สาวไทยหลายคนมักจะชอบเข้าใจผิด คิดว่าการเลือกแป้งหรือแป้งพัฟที่สว่างกว่าสีผิวนั้นเป็นเรื่องดี แต่จริง ๆ บอกเลยว่าผิด! เราควรเลือกแป้งให้เข้ากับสีผิวตัวเราเองมากที่สุดค่ะ เพราะหลายคนชอบซื้อสีแป้งตามเพื่อน แต่ความจริงเรากับเพื่อนสีผิวก็คนละแบบกัน ทำให้ทาแป้งออกมาแล้วหน้าเทาหน้าลอยกันยกใหญ่เลยแหละ เพราะฉะนั้นควรเลือกโดยอิงจากสีผิวของตัวเองจะดีที่สุดนะคะ
วันนี้ทาง Wongnai Beauty เลยอยากจะให้สาว ๆ เข้าใจเฉดสีผิวของตัวเองมากขึ้น เพื่อการเลือกเครื่องสำอางและการแต่งตัวที่เหมาะกับตัวเอง! ซึ่งขั้นตอนการเช็กสีผิวนั้นก็ไม่ยาก เราจะทำการเช็กจากทั้งสีผิว Skin Tone และสีผิว Undertone ด้วยหลักการที่ถูกต้อง ลองมาทำความรู้จักสีผิวของตัวเองไปพร้อม ๆ กันเลย!

เพราะการเลือกแป้งไม่ได้เลือกแค่ความอ่อนเข้มของสีผิวภายนอกเท่านั้น แต่ต้องเลือกไปยันสีผิว Undertone ใต้ชั้นผิวหนังเราเลยด้วย! หลายคนมักจะชินกับการดูสีผิวภายนอกเป็นหลัก แต่จริง ๆ แล้วขั้นตอนแรกที่เราต้องทำความรู้จักกับสีผิว Undertone ของเราก่อนนะ
สีผิว Undertone คือ ?
สีผิว Undertone ก็คือโทนสีผิวจริง ๆ ของเรา โดยจะแสดงสีผิวจากเม็ดสีเมลานินที่อยู่ใต้ชั้นผิวอีกที วิธีสังเกตก็ง่ายมาก! แค่ยกข้อมือของตัวเองขึ้นมาแล้วสังเกตสีเส้นเลือดเราว่าส่วนใหญ่เป็นสีอะไร ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 3 โทนด้วยกันค่ะ
วิธีเช็กสีผิว Undertone จากเส้นเลือด
• Cool Skin Undertone หรือ สีผิวโทนเย็น เส้นเลือดจะเป็นสีม่วงหรือน้ำเงิน คือคนที่มีผิวออกชมพูผ่อง ๆ
• Neutral Skin Undertone หรือ สีผิวโทนกลาง เส้นเลือดจะก้ำกึ่งระหว่างสีน้ำเงินกับเขียว สีผิวจะไม่ออกเหลืองหรือชมพูชัดเจน
• Warm Skin Undertone หรือ สีผิวโทนอุ่น เส้นเลือดจะเป็นสีเขียว แบบนี้พบมากในคนไทยและคนเอเชียเลยค่ะ จะมีผิวออกเหลือง ๆ

ยังไม่จบค่ะ! หลังจากที่เราได้สังเกตสีเส้นเลือดบริเวณข้อมือกันไปแล้ว เรามี Tips เล็ก ๆ อย่างการเลือกสีเครื่องประดับให้เหมาะกับสีผิว Undertone มาฝากกัน เชื่อว่าสาว ๆ หลายคนต้องมีเครื่องประดับสักชิ้นที่ใส่ติดตัวไว้กันบ้างแหละ ไม่ว่าจะเป็นต่างหู กำไล หรือแหวน แต่เคยสังเกตกันไหมคะ ว่าสีผิวอย่างเราเนี่ยใส่เครื่องประดับสีอะไรแล้วเริ่ดสุด บอกเลยว่าสีผิว Undertone เรานี่มีผลเหมือนกันนะ มาดูกันดีกว่าค่ะว่าสีผิว Undertone ทั้ง 3 สี จะเหมาะกับเครื่องประดับสีอะไรบ้าง
เช็กสีผิว Undertone ด้วยเครื่องประดับ
• Cool Skin Undertone (สีผิวโทนเย็น) ความชมพู ๆ โทนเย็น ๆ เวลาใส่พวกเครื่องประดับสีเงิน ๆ แล้วจะช่วยขับผิวให้ผ่องขึ้นไปอีกกก
• Neutral Skin Undertone (สีผิวโทนกลาง) ด้วยความที่มีสีผิวโทนกลาง ๆ เลยใส่ได้ทั้งเครื่องประดับสีเงินและทองเลยค่ะ ใส่ได้หมด!
• Warm Skin Undertone (สีผิวโทนอุ่น) สีผิวโทนนี้จะออกเหลือง ๆ หน่อย ใส่เครื่องประดับจำพวกสีทอง สี Rose Gold แล้วเข้าค่ะ

เช็กสีผิว Undertone กันไปแล้ว มาดูกันดีกว่าค่ะว่าสีผิวคนไทยเราเนี่ยมีกี่แบบ และแต่ละแบบเป็นสีโทนไหน ต่างกันยังไงบ้าง เพื่อความชัดเจนและเข้าใจง่าย ทางเราเลยได้คัดเลือกผู้หญิงไทยทั้ง 9 คน ที่มีสีผิวต่างกัน 9 โทนมาแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกัน!
ประเภทที่ 1 สาวผิวขาว (Light Skin)

1. สีผิวขาวหรือผิวขาวซีด
สีแรกเป็นสีผิวที่ดูมีความขาวสุด เฉดอ่อนสุด หลาย ๆ คนมักจะเรียกว่าสีผิวแบบขาวซีดดดด หรือใครที่เวลาไม่แต่งหน้าแล้วหน้าซีดเป็นไก่ต้มนี่ให้คิดก่อนเลยว่าเราอาจจะอยู่ในสีผิว Type นี้ โทนสีผิวจะมีความกลาง ๆ ไม่ได้ออกชมพูหรือเหลืองเป็นพิเศษนะ
สีผิว Undertone : Neutral หรือสีผิวโทนกลาง
เหมาะกับเครื่องประดับ : เงิน, ทองคำขาว, แพลทินัม, ทอง, ทองเหลือง หรือสี Rose Gold
เปรียบได้กับ : ขาวซีดแบบน้ำกะทิ

2. สีผิวขาวชมพู
แบบที่ 2 คือคนที่มีความขาวอมชมพู แบบว่าแก้มแดงระเรื่อ ๆ คนที่มีผิวสีนี้ถึงแม้จะไม่แต่งหน้าก็รอดอยู่ เพราะสีผิวจะมีความแลดูสุขภาพดีตลอดเวลา หน้าผ่องใสเป็นยองใยเลยแหละ แต่แต่แต่ ผิวสีนี้นี่หาได้ยากมากกกในสาวไทย แต่พวกคนตะวันตกหรือฝรั่งนี่ส่วนใหญ่เค้าจะมีผิวสีนี้กันค่ะ
สีผิว Undertone : Cool หรือสีผิวโทนเย็น
เหมาะกับเครื่องประดับ : เงิน, ทองคำขาว, แพลทินัม
เปรียบได้กับ : นมเย็นใส่น้ำแดงน้อย ๆ

3. สีผิวขาวเหลือง
มาถึงสีผิวโทนที่ 3 ในกลุ่มคนผิวขาว คือผิวสีขาวเหลืองที่พบได้มากกกในคนไทยเลยแหละ ยิ่งใครเป็นลูกคนจีน ลูกหลานอากงอาม่าก็จะมีผิวสีนี้เป็นส่วนใหญ่ คือจะเป็นคนผิวขาวโทนอุ่น ๆ มีความเหลือง แต่ไม่ถึงกับเป็นดีซ่านนะ ลองนึกถึงน้ำเต้าหู้นั่นแหละ ใช่เลย!
สีผิว Undertone : Warm หรือสีผิวโทนอุ่น
เหมาะกับเครื่องประดับ : ทอง, ทองเหลือง หรือสี Rose Gold
เปรียบได้กับ : น้ำเต้าหู้ นมถั่วเหลืองงง
ประเภทที่ 2 สาวผิวสองสี (Medium Skin)

4. สีผิวเบจชมพู
สีแรกของผิวสองสีจะเริ่มจากคนที่มีความขาวแบบกลาง ๆ ไม่ได้ขาวมากกกเหมือนกลุ่มแรก นั่นก็คือสีผิวเบจอมชมพู เป็นสีผิวที่มีสีแดง ๆ ชมพู ๆ เจือปนหน่อย สีนี้ก็เป็นอีกสีที่พบยากในคนไทยเหมือนกันค่ะ เพราะเป็นสีโทนเย็น ๆ
สีผิว Undertone : Cool หรือสีผิวโทนเย็น
เหมาะกับเครื่องประดับ : เงิน, ทองคำขาว, แพลทินัม
เปรียบได้กับ : น้ำชาพีชอมส้มอมชมพู

5. สีผิวเบจเหลือง
สำหรับใครที่มีสีผิวกลาง ๆ ออกเหลือง ๆ มีความนวลเนียนหน่อย คุณจัดอยู่ในกลุ่มคนที่มีผิวสีเบจเหลือง และบอกเลยว่าสีนี้เนี่ยแหละพบมากอันดับ 1 ในคนไทยเลยเราว่า เพราะจะขาวสุดก็ไม่แต่ก็ไม่ได้ผิวเข้มเกิน คนผิวสีนี้หาสีแป้งและรองพื้นได้ไม่ยากแน่นอน บอกเลย!
สีผิว Undertone : Warm หรือสีผิวโทนอุ่น
เหมาะกับเครื่องประดับ : ทอง, ทองเหลือง หรือสี Rose Gold
เปรียบได้กับ : นมข้าวโพดอุ่น ๆ

6. สีผิวเบจสองสี
สำหรับผิวสีโทนกลางสีสุดท้ายจะเป็นสีไหนไปไม่ได้ นอกจากสีเบจสองสี คือเกือบจะคล้ำละนะ แต่ยังก่อน ถ้านึกไม่ออกลองนึกถึงชานม คือจะไม่ได้ออกเหลืองหรือชมพูไปเลย สีนี้นี่เราว่าถือเป็นสีผิวมาตรฐานโลกอยู่นะ คืออยู่ที่ไหนก็รอดอะ เพราะไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำอางโซนเอเชียหรือตะวันตก แป้งพัฟสำหรับผิวสีนี้ก็ต้องมี!
สีผิว Undertone : Neutral หรือสีผิวโทนกลาง
เหมาะกับเครื่องประดับ : เงิน, ทองคำขาว, แพลตตินัม, ทอง, ทองเหลือง หรือสี Rose Gold
เปรียบได้กับ : ชานมไม่ใส่ไข่มุก
ประเภทที่ 3 สาวผิวแทน หรือผิวสีน้ำผึ้ง (Deep Skin)

7. สีผิวแทน
เข้าสู่ระดับสาวที่มีผิวสีน้ำผึ้งกันบ้างงง มาที่โทนแรกกันเลย นั่นก็คือสาวผิวแทนนั่นเองค่ะ หรือเรียกง่าย ๆ ว่าสีผิวโทนน้ำผึ้งนั่นแหละ เพราะจะเป็นความคล้ำที่เจือปนไปด้วยสีเหลืองหน่อย ๆ เหมือนสีของแสงแดดอ่อน ๆ ในยามเช้า มีความละมุน ผิวสีนี้สะท้อนแดดแล้วเริ่ดอยู่นะจ๊ะ!
สีผิว Undertone : Warm หรือสีผิวโทนอุ่น
เหมาะกับเครื่องประดับ : ทอง, ทองเหลือง หรือสี Rose Gold
เปรียบได้กับ : กาแฟลาเต้อุ่น ๆ

8. สีผิวน้ำตาลไหม้
ต่อมาเป็นผิวสีน้ำตาลไหม้ สีผิวที่เข้มขึ้นมาอีกหน่อยแต่ไม่ใช่โทนเหลืองแล้วนะ คือใครที่ผิวขาวกลาง ๆ มาก่อนแล้วไปออกทริปทะเลตากแดด สีผิวที่ได้มันก็จะประมาณนี้แหละค่ะ คือจะมีความผิวเข้มออกแดงนิด ๆ ไหม้หน่อย ๆ แต่ยังอยู่ใน Undertone กลาง ๆ อยู่นะ
สีผิว Undertone : Neutral หรือสีผิวโทนกลาง
เหมาะกับเครื่องประดับ : เงิน, ทองคำขาว, แพลตตินัม, ทอง, ทองเหลือง หรือสี Rose Gold
เปรียบได้กับ : นมช็อกโกแลต

9. สีผิวน้ำตาลเข้ม
สุดท้ายยย! กับสาวผิวสีแทนหรือผิวสีน้ำผึ้ง กับสีผิวโทนน้ำตาลเข้ม ซึ่งเราว่าเป็นอีกสีเลยนะที่พบได้ทั่วไปในสาวไทยที่มีผิวสีโทนนี้ ปกติแล้วคนที่ผิวเค้าเข้มหน่อยก็จะมีความแดง ๆ ตามสไตล์ เกิดขึ้นได้กับทั้งสาวไทย สาวเอเชีย ไปจนถึงสาวตะวันตกเลยค่าาา
สีผิว Undertone : Cool หรือสีผิวโทนเย็น
เหมาะกับเครื่องประดับ : เงิน, ทองคำขาว, แพลทินัม
เปรียบได้กับ : สีน้ำพะโล้
จากการที่เราได้สุ่มเลือกกลุ่มตัวอย่างสาวไทยทั้ง 9 คน 9 เฉดสีผิว ว่าเค้ามีสีผิว Undertone และ Skin Tone แบบไหนกันแล้ว ก็ลองมาดูตารางสรุปสีผิวสาวไทยแบบง่าย ๆ ไว้เซฟเก็บไว้ดูตามกันดีกว่าาา ว่าใครอยู่ตำแหน่งไหนของชาร์ตสีกันบ้างง อ้อ! บอกไว้ก่อนนิดนึงนะคะว่าชาร์ตนี้จะไม่ได้ไล่สีผิวจากอ่อนไปเข้มสุดนะ แต่เราจะใช้หลักการแยกสีผิว Undertone และ Skin Tone ทั้ง 3 เฉดค่ะ
Note : ตารางนี้สามารถใช้ดูเป็นข้อมูลเพื่อมาปรับใช้ในการสังเกตสีผิวและการเลือกแป้งของตัวเองได้ค่ะ

เสร็จแล้วเรามาเริ่ม Tips การเลือกสีแป้งพัฟให้เหมาะกับตัวเอง ใช้ยังไงให้หน้าไม่ลอยกันเถอะค่ะ มาทบทวนกันตั้งแต่ขั้นตอนแรกเลยยย!
Tips ขั้นตอนการเลืกแป้งพัฟให้เข้ากับสีผิว




รู้ทริควิธีการเลือกแป้งพัฟ ตั้งแต่การรู้จักสีผิวของตัวเองอย่างละเอียดกันไปแล้ว ประจวบเหมาะกับที่เราได้แป้งศรีจันทร์รุ่นแป้งเจ้าหญิงตัวใหม่ล่าสุดมาหมาด ๆ นั่นก็คือ Enchanted Duo Charm Compact Powder แป้งทูเวย์อัดแข็งผสมรองพื้น มีความเนื้อเนียนละเอียด ใช้แทนรองพื้นหรือหลังลงรองพื้นก็ได้ ตัวนี้ช่วยควบคุมความมันส่วนเกินและปกปิดริ้วรอยได้ดี ใช้แล้วหน้าเนียน ๆ ดูกระจ่างใสขึ้น อ้อ! ใครอยากปกปิดเป็นพิเศษแนะนำให้ใช้พัฟชุบน้ำหมาด ๆ ก่อนทาแป้งจะเป๊ะมากค่ะ

ที่สำคัญเลยคือ ตอนนี้เค้าเพิ่งออกสีใหม่สำหรับสาวผิวเข้มเพิ่มมาอีกสีอย่างเบอร์ SC60 Empress Throne มาสมทบกับ 3 สีเดิมอย่าง SC10 Crystal Tiara, SC30 Golden Brown และ SC50 Royal Charm ไหน ๆ ลองมาเทสสีแป้งพัฟอัดแข็งตัวนี้กันหน่อยซิ ว่าแป้งทั้ง 4 เบอร์จากศรีจันทร์ มีสีไหนที่เหมาะกับสาวไทยทั้ง 9 คน แบบว่าใช้แล้วรอด หน้าไม่ลอยกันบ้าง!

ผลสรุป :
แป้งเจ้าหญิงเบอร์ SC10 สีเบอร์ขาวสุด เหมาะกับสาวผิวขาวทั้ง 3 เฉดเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นขาวซีด ขาวเหลือง ยิ่งขาวชมพูก็คือเข้าสุดดด!
แป้งเจ้าหญิงเบอร์ SC30 ใช้ได้กับสาวผิวสีเบจ 2 เฉดสีด้วยกัน คือสีผิวเบจเหลืองและเบจชมพูค่ะ
แป้งเจ้าหญิงเบอร์ SC50 สีนี้จะคล้ำขึ้นมาหน่อยนึงแต่ไม่ได้ถึงกับเข้มไปเลย สาวผิวเบจสองสีใช้แล้วเนียนไปกับผิวสุดด
แป้งเจ้าหญิงเบอร์ SC60 แป้งสำหรับสาวผิวเข้มออกใหม่นี้ ก็คือใช้ได้กับสาวผิวเข้มทั้ง 2 สีเลย คือผิวสีแทนและสีน้ำตาลไหม้
Note : สำหรับสาวสีผิวน้ำตาลเข้ม ถ้าใช้แป้งพัฟสีเข้มสุดแล้วแต่ก็รู้สึกว่ายังไม่รอด! เราแนะนำให้ใช้รองพื้นสีเข้มที่เข้ากับสีผิวแล้วลงแป้งฝุ่นศรีจันทร์ทับบาง ๆ แค่นี้หน้าก็ไม่ลอยแล้วค่าาา
สุดท้ายนี้สาว ๆ ก็ได้รู้ทั้งหลักการเช็กสีผิวของตัวเองอย่างละเอียด ได้รู้วิธีการเลือกแป้งพัฟให้หน้าไม่ลอยไปด้วย แถมเราได้ลองเทสแป้งศรีจันทร์รุ่นแป้งเจ้าหญิงทุกสีให้ดูอีกกก ซึ่งก็ได้พิสูจน์แล้วว่า 8 ใน 9 เฉดผิวหญิงไทยใช้แล้วรอด! สาว ๆ ก็อย่าลืมนำทริคดี ๆ แบบนี้ไปใช้ตามนะคะ หรือเกิดถูกใจแป้งศรีจันทร์รุ่นแป้งเจ้าหญิงเบอร์ไหนเป็นพิเศษก็รีบไปคว้ามาด่วนเลยค่าาา


