3.4
15 เรตติ้ง (15 รีวิว)
เปิดอยู่จนถึง 20:00
ติ๊กโภชนา
ปลาช่อนทอดน้ำปลา ที่มาแบบเนื้อแน่นๆ ไร้กางตำคอ
ร้านติ๊กโภชนา ร้านเดิมกับรสที่เปลี่ยนไป?กลับมาอีกแล้วครับกับการรีวิวร้านอาหารเดี๋ยวจากวันนี้ไปจนถึงหลังต้นปี ๒๕๕๖ จะหายไปนะครับต้องเครียงานจึงต้องแจ้วไว้เพื่อทราบ วันนี้โชคดีได้มีโอกาสพาแม่และพี่สาวไปไหว้พระราหูที่นครปฐม เมื่อเที่ยวจนได้ที่แน่นอนว่าท้องก็เริ่มหิว และร้านอาหารที่มีเฉพาะคนพื้นที่เท่านั้นถึงจะรู้ว่าแม่งแจ่มจริงคือร้านนี้ครับ ติ๊กโภชนา ก่อนจะพูดถึงร้านนี้ขอเกริ่นย้อนไปเมื่อ ๓๐ ปีก่อนเลย ตอนนั้นเจ้าของร้านยังคงทำอาหารอยู่นั่นคือตาแป๊ะโดยมีแฟนเฮียเป็นลูกมือซึ่งรสชชาตินี่สุโคร่ยมากๆ กินเข้าไปทีน้อยคนที่ไม่ติดใจกลับมาโซ๊ยใหม่ ปัจจุบันตาแป๊ะวางมือไปแล้วรสชาติจะคงเดิมใหม่ มีเมนูใดน่าสนใจ เชิญตามมาชิมได้เลยครับ ห่อหมกปลาช่อน จานแรกต้องเริ่มด้วยเมนูที่ได้เร็วสุดก่อนเลยคือ ห่อหมกปลาช่อ หากคุณคิดว่ามันคือห่อหมกที่ด้านล่างกระทงตรึมไปด้วยผักกาดหรือใบยอแล้วล่ะก็ผิดถนัดเพราะมันคือห่อหมกเนตๆ ไม่มีผักแต่เสือกมีก้างปลาเพียบแทน ด้านรสชาติสอบผ่านครับ กินเข้าไปคำแรก รสชาติกลมกล่อมครบรสของห่อหมกที่ดี แต่น่าเสียดายที่ห่อหมกเน้นคุณภาพมากเนื้อเยอะไปหน่อย (เพราะไม่มีผัก) จึงทำให้โซ๊ยกระทงที่ ๒ เข้าไปจึงเกิดอาหารเลี่ยนหากจะให้อร่อยควรทานกระทงเดียวครับ ปลาช่อนทอดน้ำปลา นี่คือเมนูเด็ดของทางร้านเลยคือปลาช่อนทอดน้ำปลา ที่มาแบบเนื้อแน่นๆ ไร้กางตำคอ (แต่ก้างไปอยู่ในห่อหมกแทนตลกดีเหอะๆ) เสริฟพร้อมกับน้ำปลาปรุงรสถ้วยเล็กๆ ๒ ถ้วย ด้านรสชาติต้องปรบมือให้ในเรื่องการสะเด็ดน้ำมันครับเพราะปลาทอดได้แห้งดีเหลือเกิน แห้งจนไม่น่าเชื่อเลยว่ามันโดนทอดมา จุดอ่อนสำคัญของจานนี้คือ แห้งเกิ๊น จนเนื้อปลาเวลากัดลงไปแทนที่จะแอบมีความชุ่มฉ่ำของปลาหรือกรอบกรุ๊บๆ กลับเจอเนื้อแน่นๆ ที่จะนุ่มก็ไม่นุ่มจะกรอบก็ไม่กรอบแทนซึ่งจุดนี้จัดว่าเป็นรสนิยมการกินของแต่ละคนครับคงเรียกว่าจุดด้อยไม่เต็มปากเต็มคำนัก โดยรวมสอบเกือบตก หอยจ้อปู ทีเด็ดจริงๆ คือจานนี้ครับ หอยจ้อปู แผ่นยาวและกว้างมาพร้อมกับน้ำจิ้มหวานกำลังดี รสปูชัดถึงโคนลิ้น อร่อยถูกปากทั้งเด็ก สตรีและคนชรา เมนูนี้รสชาติเหมือนสมัยตาแป๊ะทำเลยครับผ่านสบายๆ ต้มยำกุ้งน้ำข้น สำหรับแฟนๆ รีวิวผมมีไม่มากก็น้อยล่ะครับที่กำลังรอว่า “เฮ้ยมึงเมื่อไหร่จะด่าซะทีวะ” เอ้อ อันนี้คงออกตัวก่อนเลยว่าอันไหนดีก็ชมครับ อันไหนเหี้ยก็ด่าไม่ใช่ด่าแม่งตั้งแต่หัวจรดปลายตีนโดยไม่มีเหตุผลแบบเด็กเห่อหมอยหัดเกรียน แต่ไม่ต้องเสียใจไปครับเพราะจะเริ่มด่านับจากเมนูนี้แล้วนั่นคือต้มยำกุ้งน้ำข้น สมัย ๓๐ ปี ที่แล้วเมนูนี้คือเมนูแจ้งเกิดเลยทีเดียวเพราะรสชาติถึงความข้นของต้มยำ กุ้งตัวบักควาย เครื่องถึง สรรพคุณต้มยำกุ้งจานนี้จานเดียวในสมัยนั้นเขียนให้จบประมาณ ครึ่ง A๔ ได้ แต่ปัจจุบันคุณภาพถือว่า “ถดถอย” รสชาติเปลี่ยนไปมากครับ กุ้งยังคงตัวใหญ่อยู่ เครื่องที่ใส่ลงไปยังคงเพียบอยู่แต่เหมือนเอาเครื่องมาโดนน้ำลวกๆ กุ้งจากนั้นโยนใส่ชามประมาณว่า พวกมึงแดกๆ ซะ เพราะรสชาติไม่มีความกลมกล่อมหรือสัมพันธ์กันเลย เครื่องเยอะ กุ้งใหญ่ แต่ไม่สามารถเรียกรสชาติเหล่านั้นออกมาในรูปแบบน้ำต้มยำได้ น่าเสียดายจริงๆ ไข่เจียวหมูสับ เมนูที่ธรรมดาที่สุดแต่กลับเป็นเมนูแนะนำแน่นอนว่ามันต้องมีดี จานนี้แน่นไปด้วยเนื้อหมู คือแม่งแน่นจริงๆ เหมือนเอาหมูมาชุปแป้งทอดมากกว่า ไม่มีรสชาติอะไรเลยนอกจากหมูโดนน้ำมันร้อนๆ เคลือบด้วยไข่ เมนูนี้ผมเฉยเมยมากๆ (ทั้งๆ ที่ผมเป็นตัวแดกไข่อันดับต้นๆ ของสิ่งมีชีวิตที่เลี้ยงลูกด้วยนมเลยก็ว่าได้)ผิดหวังครับ ชาเย็น(ชาซีลอน) ก็คือชาสีลอนที่สมัยก่อนชงสดคุณภาพดี อร่อยได้ทั้งกลิ่นและรส แต่ปัจจุบันคุณภาพน่าจะยี่ห้อเดิมแต่ชงใส่ขวดแล้วเทใส่แก้วเป็นจบกัน ค่าเสียหายวันนี้ ห่อหมก ๒ ต้มยำกุ้งน้ำข้น ๑ หอยจ้อ ๒ ข้าวเปล่า ๑ หม้อ ปลาช่อนทอดน้ำปลา ๑ น้ำเปล่า ๔ ชาซีลอน ๒ เบ็ดเสร็จ ๑,๐๓๕ บาท สรุป ส่วนตัวผมผิดหวังนะอาจเพราะความประทับใจในสมัยก่อนยังคงตราตรึงแต่มาปัจจุบันเปลี่ยนมือพ่อครัวด้วยกระมังเลยทำให้รสชาติเพี้ยนไป หากคุณไม่เคยกินรสต้นตำรับผมว่าน่าจะชอบกันนะครับ แต่สำหรับคนที่เคยชิมรสต้นตำรับมาแล้วผม “เฉย” ไม่ดีไม่เลว ปล. ต้นแต่กิน + ชิม ร้านอาหารมา ร้านนี้สร้างความปรทับใจในเรื่องเด็กเสริฟมากหน้าตาบูดเบี้ยวแบบ “ถ้ากูเลิกงานเมื่อไหร่กูจะรีบไปฆ่าตัวตายทันที” งานบริการแม้จะหนักจะเหนื่อยหรือพึ่งโดนเอ็ดมาหากมีจรรยาบรรณควรเก็บอารมณ์ครับ นี่แหละสิ่งที่ประทับใจผมสุดๆ เลย หน้าลาโลกมาก เฮ้ออ... อ่านต่อ
0 Like0 Comment
photo