและหน้าตาที่ดูดึงดูดเย้ายวนใจให้ลิ้มลอง” ดังนั้นหากได้ยลอาหารที่เชฟชาวโปรตุเกสคนนี้ รังสรรค์มาเสิร์ฟบนโต๊ะ แล้วจะทึ่งไปกับดีไซน์อาหารจนอดใจไม่ไหวที่ต้องลิ้มลองดั่งต้องมนต์สะกดทีเดียว ทุกรสสัมผัสเต็มไปด้วยความประหลาดใจและอิ่มเอมแห่งรสชาติและที่ exclusive สุดๆ น้อยคนนักอาจยังไม่ทราบว่า "เชฟคาร์ลอส" ถึงมีหน้าตาเป็นยุโรป แต่กลับชอบทานอาหารรสจัดจ้านแบบอาหารอีสาน เช่น ส้มตำ ซึ่งทำให้เขาปรุงอาหารออกมามีรสชาติถูกลิ้นคนไทยอย่างยิ่ง แต่ยังคงความทันสมัย สวยงามตามแบบฉบับ ของเชฟมิชลินสามดาว

โดยวันนี้ วงในไดอารี่ ขอพาผู้อ่านไปรู้จักกับเมนูอาหาร Chef Creation 3 เซ็ต ซึ่งประกอบไปด้วย A B C และเมนู A La Carte อื่นๆ อีกมากมาย ของห้องอาหารฝรั่งเศส โรงแรมดาราเทวีเชียงใหม่

Amuse boucheเริ่มกันที่ Chef Creation A (1,600 บาท++ ต่อ 1 ท่าน)จานแรกเป็น Amuse bouche เป็นของทานเล่น แต่ละวันจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ แล้วแต่ทางเชฟจะสร้างสรรขึ้น มักจะทำเป็นคำหรือชิ้นเล็กๆปรุงจากวัตถุดิบที่หาทานได้ยาก เสิร์ฟแต่น้อยๆพอให้ถวิลและอยากทานคอร์สต่อไป สำหรับจานนี้ทำมาจากเนื้อปลากระพง ส่วนกลางเป็นซอสเจลลี่ผสมสานกัน ด้านล่างเป็นลูกมะเดื่อ (Figs) ซึ่งเชฟได้นำมาปรุงหลายขั้นตอน เพื่อสรรสร้างความอร่อยที่ซับซ้อนแบบสุดๆ

ต่อกันด้วย First Course เมนูนี้มีชื่อว่า "Aromatic salmon, tartare confit mousseline parsley jus" จะใช้เนื้อทั้งตัวของปลาแซลมอนเป็นส่วนประกอบ โดยฐานด้านล่างคือแซลมอนสดๆ สไดล์บางๆ จะมีส่วนประกอบที่วางอยู่บนฐาน คือ แซลมอน tartare หั่นเป็นตอดเล็กๆ ใส่เครื่องปรุงสูตรพิเศษและปิดทับด้วยบีทรูท , คร็อกเกต์ ( Croquettes ) ที่ทำจากเนื้อปลาแซลมอนแล้วนำไปทอด , แซลมอนรมควันแบบสดๆ ปิดทับด้านบนด้วยสาหร่าย , Raspberry Sorbet , เม็ดแมงลักที่นำไปแช่ไว้ใน port wine แดง และ วาซาบิ

1. Saumon tous saveurs, confit tartare mousseline jus de persil plat ( Aromatic salmon, tartare confit mousseline parsley jus )

2. Soupe à l’oignon et toast au fromage ( Onion soup with cheese toast )ซุปหัวหอม ที่ให้รสหวานของหอมหัวใหญ่ กลิ่นของบรั่นดี ทานคู่กับขนมปังอบชีสกรูแยร์ (Gruyere) แท้จากฝรั่งเศส ได้รสชาติเค็มนิดๆ ส่งรสชาติให้ถึงความหอมหวานของน้ำซุปหัวหอมเด่นชัดขึ้น

3. Sorbet rafraichissant ( Refreshing sorbet )ไอศครีมทำจากผลไม้สด ผสมด้วยเหล้าและหรือกาแฟเล็กน้อย เสิร์ฟระหว่างมื้ออาหารเพื่อล้างปาก ก่อนถึงพระเอกตัวจริง Main Course

4. Coq au vin et garniture classique
( Coq au vin with classic garnish )
เมนูนี้เป็นสตูร์ไก่ในไวน์แดง โดยนำไก่ไปหมักไว้ก่อนหนึ่งคืน หลังจากนั้นจึงนำไปตุ๋นด้วยไฟอ่อนๆ เป็นเวลากว่า 20 ชั่วโมง จนเปื่อยนุ่ม เสริฟพร้อมกับแครอทในน้ำส้ม , มันฝรั่ง , เห็ด และ เบค่อนโฮมเมด

5. Dacquoise aux noisettes, chantilly au chocolat, sauce à la framboise ( Hazelnut and Venezuela milk chocolate cake with banana-passion sorbet )

ของหวานท้ายเมนูด้วย ชุด chocolate จากประเทศเวเนซูเอล่า โดยส่วนฐานล่างสุดทำจากเค้กchocolate กับเฮเซลนัท ชั้นถัดมาเป็นช็อคโกแล็ตมูส วางทับด้วยแผ่นดาร์คช็อคโกแลต แต่งหน้าด้วย banana-passion sorbet และซอสเสาวรสที่หุ้มด้วยเจลลาติน ที่ให้รสชาติเปรี้ยวๆ หวานนิดๆ อันเป็นการช่วยส่งรสอร่อยให้กับ chocolate อย่างเนิ่นนานในอุ้งปาก

จบเมนูเซ็ทนี้ด้วย Le moka et ses mignardises ( Mocha accompanied by mignardises ) คือ ชาหรือกาแฟตามอัธยาศัย

1.Cuisse de canard confit, salade de saison et champignons acidulées ( Duck leg confit with seasonal salad and pickled mushrooms )Menu B , Chef Creation ( 2,500 บาท ++ ต่อ 1 ท่าน )น่องเป็ดหมักเกลือทอด โดยมีการเตรียมนำส่วนของน่องเป็ดมาหมักเกลือล่วงหน้าไว้ 1 วัน จากนั้นนำไปตุ๋นในน้ำมันมะกอก แล้วนำไปทอดให้กรอบ จะทำให้เนื้อเป็ดนุ่มหวานและหนังกรอบ จานนี้เสริ์ฟมาพร้อมฟรีเซ่สลัดที่มีรสชาติขมเล็กน้อย ทานคู่กับน้ำสลัดและเห็ดดอง ให้รสชาติที่กลมกล่อมและลงตัว

2. Gambas rôti tous saveur bisquent réduit( Roasted tiger prawn, rillette and bisque reduction )จานนี้เป็นกุ้งรวมในสี่รูปแบบ ประกอบด้วย กุ้งลายเสือทั้งตัวย่างกับพริกไทย , เนื้อกุ้งลอบสเตอร์ปรุงรสทอด ประดับสลัดตามฤดูกาล , เนื้อกุ้งลายเสือปรุงรสทอดกรอบ ปิดทองคำเปลว , เนื้อกุ้งล็อบสเตอร์นำไปผัดกับผักต่างๆ แล้วนำเฉพาะเนื้อกุ้งมาราดด้วยโฟม ที่ปรุงจากน้ำมันแช่เห็ดทรัฟเฟิลผสมนมแล้วปั่นจนเป็นโฟม ส่วนล่างสุดเป็นเจลลี่หัวบีทรูท

Gambas rôti tous saveur bisquent réduit( Roasted tiger prawn, rillette and bisque reduction )

3. Velouté de champignon comme un cappuccino aux truffes ( Velvet mushroom cappuccino soup with truffle emulsion )ซุปเห็ด ที่ปรุงด้วยเห็ดหอมเป็นหลัก โดยนำเห็ดหอมมาผัดจนนิ่มหอม ปั่นละเอียดพร้อมนมและครีม เป็นซุปที่ให้รสสัมผัสเนียนนุ่มและหอมอบอวล

Velouté de champignon comme un cappuccino aux truffes ( Velvet mushroom cappuccino soup with truffle emulsion )

4. Sorbet pomme et Calvados( Appel sorbet and Calvados ) ของหวานล้างปากก่อนเมนคอร์ส เป็นไอศครีมแอปเปิ้ลและ Calvados ซึ่งเป็นแอปเปิ้ลบรั่นดี

5. Hampe de boeuf braisé oignon confit, betterave, sauce au vin rouge( Braised beef hamp onion smooth and red wine sauce )Main Course จานนี้ปรุงจากเนื้อวัว โดยใช้เนื้อตรงระหว่างซี่โครงนำมาตุ๋น แล้วนำมาแช่ในไวน์แดงอีกหนึ่งคืน ก่อนที่จะนำมาตุ๋นซ้ำอีกครั้ง ทำให้เนื้อมีความนุ่มเปื่อยพอเหมาะและหวานนิดๆ แต่งจานด้วยบีทรูท , มันฝรั่ง , เบค่อน ,มะกอกสับ ราดด้วย beef sauce

6. Pomme cuits sous-vide, émulsion et marshmallow, glace vanille( Sous vide apple and marshmallow with vanilla ice cream )ปิดท้าย Set B ด้วยขนมหวานสีสันสดใส ปรุงจากแอปเปิ้ลเขียวตุ๋นในน้ำเชื่อม จนน้ำตาลซึมเข้าไปในเนื้อ ส่วนที่เป็นสีเขียวสดคือน้ำแอปเปิ้ลที่ถูกปั่นละเอียดจนเป็นโฟม ลูกกลมสีแดงนั้นคือน้ำตาลกรอบบางไส้ไอศครีมวานิลาและ มาร์ชมาโลว์

Chef Creation C (3,800 บาท++ ต่อ 1 ท่าน)1. Noix de coquilles Sj. Jacques blond dorées, asperges( Roasted hand dives scallops asparagus )Apitizer จานนี้มีกระทงทำจากมันฝรั่งทอด บรรจุด้วยหอยเชลล์ย่าง เพิ่มรสชาติและตกแต่งด้วย เห็ดทรัฟเฟิลฝานบางๆ , โฟมParmesan cheese ส่วนที่เป็นจุดๆมีสีสันรอบจาน ทำมาจากผักและผลไม้ , น้ำตาล , สีธรรมชาติผสมวุ้นให้เหนียวหนืดนิดๆ เช่น จุดสีส้มมีส่วนผสมของน้ำเสาวรส สีแดงผสมมะเขือเทศ สีเขียวใช้ใบพาสลี่

2. Foie gras de canard poêlé jus aux cassis( Pan-fried duck foie gras with cassis pan-jus )จานที่สองเป็น ฟัวการส์ (ตับห่าน) เสิร์ฟมาพร้อมลูกเกดและองุ่นที่นำไปตุ๋นในเหล้าพอร์ทไวน์ ตกแต่งด้วยผัดสดเพื่อเพิ่มความสวยงาม ส่วนด้านล่างซอสสีแดงคือบีทรูท และสีขาวทำจากผักเซเลอรี่ (Celery)

3. Veloute de légumes comme un cappuccino aux truffesVelvet three vegetables cappuccino soup with truffle emulsionเมนูนี้ Chef Recommend และลูกค้าชื่นชอบมาก เป็นซุปที่ทำมาจากหัวซาลารี่ ส่วนสีส้มทำจากแครอท และด้านบนสุดจะเป็นโฟมที่ทำมาจากบีทรูท ตกแต่งด้วยผักบีทรูท แนวคิดของเมนูนี้คือการแยกรสชาติและสีออกเป็นส่วนอย่างชัดเจน ให้ความหลากหลายในถ้วยเดียว

Veloute de légumes comme un cappuccino aux truffesVelvet three vegetables cappuccino soup with truffle emulsion

4. Homard rôti aux aromatesAromatique roasted lobsterลำดับถัดมาเป็นกุ้งล็อบสเตอร์ จะประกอบไปด้วยสามส่วน ด้านล่างสุดมีแครอท ต้นกระเทียม หัวซาลารี่ นำไปสไลด์บางๆผัด ให้กลิ่นอบอวลของทุกส่วนประกอบ ถัดขึ้นมาเป็นมันฝรั่งหัวเล็กฝานผัดกับเนย บนสุดคือล็อบเสตอร์ชิ้นโตเนื้อแน่นนุ่ม เสริมรสชาติด้วยล็อบสเตอร์ซอส แต่งจานด้วยจุดสีดำคือน้ำส้มบาซามิก และสีแดงคือซอสมะเขือเทศ

5. Filet de turbot poche saveur champagneSteamed turbot filet with champagne sauceจานที่ 5 เป็นปลา Turbot จากฝรั่งเศส มีลักษณะเหมือนปลาตาเดียวของบ้านเรา แต่มีรสชาติที่ดีกว่าเนื่องจาก มีเนื้อแน่น มัน ไม่ยุ่ย ปรุงโดยการนึ่ง เครื่องเคียงมี มันบดกับเห็ดสามอย่าง - เห็ดชิเมจิ เห็ดจากฝรั่งเศส (สีเหลือง) และเห็ดหอม ดองน้ำส้มสายชู เคลือบตัวพอร์ทไวน์ พร้อมซอสแชมเปญ Parmesan cheese มีความประณีตและละเอียดทุกขั้นตอน ซึ่งเปรียบเสมือนกับงานศิลปะชั้นเยี่ยมสรรสร้างโดย เชฟคาร์ลอส

Filet de turbot poche saveur champagneSteamed turbot filet with champagne sauce

6. Sorbet Bellini Sorbet Belliniไอศครีมเชอร์เบท Cocktail Porsecco sparkling wine กับผลไม้ตระกูลพีช

7. Filet d’agneau en habit vert jus á la vanilleLamb filet in green mousseline and vanilla pan jus Main Course จานนี้ปรุงโดยใช้ซี่โครงแกะเลาะเอาออกมาแต่ส่วนเนื้อ ทาหมักด้วยมูสที่มีส่วนผสมของเนื้อไก่และใบ Parsley จากนั้นจึงนำไปอบ รับประทานกับ ข้าวคูสคูส (couscous) , ซาลารี่ , ผลไม้แห้ง หัวเซลเลรี่เคลือบเงิน เสริมรสด้วยซอสแครอท*PIC*8. Plateau de fromages frais et affinés de France “Philip Olivier”Selection of fresh and matured French farmhouse cheeses “Philip Olivier”จานชีสรวม ทั้งชีสสดและชีสบ่ม จากฟาร์มชีส Philip Oliver

9. Saveurs pomme et fruits de saisonSavory apple and seasonal fruitsปิดท้ายด้วย dessert ด้วยเลม่อนครีมบนบิสกิตกรอบ ที่ให้รสเปรี้ยวจิ๊ดของเลม่อน ตัดด้วยรสชาติหวานมันของบิสกิต วางทับด้วยเมอแรงเผาไฟจนมีกลิ่นหอม เสารสผสมเจลลาตินทำเป็นแผ่น ส่วนสีแดงคือราสเบอรี่ อีกหนึ่งเมนูที่คนชอบของหวานไม่ควรพลาดส่วนของ A La Carte

Compressé de pâte aux morilles et champignons, jambon ibérique et truffeCompressed pasta with morel’s wild mushrooms, Iberico ham and truffle ราคา 500 บาทเมนูนี้เป็นพาสต้ากับเห็ด Morel ซึ่งมีขั้นตอนการเตรียมค่อนยุ่งยาก โดยนำเส้นพาสต้าแต่ละเส้นมาเรียงให้เป็นลักษณะสี่เหลี่ยม ผัดปรุงรสเห็ด Morel ใส่เข้าไปด้านใน ปิดทับด้วยเส้นพาสต้าอีกที ใส่พาร์ม่าแฮม ( parma ham ) โรยพาเมซานชีส (Parmesan cheese) และตกแต่งด้วยผักไมโครกรีนเล็กๆ

Bisque de homard flambée au CognacFlamed frothy lobster bisque scented with Cognac ราคา 400 บาทขนมปังอบกรอบ ไส้ลอบสเตอร์ปรุงรส เสิร์ฟคู่มาพร้อมก้ามลอบสเตอร์ แต่งจานด้วยซอสรสอร่อยสีสดใส

Oeuf au caviarEgg caviar ราคา 650 บาทEgg Cavier มีไส้ด้านในเป็นไข่คน (scrumble egg) แบบไม่สุกมากผสมทรัฟเฟิล วิปปิ้งครีมและไข่ปลาคาเวียร์เวียร์ ยี่ห้อดัง "Osetra caviar" จากอิหร่าน เหยาะวอดก้าลงบนคาเวียร์เล็กน้อยเพื่อความหอม

Demi-homard rôti au beurre doux, marshmallows de pommeset râpé de radis rose Half Canadian lobster with red radish shavings and apple marshmallows ราคา 1,100 บาทกุ้งล็อบสเตอร์คานาเดี่ยนย่างครึ่งตัว แต่งจานด้วยซอสมายองเนส , แอปเปิ้ลมาร์ชเมลโล , หัวเรดดิช , แตงกวาดอง , มะเขือเทศ , ผักและดอกไม้ต่างๆ

Salade de chèvre chaude en feuille de filo, vinaigrette à l’huile de noisetteWarm goat cheese salad in filo dough with hazelnut oil dressing ราคา 470 บาทจานนี้ใช้แป้ง filo dough อบกรอบทำเป็นรูปถ้วย บรรจุชีสนมแพะอบ เคียงด้วยผักสลัด ชิ้นขนมปังกรอบน้ำสลัด Hazelnut oil

Salade de saison, chapelure d’olives et crème de laitueSeasonal salad with olive crumbs and garden cream ราคา 290 บาทแนวคิดของเชฟ คาร์ลอส เกี่ยวกับจานนี้ คือการเจริญงอกงามของสวนผัก โดยใช้ผักโรเมน (Romaine Lettuce) นำไปผัด แล้วปั่นเป็นครีม นำมาทำเป็นฐานคล้ายแปลงปลูกผัก จากนั้นนำผักหลากหลายชนิด เลือกเฉพาะยอดอ่อนๆ นำมาตั้งเรียงกันบนฐานนั้น พร้อมกับน้ำสลัด

Châteaubriand de boeuf, garniture classique, jus aux truffes( Beef Chateaubriand with traditional condiments and truffle sauce )สำหรับ 1 ท่าน ราคา 1,550 บาทเนื้อสันใน – Tenderloin จากออสเตรเลีย ทอดพอสุกรองด้วยพืชมีหัวใต้ดิน เช่นแครอท , หัวเซเลอรี่ และหัวไชเท้า นำไปผัดกับเนย ทานคู่กับทรัฟเฟิลซอสที่ให้กลิ่นหอมกรุ่น แต่งจานด้วยแครอทตุ๋นในน้ำสัมสายชู และมะเขือเทศ พร้อมมันฝรั่งทอดกรอบ

Entrecôte de Boeuf cuit sous vide, purée de légumes, sauce au poivreBeef strip loin sous vide with vegetable puree and pepper sauce ราคา 1,200 บาทเนื้อสันนอก ( striploin) จาก ออสเตรเลีย เป็นเนื้อสันนอกที่ให้ความนุ่มหวาน เนื่องจากภายในเนื้อจะมีไขมันแทรกตัวอยู่มากกว่าเนื้อธรรมดาทั่วไป เห็นลายไขมันชัดเจน ทอดพอสุกด้านนอก แต่งจานด้วยแครอทตุ๋นในน้ำส้มรสชาติหวานๆ เปรี้ยวๆ เสิร์ฟกับซอสพริกไทยดำ ผักเครื่องเคียงกับซอสสามชนิด คือซอสที่ทำจากบีทรูท , เซเลอรี่ และแครอท

Crabe royal, oeuf poché, crème au caviar fumet, asperges prise en geléeAlaska King crab with asparagus aspic, sour cream and smoked caviar ราคา 450 บาทอีกหนึ่ง appetizer ที่มีความสวยงามชวนรับประทาน โดยนำหน่อไม้ฝรั่งนำมาตั้งเรียงกันเป็บขอบ ยึดติดกันด้วยด้วยเจลาตินเที่มีส่วนผสมของลอบเสตอร์ ด้านในมีเนื้อปูอลาสก้า , poached egg (ไข่ดาวน้ำ) 1 ฟอง ผสมกับไข่ปลาคาเวียร์ และราดด้วยโฟมที่มีรสเปรี้ยวของแตงกวาดอง ปิดด้วยทองคำเปลว แต่งจานด้วยมายองเนส ผักผลไม้ และ smoke caviar

Bar en croute de truffe, parmesan et pulpe de citron confitTruffle crusted sea bass with parmesan cheese and lemon confit ราคา 750 บาทปิดท้ายเมนู A LA Carte ด้วยปลากะพง ( sea bass ) อัดเป็นก้อนทรงกระบอก แต่งหน้าด้วยเห็ดทรัฟเฟิลบดละเอียด แต่งจานด้วยมูส parmesan cheese บีบเป็นเส้นขดล้อมรอบเนื้อปลา แต่งจานด้วยเจลลี่ พาสลี่ กับมะเขือเทศ

Truffle crusted sea bass with parmesan cheese and lemon confit

มีการให้บริการใน รูปแบบ "Chef Table” สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าถึงศิลปะการปรุงอาหารสไตล์ฝรั่งเศส ได้ใกล้ชิดกับเชฟคาร์ลอส ในการถ่ายทอดประสบการณ์ขณะปรุงอาหารถึงใจกลางห้องครัว เพื่อให้เมนูนั้นเป็นเมนูที่พิเศษสุดๆ โดยจะได้เห็นรายละเอียดทุกขั้นตอนในการเตรียมและปรุงอาหารนั้นๆ (ราคา 3,850 บาท++ ต่อ 1 ท่าน)

วิวของห้องอาหารนี้เมื่อพระอาทิตย์ตกลับขอบฟ้าหลังแนวผืนนากว้างด้านหน้าของอาคาร อันเป็นช่วงเวลาเริ่มต้นของการบรรเลงขับกล่อมบรรเลงเพลงไพเราะด้วยเปียโน เพื่อสร้างอรรถรสในการรับประทานอาหารหากเลือกที่นั่งบริเวณชานระเบียงด้านนอก จะได้ชื่นชมความงามบรรยากาศของผืนนาท่ามกลางแสงดาว แสงจันทร์ และแสงไต้รำไร ประกอบเสียงกบเขียด เรไร จิ้งหรีด เป็นความโรแมนติคที่ยากหาภัตตาคารอาหารฝรั่งเศสที่ใดเสมอเหมือนได้ในโลก

ถือว่าการได้มารับประทานอาหารฝรั่งเศสที่สุด Exclusive ในแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ โดยมีเชฟ คาร์ลอส เป็นผู้เนรมิตอาหารเลิศรสสุดหรูระดับเวิลด์คลาส ด้วยรสชาติอาหารที่ยังคงรูปตามแบบฉบับดั้งเดิม แต่การนำเสนอเป็นรูปแบบที่ทันสมัย ผนวกเข้ากับบรรยากาศของห้องอาหารที่แสนจะโรแมนติค ไม่ว่าจะเป็น แสง สี เสียง อีกทั้งบรรยากาศธรรมชาติ จะทำให้การรับประทานอาหารนั้นเป็นมื้อที่พิเศษแบบสุดๆ ซึ่ง Feeling แบบนี้จะพบได้เพียงที่ “Farang Ses” หรือ “ ห้องอาหารฝรั่งเศส” ของ “โรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่” เท่านั้น

เมนูห้ามพลาด

Egg caviar, Beef strip loin sous vide with vegetable puree and pepper sauce, Compressed pasta with morel’s wild mushrooms, Iberico ham and truffle, Velvet three vegetables cappuccino soup with truffle emulsion