Hongkong Kitchen เป็นมากกว่าร้านอาหาร
ในชีวิตประจำวันมื้อเช้า กลางวัน เย็น เราจะทานอะไรกัน ในแต่ละวันต้องมีคำถามว่า วันนี้กินไรกันดี? แต่มื้อนี้มีคำตอบ เราจะเปลี่ยนชีวิตประจำของคนไทย ไปใช้ชีวิตประจำวันกันที่ฮ่องกง แต่ไม่ได้ให้บินตรงไปถึงที่นั่น ไม่ต้องลงทุนกันขนาดนั้น แค่รถไฟฟ้าก็มาถึงได้เหมือนกันที่ Rain Hill สุขุมวิท 47 กับร้านอาหาร Hongkong Kitchen

ร้านดูโปร่งสบายสไดล์โมเดิร์น

นั่งแล้วรู้สึกเหมือนอยู่ในร้านอาหารที่ฮ่องกง
เข้าไปถึงก็ไม่ต้องตกใจถ้าได้ยินเสียงดังจากครัวบ้าง จากพนักงานบ้าง จากลูกค้าบ้าง ไม่ต้องวิ่งเข้าไปห้าม เค้าไม่ได้ทะเลาะกัน แค่คุยกันในชีวิตปกติ เป็นบรรยากาศที่เราจะได้สัมผัสกับการดำเนินชีวิตในสไตล์ฮ่องกงแบบนี้ ก็น่าตื่นเต้นดี นั่งทานไป ปรับตัวซักพักก็จะชินเอง อีกทั้งสไตล์การตกแต่งยังช่วยให้เรารู้สึกสบาย ดูผ่อนคลาย และสะท้อนความเป็นฮ่องกงด้วยสีแดงและน้ำเงิน ในรูปแบบฮ่องกงสมัยใหม่

อาหารร้อนๆ จากครัวฮ่องกงต้นตำรับ
เพื่อต้อนรับและให้บริการแก่ลูกค้าที่หลากหลาย ที่นี่เค้าเอาใจใส่ในทุกรายละเอียด ตั้งแต่พนักงานที่สามารถพูดได้ทั้งไทย จีน ฝรั่ง และแอบได้ยินเค้าสอนพูดญี่ปุ่นกันด้วย ไม่ได้เพียงเท่านี้ เมนูอาหารก็พูดสั่งได้เลยไม่ต้องอายด้วยการจิ้มๆ เอาจานนั้น เอาจานนี้ เพราะเค้ามีทุกภาษาที่พูดมาทั้งหมด เอาล่ะจะสั่งละนะ
ก๋วยเตี๋ยวหลอดใส้ปลาท่องโก๋ราดซอสฮ่องกง เส้นก๋วยเตี๋ยวบางๆ ที่ทำเส้นกันจานต่อจาน ห่อหุ้มปลาท่องโก๋กรอบๆ ที่ปรับกรรมวิธีให้ถูกปากคนไทย ตามปกติแล้วที่ฮ่องกงเมนูนี้ ตัวปลาท่องโก๋จะต้องเหนียวไม่ได้กรอบขนาดนี้ ช่างเอาใจใส่กับลักษณะการทานของคนทางบ้านเราได้เป็นอย่างดี

ไส้ปาท่องโก๋เหลืองกรอบ

ราดซอสแล้วน่าหม่ำสุดๆ
บะหมี่เกี๊ยวกุ้งน้ำ ตามคำล่ำลือว่านี่คือทีเด็ดของอาหารจากฮ่องกง น้ำซุปเข้มข้น รสชาติกลมกล่อม ทานได้เลยโดยไม่ต้องปรุง และไม่ต้องกลัวว่าจะจืด เพราะในน้ำซุปที่เคี่ยวมาอย่างดีนี้ มีส่วนผผสมของเปลือกกุ้ง ปลาแห้ง และกระดูกหมู ทำให้มีรสเค็มอ่อนๆ กำลังดี เพราะทุกอย่างช่างลงตัว ทั้งเส้นที่ทำเอง เหนียว นุ่ม เส้นจะเล็กๆ หน่อย ทานง่าย ลื่นคอ เกี๊ยวกุ้งคำโต กัดไปเจอกุ้งเน้นๆ ไม่ได้ทำหลอกตาขึ้นมาแน่นอน

เกี๊ยวกุ้งตัวใหญ่น่ากรึบ

บะหมี่เส้นเรียวเล็ก
อาหารอีกประเภทที่คนฮ่องกงทานกันเป็นชีวิตจิตใจ คือโจ๊ก มื้อนี้ขอนำเสนอ โจ๊กไข่เยี่ยวม้าหมูเค็ม ปกติเราคงจะคุ้นเคยกับกับคำถาม ใส่ไข่มั้ย? ถ้าใส่คนขายก็ตอกไข่ลงไปหนึ่งฟอง แล้วโจ๊กของเราก็มีหน้าตาออกสีเหลืองจากไข่ดิบ สำหรับถ้วยนี้เหมือนเป็นการเปิดโลกใหม่ เจออะไรใหม่ โจ๊กสีขาว ตัดกับสีดำของไข่เยี่ยวม้าที่เรียงกันมาเป็นกลีบอย่างสวยงาม เมื่อตักขึ้นมาทาน จะสัมผัสได้ถึงความมัน ความนุ่ม ละมุนๆ อุ่นๆ ทานเรื่อยๆ เอื่อยๆ เหมือนมาช่วยชะลอการดำเนินชีวิตที่รีบร้อนได้เป็นอย่างดี ความประหลาดใจอีกอย่างคือเราไม่ต้องเยาะซีอิ๊วเข้าไปเลย เพราะมีความเค็มจากหมูเค็ม เข้ามาช่วยให้โจ๊กถ้วยนี้สมบูรณ์แบบ

ไข่เยี่ยวม้าเยอะดีจริง

โจ๊กขาวๆ ร้อนๆ แค่คิดก็หิวแล้ว
เรื่องโจ๊กเรื่องเส้นมักเป็นของคู่กันกับอาหารสไตล์นี้ บะหมี่ผัดซีอิ๊วสไตล์ฮ่องกง จานนี้จะไม่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ เราจะได้รสชาติของเส้นและการปรุงรสชาติกันเต็มๆ รสชาติจะออกเค็มนิดๆ ใครชอบเค็มก็ทานไป คุยไป เล่นโทรศัพท์อัพเดตรูปกันไป เพลินดีกับจานนี้ แต่ถ้าทานแล้วรู้สึกว่ามันเค็มเกินไป เค้าก็มีวิธีแก้ที่ไม่ใช่การเติมเครื่องปรุง ด้วยโจ๊กสักถ้วย ทานบะหมี่แล้วตามด้วยโจ๊กทันที อืมมมม… รสชาติอร่อยกำลังดี ช่างเป็นวิธีแก้รสชาติที่น่าทึ่งจริงๆ

บะหมี่ฮ่องกงเห็นแล้วต้องร้อง อ๊ากกก...ว่า "น่ากิน"

เส้นบะหมี่เหนียวนุ่มที่ผัดจนทั่วทั้งจาน
ตั้งแต่ทานมาสังเกตมั้ยว่าแทบไม่เห็นอาหารจานเนื้อเลย เพราะเราเก็บไว้จัดหนักปิดท้ายกับมื้อนี้ ด้วยรวมเนื้อ ที่ประกอบไปด้วย ห่าน หมูกรอบ และหมูแดง ห่าน! ทำไมต้องห่าน ขอให้ลองทานก่อนแล้วจะรู้เอง หนังห่านนั้นกรอบ ถ้าพูดกันบ้านๆเลย ก็โคตะระกรอบ กรอบสุดๆ และที่สำคัญเนื้อห่านนั้นไม่มีกลิ่นคาว เข้าใจแล้วว่าทำไมต้องห่าน ทางร้านยังบอกอีกว่านี่ถือเป็นสัญลักษณ์ของร้านเลยก็ว่าได้ เพราะห่านนั้นหาทานยากมากในกรุงเทพฯ ทานห่านจนเพลินจนเกือบลืมไปว่ายังมีหมูกรอบและหมูแดงอยู่ด้วย

ขาห่านอวบๆ
หมูกรอบชิ้นหนาแต่ว่าพอดีคำ เนื้อหนา นุ่ม ไม่เหนียว เคี้ยวง่าย กับหนังบางๆ กรอบๆ ขนาดทิ้งไว้ซักพัก เนื้อกลับไม่เหี่ยว และหนังก็ยังคงกรอบไว้ จนน่าแปลกใจ ที่นี่ไม่ได้เสิร์ฟแค่ความอร่อย แต่ยังสะท้อนถึงวัฒนธรรมการกิน ประวัติศาสตร์บ้านเมืองของเขา เห็นได้ว่าจะมีน้ำจิ้มบ๊วยไว้ทานคู่กับห่าน และมัสตาร์ดไว้ทานคู่กับหมูกรอบ ทางร้านได้อธิบายว่า ฮ่องกงเคยเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ ฉะนั้นแล้วบางอย่างก็จะได้รับอิทธิพลมาจากทางอังกฤษด้วยเช่นกัน จนกลายเป็นวัฒนธรรมการกินของบ้านเขาไปแล้ว

จานนี้เค้ามาเป็นเซต

หมูกรอบชิิ้นพอดีคำ หนังกรุบๆ เห็นแล้วน้ำลายสอ
เนื้อสุดท้าย หมูแดง กลิ่นหอม เนื้อหวาน ทานง่าย ทานอร่อย อร่อยแบบหยุดทานไม่ได้เลยล่ะ มาที่นี่ยังไงก็ต้องสั่ง เหมือนกับว่าถ้าไม่สั่งก็คงเหมือนไม่ได้มาทานอาหารที่ร้านนี้ ไม่ได้พูดเว่อนะ แต่แค่ไม่อยากให้พลาดจานเด็ดเท่านั้นเอง
อิ่มกันไปสำหรับมื้อนี้ นอกจากอาหารที่ทำให้อิ่มท้อง ยังอิ่มสมองจากความรู้ใหม่ในเรื่องวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ ความเป็นเหตุเป็นผลของอาหารแต่ละอย่าง อิ่มใจกับบรรยากาศ เหมือนกับว่าได้ไปถึงฮ่องกง เพราะคงจะได้ทานเหมือนกันกับแต่ละจานที่ตรงหน้านี้ ทั้งที่จริงแล้วนั้นอยู่ไม่ไกล กลางใจเมืองอย่างเส้นสุขุมวิทนี้เอง
HongKong Kitchen สาขา Rain Hill สุขุมวิท47
ที่อยู่ ถนนสุขุมวิท, วัฒนา, กรุงเทพมหานคร ( Rain Hill สุขุมวิท47 ) คลองตันเหนือ, วัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
เบอร์โทรทางร้าน 02-642-2136
