

จากร้านอาหารทะเลชื่อดังของจังหวัดระยอง ที่ครองใจนักชิมทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่มาอย่างยาวนาน จนต้องขยายสาขาความอร่อยมายังกรุงเทพฯ และจังหวัดต่างๆ ทั่วไทย ซึ่งผ่านมาจนถึงวันนี้ ก็เป็นเวลา 30 กว่าปีแล้วที่ "แหลมเจริญซีฟู้ด"ยังคงเป็นร้านอาหารที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องอาหารทะเลเป็นอันดับต้นๆ ของไทย และเป็นร้านแรกๆ ที่ผู้คนจะนึกถึง หากต้องการจะกินอาหารทะเลที่สดเหมือนกินอยู่ชายทะเล และปรุงรสชาติแบบจัดจ้านสไตล์ไทยๆ ซึ่งเป็นรสชาติที่ถูกปากคนไทยมากกว่า และเป็นรสชาติที่กินแล้วไม่มีเบื่อนอกจากจะมีจุดเด่นในเรื่องรสชาติที่จัดจ้านแล้ว "แหลมเจริญ ซีฟู้ด" ยังมีจุดเด่นอยู่ที่การเลือกใช้วัตถุดิบอีกด้วย เพราะ "แหลมเจริญ ซีฟู้ด" จะคัดแต่ของดีๆ มาจากแหล่งวัตถุดิบหลายๆ แหล่ง เพื่อให้ได้แต่ของที่ดีที่สุดเท่านั้น และยังมีมาตรฐานในการคัดเลือกวัตถุดิบที่ชัดเจนอีกด้วย

"ปลากะพงทอดราดน้ำปลา"มาตรฐานในการคัดเลือกวัตถุดิบของ "แหลมเจริญ ซีฟู้ด" ทำให้ลูกค้าได้อาหารที่มีขนาดและปริมาณที่เหมาะสม เช่น ปลาที่ใช้ทำอาหารจานเด่นของร้านอย่าง "ปลากะพงทอดราดน้ำปลา" (ราคา 420 บาท) จะต้องมีน้ำหนักอยู่ที่ 8 ขีด -1 กิโลกรัมเท่านั้น ถึงจะผ่านเกณฑ์ ซึ่งเมนู "ปลากะพงทอดราดน้ำปลา" นี้ นอกจากจะมีดีที่การใช้ปลาตัวโตได้มาตรฐานแล้ว ยังมีดีที่ความอร่อยจบในตัวเองด้วย เพราะขอแค่มีเพียงปลากะพงทอดกรอบๆ กับน้ำปลาสูตรพิเศษของร้าน แค่นี้ก็อร่อยแล้ว ไม่ต้องมีเครื่องเคียงตัวอื่นมาเพิ่มเติมแต่อย่างใด เพราะเนื้อปลาก็สดและฟู น้ำปลาก็หอมหวน และมีมิติในรสชาติ เพราะมีทั้งรสเค็มและรสหวานผสมกันอย่างลงตัว ทำให้อาหารจานที่ดูเหมือนง่ายๆ จานนี้ ขึ้นแท่นเป็นเมนูเด่นของ "แหลมเจริญ ซีฟู้ด" ที่ใครมาก็ต้องสั่ง และที่นี่ยังเป็นเจ้าแรกๆ อีกด้วย ที่คิดทำเมนู "ปลากะพงทอดราดน้ำปลา" ขึ้นมา จากที่ร้านอื่นจะใช้แต่ปลาชนิดอื่น ไม่ได้ใช้ปลากะพง

ปลากระพงทอดกรอบๆ

น้ำปลาสูตรพิเศษของร้าน

"แกงส้มกุ้งแม่น้ำไหลบัว" ที่ใช้กุ้งแม่น้ำเนื้อแน่นๆ และไหลบัวกรอบๆตามมาด้วย "แกงส้มกุ้งแม่น้ำไหลบัว" (ราคา 290/500 บาท) เมนูใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวในเดือนตุลาคมนี้ มีจุดเด่นอยู่ที่เครื่องแกงส้มที่มีครบทั้งรสเปรี้ยว หวาน เค็มผสมกลมกลืนกันอย่างลงตัว และยังใช้วัตถุดิบอย่าง "ไหลบัว" ที่สมัยนี้ค่อนข้างหากินยาก เพราะไม่ค่อยมีร้านไหนทำขาย ซึ่งไหลบัวที่ใช้นี้ มีความสดกรอบมากๆ ช่วยให้แกงส้มหม้อนี้ มีความหลากหลายทั้งในรสชาติและรสสัมผัสจริงๆส่วนเมนูเอาใจคนชอบอาหารรสจัด ก็เห็นจะไม่พ้น "กั้งเนื้อผัดฉ่า" (ราคา 350 บาท) อีกหนึ่งเมนูใหม่ที่ใช้กั้งเนื้อซึ่งแม้จะตัวเล็กลงมาจากกั้งปกติทั่วไปเล็กน้อย แต่เนื้อก็แน่นเหนียวนุ่มและมีความมันกว่ากั้งทั่วไปอยู่มาก และเมื่อเอา "กั้งเนื้อ" มาผัดฉ่ากับสมุนไพรไทยที่ระดมใส่ทั้งกระชาย พริกไทยสดและพริกขี้หนูตำแบบถึงเครื่อง ความร้อนแรงจัดจ้านถึงขั้นซี้ดปากก็บังเกิดขึ้น !!

"แกงส้มกุ้งแม่น้ำไหลบัว"

"หมึกไข่นึ่งมะนาว"

"แกงเนื้อปูใบชะพลู" เสิร์ฟพร้อมเส้นหมี่ลวกต่อด้วยอีกหนึ่งเมนูแซ่บเบาๆ อย่าง "หมึกไข่นึ่งมะนาว" (ราคา 250 บาท) ที่ใช้หมึกไข่ทั้งตัวมานึ่งกับมะนาวและเครื่องปรุงจนได้รสชาติจัดจ้านสะท้านทรวง และเป็นหมึกไข่นึ่งมะนาวที่เสิร์ฟมาแบบมีน้ำยำเยอะกว่าปกติ เพราะได้น้ำจากตัวปลาหมึกที่ซึมออกมาด้วย ทำให้มีน้ำยำรสแซ่บแบบใสๆ ให้ซดคล่องๆ คอ แถมปลาหมึกที่ใช้ก็ยังเหนียวนุ่มเด้งดึ๋ง ไข่ปลาหมึกก็หนุบหนับๆ เคี้ยวมันดีจริงๆ เป็นอีกหนึ่งเมนูที่แสดงให้เห็นถึงความสดของวัตถุดิบที่ "แหลมเจริญ ซีฟู้ด" ใช้ได้เป็นอย่างดี เพราะถ้าปลาหมึกไม่สด จะเห็นและสัมผัสได้อย่างชัดเจนมากๆส่วนคนไม่นิยมอาหารรสเผ็ด จะต้องลองสั่ง "แกงเนื้อปูใบชะพลู" (ราคา 360 บาท) เมนูโบราณที่หากินยากในกรุงเทพฯ และน้อยนักที่ร้านไหนจะใส่เนื้อปูและใบชะพลูให้ท่วมชามขนาดนี้ เมนูนี้มีความอร่อยลงตัวหลายๆ อย่างมารวมอยู่ด้วยกันในชามเดียว เริ่มตั้งแต่น้ำแกงที่เข้มข้นจากกะทิและเครื่องแกงขมิ้นหอมๆ ปรุงรสให้หวานเค็มกลมกล่อม รสไม่จัด ทำให้คนไม่กินเผ็ดสามารถกินได้อย่างสบายใจ จากนั้นก็ระดมใส่ทั้งใบชะพลูและเนื้อปูแกะชิ้นใหญ่ๆ ลงมาเต็มชาม เสิร์ฟมาคู่กับเส้นหมี่เหนียวนุ่มราดกระเทียมเจียวให้กินด้วยกัน อร่อยจนเกินห้ามใจ

"กั้งเนื้อผัดฉ่า"

"แกงเนื้อปูใบชะพลู"หากมองถึงวิถีชีวิตคนเมืองหรือคนที่อยู่ไกลจากทะเลแล้ว การได้กินอาหารทะเลสดๆ ใหม่ๆ ที่ปรุงรสชาติได้ถูกปากถูกใจ ถือว่าเป็นสิ่งที่ทำให้ติดใจได้ไม่ยาก บวกกับทำเลที่ตั้งของ "แหลมเจริญ ซีฟู้ด" ที่อยู่ในห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ทำให้การเข้าถึงความอร่อยของอาหารทะเลเป็นไปได้ง่ายและสะดวกขึ้นปัจจุบัน แหลมเจริญ ซีฟู้ด เปิดให้บริการ 10 สาขา ได้แก่สาขาระยอง 038-940-094สาขาสี่แยกเหม่งจ๋าย 02-274-3619สาขารามอินทรา 02-521-0641-2สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ 02-646-1040สาขาเซ็นทรัล พลาซา ขอนแก่น 043-001-855สาขาพาราไดซ์ พาร์ค ถ.ศรีนครินทร์ 02-787-2347สาขาสยามพารากอน 02-610-9244สาขาเซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว 02-103-4004สาขาสีลม คอมเพล็กซ์ 02-231-3155สาขาเซ็นทรัล พลาซา อุดรธานี 042-110-133

