IYAGI Korean Restaurant เมื่ออาหารพื้นบ้านผสานกับรสนิยมสมัยใหม่

กินดะอิจิ
31 พ.ค. 2012

ดูซีรี่ย์เกาหลีทีไรน้ำตาไหลพรากซะทุกที มันช่างบีบคั้นอะไรซะขนาดนั้นนะ ความอบอุ่นของครอบครัวยามเมื่อนั่งล้อมรอบโต๊ะอาหาร กับรสชาติที่ซึมซับสู่ทุกคนในครอบครัว พาให้อยากออกไปหาอาหารเกาหลีทานให้เข้าถึงอารมณ์ซะอย่างนั้น เตร่ดเตร่ดูย่านสยามแสคว์ก็ได้มาพบกับร้านอาหารเกาหลีที่น่าสนใจกับป้ายโฆษณาประกาศศักดาความเป็น Korean Restaurant กับเมนูบุฟเฟ่ต์อันหลากหลายของร้าน Iyagi

เห็นป้ายใหญ่ ๆ มาแต่ไกล

เมื่อเปิดประตูร้านเข้ามาก็จะพบกับส่วนที่ขายขนมขบเคี้ยวกระจุกกระจิกจากเกาหลี กับบันไดขึ้นสู่ชั้นสองทางด้านข้าง และเมื่อเราเดินขึ้นมาก็จะพบกับบรรดาเหล้าโซจูวางเรียงรางต้อนรับอยู่ก่อนเป็นอันดับแรก มองดูโดยรอบร้านก็จะพบกับบรยากาศภายในที่โปร่งสบายด้วยการจัดวางโต๊ะอย่างหลวมๆ และเรียบง่าย การตกแต่งด้วยสีทึมและเปิดเพดานโล่งโชว์บรรดาท่อดูดอากาศทั้งหลายให้ความรู้สึกแบบสมัยใหม่ที่ใช้โทนดำตัดกันกับสีแนว earth tone ทั้งนี้เพื่อเป็นการดึงดูดจุดเด่นทั้งหมดไปที่สีสรรอันสดใสของอาหารเกาหลีที่จัดวางอยู่ตรงหน้า ผนังด้านที่ยาวที่สุดของร้านประดับด้วยตัวอักษรเกาหลีอันดูเหมือนวอลล์เปเปอร์แต่แท้จริงแล้วตัวหนังสือเหล่านั้นเป็นการลูกเล่นในการนำชื่อเมนูต่างๆ ภายในร้านมาต่อคำกัน กลายเป็นจุดที่น่าสนใจอย่างหนึ่ง

Contemporary style ด้วยเอิร์ธโทนตัดดำ

เมนูภาษาเกาหลีติดฝาผนัง

ในภาษาเกาหลี อิยากิ แปลความหมายได้ว่า “เรื่องเล่า” ด้วยหลายสิ่งที่ประกอบกันขึ้นเป็นอิยากิ ทั้งด้วยอาหารเกาหลีพื้นบ้านรสชาติดั้งเดิมที่ผสมผสานกับความทันสมัยจากบรรยากาศโดยรอบเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้เกิดเป็นเรื่องราวที่ผู้มาเยือนต้องเก็บไปเล่าขานกันปากต่อปากไปเรื่อยๆ และด้วยความตั้งใจของคุณ เทลิม ลีห์ ชาวเกาหลีหนึ่งในผู้ก่อตั้งร้าน ที่หลังจากได้ลองทานอาหารเกาหลีจากหลายๆ ร้านในไทย ก็พบว่าคนไทยนิยมทานเมนูปิ้งย่างมากกว่าเมนูอาหารพื้นบ้านอื่นๆ จึงสร้างร้านที่ลูกค้าสามารถจะลิ้มลองอาหารเกาหลีแท้ๆ แบบดั้งเดิมควบคู่ไปกับเมนูปิ้งย่างพร้อมกันได้ ในราคาที่ไม่แพงเหมือนกับร้านอาหารเกาหลีอื่นๆ ในท้องตลาด

เครื่องดูดควันอันทรงพลัง ไร้กลิ่นติดตัวกลับบ้านแน่นอน

แน่นอนว่าวัตถุดิบในการปรุงของอิยากิล้วนแล้วแต่เป็นวัตถุดิบที่มีคุณภาพคัดสรรมาอย่างดี ทั้งเป็นของที่นำเข้ามาจากเกาหลีโดยเฉพาะบรรดาเครื่องปรุงเครื่องเทศหรือซอสต่างๆ เพื่อให้ได้รสชาติสูตรดั้งเดิม และของคุณภาพเยี่ยมที่เลือกหาจากภายในประเทศ ยกตัวอย่างเช่นเนื้อหมูในทุกๆ จานก็เป็นของที่สั่งโดยตรงจากเบทาโกรและเนื้อวัวรสนุ่มนั้นก็มาจากฟาร์มเพาะเลี้ยงของมหาวิทยาลัยเกษตรกำแพงแสน

ทีนี้เราลองมาดูเมนูพื้นบ้านดั้งเดิมที่อิยากิภูมิใจนำเสนอกันดีกว่า เมนูอย่างแรกที่เรามักจะได้เห็นในซีรี่ย์กันบ่อยๆ ก็คงไม่พ้น บิบิมบับ ข้าวยำเกาหลีกับสารพัดผักเคียงที่จัดวางมาด้วยสีสรรฉูดฉาดพร้อมไข่ที่ตอกใส่มาแบบสุกกำลังดีเรียงรายอยู่ในหม้อหินร้อนสไตล์ดั้งเดิม และยังสามารถเลือกได้ว่าต้องการให้ใส่เป็นเนื้อหมูหรือเบอร์เกอร์ในเมนูที่สั่ง และเมื่อใส่น้ำซอสยำรสเผ็ดนิดๆ ลงไปคลุกเคล้าด้วยแล้วรสชาติอันหวานมันหอมหวลจากไข่ประกอบกับความกรุบกรอบของบรรดาผักเคียงทั้งหลายก็ส่งให้นึกไปถึงความอบอุ่นท่ามกลางฤดูหนาวของเกาหลีได้ไม่ยาก ยิ่งเมื่อได้ทานส่วนที่ติดข้างหม้อหินก็เป็นที่แน่นอนว่าเป็นอะไรที่ต้องเก็บเอาไปเล่าต่อกันทีเดียว

สีจัดจ้านกับรสชาติดั้งเดิม

จับเฉ หรือ วุ้นเส้นเกาหลีผัดกับบรรดาเครื่องเคียงทั้งหลายทั้งผักหลากสีสรรและเนื้อหมูชิ้นโตนุ่มลิ้น ให้ความรู้สึกที่เหนียวนุ่มและกรุบกรอบนิดๆ ของวุ้นเส้นแบบเกาหลีที่ขนาดเส้นจะใหญ่กว่าวุ้นเส้นที่เราเห็นกันโดยทั่วไป เมื่อค่อยๆ เคี้ยวจะได้กลิ่นของเทศหอมขึ้นจมูกนิดๆ คละเคล้าไปกับรสชาติที่หวานมัน

จับเฉ หน้าตาอาจคุ้นๆ แต่เมื่อได้ทานจะรู้เลยว่าแตกต่างจากผัดวุ้นเส้นบ้านเราอย่างมาก

เนื้อหมูชิ้นโตนุ่มลิ้นของจับเฉ

ลำดับต่อมากับหน้าตาที่ดูเรียบง่ายแต่รสชาติภายในกลับซับซ้อนอย่างนึกไม่ถึงกับข้าวผัดกิมจิหรือ กิมจิ บกกึมบับ ที่จัดวางมาบนไข่ทอดสีเหลืองนวล ตัวข้าวผัดสีสวยสดด้วยว่าคละเคล้ามากับกิมจิอันเปรี้ยวเผ็ดที่เริ่มเตะจมูกทันทีที่ได้ตักเข้าปาก และยังซุกซ่อนความหวานมันของเนื้อหมูสามชั้นอยู่ภายใน เมื่อทานควบคู่ไปกับไข่ทอดแล้วต้องบอกว่ารสชาติทั้งหมดผสมผสานกันอย่างกลมเกลียวทีเดียว

กิมจิ บกกึมบับ ข้าวผัดกิมจิที่ซุกซ่อนรสชาติที่ซับซ้อนอยู่ภายใต้หน้าตาที่เรียบง่าย

โซบะราดซอสเต้าเจี้ยวดำ หรือ จาจังเหมี่ยน คือชื่อเรียกของเมนูสีสรรตัดกันจานนี้ เส้นโซบะหนาหนึบกรุบกรอบราดมาด้วยซอสเต้าเจี้ยวดำที่ผัดกับเนื้อหมูสามชั้น มันฝรั่ง แตงซูกินี และกะหล่ำปลี ให้รสที่กลมกล่อมด้วยความขมนิดๆ ที่ปะปนมากับรสหวานมัน ประดับหน้าด้วยไข่นกกระทาและแตงญี่ปุ่น

จาจังเหมี่ยน ที่น่าลิ้มลอง

เมนูต่อไปสำหรับคนที่ชอบเคี้ยวอะไรหนุบๆ หนับๆ ลองสั่ง ต๊อกโปกี  หรือแป้งข้าวผัดซอสพริกซีฟู้ด ชิ้นแป้งมาเป็นแท่งยาวกลมขนาดกำลังพอดีเคี้ยวเหนียวหนึบ เคี้ยวสนุก ผัดมากับหอยตลับ และลูกชิ้นกับบรรดาผักทั้งหลาย รสชาติที่ได้จึงกลมกล่อมและออกรสเผ็ดนิดๆ ในลำคอ

เคี้ยวสนุกและเผ็ดกลมกล่อม

ต่อไปมาดูพวกเมนูแกงกันบ้าง ที่นี่มีสารพัดแกงแบบเกาหลีให้เลือกมากมาย อย่างเช่น แกงเต้าหู้ซีฟู้ด หรือ ซุนตูบูจิเก ที่เคี่ยวสารพัดของทะเลในน้ำหอยตลับ ให้รสที่หวานมันกลมกล่อมทั้งจากน้ำซุปและไข่ไก่ที่ใส่ลงไป หรืออย่างแกงกิมจิในแบบฉบับของอิยากิที่ให้รสเปรี้ยวสะใจในแบบกิมจิและตัดรสแบบพอดีๆ ด้วยเต้าหู้สดที่กำลังเคี้ยวไม่เหนียวและไม่นิ่มจนเกินไป และปิดท้ายด้วย เทวนจังจิเก แกงเต้าเจี้ยวผสมโคชุจังรสเข้มข้นใส่สันคอหมู เต้าหู้ เห็ดหอม สาหร่าย และเห็ดเข็มทอง กลมกล่อมหวานมัน

แกงเต้าหู้ซีฟู้ด กลมกล่อมหวานมัน

แกงกิมจิ เปรี้ยวจัดจ้าน

เทวนจังจิเก ซดได้ลื่นคอ

และถ้าใครอยากทานแบบ lunch set ทางอิยากิ ก็มีบริการจัดให้เป็นชุดตั้งแต่ช่วงเวลาสิบเอ็ดโมงเช้าถึงบ่ายสามโมง เรียกว่าสั่งเซทเดียวอิ่มกันไปเลย มาดูตัวอย่างของชุดอาหารกลางวันกันบ้าง

ชุดข้าวไก่ทอดเทริยากิ

ชุดไก่ทอดซอสพริกเปรี้ยวหวาน

ชุดข้าวเนื้อผัดซอสบูลโกกิ

ชุดบิบิมบับ

ทีนี้เรามาดูชุดบุฟเฟ่ท์เมนูปิ้งย่างกันบ้าง อิยากิมีสารพัดเมนูในแบบฉบับและรสชาติดั้งเดิมของเกาหลีมาให้เลือกกัน อย่างเช่น เนื้อหมักซอสบูลโกกิหรือซอสอิยากิ ด้วยเนื้อหลากหลายส่วนที่คัดสรรคุณภาพ เช่น เนื้อเสือร้องไห้ sirloin, strip loin , rib eye  หมูและหมูสามชั้นหมักซอสอิยากิที่ทางร้านการันตีว่ามาแล้วต้องลองให้ได้ ไก่หมักซอสบาบีคิวเกาหลี ปลาหมึกหมักซอสเทริยากิ กับอีกสารพัดเมนูรวมกว่า 48 รายการ

นี่เพียงเสี้ยวเดียวของเมนูนะเนี่ย...

เตาพร้อม เครื่องดูดควันพร้อม

เตาปิ้งย่างของอิยากิจะใช้เป็นเตาถ่านธรรมดา ด้วยว่าต้องการให้ลูกค้าได้รับบรรยากาศของการทานอาหารที่เป็นกันเองแบบพื้นบ้าน และน้ำจิ้มของที่นี่มีให้เลือกทานกันสามแบบคือ น้ำจิ้มน้ำมันงา น้ำจิ้มซอสพิคึน และน้ำจิ้มสูตรเฉพาะของอิยากิ เรียกว่าจัดเต็มกันเลยทีเดียวในราคาบุฟเฟ่ท์ 499 บาท เน็ตไม่มีบวกเพิ่มใดๆ พร้อมทั้งเครื่องดื่มอย่างน้ำอัดลม ชาเขียว หรือ โอมิจาที่เป็นชาแบบเกาหลีผสมน้ำผึ้งบำรุงสุขภาพ และหากท่านใดไม่ต้องการสั่งแบบบุฟเฟ่ท์ก็สามารถสั่งแบบแยกได้โดยเมื่อสั่งเมนูปิ้งย่าง 4 อย่างขึ้นไป ทางร้านจะแถมซุปกิมจิกับเครื่องเคียงกว่า 5 รายการที่สามารถเติมได้ตลอดอีกด้วย

โอ้ เริ่มสุกแล้ว กลิ่นหอมดีทีเดียว

นอกจากนี้ยังมีพวกเมนูเรียกน้ำย่อยทานเล่นๆ อย่างกิมจิแพนเค้ก เกี๊ยวทอดเกาหลี กับของหวานที่รับรองว่าต้องติดใจอย่าง ไอศครีมชาเขียวถั่วแดงและนมกล้วยปั่น ที่รสชาติเข้มข้นได้ใจ

กิมจิแพนเค้ก

เกี๊ยวทอดเกาหลี

ไอศครีมชาเขียวถั่วแดง

เมื่อเต็มอิ่มกับอาหารแบบดั้งเดิมของเกาหลีแท้ๆ แล้วก็รับรู้ได้เลยว่าวัฒนธรรมแบบเกาหลีมีหลายสิ่งหลายอย่างให้ค้นหาอีกมาก ด้วยรูปรสที่แตกต่างจากอาหารในชาติอื่นๆ หากได้ผ่านมาแถวย่านสยามแสควร์ต้องไม่พลาดที่จะลองแวะมาชิมอาหารเกาหลีสูตรต้นตำรับจากครัวพื้นบ้านเกาหลีแท้ๆ ที่อิยากิดูสักครั้ง แล้วจะได้เก็บเรื่องเล่านี้ไปเล่าขานต่อๆ ไป

 

IYAGI Korean Restaurant

สยามแสควร์ ซอย 11 เปิดให้บริการทุกวันเวลา 11:00-22:00น.โทร. 02-251-8182

 

 

 

 

Wongnai' Diary

See all »
  • One Ratchada World Restaurant บุฟเฟต์นานาชาติราคาโดนใจ
    ท่ามกลางบุฟเฟต์ที่มีอยู่มากมาย หากกำลังมองหาบุฟเฟต์นานาชาติในราคาสมเหตุสมผล และมีบรรยากาศการตกแต่งหรูหรา โล่งโปร่งสบาย แถมยังเดินทางสะดวก ก็คงจะต้องมีชื่อห้องอาหาร "One Ratchada World Restaurant" ชั้นล่างโรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว ฟอร์จูน กรุงเทพ อยู่ในลิสต์ด้วยอย่่างแน่นอน
  • Cafe Vienna อาหารไทยรสไทยแท้ และอาหารนานาชาติรสเข้ม
    ในย่าน "นานา" ที่เต็มไปด้วยคนตะวันออกกลาง และร้านอาหารต่างชาติเสียเป็นส่วนใหญ่ ใครเลยจะคิดว่า ลึกเข้าไปในสุขุมวิทซอย 4 จะมีร้านอาหารอร่อยๆ ที่เน้นเมนูอาหารไทย และขายอาหารนานาชาติควบคู่ไปด้วยอยู่ร้านหนึ่ง ชื่อว่า "Cafe Vienna" ร้านเล็กๆ ตั้งอยู่ชั้นล่างของโรงแรม Petals Inn บูติคโฮเต็ลเล็กๆ ที่สะอาดและสะดวกสบาย แถมยังราคาไม่แพงอีกด้วย
  • Kansai Yakitori & Nabe ไก่ย่างเสียบไม้สารพัดรสชาติ และหม้อไฟรสเลิศ
    แบรนด์ใหม่ล่าสุดจากบริษัทนารายณ์ พิซเซอเรีย เจ้าของร้านพิซซ่าสัญชาติไทยชื่อดัง ถึงคราวแตกไลน์ออกมาสู่อาหารญี่ปุ่นบ้างแล้ว กับร้านอาหารญี่ปุ่นแนวยากิโทริ และนาเบะ (หม้อไฟ) ในราคาไม่แพง เอาใจนักชิมที่ชื่นชอบอาหารแนวเสียบไม้ย่าง และหม้อไฟของญี่ปุ่น
  • Sky Lounge ดินเนอร์สุดหรูในราคาที่เอื้อมถึง
    ทันที่ที่ประตูลิฟท์เปิดออกมา แล้วเดินเข้าไปในห้องอาหาร "Sky Lounge" โรงแรม Golden Tulip Soverign วิวของกรุงเทพฯ บนตึกสูงชั้นที่ 24 ก็ปรากฏแก่สายตา ภาพของท้องฟ้ายามเย็นแบบพาโนรามา ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย และโรแมนติกอยู่ไม่น้อย ยิ่งได้อิ่มอร่อยกับดินเนอร์สุดหรูในราคาไม่แพง แล้วชมวิวสวยๆ ในยามค่ำคืนไปด้วย ความสุขก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า
  • Tenryu กับมิติของรสชาติที่หลากหลาย
    หากเคยชินกับการกินอาหารญี่ปุ่นตามห้างสรรพสินค้า ที่นับวันก็จะสะดวกรวดเร็วเสียจนแทบจะหาความประณีตบรรจงอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของญี่ปุ่นกันแทบจะไม่ได้แล้ว ถ้าอย่างนั้นลองมาเปิดมิติการกินอาหารญี่ปุ่นในแบบที่กินแล้วจะต้องประทับใจ เหมือนเสพย์งานศิลปะผ่านลิ้นและประสาทการรับรสที่ "Tenryu" กับอาหารญี่ปุ่นที่อร่อยอย่างมีมิติ และมีรสชาติประณีตบรรจง ให้เราค่อยๆ ซึมซับรสชาติและความอร่อยของอาหารแต่ละจานอย่างช้าๆ
  • Sakana ซาชิมิและซูชิคำโต กับซูชิบอลที่ฝังความเซอร์ไพรส์ไว้ข้างใน
    ที่ "Sakana" แต่ละเมนูผ่านการคิดค้นจากเชฟสเตฟาน ผู้ขยันครีเอตเมนูใหม่ๆ ออกมานำเสนอลูกค้าอยู่เสมอ ทำให้ที่ "Sakana" มีเมนูซูชิที่ไม่เหมือนใครอยู่หลายเมนูทีเดียว เช่น "3 Musketeers" (ชิ้นละ 250 บาท / 3 ชิ้น ราคา 550 บาท) นิงิริ ซูชิที่ในหนึ่งคำประกอบด้วยแซลมอนกับทูน่า และแอบมีความพิเศษตรงฟัวกราส์สไลซ์ที่วางซ่อนอยู่ตรงกลางระหว่างปลาแซลมอนกับปลาทูน่า เป็นสามทหารเสือสมชื่อเมนู แล้วก็เพิ่มความอร่อยด้วยการราดซอสฟัวกราส์
    25 เม.ย. 2013
  • นภา เรสเตอรองท์ อาหารไทยแท้รสเข้มถึงเครื่อง รสจัดถึงใจ
    ในวันที่ร้านอาหารต่างชาติผุดขึ้นมามากมายแทบทุกหัวถนน แถมยังทำได้อร่อยไม่แพ้ประเทศต้นตำรับ แต่อาหารไทยของเราเองกลับมีรสชาติที่ห่างไกลจากคำว่าต้นตำรับออกไปทุกที เพราะส่วนใหญ่แล้วร้านอาหารไทยมักนิยมทำรสชาติของอาหารให้ออกมากลางๆ เพื่อเอาใจลูกค้าชาวต่างชาติ ทำให้อะไรที่ควรเผ็ด ควรจะรสจัด เข้มข้น ก็ไม่เผ็ด ไม่เข้มข้นเท่าที่ควรจะเป็น แล้วยังพลอยทำให้คนไทยยุคใหม่ไม่รู้เสียแล้วว่าอาหารไทยที่รสชาติเป็นไทยแท้ๆ นั้นเป็นอย่างไร
    24 เม.ย. 2013
  • Washoku ที่สุดของความอร่อย
    ใครเลยจะรู้ว่าในย่านหลังสวน หากเลี้ยวรถเข้ามาในทางเข้าลึกลับของ "Luxx Hotel" จะมีร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียมอย่าง "Washoku" ฝังตัวอยู่ด้านใน และเชิญชวนให้ลองเปลี่ยนบรรยากาศจากการนั่งกินอาหารญี่ปุ่นในร้านแบบปกติ มาเป็นการกินอาหารญี่ปุ่นแบบมีวิวด้านข้างเป็นสวนสวยๆ ร่มครึ้มไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ ที่สามารถนั่งชื่นชมความงามได้ผ่านผนังกระจกใสเต็มพื้นที่จากพื้นจรดเพดาน ให้ความรู้สึกผ่อนคลายสบายๆ จนแทบไม่น่าเชื่อเป็นร้านที่อยู่ในย่านใจกลางเมือง
    19 เม.ย. 2013
120959154612889 UA-18335606-1
th