คู่มือตัวมัม! 7 วิธีสอนลูกให้รู้จักจัดการอารมณ์ร้ายของตัวเอง
  1. คู่มือตัวมัม! 7 วิธีสอนลูกให้รู้จักจัดการอารมณ์ร้ายของตัวเอง

คู่มือตัวมัม! 7 วิธีสอนลูกให้รู้จักจัดการอารมณ์ร้ายของตัวเอง

ลูกร้องไห้ งอแง เอาแต่ใจ คุณพ่อคุณแม่แบบเราทำไงดี? มาดูวิธีสอนลูกให้รู้จักจัดการอารมณ์ร้ายของตัวเองกัน
writerProfile
17 ก.ค. 2023 · โดย

การเป็นพ่อแม่ยากกว่าที่คิด ไหนจะเรื่องค่าใช้จ่าย การดูแลเอาใจใส่ การจัดสรรเวลา รวมไปถึงการเสริมสร้างการเรียนรู้ตั้งแต่ยังเล็ก วันนี้ Wongnai Beauty จึงอยากมาบอกเล่าวิธีสอนลูกให้รู้จักจัดการอารมณ์ร้ายของตัวเอง เผื่อเป็นทริคดี ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่จะนำไปปรับใช้ เพื่อจะได้เข้าใจลูก ๆ และดูแลให้ลูกเราของเราเติบโตไปเป็นคนที่รู้เท่าทันอารมณ์ตัวเองเช่นกัน!

                   คู่มือตัวมัม! 7 วิธีสอนลูกให้รู้จักจัดการอารมณ์ร้ายของตัวเอง

คู่มือตัวมัม! 7 วิธีสอนลูกให้รู้จักจัดการอารมณ์ร้ายของตัวเอง

1. สอนลูกในเรื่องอารมณ์

เมื่อเด็กมีอารมณ์โกรธ เราไม่ควรแก้ปัญหาโดยการตวาด หรือทุบตี เพราะบางทีตัวเขาเองอาจจะไม่รู้ว่าตัวเองกำลังรู้สึกเช่นไรอยู่ และไม่รู้ว่าต้องแสดงออกอย่างไร ดังนั้นเราควรสอนให้เขารู้ว่าอารมณ์มีอะไรบ้างด้วยคำพื้นฐาน เช่น โกรธ ดีใจ เศร้า มีความสุข หรือกลัว เพื่อที่ต่อไปเขาจะได้สามารถติดป้ายกำกับอารมณ์ที่ตัวเองกำลังรู้สึกในขณะนั้นได้ และจากนั้นค่อยเพิ่มคำศัพท์ที่ยากขึ้นในการสอนลงไป เช่น ผิดหวัง กังวล เหงา

2. สร้างเทอร์โมมิเตอร์วัดอารมณ์

การสร้างเทอร์โมมิเตอร์วัดอารมณ์จะช่วยให้เด็ก ๆ รู้ระดับอารมณ์นั้นในใจเขาได้ โดยที่เราจะต้องวาดรูปเทอร์โมมิเตอร์ขึ้นมา เช่น เทอร์โมมิเตอร์ความโกรธ เราก็จะแบ่งออกเป็น 10 ช่องด้วยกัน 0-10 ไล่จาก ‘ไม่โกรธเลย’ ‘โกรธปานกลาง’ ไปจนถึง ‘โกรธมากที่สุด’ ตามลำดับ ๆ ไป อาจจะสอนลูกว่าถ้าทำหน้ายิ้ม นั่นคือ ระดับ 0 ถ้าหน้าบึ้ง นั่นคือ ระดับ 3 แต่ถ้ารู้สึกอยากกำกำปั้น นั่นคือ ระดับ 7 และถ้ารู้สึกหน้าร้อน โมโหเหมือนสัตว์ประหลาดพ่นไฟ นั่นคือระดับ 10

3. สร้างแผนสงบสติอารมณ์

เมื่อลูกมีอารมณ์รุนแรงแล้วเราอยากให้เขาใจเย็นลง เราต้องรู้จักให้เขาข่มอารมณ์ตัวเองให้นิ่งลง ตัวอย่างเช่น สร้างพื้นที่ที่เราเรียกว่า ‘มุมสงบสติอารมณ์’ แล้วเวลาเขาโกรธเราก็จะบอกให้เขาไปนั่งอยู่ตรงพื้นที่นั้น หรือกระตุ้นให้พวกเขาระบายสี อ่านหนังสือ ติดสติ๊กเกอร์ หรือเล่นของเล่นชิ้นโปรด โดยเรียกสิ่งของเหล่านั้นว่า ‘ชุดสงบสติอารมณ์’ และเมื่อเวลาโกรธ เราอาจจะต้องพูดกับลูกของเราว่า “ไปเอาชุดสงบสติอารมณ์ออกมา” แล้วให้เขาทำกิจกรรมที่เตรียมไว้ซะ คราวนี้ลูกจะมีความรับผิดชอบในการสงบสติอารมณ์ของตนเองแล้ว

4. ฝึกฝนทักษะการจัดการอารมณ์ร้าย

วิธีนี้เป็นวิธีที่สำคัญมาก ๆ ที่จะช่วยให้ลูกจัดการอารมณ์ตัวเองได้อย่างทันทีโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไรเลย เช่น สอนให้หายใจเข้าลึก ๆ, สอนให้ลูกนับ1-10 หรือพาลูกออกไปเดินข้างนอกแบบเร็ว ๆ ก็ช่วยได้เช่นกัน

5. อย่าใจอ่อนต่ออารมณ์ฉุนเฉียว

เมื่อลูกหงุดหงิดหรือแสดงอาการโมโหร้าย เช่น ตอนอยากได้ของเล่นแล้วร้องงอแงลั่นห้าง จงจำไว้ว่าอย่าแก้ปัญหาโดยการให้สิ่งที่ลูกต้องการเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นลูกจะรู้สึกว่าวิธีนี้ได้ผล ซึ่งการแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้มันจะได้ผลแค่ระยะสั้น ในครั้งต่อ ๆ ไปลูกก็จะทำเช่นเดิมอีก ดังนั้นให้เราพูดคุยด้วยเหตุผลว่าควรทำอย่างไรจึงจะได้สิ่งที่เขาต้องการ เพื่อให้เขารู้จักตั้งเป้าหมายและมั่นใจว่าถ้าทำตามที่บอกจะได้สิ่งนั้นในอนาคต

6. สอนให้รู้จักรับผลที่ตามมา

วินัยในการจัดการอารมณ์ลูกเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ลูกรับรู้ว่าพฤติกรรมก้าวร้าวนั้นเป็นสิ่งที่ไม่น่ารักเอาเสียเลย หากยังทำซ้ำ ๆ ให้ปฏิบัติตามด้วยผลที่ตามมาในแต่ละครั้ง เช่น ถ้าลูกโมโหจนทำข้าวของเสียหาย ให้ลูกช่วยซ่อมแซมข้าวของที่พังเหล่านั้น หรือทำงานบ้านแลกกับเงินเพื่อมาซ่อมแซมของเล่น หรืออดได้ของรางวัลที่เคยสัญากันเอาไว้

7. หลีกเลี่ยงสื่อที่มีความรุนแรง

ปัจจุบันสื่อเข้าถึงได้ง่ายมาก โดยเฉพาะสื่อสังคมออนไลน์ หลายบ้านอาจจะเลี้ยงลูกด้วยโทรศัพท์ ทำให้ลูกเสพสื่อออนไลน์เป็นประจำ และอาจพบเจอสื่อที่มีความรุนแรงได้ ดังนั้นเราควรหลีกเลี่ยงสื่อเหล่านั้นโดยจำกัดให้ดูเพียงวิดีโอสำหรับเด็ก และกำหนดเวลาในการดูเพื่อควบคุมไม่ให้กลายเป็นเด็กติดโทรศัพท์ หรืออาจหลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์ แล้วเปลี่ยนเป็นสร้างความบันเทิงโดยการอ่านหนังสือ เล่นของเล่น ฟังเพลงแทน

เป็นอย่างไรบ้างคะกับวิธีจัดการอารมณ์ลูก ด้วยความที่เป็นเด็กคุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องใจเย็น ค่อย ๆ ปรับค่อย ๆ สอนกันไป ซึ่งปรับตั้งแต่ตอนยังเล็กจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดเหมือนสุภาษิตที่ว่า 'ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก' และบางทีการที่เราสอนลูกเรื่องอารมณ์ เราก็จะได้เรียนรู้ไปพร้อม ๆ กัน ถือเป็นการปรับอารมณ์คุณผู้ปกครองให้คงที่ไปด้วยนะคะ~

References :