Rossini's Sheraton Grande Sukhumvit Hotel

4.258426966292135 5 รีวิว 29 รูป พิมพ์ แก้ไขแจ้งปิด/ซ้ำ เป็นเจ้าของร้าน?
2 คน เคยมากินที่นี่
คนแรกที่รีวิว
13.7384355100.55832800000007

ร้านใกล้เคียง

  1. Danube Best Coffee Times Square
    13.737898641262100.55890110705
  2. Nak Won
    13.73796762162100.557960608276
  3. Mezzanine Cafe
    13.738639834534100.55830555703
  4. Pasand Restaurant
    13.73778100.55828
  5. Ishimura
    13.737898641262100.55890110705

Rating Distribution

Reviews (5)

pikularoon
เขียนรีวิวร้าน Rossini's Sheraton Grande Sukhumvit Hotel
5
15 เม.ย. 2012 via Wongnai for iOS
international buffet
พยายามหาบัตรmember โรงแรม1แถม1 มาลองชิม Buffet 1ใน5 ที่ดี่ที่สุดในกรุงเทพ
มากกว่า 500 บาท ครอบครัวหรือเด็ก
เมนูเด็ด
Inter Buffet
ลิงค์สำหรับรีวิวนี้
0
  • Pear
    เขียนรีวิวร้าน Rossini's Sheraton Grande Sukhumvit Hotel
    4
    3 เดือนที่แล้ว
    ตื่นเต้นกับรสชาติและหน้าตาอาหาร เมื่อเราไปเสยไวน์ดินเนอร์กับอาหารอิตาเลียน 5 คอร์ส



    ตื่นเต้นกับรสชาติและหน้าตาอาหาร เมื่อเราไปเสยไวน์ดินเนอร์กับอาหารอิตาเลียน 5 คอร์ส โดยเชฟมิชลิน สตาร์


    มื้อนี้แอบหรูนิดๆ เพราะเป็นห้องอาหาร Rossini ในโรงแรม เชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท เป็นร้านอาหารอิตาเลียนที่มีเชฟจากเมืองนอกชื่อเชฟ Alfredo Russo เชฟมิชลิน สตาร์ ที่มาคิดค้นเมนูอาหารให้อยู่เป็นประจำ

    พอได้ยินชื่อว่าอิตาเลียน คงจะคิดถึงพาสต้า พิซซ่ากันสินะ และบางคนอาจจะคิดว่ามันต้องเลี่ยนสมชื่อแน่ๆ เลย


    แต่….


    คราวนี้คราวนี้เป็นอาหารอิตาเลียนที่ไม่มีทั้งพาสต้า และพิซซ่า เพราะเป็นคอร์สเมนูที่มาแบบนิดๆ พออิ่ม มีทั้งหมด 5 คอร์ส พร้อมไวน์ที่เลือกสรรมาให้เข้ากับอาหารแต่ละจาน ซึ่งจะบอกว่าจิบไวน์กันจนมึนเลยทีเดียว


    เวลาไปกินอาหารแบบ Sit Down Dinner ตามร้านหรูๆ หรือตามโรงแรม แล้วเห็นช้อนส้อมมีดมันเยอะแยะมากมายไม่ต้องตกใจนะ ให้จำไว้แค่ว่า ใช้จากอันที่วางไว้ด้านนอกสุดเข้าหาอันที่วางไว้ด้านในสุด ใล่มาเรื่อยๆ อันไหนใช้เสร็จแล้ววางรวบไว้ในจาน พนักงานจะยกออกไปเอง ส่วนอันไหนที่เราไม่ใช้ เค้าก็จะเก็บไปด้วย แล้วบางร้านช้อนของหวาน เค้าจะเอามาวางให้ทีหลัง แต่บางร้านก็วางไว้ด้านบนของจาน ส่วนไวน์เค้าก็จะรินให้ทีละเเก้ว ตามอาหารที่ยกมาเสิร์ฟ แค่นี้ก็ไม่งงแล้ว


    เริ่มที่จากแรกเลยดีกว่า


    จานแรกมาแบบเบาๆ ก่อน เป็น "Pink wild salmon marinated with fresh celery leaves, celery root cream and laurel aroma" ชื่อยาวมาก มันคือ แซลมอนนุ่มๆ นุ่มมาก ไม่ใช่แบบเนื้อเป็นเสี้ยนๆ เหมือนปลาที่สุกแล้วทั่วไป แต่เนื้อมันเหมือนเป็นวุ้นๆ ข้างในด้วย ไม่รู้เค้าทำยังไง แต่ทำให้คนที่ไม่ชอบกินแซลมอนที่เอาไปปรุงสุกอย่างเราชอบได้ ก็แปลว่ามันอร่อยอยู่นะ ส่วนข้างล่างแซลมอนเป็นครีมเซเลอรี่ (คึ่นฉ่ายฝรั่ง) รสชาติหวานนิดๆ หอมกลิ่นเซเลอรี่ แล้วข้างบนยังโรยเซเลอรี่มาอีก แล้วก็เสียบใบลอเรลไว้ในเนื้อปลา เพือให้กลิ่นหอมๆ--จานนี้กินคู่กับไวน์ขาวรสแรง ปี 2010, "Roccolo Grassi, La Broia Soave, Veneto, Italy" ปกติชอบไวน์ขาวนะ แต่อันนี้กลิ่นแรง รสจัดมาก สงสัยเอามาตีคู่กับกลิ่นและรสเซเลอรี่มั้ง ไม่งั้นคงโดนผักกลิ่นแรงกลบรสไปหมด



    จานที่สองเป็นอาหารที่ไม่เคยกินมาก่อน เพราะผักชนิดนี้ เมืองไทยไม่ค่อยมีขาย มีก็แพงอ่ะ เอามาทำกินเองก็ลำบาก เพราะมันคือ "อาร์ติโช้ค" ในเมนู "Warm artichoke salad with almonds and cheese" มันเป็นอาร์ติโช้คชิ้นบางๆ วางซ้อนกันมา เป็นชั้นๆ ด้านบนมีพาร์มิซานชีส และอัลมอนต์ฝานบางๆ โรยหน้า จานนี้รสชาติออกจืดๆ นะ เหมือนเชฟต้องการจะแสดงรสชาติแท้ๆ ของผักมากกว่าการปรุงรสเยอะแยะ แต่ว่าได้ชีสมาช่วยดึงรสให้เข้มขึ้น และได้อัลมอนต์ฝานบางๆ มาช่วยเพิ่ม Texture ในการเคี้ยวให้มีทั้งนุ่มนิ่มจากอาร์ติโช้ค และกรอบๆ จากอัลมอนต์ จานนี้คนชอบผักชนิดนี้คงว่าอร่อย ส่วนเรากลางๆ หนักไปทางชอบ เพราะเป็นของที่ไม่เคยกิน เลยตื่นเต้นดี--จานนี้เสิร์ฟคู่หับไวน์แดงปี 2007, "Chianti Riserva, Casanova Della Spinetta, Tuscany, Italy" ปกติไม่ชอบกินไวน์แดง แต่ไวน์แดงที่นี่กลิ่นหอมแปลก และรสไม่ปร่า เลยจิบได้เรื่อยๆ แก้วนี้รสยังไม่เข้มมาก เดี๋ยวแก้วต่อๆ ไปจะมีกลิ่นและรสที่ทำให้คนทั้งโต๊ะฉงนสงสัยกันด้วย



    จานที่สามของโปรดเลย มันคือริซอตโต “Baccalà mantecato” risotto with black olives" เป็นจานที่เราชอบมากเป็นอันดับสองในคืนนี้เลย อาจเพราะเป็นคนชอบอะไรเค็มๆ มันๆ รสชาติชีสๆ อยู่แล้วด้วยมั้ง ริซอตโต จานนี้มันเข้มข้นมากๆ เค็มๆ มันๆ แล้วพอคนให้มะกอกดำที่โรยๆ อยู่ด้านบนผสมรวมกับข้าว ก็ยิ่งเค็มขึ้น และอร่อยขึ้นจานนี้หมดไปอย่างรวดเร็ว และเริ่มอิ่มแล้วสิ--จานนี้กินคู่กับไวน์แดงที่เก่าลงไปเรื่อยๆ เพราะเป็นของปี 2004, "Sezzana (sangiovese), Casanova Della Spinetta, Italy" ไวน์ขวดนี้เก่าตั้ง 9 ปีแน่ะ ไม่เคยดื่มไวน์ที่เก่าเกิน 3 - 4 ปีมาก่อนเลยนะ เพราะมันแพง!! และรสมันก็แรงจริงๆ



    ของคาวจานสุดท้าย จานนี้ชอบที่สุดในทั้ง 5 คอร์สเลย เพราะมันคือ "แกะ" ของโปรดเรานั่นเอง "Roasted lamb shoulder with pink pepper and topinambur artichoke cream" เป็นเนื้อส่วนไหล่ของแกะเอาไปอบจนเปืื่อยนุ่มมากๆ แค่เอาส้อมสะกิดนิดเดียว เนื้อก็หลุดออกมาแล้ว แทบไม่ต้องหั่น ซึ่งตรงนี้สำคัญมากเลยนะ เพราะเนื้อแกะมันเหนียว ถ้าหมักไม่ดี ปรุงไม่ดี เนื้อก็จะเหนียวมากเลย แต่ของ "Rossini" เค้าหมักกับเครื่องเทศได้หอมดี เรารู้สึกว่ากลิ่นมันออกแขกๆ ด้วยแหละ เสิร์ฟมากับ "Topinambur artichoke cream" มันเป็นอาร์ติโช้คชนิดหนึ่ง แล้วก็มีลูกกลมๆ กินแล้วกรุบๆ คล้ายๆ มันฝรั่งต้ม แต่ยังไม่สุก จนคนทั้งโต๊ะถกเถียงกันว่ามันคืออะไรกันแน่ จนบัดนี้ก็ยังไม่แน่ใจ ว่ามันคออะไรฤา--จานนี้กินคู่กับของเด็ดสุด คือไวน์ปี 2004, "Sassontino (sangiovese), Casanova Della Spinetta, Italy" ที่ตอนแรกดมกลิ่นและจิบไปสองสามจิบ เราคิดในใจว่า กลิ่นเหมือนทะเลเลยนะ แปลกดี ไม่เคยจิบไวน์ที่ให้กลิ่นและรสแบบนี้มาก่อน

    พอถามคนทั้งโต๊ะ เค้าก็บอกว่ากลิ่นมันออกคาวๆ บางคนว่าเหมือนเลือด บางก็บอกว่า พอเราพูดว่าเหมือนทะเล เค้่าก็นึกออกเลยว่าเค้าก็คิดว่ามันเหมือนทะเลจริงๆ เป็นประสบการณ์แปลกใหม่ของคนไม่ค่อยดื่มไวน์แบบเรา




    จบที่ของหวาน “The black forest cake” in a different way" และไวน์หวานปีเก่าสุด เพราะเป็นของปี 2003, "Maculan , Acininobili Bianco , Veneto, Italy" ไวน์รสหวานๆ ไม่ขม ไม่ปร่าเลย หอมดีด้วย กลิ่นเหมือนน้ำหอมเลย (แต่ถ้าดื่มเข้าไปมาก คงจะเมาหนักกว่าไวน์ชนิดอื่น เพราะความหวานมันหลอกเรา คุณหลอกดาวววว!!!) เข้ากันกับเค้กแบล็คฟอร์เรสต์ที่เสิร์ฟคู่มากับฟองครีม ช็อกโกแลตมูสและซอสสตรอเบอร์รี่ ซึ่งในจานนี้เราชอบช็อกโกแลตมูสที่สุดเลย ขมๆ หวานๆ อร่อยดี




    กินเสร็จแล้วก็จิบชาร้อนแกล้มกับช็อกโกแลตสอดไส้ต่างๆ เป็นการล้างปาก ล้างรสไวน์ ล้างความมึนเมาก่อนขับรถกลับบ้าน


    เป็นมื้อที่บางจานอาจจะจืดไปนิดสำหรับคนไทย แต่บางจานก็เข้มข้นแบบฝรั่ง ซึ่งก็ออกเค็มๆ มันๆ อาจจะถูกปากคนไทยที่ชอบมาทางนี้นะ อย่างเรานี่ชอบมาก เลยปลื้มหลายจานอยู่


    ราคาทั้งคอร์สอยู่ที่ 4,950 บาท++


    แนะนำสำหรับคนที่ชอบอาหารฝรั่งจัดๆ และอยากได้บรรยากาศหรูๆ สักมื้อ



    101 - 250 บาท คู่รัก เพื่อนฝูง คุยธุรกิจ
    เมนูเด็ด
    Roasted lamb shoulder with pink pepper and topinambur artichoke cream- แกะอบ Baccalà mantecato” risotto with black olives- รีซอตโต
    ลิงค์สำหรับรีวิวนี้
    2
    • mamminnie
      3 เดือนที่แล้ว
      สุดยอดดดด
    • Pear
      3 เดือนที่แล้ว
      จานน้อยๆ เหมือนจะไม่อิ่ม แต่อิ่มสุดๆ เลยค่ะพี่แหม่ม
  • Mod Lek
    เขียนรีวิวร้าน Rossini's Sheraton Grande Sukhumvit Hotel
    4
    15 พ.ย. 2012 via Wongnai for iOS
    อิตาเลี่ยน สุดหรู ราคาเบาเบา :))
    เปลี่ยนบรรยากาศมาลองอาหารอิตาเลี่ยนของโรงเเรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท ในเมืองไม่ไกลสยามสแควร์ มาทานห้องอาหาร Rossini's อาหารอิตาเลี่ยนชื่อดัง ถ้าพูดถึงบรรยากาศไม่ต้องพูดถึงแน่นอนว่าต้อง 4-5 ดาวขึ้นไปอย่างแน่นอน เมนูออร์เดิร์ฟจานแรก คือ ขนมปังหอมหวานเนื้อนุ่ม หลังจากทานขนมปังรองท้องสักพัก ก็มีเนื้อปลากลิ่นหอมน่าทานมาเสริฟ์มาให้ลิ้มลอง เนื้อปลานุ่มมากๆ เป็นเมนู Barramundi fillet with artichokes and parma ham powder ทานพร้อมไวน์ขาว รสชาติยิ่งอร่อยล้ำลึกเหนือคำบรรยาย นี่เเค่เมนูแรกยังอร่อยขนาดนี้ ยังเหลืออีกหลายหลายเมนูให้ลิ้มลอง แต่เอาเป็นว่ามาลองทานกันดูนะคะ ราคาไม่แพงมากแต่ได้ทานอาหารคุณภาพดีเยี่ยมเกินราคา พร้อมอิ่มเอมกับบรรยากาศหรู!!!
    มากกว่า 500 บาท คู่รัก เพื่อนฝูง คุยธุรกิจ
    ลิงค์สำหรับรีวิวนี้
    0
  • WiriyaP
    เขียนรีวิวร้าน Rossini's Sheraton Grande Sukhumvit Hotel
    5
    6 ม.ค. 2013
    One of the best Italian restaurant in Bangkok
    ไปทานมาหลายครั้งละ ก็ยังประทับใจ อาหารมีเมนูเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามฤดูกาล

    เชฟ Stefano ฝีมือคับแก้ว ถ้าอยากลองทานเมนูที่เชฟเอาชนะเชฟเอียนใน Iron chef Thailand ก็สามารถ จองล่วงหน้าได้

    ส่วนอาหารทั่วไป อร่อยทุกจาน บางครั้งมีวัตถุดิบหายากอย่าง white truffle มานำเสนอ ถ้ามี budget พอประมาณ แนะนำเลย

    ไม่ผิดหวังครับ
    มากกว่า 500 บาท คู่รัก ครอบครัวหรือเด็ก คุยธุรกิจ
    ลิงค์สำหรับรีวิวนี้
    0
  • 4
    6 ธ.ค. 2011 via Wongnai for iOS
    รสชาติอาหารอิตาเลี่ยนดั้งเดิม Risotto อร่อย
    ลิงค์สำหรับรีวิวนี้
    0
มี 5 รีวิว ทั้งหมด 1 หน้า (5 ต่อหน้า)
< prev| หน้า : 1|next >
120959154612889 UA-18335606-1
th