'คิดถึงพ่อ' ผ่าน ๙ คำสอนของในหลวงรัชกาลที่ ๙

'คิดถึงพ่อ' ผ่าน ๙ คำสอนของในหลวงรัชกาลที่ ๙

ร้อยเรียงคำสอนของพ่อสู่ดวงใจกับ ๙ คำสอนที่จะทำให้เราคิดถึงในหลวงรัชกาลที่ ๙ มากขึ้น
19 ต.ค. 2017 · โดย

ตั้งแต่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ขึ้นครองราชย์ จากอดีตจวบจนถึงปัจจุบันพระองค์ท่านทรงมีพระบรมราโชวาท และพระราชดำรัสกับปวงชนชาวไทยนานัปการ เพื่อให้พสกนิกรชาวไทยประพฤติตนเป็นคนดี ช่วยทำนุบำรุงประเทศไทยให้เจริญก้าวหน้า พระราชดำรัสของพระองค์ท่านเป็นทั้งคำสอน คติเตือนใจในการใช้ชีวิต และช่วยให้เรายั้งใจที่จะกระทำความผิดได้ เราขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะน้อมนำหลักคำสอนของพ่อหลวงมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน

๑. เพราะการทำดีนั้นยากกว่าทำชั่วมากนัก

ในหลวง,รัชกาลที่ ๙, พ่อหลวง

“...การทำดีนั้นทำยากและเห็นผลช้า แต่ก็จำเป็นต้องทำ เพราะหาไม่ความชั่วซึ่งทำได้ง่าย จะเข้ามาแทนที่และจะพอกพูนขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันรู้สึกตัว แต่ละคนจึงต้องตั้งใจและเพียรพยายามให้สุดกำลัง ในการสร้างเสริมและสะสมความดี...”

(พระบรมราโชวาทพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แก่ผู้สำเร็จการศึกษาที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ สวนอัมพร ๑๔ สิงหาคม ๒๕๒๕)

_______________________________________________

- เพราะการทำความดีนั้นยากกว่าทำชั่วมากนัก หากเราไม่ทำความดี ความชั่วจะเข้ามาแทนที่อย่างง่ายดาย

๒. สามัคคีมิใช่การเห็นด้วยเหมือนกันหมด

ในหลวง,รัชกาลที่ ๙, พ่อหลวง

““...สามัคคี” หรือการปรองดองกัน ไม่ได้หมายความว่า คนหนึ่งพูดอย่างหนึ่ง คนอื่นต้องพูดเหมือนกันหมด ลงท้ายชีวิตก็ไม่มีความหมาย ต้องมีความแตกต่างกัน แต่ต้องทำงานให้สอดคล้องกัน แม้จะขัดกันบ้าง ก็ต้องสอดคล้องกัน...”

(พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชพระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ ธันวาคม ๒๕๓๖)

_______________________________________________

- ความสามัคคีไม่ใช่การเห็นพ้องต้องกันไปหมด มีความแตกต่างกันบ้าง ขัดกันบ้าง แต่ต้องทำงานให้สอดคล้องกัน

๓. ที่ของข้าพเจ้าคือ คนไทยทั้งปวง

ในหลวง,รัชกาลที่ ๙, พ่อหลวง

““...ที่ของข้าพเจ้าในโลกนี้คือ การที่ได้อยู่ท่ามกลางประชาชนของข้าพเจ้า นั่นคือ คนไทยทั้งปวง...”

(ข้อความจากพระราชหัตถเลขาในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช)

_______________________________________________

- ที่ของพ่อหลวงในโลกนี้คือ การได้อยู่ท่ามกลางคนไทยทั้งปวง

๔. การพอเพียงมิใช่การเบียดเบียนผู้อื่น

ในหลวง,รัชกาลที่ ๙, พ่อหลวง

“...พอเพียงนี้ ”อาจจะมีมาก อาจจะมีของหรูหราก็ได้ แต่ว่าต้องไม่ไปเบียดเบียนคนอื่น ต้องให้พอประมาณตามอัตภาพ พูดจาก็พอเพียง ทำอะไรก็พอเพียง ปฏิบัติตนก็พอเพียง...”

(พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชพระราชทานแก่คณะบุคคลต่าง ๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ ธันวาคม ๒๕๔๑)

_______________________________________________

- การพอเพียง อาจจะมีมากก็ได้ แต่ต้องไม่ไปเบียดเบียนผู้อื่น

๕. เพราะข้าพเจ้าไม่เคยท้อถอย

ในหลวง,รัชกาลที่ ๙, พ่อหลวง

“...ความจริงมันน่าท้อถอยหรอก บางเรื่องมันน่าท้อถอย แต่ว่าฉันท้อไม่ได้ เพราะเดิมพันของเรานั้นสูงเหลือเกิน เดิมพันของเรานั้นคือบ้านคือเมือง คือความสุขของคนไทยทั่วประเทศ...”

(พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระราชกระแสตอบ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช หลังทรงถูกถามว่าเคยทรงเหนื่อยหรือทรงท้อบ้างหรือไม่)

_______________________________________________

- พ่อหลวงไม่เคยท้อถอย เพราะความสุขของคนไทยทั้งประเทศคือสิ่งที่ทำให้พระองค์ถอยมิได้

๖. คนไม่สุจริตไม่มีวันสร้างประโยชน์ที่สำคัญได้

ในหลวง,รัชกาลที่ ๙, พ่อหลวง

“...คนไม่มีความสุจริต คนไม่มีความมั่นคง ชอบแต่มักง่าย ไม่มีวันจะสร้างสรรค์ประโยชน์ส่วนรวมที่สำคัญอันใดได้ ผู้ที่มีความสุจริตและความมุ่งมั่นเท่านั้น จึงจะทำงานสำคัญยิ่งใหญ่ที่เป็นคุณประโยชน์แท้จริงได้สำเร็จ...”

(พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๒๒)

_______________________________________________

- คนไม่สุจริต มักง่าย ไม่มีวันสร้างประโยชน์ส่วนรวมที่สำคัญได้

๗. ไม่โลภมาก ก็อยู่เป็นสุข

ในหลวง,รัชกาลที่ ๙, พ่อหลวง

“…คนเราถ้าพอในความต้องการ ก็มีความโลภน้อย เมื่อมีความโลภน้อย ก็เบียดเบียน คนอื่นน้อย ถ้าทุกประเทศมีความคิด อันนี้ไม่ใช่เศรษฐกิจ มีความคิดว่าทำอะไรต้องพอเพียงหมายความว่า พอประมาณ ไม่สุดโต่ง ไม่โลภอย่างมาก...”

(พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานแก่คณะบุคคลต่าง ๆ ที่เข้าเฝ้า ฯ ถวายชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ๔ ธันวาคม ๒๕๔๑)

_______________________________________________

- คนเราหากไม่โลภมากก็จะอยู่เป็นสุข ไม่เบียดเบียนผู้อื่น

๘. คนเราอ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ

ในหลวง,รัชกาลที่ ๙, พ่อหลวง

“...ในวงสังคมนั้นเล่า ท่านจะต้องรักษามารยาทอันดีงามสำหรับสุภาพชน รู้จักสัมมาคารวะ ไม่แข็งกระด้าง มีความอ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ พร้อมจะเสียสละประโยชน์ส่วนตัวเพื่อส่วนรวม...”

( พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 25 มิถุนายน 2496)

_______________________________________________

- เราต้องรู้จักสัมมาคารวะ ไม่แข็งกระด้าง อ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ

๙. เพราะคุณธรรมในจิตใจของคนไทยคือ การให้

ในหลวง,รัชกาลที่ ๙, พ่อหลวง

“...คุณธรรมข้อหนึ่งที่ยังมีอยู่อย่างบริบูรณ์ในจิตใจของคนไทยก็คือ “การให้” การให้นี้ ไม่ว่าจะให้สิ่งใด แก่ผู้ใด โดยสถานใดก็ตาม เป็นสิ่งที่พึงประสงค์อย่างยิ่ง เพราะเป็นเครื่องประสานไมตรีอย่างสำคัญระหว่างบุคคลกับบุคคลและให้สังคม มีความมั่นคงเป็นปึกแผ่นด้วยสามัคคีธรรม...”

(พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๕)

_______________________________________________

- เพราะคุณธรรมข้อหนึ่งที่ยังมีอยู่ในจิตใจของคนไทยคือ การให้ ที่ทำให้เกิดความสามัคคีเป็นปึกแผ่นขึ้นมาได้