ที่อยู่ สุขุมวิท 11 (ร้านอยู่ชั้น 8 ในโรงแรม Aloft ตรงข้าม Bed Supperclub ) คลองเตยเหนือ , วัฒนา , กรุงเทพมหานคร 10110
เบอร์ติดต่อ 02-207 7000
ช่วงเวลา ทุกวัน : 06:30 - 23:00
500 - 1,000 บาท
ที่จอดรถ มีที่จอดรถ
รับบัตรเครดิต รับ
สำหรับกลุ่ม เหมาะสม
สำหรับเด็ก ไม่เหมาะสม
แอลกอฮอล์ เบียร์ เหล้า คอกเทล ไวน์
รับจองล่วงหน้า รับ

บทความที่เกี่ยวข้อง

The Owner

Pop, Clink, Munch!

ที่เครฟ ไวน์ บาร์ แอนด์ เรสเตอรองท์

โรงแรมอลอฟท์ กรุงเทพ – สุขุมวิท 11

ประสบการณ์ความอร่อยแบบใหม่รอคุณอยู่ ที่ห้องอาหาร เครฟ ไวน์ บาร์ แอนด์ เรสเตอรองท์ ในโรงแรม อลอฟท์ กรุงเทพ – สุขุมวิท 11 อิ่มอร่อยไปกับอาหารสไตล์ Taste and Share Plates เมนูรังสรรค์จากฝีมือหัวหน้าพ่อครัวใหญ่ เชฟมาร์ค แฮนนอน จากนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา ชิลล์ตอนเย็นหลังเลิกงานกับโปรโมชั่น Pop, Clink, Munch! ในราคาเพียง 990++ บาท รวมไวน์ 1 ขวด เลือกได้ตั้งแต่ไวน์ขาว ไวน์แดง หรือสปาร์คกลิ้งไวน์ และอาหาร Taste ‘n’ Share Plates อีก 5 จาน เลือกได้จากเมนูทั้งหมด ตั้งแต่เวลา 6 โมงเย็น ถึง 5 ทุ่มทุกวัน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ สำรองที่นั่งได้ที่หมายเลข 02 207 7080 or facebook.com/crave.aloftbangkok.

Don't Miss

  • 4 มี.ค. 2012
    อาหารหรูเลิศ ไวน์มีให้เลือกเยอะและไม่แพง!
    วันนี้เรามาเยือนโรงแรม Aloft Hotel โรงแรมในเครือ Starwood ซึ่งเพิ่งมาเปิดที่ประเทศไทยเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา
    โรงแรมหาไม่ยากครับ อยู่ในซอยสุขุมวิท 11 ตรงข้ามกับ Bed Supperclub พอดี มีที่จอดรถหรือจะใช้บริการ valet ก็ได้

    ร้าน Crave ที่เรามากินกันวันนี้เป็นร้านอาหาร signature ของโรงแรมแห่งนี้ โดยตั้งอยู่บนชั้น 8 มีที่นั่งประมาณ 150 ที่นั่ง
    ก้าวแรกที่ออกมาจากลิฟท์ก็ต้อง surprise กับ wine cellar บนชั้น 8 ที่มีไวน์ให้เลือกหลากชนิดจากทั่วโลก ตาม concept "Wines of the World" ที่ต้องมีทุกโรงแรมในเครือ Starwood

    เก๋ขึ้นไปอีกก็คือว่าแขกสามารถเลือกไวน์จากเมนูไวน์ซึ่งเป็น iPad โดยสามารถเลือกสั่งเป็นแก้วให้พนักงานนำมาส่งให้ที่โต๊ะ หรือจะสั่งเป็นขวดนำกลับบ้านก็ได้เช่นกัน ทางร้านแนะมาว่าราคาไวน์เริ่มต้นตั้งแต่ 490 บาทจนถึงหมื่นต้นๆ โดยตัวที่ราคาแพงที่สุดของร้านนั้นบางที่ขายถึง 50000 บาท!

    มาดูอาหารกันบ้าง เพิ่งทราบว่า executive chef ของที่นี่คือเชฟไนน์ ที่เพิ่งไปแข่งเชฟกระทะเหล็กมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว! โดยในรายการวันนั้นผมบังเอิญได้ดูซะด้วย และพอวันนี้ได้มาทานจริงๆ ได้เห็นมีเมนูหลายอย่างคล้ายๆกับที่ทำในรายการ จึงรู้สึก "อิน" เป็นพิเศษ และยืนยันได้เลยว่า อาหารแต่ละจานนั้นคิดมาเยอะ ไม่ธรรมดาจริงๆ :)

    เริ่มที่ appetizer 2 อย่างก่อนคือ "แซลมอน 20 นาที" และ "crab and chips" แซลมอน 20 นาที นี่เป็นเมนูที่เชฟไนน์นำไปแข่งในรายการด้วย (แต่ในรายการเป็นปลานิล) โดยจริงๆแล้วหลักใหญ่ใจความของจานนี้ก็คือสลัดแซลมอนที่เป็นน้ำสลัดแซ่บๆแบบไทยๆ แต่ที่เก๋คือแซลมอนนำไปหมัก (cured) กับเกลือก่อนเป็นเวลา 20 นาที ทำให้มีสภาพกึ่งสุกกึ่งดิบ ให้รสสัมผัสที่นุ่มและมีรสชาติดี จุดเด่นอีกสองอย่างคือพาเมซานชีสอบกรอบที่ใส่ข้าวคั่วไปด้วย ทำให้หอมอร่อยดีเหมือนกัน และน้ำสลัดที่รสจัดจ้านดีมากครับ รายการที่สองคือ crabs and chips แอบเท่ด้วยการแทนปลาด้วยเนื้อปู เนื้อปูมาทั้งหมด 4 กรรเชียง แต่ละกรรเชียงจะมีเนื้อปูยีกับเครื่องปรุงและชุบแป้งขนมปังทอด ทานเพลินๆครับ

    main dish สั่งมาสามจานแบ่งกัน ประกอบด้วย "ปลาหิมะนึ่ง" "ริซอตโต้ไก่ดำ" และ "หอยเชลล์ราดซอสกะหรี่" อาหารไม่ธรรมดาซักจานนะครับ ปลาหิมะนึ่งโดดเด่นที่ปลาชิ้นหนาใหญ่มาก และปลาก็นึ่งมาได้พอดี นุ่มละลายในปาก ติดอยู่นิดเดียวคือเป็นนึ่งสไตล์จีน (น้ำแดง) ทำให้ไม่ค่อยเข้ากับอาหารอย่างอื่นสักเท่าไหร่ ส่วนริซอตโต้ไก่ดำอร่อยครับ ริซอตโต้ทำได้ดี กลิ่นทรัฟเฟิลไม่ฉุนเกินไป ข้าวไม่เละ ใส่เห็ดมาให้อย่างไม่เสียดาย แต่ก็สงสัยว่าทำไมต้องเป็นไก่ดำซึ่งทำให้บางคนที่ไม่ชอบทานไก่ดำ ลำบากเล็กน้อยในการทานครับ สุดท้ายหอยเชลล์ราดซอสกะหรี่ เป็นหอยเชลล์นำเข้าตัวโตๆ จี่มาสุกกำลังดี นุ่มอร่อย ทานกับซอสกะหรี่ก็รสชาดตัดกัน แปลกหน่อยแต่ก็อร่อยดีครับ (เชฟไนน์ยืนยันว่าอาหารที่นี่ไม่ใช่เป็น fusion แต่เป็น twist ครับ :)

    ส่วนของหวานผมชอบทั้งสองจานที่สั่งมา ที่ทางร้านแนะนำคือ "Jumbo Chou Cream" เป็นชูครีมลูกยักษ์เสิร์ฟมากับคุกกี้อบใหม่ๆ ชูครีมด้านนอกเป็นครีมหุ้มหวานมันนุ่มลิ้น ข้างในเป็นไอศครีมช็อกโกแล็ตอย่างดีจาก movenpick อร่อยเข้มข้น ได้ texture ที่หลากหลาย ทานแล้วสนุกครับ อีกจานที่สั่งคือ "Poached Pear" แพร์ครึ่งลูกหวานนิดๆอร่อยหลังอาหาร ทานคู่กับไอศครีมมาลิบูแสนอร่อยของ movenpick อีกแล้ว เป็นการจบมื้ออาหารที่สุขใจ!

    ที่นี่มีจุดเด่นที่เมนูอาหารโดยเชฟไนน์ที่มีเทคนิคการทำที่ดีมากๆ แต่ละจานที่ทาน ต้องใช้ฝีมือในการทำให้วัตถุดิบที่ดีปรุงออกมาได้คุณภาพ เมนูแต่ละเมนูมี twist ทุกเมนู รู้ได้เลยว่าคิดมาเยอะมาก (จนบางครั้งจะเหมือนคิดเยอะไปนิด) ราคาไม่ได้แพงเกินไปและช่วงนี้มีโปรโมชั่นกับบัตรเครดิตหลายบัตร (บางบัตรลดถึง 40%)

    ร้าน Crave เป็น all-day dining มีที่นั่งทั้งด้านในและด้านนอก มี wine cellar ขนาดใหญ่ และมี full bar เสิร์ฟเครื่องดื่มหลากหลาย แนะนำให้ valet แล้วขึ้น lift ตัวนอกมาที่ชั้น 8 เลย ถ้ามาช่วงกลางวันมี option เป็น lunch semi-buffet ด้วย ราคาแค่ 249 บาท net เท่านั้น
    มากกว่า 500 บาท เพื่อนฝูง คุยธุรกิจ คู่รัก
    เมนูเด็ด
    ริซอตโต้ไก่ดำ แซลมอน 20 นาที
    ขนมปัง เสิร์ฟมาในเกลือทะเลร้อน ที่ ร้านอาหาร Crave Wine Bar & Restaurant Aloft Bangkok
    ขนมปัง เสิร์ฟมาในเกลือทะเลร้อน
    แซลมอน 20 นาที แซ่บดี! ที่ ร้านอาหาร Crave Wine Bar & Restaurant Aloft Bangkok
    แซลมอน 20 นาที แซ่บดี!
    ปลาหิมะนึ่งสไตล์จีน ที่ ร้านอาหาร Crave Wine Bar & Restaurant Aloft Bangkok
    ปลาหิมะนึ่งสไตล์จีน
    poached pear ที่ ร้านอาหาร Crave Wine Bar & Restaurant Aloft Bangkok
    poached pear
    jumbo ชูครีม ที่ ร้านอาหาร Crave Wine Bar & Restaurant Aloft Bangkok
    jumbo ชูครีม
เรียงโดย

Reviews (17)

4 มี.ค. 2012
อาหารหรูเลิศ ไวน์มีให้เลือกเยอะและไม่แพง!
วันนี้เรามาเยือนโรงแรม Aloft Hotel โรงแรมในเครือ Starwood ซึ่งเพิ่งมาเปิดที่ประเทศไทยเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา
โรงแรมหาไม่ยากครับ อยู่ในซอยสุขุมวิท 11 ตรงข้ามกับ Bed Supperclub พอดี มีที่จอดรถหรือจะใช้บริการ valet ก็ได้

ร้าน Crave ที่เรามากินกันวันนี้เป็นร้านอาหาร signature ของโรงแรมแห่งนี้ โดยตั้งอยู่บนชั้น 8 มีที่นั่งประมาณ 150 ที่นั่ง
ก้าวแรกที่ออกมาจากลิฟท์ก็ต้อง surprise กับ wine cellar บนชั้น 8 ที่มีไวน์ให้เลือกหลากชนิดจากทั่วโลก ตาม concept "Wines of the World" ที่ต้องมีทุกโรงแรมในเครือ Starwood

เก๋ขึ้นไปอีกก็คือว่าแขกสามารถเลือกไวน์จากเมนูไวน์ซึ่งเป็น iPad โดยสามารถเลือกสั่งเป็นแก้วให้พนักงานนำมาส่งให้ที่โต๊ะ หรือจะสั่งเป็นขวดนำกลับบ้านก็ได้เช่นกัน ทางร้านแนะมาว่าราคาไวน์เริ่มต้นตั้งแต่ 490 บาทจนถึงหมื่นต้นๆ โดยตัวที่ราคาแพงที่สุดของร้านนั้นบางที่ขายถึง 50000 บาท!

มาดูอาหารกันบ้าง เพิ่งทราบว่า executive chef ของที่นี่คือเชฟไนน์ ที่เพิ่งไปแข่งเชฟกระทะเหล็กมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว! โดยในรายการวันนั้นผมบังเอิญได้ดูซะด้วย และพอวันนี้ได้มาทานจริงๆ ได้เห็นมีเมนูหลายอย่างคล้ายๆกับที่ทำในรายการ จึงรู้สึก "อิน" เป็นพิเศษ และยืนยันได้เลยว่า อาหารแต่ละจานนั้นคิดมาเยอะ ไม่ธรรมดาจริงๆ :)

เริ่มที่ appetizer 2 อย่างก่อนคือ "แซลมอน 20 นาที" และ "crab and chips" แซลมอน 20 นาที นี่เป็นเมนูที่เชฟไนน์นำไปแข่งในรายการด้วย (แต่ในรายการเป็นปลานิล) โดยจริงๆแล้วหลักใหญ่ใจความของจานนี้ก็คือสลัดแซลมอนที่เป็นน้ำสลัดแซ่บๆแบบไทยๆ แต่ที่เก๋คือแซลมอนนำไปหมัก (cured) กับเกลือก่อนเป็นเวลา 20 นาที ทำให้มีสภาพกึ่งสุกกึ่งดิบ ให้รสสัมผัสที่นุ่มและมีรสชาติดี จุดเด่นอีกสองอย่างคือพาเมซานชีสอบกรอบที่ใส่ข้าวคั่วไปด้วย ทำให้หอมอร่อยดีเหมือนกัน และน้ำสลัดที่รสจัดจ้านดีมากครับ รายการที่สองคือ crabs and chips แอบเท่ด้วยการแทนปลาด้วยเนื้อปู เนื้อปูมาทั้งหมด 4 กรรเชียง แต่ละกรรเชียงจะมีเนื้อปูยีกับเครื่องปรุงและชุบแป้งขนมปังทอด ทานเพลินๆครับ

main dish สั่งมาสามจานแบ่งกัน ประกอบด้วย "ปลาหิมะนึ่ง" "ริซอตโต้ไก่ดำ" และ "หอยเชลล์ราดซอสกะหรี่" อาหารไม่ธรรมดาซักจานนะครับ ปลาหิมะนึ่งโดดเด่นที่ปลาชิ้นหนาใหญ่มาก และปลาก็นึ่งมาได้พอดี นุ่มละลายในปาก ติดอยู่นิดเดียวคือเป็นนึ่งสไตล์จีน (น้ำแดง) ทำให้ไม่ค่อยเข้ากับอาหารอย่างอื่นสักเท่าไหร่ ส่วนริซอตโต้ไก่ดำอร่อยครับ ริซอตโต้ทำได้ดี กลิ่นทรัฟเฟิลไม่ฉุนเกินไป ข้าวไม่เละ ใส่เห็ดมาให้อย่างไม่เสียดาย แต่ก็สงสัยว่าทำไมต้องเป็นไก่ดำซึ่งทำให้บางคนที่ไม่ชอบทานไก่ดำ ลำบากเล็กน้อยในการทานครับ สุดท้ายหอยเชลล์ราดซอสกะหรี่ เป็นหอยเชลล์นำเข้าตัวโตๆ จี่มาสุกกำลังดี นุ่มอร่อย ทานกับซอสกะหรี่ก็รสชาดตัดกัน แปลกหน่อยแต่ก็อร่อยดีครับ (เชฟไนน์ยืนยันว่าอาหารที่นี่ไม่ใช่เป็น fusion แต่เป็น twist ครับ :)

ส่วนของหวานผมชอบทั้งสองจานที่สั่งมา ที่ทางร้านแนะนำคือ "Jumbo Chou Cream" เป็นชูครีมลูกยักษ์เสิร์ฟมากับคุกกี้อบใหม่ๆ ชูครีมด้านนอกเป็นครีมหุ้มหวานมันนุ่มลิ้น ข้างในเป็นไอศครีมช็อกโกแล็ตอย่างดีจาก movenpick อร่อยเข้มข้น ได้ texture ที่หลากหลาย ทานแล้วสนุกครับ อีกจานที่สั่งคือ "Poached Pear" แพร์ครึ่งลูกหวานนิดๆอร่อยหลังอาหาร ทานคู่กับไอศครีมมาลิบูแสนอร่อยของ movenpick อีกแล้ว เป็นการจบมื้ออาหารที่สุขใจ!

ที่นี่มีจุดเด่นที่เมนูอาหารโดยเชฟไนน์ที่มีเทคนิคการทำที่ดีมากๆ แต่ละจานที่ทาน ต้องใช้ฝีมือในการทำให้วัตถุดิบที่ดีปรุงออกมาได้คุณภาพ เมนูแต่ละเมนูมี twist ทุกเมนู รู้ได้เลยว่าคิดมาเยอะมาก (จนบางครั้งจะเหมือนคิดเยอะไปนิด) ราคาไม่ได้แพงเกินไปและช่วงนี้มีโปรโมชั่นกับบัตรเครดิตหลายบัตร (บางบัตรลดถึง 40%)

ร้าน Crave เป็น all-day dining มีที่นั่งทั้งด้านในและด้านนอก มี wine cellar ขนาดใหญ่ และมี full bar เสิร์ฟเครื่องดื่มหลากหลาย แนะนำให้ valet แล้วขึ้น lift ตัวนอกมาที่ชั้น 8 เลย ถ้ามาช่วงกลางวันมี option เป็น lunch semi-buffet ด้วย ราคาแค่ 249 บาท net เท่านั้น
มากกว่า 500 บาท เพื่อนฝูง คุยธุรกิจ คู่รัก
เมนูเด็ด
ริซอตโต้ไก่ดำ แซลมอน 20 นาที
ขนมปัง เสิร์ฟมาในเกลือทะเลร้อน ที่ ร้านอาหาร Crave Wine Bar & Restaurant Aloft Bangkok
ขนมปัง เสิร์ฟมาในเกลือทะเลร้อน
แซลมอน 20 นาที แซ่บดี! ที่ ร้านอาหาร Crave Wine Bar & Restaurant Aloft Bangkok
แซลมอน 20 นาที แซ่บดี!
ปลาหิมะนึ่งสไตล์จีน ที่ ร้านอาหาร Crave Wine Bar & Restaurant Aloft Bangkok
ปลาหิมะนึ่งสไตล์จีน
poached pear ที่ ร้านอาหาร Crave Wine Bar & Restaurant Aloft Bangkok
poached pear
jumbo ชูครีม ที่ ร้านอาหาร Crave Wine Bar & Restaurant Aloft Bangkok
jumbo ชูครีม
  • 4
    23 พ.ค. 2014
    chef ครีเอท อาหารเก๋ค่ะ
    วันนี้จะเป็นการพาไปหม่ำอาหารในโรงแรมกันอีกครั้งนะคะ

    เป็นการไปกินที่ CRAVE WINE BAR & RESTAURANT ซึ่งอยู่ที่ชั้นแปดของโรงแรม Aloft Bangkok อยู่ในซอยสุขุมวิท 11 ค่ะ โดยที่ถ้าเข้าไปจากทางถนนสุขุมวิท รร.นี้จะอยู่ทางซ้ายมือนะคะ

    ลักษณะการกินของวันนั้นจะเป็น Taste and Share Plates ค่ะ คือทางห้องอาหารจะจัดอาหารมา แล้วก็มาแชร์กันจานหนึ่งประมาณ 2-3 ท่านหละค่ะ


    ลักษณะของอาหารที่นี่จะเป็นสไตล์ fusion food นะคะ เป็นอาหารแบบร่วมสมัย ซึ่งจะให้รสชาติดั้งเดิมผสมผสานกับสมัยใหม่ และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวค่ะ ส่วนจะฟิวชั่นแค่ไหนอย่างไร เดี๋ยวจะว่ากันต่อในลำดับต่อไปนะฮ้าบบ


    เราขึ้นลิฟท์ไปที่ชั้นแปดก่อนค่ะ เปิดเข้าไปก็จะเจอกับชั้นวางไวน์ต่างๆ ตามภาพก่อนเลย ชอบมากๆ อ้ะ สวยเก๋ซ้า.. แอร๊ยส์

    ลักษณะการกินของวันนั้นจะเป็น Taste and Share Plates ค่ะ คือทางห้องอาหารจะจัดอาหารมา แล้วก็มาแชร์กันจานหนึ่งประมาณ 2-3 ท่านหละค่ะ


    ลักษณะของอาหารที่นี่จะเป็นสไตล์ fusion food นะคะ เป็นอาหารแบบร่วมสมัย ซึ่งจะให้รสชาติดั้งเดิมผสมผสานกับสมัยใหม่ และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวค่ะ ส่วนจะฟิวชั่นแค่ไหนอย่างไร เดี๋ยวจะว่ากันต่อในลำดับต่อไปนะฮ้าบบ


    เราขึ้นลิฟท์ไปที่ชั้นแปดก่อนค่ะ เปิดเข้าไปก็จะเจอกับชั้นวางไวน์ต่างๆ ตามภาพก่อนเลย ชอบมากๆ อ้ะ สวยเก๋ซ้า.. แอร๊ยส์

    เลยถ่ายมาซะหลายภาพเลยค่ะ เอามาฝากคอไวน์ทั้งหลาย อิอิ

    พอหันไปทางซ้ายก็จะเจอส่วนที่เป็นห้องอาหารแล้วหละค่ะ ตามภาพเลย

    ส่วนอันนี้เราถ่ายเก็บเพิ่มอีกมุมหนึ่งนะคะ หลังเคาน์เตอร์จะมีส่วนด้านในที่ชมวิวด้วยหละค่ะ

    ที่สำคัญ คนที่ไปด้วยซึ่งชอบฟังเพลงมากบอกว่าที่นี่เปิดเพลงดี (ส่วนอิชั้นพวกที่ฟังเพลงแต่อีซี่ๆ นี่ หูไม่กระดิกค่ะ แหะๆ)

    ส่วนอันนี้ถ่ายย้อนไปจากทางเข้า จะเห็นว่าเป็นครัวเปิดด้วยนะคะ

    เสียดายอย่างยิ่งที่วันนั้นเชฟสุดหล่อมือเจ็บเลยอดเจอ (นั่นน่ะประเด็นหลักที่มาเลยนะ ไม่ใช่แล้วเจ๊ )

    แล้วครัวนี่การระบายอากาศทำระบบมาดีค่ะ ไม่มีกลิ่นอาหารใดๆ มาระคายจมูกแต่อย่างใดเลย ปลื้ม ณ จุดนี้นะคะ

    set up บนโต๊ะค่ะ

    ไปแอบส่องเตาทำพิซซ่าของที่นี่มาด้วยค่ะ พยายามถ่ายภาพให้อาทๆ แล้วอาทมั้ย..เอิ่ม..ค่ะ

    แล้วก็แอบถ่ายเครื่องปรุงต่างๆ มาให้ดูค่ะ สะอาดสะอ้านเป็นระเบียบเรียบร้อยดีค่ะ

    ถ่ายพิซซ่าที่เชฟทำอยู่มาค่ะ สีสวยเชียว แต่ไม่ใช่ที่พวกเราจะกินหรอกนะ (อ้าว)

    หน้าตาของจานแรกที่ได้ชิมกันค่ะ

    จานนี้มีชื่อยาวๆ ตามท้องเรื่อง (ไม่ใช่แระ ) ว่า Asparagus And Parma Ham / poached egg, salted egg “salsa” and truffle cream / ราคา 195 บาท ค่ะ

    ขอเรียกง่ายๆ ว่าแอสพารากัสพาร์ม่าแฮมแล้วกันนะคะ


    ตัวนี้นี่แอสพารากัสกริลล์มาดีค่ะ กัดคำแรกนี่หอมขึ้นจมูกเลย ซอสที่มาด้วยอมเปรี้ยวหน่อยๆ ค่ะ ช่วยชูรสโดยรวมของจานนี้ได้ดีค่ะ ตัวพาร์ม่าแฮม เราว่าเค็มไปนิดหนึ่งค่ะ แต่นุ่มดีค่ะ อันนี้คือรสชาติตอนกินแยกๆ แต่ละอย่างนะคะ

    ป.ล. แต่รูปที่เห็นนี่ถ่ายมาตอนยังไม่ราดซอสนะคะ แหะๆ

    ต่อไปค่ะ พอกินรวมกันทั้งแฮมและแอสพารากัสแล้ว รสส่งกันดีค่ะ เป็นจานเปิดที่ยังไม่หวือหวามาก แต่ก็กระตุ้นน้ำย่อยให้เตรียมกินเมนูต่อๆ ไปได้ดีค่ะ

    ลืมให้ดูเครื่องดื่มค่ะ แหะๆ

    แก้วแรกนี่เป็นของคนอื่น (เพราะเรางดแอลกอฮอล์อยู่) เป็นไวน์ขาวนะคะ

    ซึ่งก็อยู่ในโปรโมชั่นที่ทางห้องอาหารมีอยู่คือ 990++ อาหาร 5 จาน + ไวน์ 1 ขวดค่ะ โดยเลือกได้ว่าจะเอา Sparkling wine White wine หรือ Red wine ค่ะ

    ส่วนอันนี้เป็น Sexy Girl (Mocktail พิเศษเฉพาะก๊วนที่ไปวันนั้นค่ะ ปกติในโปรโมชั่นจะมีแค่ 3 อย่างด้านบนนะคะ)

    รสชาติของเซ็กซี่เกิร์ลนะคะ หวานอมเปรี้ยว หอม ดื่มแล้วสดชื่นดีค่ะ เป็นทางเลือกสำหรับผู้ไม่ดื่มแอลกอฮอล์นะคะ

    จานต่อไปค่ะ

    Tuna Rare / Siamese mushroom salad, chili, ground rice, kaffir lime and lemongrass vinaigrette / ราคา 295 บาท

    ถ้าหน้าตาครบสูตรของทูน่าแรร์ ก็จะประมาณนี้ค่ะ

    จานนี้จะถูกราดด้วยซอสส้มและขิง รวมทั้งซอสตะไคร้ด้วยนะคะ

    สำหรับรสชาตินะคะ

    ตัวเห็ดยำข้างล่างรสชาติเข้มข้นและหอมดีค่ะ เราชอบนะคะ ทูน่าเนื้อแน่นและสดไม่คาวค่ะ

    กินด้วยกันแล้วโออยู่ค่ะจานนี้ ถ้าใครชอบทูน่าน่าจะโปรดนะคะ

    จานต่อไปค่ะ เห็นน้ำซอสแบบนี้เดากันออกมั้ยน้อว่าจะเป็นฟิวชั่นแนวไหน อิอิ

    NYC Kao Soi / Yellow curry, Green lip mussels, French fries / ราคา 195 บาท

    NYC ข้าวซอยนะคะ


    มันฝรั่งทอดเนื้อหนาดีค่ะ ไม่แน่นเกิน กำลังดีสำหรับการเคี้ยวและรสสัมผัสที่ได้รับค่ะ จุ่มกินกับน้ำข้าวซอยแบบชุ่มๆ อร่อยเลยหละค่ะ เข้ากันดีแบบงงว่าเข้ากันได้ไง ฮา

    ตัวหอยที่มา ตรงเอ็นเด้งดีค่ะ สดดีไม่เสียชื่อนะคะ แต่สำหรับการกินเราชอบแบบตอนก่อนบีบมะนาวมากกว่าค่ะ เราว่าพอบีบมะนาวไปแล้วมันเสียรสโดยรวมของมันอ้ะ แต่อันนี้ก็แล้วแต่คนชอบนะคะ แหะๆ

    เอาเท่าที่กินผ่านมาทั้งหมดนะคะ เราว่าที่นี่เด่นมากเรื่องของ "กลิ่น" ของอาหารค่ะ คือทุกจานนี่กลิ่นจะเด่นมาก ซึ่งบางจานก็ได้กลิ่นตั้งแต่ก่อนกิน แต่บางจานกลิ่นจะมาหลังจากเอาเข้าปาก / เคี้ยว น่ะค่ะ ค่อนข้างมีเอกลักษณ์ตรงนี้ที่ชัดเจนเลยหละค่ะ ชอบๆ


    มาต่อกันที่จานต่อไปนะคะกับ Fun-Guy (flatbreads) / Shiitake mushroom, red onion, mozzarella , truffle oil / ราคา 245 บาท ค่ะ

    ฟันกายนี่ ตัวนี้ริมของเบรดกรอบ ข้างในยังนุ่มค่ะ (ทำได้ไงฟระ) ตัวทรัฟเฟิลชุ่มฉ่ำ หอมหวน (จริงๆ) มาก กินคำแรกไม่เท่าไหร่นะคะ แต่พอกินไปๆ กลับอร่อยขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ เป็นจานที่เรียกว่า อร่อยพิศ (เหมือนสวยพิศ ฮา) ไม่ใช่อร่อยผาดๆ น่ะค่ะ ไม่โดนในคำแรก แต่ยิ่งกินยิ่งอร่อยค่ะ

    จบคาวแล้วก็ต้องต่อด้วยหวานนะคะ ซึ่งก็ยังคงฟิวชั่นอยู่ (เล่นเอาอยากเจอเชฟจริงๆ จังๆ นะจะบอกให้ หนูอยากเจอๆๆ)

    จานนี้คือ Chessert / blue cheesecake, green apple, black olive, crispy prosciutto, orange sherbet / ราคา 165 บาท ค่ะ

    มาว่ากันถึงรสชาติ ตอนแรกที่ทราบว่าเมนูนี้มีทั้ง blue cheesecake, green apple, black olive, crispy prosciutto, orange sherbet ก็ยังงงๆ อยู่ว่ามันจะออกมาในแนวไหนนะคะ มีทั้งคาว ทั้งหวานปนกันแถมมีบลูชีสอีก เอ่อ...

    แต่พอได้กินแล้วเฮ้ย อร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ (แต่ถ้าคนไม่ชอบบลูชีส อาจจะไม่ชอบนะคะ เพราะกลิ่นนี่มาเต็ม จัดเต็มมากๆ) ส่วนแฮมกรอบที่ใส่มาก็เข้ากันได้อย่างไม่น่าเชื่อค่ะ

    ถ้าเอาแยกรสชาติ เชอเบทส้มรสชัดเจนดีและมีกลิ่นหอมของส้มด้วย ช็อกโกแลตพอจุ่มชีสกินแล้วเข้ากันดีนะคะ แต่มีช็อกโกแลตแค่อันเดียว ถ้าจะแชร์กันก็คงต้องแย่งกันหน่อยหละค่ะ (ฮา) แล้วตัวชีสนี่ก็ช่วยผสานรสระหว่างคาว-หวานได้ดีด้วยค่ะ

    จะมีถูกหักคะแนนไปก็ตรงแบล็คโอลีฟหรือมะกอกดำนี่แหละค่ะ มันเค็มโดดออกมาน่ะค่ะ โดยความเห็นเรามันไม่เข้าอ้ะ ไม่งั้นจานนี้นอกจากความคิดสร้างสรรค์แล้วเรื่องรสชาติจะเต็มมาก

    มันเป็นความอร่อยแบบไม่ใช่อร่อยมาตรฐานทั่วไปน่ะค่ะ แปลกแต่อร่อย ใครอยากลองของแปลก รสชาติไม่เหมือนใครต้องลองนะคะ


    ของหวานจานต่อไปค่ะ

    Coffee Cake / salted caramel cream, chocolate, banana, hazelnut / ราคา 165 บาท

    จานนี้ประกอบไปด้วยกล้วย ไอติม เค้ก และข้าวโพดคั่วค่ะ (แต่ตามชื่อที่เค้าให้มามีฮาเซลนัทด้วย ไหงตรูไม่ได้กินเบยยย)

    ตัวนี้หลายคนชอบนะคะ เราว่ากินง่ายกว่าตัวแรก แต่ความโดดเด่นและแปลกเราก็ว่าไม่เท่าจานแรกค่ะ แต่ก็อร่อยไปอีกแบบหนึ่ง

    เราว่า..ข้าวโพดคั่วใส่มาก็เก๋ดี แต่เรากลับรู้สึกว่ามันไม่เข้ากับอันอื่นยังไงไม่รู้อะค่ะ แต่มันช่วยสร้างรสสัมผัสในการเคี้ยวดีนะคะ แต่เห็นคนอื่นเค้าปลื้มกันอยู่ค่ะ

    สรุปสำหรับที่นี่นะคะ บรรยากาศดี อาหารอร่อยและสร้างสรรค์ เป็นฟิวชั่นที่โอเลยค่ะสำหรับเรา (เราเคยกินแต่ฟิวชั่นแล้วมันไม่ลงตัว แต่เราว่าที่นี่โอค่ะ) ราคาก็ไม่ได้แพงมากนะคะ ถ้าท่านใดมีโอกาสก็ลองไปหม่ำดูเนาะ
    500 - 1,000 บาท เพื่อนฝูง ปาร์ตี้ เที่ยว คู่รัก
    เมนูเด็ด
    ทูน่าแรร์ NYC ข้าวซอย ฟันกาย
  • 4
    6 เม.ย. 2014
    นั่งชิลอาหารและเครื่องดื่มเบาๆ
    มานั่งชิลดื่มกันที่ Crave วันนี้มานั่งชิลๆ เบาๆ แบบสาวๆ สั่ง Sexy Girl ค็อกเทลเปรี้ยวซ่าสำหรับสาวๆ อาหารสั่งเป็น Asparagus And Parma Ham / poached egg and truffle cream พาร์ม่าแฮม ชุ่มฉ่ำ ทานพร้อมกับไข่ลวกที่มียางมะตูม และซอสครีมทรัฟเฟิลผสมผสานลงตัว ทานกับหน่อไม้ฝรั่ง ชอบค่ะ อีกจานก็แบ่งกันแล้วอิ่มเลยเป็นพิซซ่าซาลามี่ ร้อนๆ แป้งบางกรอบ สรุปบรรยากาศดี วิวสวย อาหารอร่อย ราคาไม่แรงมากค่ะ
    251 - 500 บาท เพื่อนฝูง ปาร์ตี้ เที่ยว
    เมนูเด็ด
    พิซซ่าซาลามี่ poached egg
  • 4
    3 เดือนที่แล้ว
    อาหารจานเล็กๆ อร่อย บรรยากาศน่านั่ง
    ตัวร้านอยู่ชั้นบน มีโซนที่สามารถเห็นวิวด้านล่างได้ พาแฟนมาจู๋จี๋น่าจะดี

    อาหารมาเป็นจานเล็กๆ ทานได้ 4-5 คำก็หมด ถ้าทานเยอะๆ คงต้องสั่งหลายจานพอดู
    รสชาติอร่อยดี ทานคู่กับไวน์ก็เข้ากันได้ดี หลังทานอาหาร ก็จบไวน์เมากันต่อได้

    น่าจะได้มาอีกซักรอบ
    500 - 1,000 บาท เพื่อนฝูง ปาร์ตี้ เที่ยว คู่รัก
  • 4
    14 ก.ย. 2013
    Fusion แนวใหม่มีครัวเปิด ราคาโอเค สำหรับคนรักไวน์
    เริ่มที่บรรยากาศห้องอาหาร มีทั้ง indoor และ outdoor ที่ตกแต่งด้วยไวน์ เซลลาร์ Concept ล้ำสมัย แนวอาหารเป็น Taste and Share Plates สไตล์ Fusion Food ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีส่วนครัวเปิดที่โชว์การทำอาหารสดๆ ของเชฟแบบมายืนดูกันได้เลยค่ะ เปิดให้บริการทั้งวัน และมื้อเย็นในบรรยากาศแสงสวยๆ อีกทั้งมีไวน์มากกว่า 250 แบรนด์ ทั่วโลกให้คุณได้เลือกชิมกัน เห็นอย่างนี้แล้ว นักชิมและนักดื่มไม่ควรพลาด ต้องหาโอกาสมาสัมผัสบรรยากาศที่นี่กันนะคะ ล้ำสมัยจริงๆ มีเมนูที่เปิดจาก iPad กันเลย ระดับราคาน่าคบหามากค่ะ เรามาเริ่มชิมกันเลยค่ะ

    Tuna Rare / Siamese mushroom salad, chili, ground rice, kaffir lime and lemongrass vinaigrette / ราคา 295 บาท เป็นทูน่าสดชิ้นหนานุ่ม ย่างเฉพาะผิวนอก ได้รสหวานอร่อยในตัว ทานกับเครื่องลาบเห็ดสไตล์ไทยที่มีรสเค็ม และเผ็ดนิดๆ หอมข้าวขั้วหน่อยๆ จานนี้ก็อร่อยได้สุขภาพอีกแล้วค่ะ

    NYC Kao Soi / Yellow curry, Green lip mussels, French fries / ราคา 195 บาท เป็นน้ำแกงข้าวซอยที่ถึงเครื่องแกง กะทิเข้มข้น อร่อย เข้ากันอย่างไม่น่าเชื่อกับหอยแมลงภู่สด ตัวโต และ เฟรนช์ฟราย เป็นฟิวชั่นที่สุดยอดไอเดียเลยค่ะจานนี้

    Fun-Guy (flatbreads) / Shiitake mushroom, red onion, mozzarella , truffle oil / ราคา 245 บาท
    เป็นขนมปังอบ แผ่นยาวที่มีหน้าเห็ดชิตาเกะ มอสซาเรลล่าชีส และเครื่องเครา ทานแล้วตัวขนมปังกรอบ หอมแบบ อบใหม่จากเตาจริงๆ อร่อยด้วยเครื่องหน้าเห็ด จานนี้ก็เป็นได้ทั้งจานหลัก และของว่างเช่นกันค่ะ ทานเพลินมากเลย

    มาดูขนมหวานบ้าง

    Chessert / blue cheesecake, green apple, black olive, crispy prosciutto, orange sherbet / ราคา 165 บาท เป็นไอศกรีมส้มเชอร์เบตรสเปรี้ยวอร่อย ตัดกับรสบลูชีส พร้อมผลไม้สด ครัสต์กรอบ และแฮมอิตาเลี่ยนกรอบ ทำให้รสชาติออกมากลมกล่อม แบบเย็นชื่นใจ และได้ความสดชื่น เป็นจานฟิวชั่นของหวานที่แปลก อร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ และไอเดียเก๋ที่สุดในรอบปีที่เคยเจอค่ะ

    Coffee Cake / salted caramel cream, chocolate, banana, hazelnut / ราคา 165 บาท เป็นเค้กกาแฟกับไอศกรีมคาราเมล ที่เสิรฟ์กับกล้วยหอม ฮาเซลนัท popcorn ราดคาราเมล และ ช็อกโกแลตไซรับ รสชาติผสมผสานระหว่างกาแฟ ช็อคโกแลต และคาราเมล ออกมาได้อร่อยเข้มข้น ชอบมากค่ะ

    เครื่องดื่มเป็น Sexy Girl เปรี้ยวสดชื่นอร่อย และ Sparkling wine ที่รสนุ่ม หอม ดื่มเพลินมาก เพราะไม่ขมเลย แนะนำสำหรับสุภาพสตรีโดยเฉพาะค่ะ

    สรุปความคิดเห็นเกี่ยวกับร้านนี้
    1.รสชาติเป็นอาหารแนวฟิวชั่นที่อร่อย ได้ความรู้สึกสดใหม่ จริงๆ ค่ะ
    2.ราคาไม่แพงเลยเมื่อเทียบกับวัตถุดิบชั้นดีและมาตรฐานของห้องอาหารระดับโรงแรม
    3.การบริการดี พนักงานยิ้มแย้ม และให้ความช่วยเหลือตลอดค่ะ
    4.บรรยากาศร้านเพดานสูง นั่งสบาย ไม่แออัด มีมุมสวยๆ เก๋ๆ ให้ถ่ายรูป และนั่งชิลได้เพลินค่ะ
    251 - 500 บาท เพื่อนฝูง คุยธุรกิจ คู่รัก
    เมนูเด็ด
    Asparagus And Parma Ham Tuna Rare NYC Kao Soi Fun-Guy (flatbreads) Chessert Coffee Cake / salted caramel cream Sexy Girl Sparkling Wine
  • 3
    9 ม.ค. 2013 via Wongnai for iOS
    อิ่มคุ้มกับบุฟเฟต์มื้อเที่ยง เริ่มต้นที่ราคา 279++ มีดีทุกอย่างแต่ยังขาดความจัดจ้านไปนิด
    เมื่อครั้งก่อนแวะมาทานที่นี่แล้วติดอกติดใจกับอาหารมื้อค่ำ คราวนี้แวะมาเมื่อลองชิมอาหารบุฟเฟต์มื้อเที่ยงในราคา 279++ บาท แค่ฟังราคาก็อึ้งแล้ว เพราะว่าถูกมากถ้านับว่าเป็นร้านอาหารในโรงแรม แต่รสชาติถูกปากหรือไม่ คุ้มค่าถูกใจรึเปล่าเดี๋ยวมาดูกัน

    ผมชอบไอเดีย minimalism สำหรับการจัดอาหารหลักแต่ละซุ้มให้มีเพียงพอ ไม่ต้องเยอะจนกินกันไม่ลงเพราะจะมีปัญหากับประสิทธิภาพในการทำงานในช่วงบ่าย และไม่น้อยเกินจนรู้สึกว่ากินไม่คุ้ม ที่ Crave นี่เขาจัดอาหารมื้อเที่ยงให้กินแบบใจป้ำ เพราะเปิดไลน์อาหารตั้งแต่เที่ยงยาวไปถึงเกือบบ่าย 3 โมง

    ซุ้มแรกเริ่มจากซุปมีให้เลือก 2 ชนิด ผมเลือกทานซุปผักขม จะดีกว่านี้มากถ้าซุปจะร้อนกว่านี้ แล้วก็ยังมีซุ้ม Pizza ให้เลือก 2หน้าหน้าตาดูน่ากินแต่รสชาติยังไม่ผ่านมาตรฐานไช้ชวนชิม ส่วนซุ้มสลัดนี่ใช้ได้เลย มีผักหลากชนิดพร้อม dressing หลายแบบ แต่ทำไมเราเลือก Caesar dressing มาคลุกแล้วมันไม่อร่อยวุ้ย - -"

    สำหรับคนชอบทานเนื้อสัตว์เขามีซุ้มปิ้งย่างโดยให้ติ็กในเมนูรายการว่าจะเอาเนื้อวัว หมู ไก่ หรือปลากี่ชิ้น แล้วระบุเบอร์โต๊ะ เมื่อเสร็จแล้วพนักงานจะนำอาหารมาเสิร์ฟให้ที่โต๊ะ วันนั้นนผมเลือกกินแต่ปลาคาดว่าเป็นปลาดอรี่ ถ้าขาดน้ำจิ้มซีฟู้ดไป เมนูจานนี้ก็นับว่าดร็อปกว่่ามาตรฐานมาก เช่นเดียวกันกับ Noodles และ Pasta Station. เลือกเส้นและซอสเสร็จแล้ว พนักงานจะนำมาเสิร์ฟให้ที่โต๊ะ ผมสั่ง Spaghetti pesto sauce ไปรสชาติเกือบดีถ้าไม่ลืมใส่เกลือเข้าไปให้ด้วย

    นอกจากนี้ยังมีอาหารจานร้อนอื่นๆให้เลือกอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นผัดผักรวมมิตร ผัดซีอิ๊ว ผัดโปรตีนเกษตรมังสวิรัติ แกงเผ็ด และอื่นๆอีกประมาณ 2-3 อย่าง ผมทานอาหารครบแทบทุกซุ้มแต่ต้องขอบอกว่ามื้อนี้ยังไม่มีจานไหนโดดเด่นพอที่จะติด 5 ดาวให้เลย เลยต้องยกมื้อนี้ให้ในเรื่องความคุ้มแต่ขาดคำว่าค่า ถ้าปรับรสชาติอาหารให้ดีกว่านี้ จะ perfecto มาก

    มาถึงโค้งสุดท้ายของหวานพอจะช่วยแก้มือขึ้นมาได้นิดนึง เสียดายที่ตอนนั้นเริ่มอิ่มเกินไปแล้ว ไฮไลท์เด็ดที่ควรลองคือ น้ำแข็งใส เมนูถูกๆ ที่ช่วยสร้างสีสันได้ไม่ใช่น้อย

    ถ้าจะให้ประเมิน ผมชอบมื้อเย็นกว่ามาก เพราะความอร่อยแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง กินจนอิ่มจุกขนาดนี้ รวมค่าน้ำดื่มและ service charge ด้วย ตกคนละประมาณ 400 บาท net โดยรวมถือว่าพอรับได้ แต่ถ้าจะให้กลับมาใหม่ต้องปรับรสชาติอาหารให้ร้อน สด และอร่อยกว่านี้ เสียตังค์แพงกว่านี้อีกหน่อยก็ยอมนะครับ แต่ถ้าแพงและไม่อร่อยนี่รับไม่ได้เด็ดขาด
    251 - 500 บาท เพื่อนฝูง
    ซุปหน่อไม้ฝรั่ง สีไม่ค่อยชวนชิมเท่าไหร่ ที่ ร้านอาหาร Crave Wine Bar & Restaurant Aloft Bangkok
    ซุปหน่อไม้ฝรั่ง สีไม่ค่อยชวนชิมเท่าไหร่
    salad corner เก๋ กู้ด ที่ ร้านอาหาร Crave Wine Bar & Restaurant Aloft Bangkok
    salad corner เก๋ กู้ด
    pizza station ที่ ร้านอาหาร Crave Wine Bar & Restaurant Aloft Bangkok
    pizza station
    grilled station ที่ ร้านอาหาร Crave Wine Bar & Restaurant Aloft Bangkok
    grilled station
    spaghetti pesto sauce ที่ ร้านอาหาร Crave Wine Bar & Restaurant Aloft Bangkok
    spaghetti pesto sauce
    Freeze me ซุ้มหวานเย็นน้ำแข็งใส ที่ ร้านอาหาร Crave Wine Bar & Restaurant Aloft Bangkok
    Freeze me ซุ้มหวานเย็นน้ำแข็งใส
มี 17 รีวิว ทั้งหมด 4 หน้า (5 ต่อหน้า)
Prev| หน้า : 1234|