ตามสัญญาอร่อยกับ The Nine Neighborhood Center! (ภาค 2)

กลับมาตามสัญญาที่เคยบอกไว้ใน Wongnai Diary ฉบับก่อนว่ายังมีภาคต่อร้านเก๋ๆ จาก The Nine Neighborhood Center กันอีกซึ่งร้านที่ตาลจะขอแนะนำเป็นร้านที่รวม 5 ร้านไว้ในร้านเดียว! ตาลจึงรอช้าไม่ได้ค่ะที่จะพาเพื่อนๆ ชาววงในไปรู้จักกับร้านนี้กัน AI Japanese Village แค่ชื่อก็รู้แล้วว่าเป็นร้านอาหารญี่ปุ่น แต่จะสไตส์ไหนกันบ้าง? ต้องตามมาดูเลย..
"กินของอร่อยกับ Tokyo Tower เมืองไทย"
ร้าน AI Japanese Village จะตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 ของ The Nine Neighborhood Center ค่ะ อย่าแรกที่เข้าไปถึงในร้านที่ทำให้รู้สึกสะดุดใจขึ้นมาเลยคือบรรยากาศในร้านค่ะ บรรยากาศภายในร้านทำให้เราเหมือนเดินอยู่ในถนนใต้ Tokyo Tower ในช่วงยุค 60 ของญี่ปุ่นที่ในสมัยนั้นจะมีร้านอาหารเรียงรายเต็มท้องถนนกันไปหมด ร้าน AI Japanese Village จึงได้คัดสรรประเภทร้านอาหารที่ยอดฮิตอยู่ในยุคนั้นมารวมกันไว้ที่นี้ค่ะ ถึงแม้ว่าจะอยู่ในเมืองไทยแต่ขอบอกว่าคุณภาพนั้นคัดสรรมาเป็นอย่างดีโดยจะมีเชฟจากญี่ปุ่นการันตีคุณภาพวัตถุดิบเป็นอย่งดีค่ะ จึงรับประกันได้ว่าใครที่มากินร้านนี้แล้วจะได้กินอาหารรสชาดเหมือนที่ญี่ปุ่นเป๊ะ ! ไม่มีผิดหวังแน่นอนค่ะ

Isushi
“อิ่มอร่อยกับซูชิกลาง Tokyo Tower”
มาเริ่มกันที่ร้านแรกนะค่ะจะเป็นร้าน Isushi ร้านนี้เป็นร้านเมนูซูชิ ไอเดียเก๋กับการนั่งกินซูชิอยู่ใต้หอคอย Tokyo Tower! เมนูซูชิของที่นี้อาจจะดูมีเหมือนร้านอื่นทั่วไปไม่ได้แตกต่างมากนัก แต่ต้องขอรับประกันความสดค่ะ เนื้อปลาดิบนั้นสดมากและหั่นหนากำลังดีเต็มปากเต็มคำได้รสชาดความอร่อยกันแบบเต็มๆ ซูชิก็ไม่น้อยหน้าข้าวของที่ร้านนุ่มกำลังดีไม่แข็งเกินไปและไม่แฉะเกินไปค่ะ เมื่อกินคู่กับวาซาบิเผ็ดๆ ร้อนด้วยแล้วจะรับรู้ถึงมนต์เสน่ห์ของอาหารญี่ปุ่นแบบยุค 60 กันเลยทีเดียว
ชูชิชิ้นใหญ่ น่ากินจริงๆ

รูปดอกไม้ซะด้วยนะ

ซาซิมิเนื้อหนาจริง สดจริง อร่อยจริง!
Dontonburi
“สุขล้นไปกับโอโคนามิยากิสไตล์คุณ”
Dontonburi ร้านนี้ใครที่เคยไปญี่ปุ่นอาจคุ้นเคยเพราะเป็นร้านเทปันยากิ และโอโคนามิยากิ ที่เลื่องชื่อที่มีมากกว่า 300 สาขาในญี่ปุ่น! Dontonburi นั้นเรียกว่าซึ่งร้านนี้เรียกว่าเป็นร้านยอดนิยมและเป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆ และคุณสาวๆ เป็นที่สุด เพราะใครก็สามารถทำโอโคนามิยากิเองนะซิ! ไม่ต้องเขินนะค่ะว่าจะทำผิดทำถูกเพราะจะมีพนักงานในร้านช่วยสอนวิธีการทำโอโคนามิยากิที่ถูกต้องให้ หรือใครอยากกินฝีมือเชฟก็ได้ไม่ว่ากันค่ะ โดยส่วนผสมของที่ร้าน Dontonburi จะลัดฟ้ามาจากประเทศญี่ปุ่นโดยเฉพาะเลยค่ะ เนื้อโอโคนามิยากินุ่มกำลังดี น้ำซอสสูตรพิเศษของทางร้านที่ราดมานั้นซึมเข้าไปในตัวโอโคนามิยากิทำให้ชุ่มช่ำ กินเข้าไปแล้วรสชาดความอร่อยกระจายทั่วปากกันเลย

รูป Apple ซะด้วยนะเออ!

ซอสโอโคนามิยากิเยิ้มๆ ชุ่มช่ำน่ากินสุดๆ
Kats
“ยากูซ่าหมูดำ อร่อยซ่าส์จนคำสุดท้าย”
Kats อ่านสั้นๆ ว่า “คัตซึ” หรือ ย่อมาจากคำว่า “คัตซึด้ง” นั้นเอง คัตซึด้งร้านนี้เค้าบอกว่าเด็ดค่ะ เพราะเนื้อหมูที่นำมาใช้นั้นเป็นเนื้อหมูคุโรบูตะ หรือ หมูดำอิมพอร์ตมาจากญี่ปุ่น ที่เนื้อจะนุ่มและชุ่มช่ำมากกว่าเนื้อหมูธรรมดาทั่วไป บวกกับวิธีการทอดทำให้แป้งเหลืองกรอบแต่ไม่ใช่แข็งจนบาดปากตอนกินค่ะ ซึ่งร้านนี้จะเสริฟร์มาเป็นเซ็ตคู่กับข้าวสวยร้อนๆ และกระหล่ำปลีฝอยแก้เลี่ยน และที่ขาดไม่ได้เลยคือซอสที่อร่อยมากรสชาดกลมกล่อมเค็มนิดหวานหน่อยกำลังพอเหมาะกับเนื้อหมูดำ ใครอยากรู้ว่าคัตซึของชาวญี่ปุ่นอร่อยขนาดไหนต้องแวะไปโดนกันที่ร้าน Kats ค่ะ

บูตะเนื้อหนาทอดซะเหลืองกรอบ น่ากินเชียว!

ยากูซ่าตัวจริงต้องมาเป็นแก็งค์
เทตซึเมง
“ราเมนร้อนต้นตำรับแท้จากแดนซากุระ”
พูดถึงราเมนอาจจะดูไม่แปลกกันซักเท่าไหร่สำหรับคนไทยใช่ไหมล่ะ? แต่ถ้าจะหาราเมนเส้นเรียวเล็กที่เหนียวนุ่ม กับน้ำซุปรสชาดกลมกล่อมแล้วล่ะก็หายากมากจริงๆ แต่ถ้าหากมาที่ AI Japanese Village แล้วรับรองไม่ผิดหวังค่ะ เพราะราเมงร้านนี้น้ำซุปกลมกล่อมอร่อยลงตัวแบบพอดีๆ ซึ่งที่ร้านนี้จะมีน้ำซุป 2 แบบค่ะ คือ ซุปน้ำข้นกับน้ำใส ใครชอบแบบไหนก็เลือกกันได้ตามใจชอบเลย สำหรับเนื้อหมูชาชูของที่ร้านนะค่ะเนื้อหนานุ่ม ชิ้นใหญ่ ไข่ต้มที่ให้มาในชามเป็นยางมะตูมกำลังดีค่ะ อร่อยยกนิ้ว

ผนังตกแต่งด้วยของผ้าลายแบบญี่ปุ่นๆ อบอุ่นซะไม่มีล่้ะ ><

"ไข่ต้ม" เหลืองเป็นยางมะตูมน่ากินมากมาย
Wa Q
“ท่องมนต์เนื้อนุ่มไปกับ ชาบู…ชาบู”
มากันถึงร้านสุดท้ายที่ตาลจะพามาแนะนำกันวันนี้ค่ะ Wa Q ร้านนี้เป็นร้านชาบูแบบบุฟเฟ่ต์ค่ะ ดังนั้นโซนของทางร้านค่อนข้างที่จะกว้างกว่าร้านอื่นๆ เป็นพิเศษ ที่ร้านจะมีให้เลือกที่นั่งว่านั่งเคาท์เตอร์หม้อส่วนตัว หรือจะเป็นโต๊ะนั่งสังสรรค์กันแบบครอบครัวก็ได้ค่ะ ซึ่งน้ำซุปชาบูของที่ร้านจะมีให้เลือกอยู่ 2 แบบ คือน้ำซุปปลาแห้ง และน้ำซุปสุกี้ยากี้ค่ะ ใครชอบแบบไหนก็เลือกกันได้ตามใจเลยค่ะ สำหรับราคาของร้านนี้จะมี 2 ราคาให้ได้เลือกลองค่ะ นั้นคือราคา 399 บาทและ 499 บาทค่ะ ซึ่งความแตกต่างคือราคา 499 บาทจะได้ลิ้มรสเนื้อวากิวด้วยซึ่งขอบอกว่า “คุ้มอ่ะ” เพราะเนื้อวากิวที่นี้คอนเฟิร์มว่านุ่มมาก เนื้อหั่นพอดีคำไม่หนาไม่บางจนเกินไปคีบแล้วสวิงเบาๆ ในน้ำซุปเดือดๆ พร้อมท่องมนต์ “ชาบู…ชาบู” เสร็จแล้วเอามาจุ่มไข่ดิบอีกที รับรองเด็ด!ความนุ่มของเนื้อเพิ่มขึ้นเป็นดับเบิ้ลๆ หรือใครอยากกินกับน้ำจิ้มก็ไม่ว่ากัน น้ำจิ้มของร้านเป็นน้ำจิ้มสูตรพิเศษที่หอมน้ำมันงา อร่อยจนหยุดไม่อยู่จริงๆ ค่ะ
นอกจากเนื้อวัวแล้วยังมีเมนูหมู ไก่ และซีฟู้ดอีกด้วย หากใครที่กำลังมองหาชาบูร้านใหม่ๆ พาครอบครัวหรือเพื่อนๆ ไปสังสรรค์อิ่มอร่อยอยู่ละก็ ตาลเชื่อว่าร้าน Wa Q แห่งนี้เป็นอีกร้านหนึ่งที่มาลองแล้วต้องติดใจจนกลับมาอีกเป็นครั้งที่ 2 อย่างแน่นอนค่ะ
จัดเต็มกับ "ชาบู...ชาบู"

ดูเนื้อวากินซะก่อน ไม่ธรรมดานะจ๊ะ

น้ำลายไหลๆ กับเนื้อแสนนุ่มและน้ำจิ้มแสนอร่อย
เป็นไงกันบ้างค่ะ สำหรับ AI Japanese Village แห่งนี้ยิ่งใหญ่สมชื่อจริงๆ ค่ะ เรียกว่าใครที่อยากมากินอาหารญี่ปุ่นรับรองไม่มีผิดหวังได้กินครบทุกเมนูญี่ปุ่นอย่างแน่นอนค่ะ คราวหน้าเราจะพาไปไหนตะลุยร้านไหนกันอีกต้องติดตามค่ะ สามารถติดตามไปอ่านร้านอร่อยใน The Nine Neighborhood Center ร้านอื่นกันได้ใน
พาชิมร้านใหม่กับ community mall สุดชิค The Nine Neighborhood Center! นะค่ะ :)

