กินเยอะไม่หยุด! เอะอะกินตลอด หรือว่าเราจะเป็นโรค Binge Eating Disorder
  1. กินเยอะไม่หยุด! เอะอะกินตลอด หรือว่าเราจะเป็นโรค Binge Eating Disorder

กินเยอะไม่หยุด! เอะอะกินตลอด หรือว่าเราจะเป็นโรค Binge Eating Disorder

อาจไม่ใช่พฤติกรรมปกติ! สำหรับสายกินเก่งทั้งหลาย ทั้งกินเยอะ กินทั้งวัน กินไม่หยุด พฤติกรรมเหล่านี้อาจบอกว่าเรากำลังเป็นโรค Binge Eating Disorder แบบไม่รู้ตัว!!
writerProfile
11 พ.ค. 2021 · โดย

หลายคนอาจคิดว่าการกินเยอะ กินไม่หยุดของเราเป็นเรื่องปกติ เพราะเป็นนิสัยของวิถีคนอ้วนแบบเราอยู่แล้ว เห็นอะไรก็อยากกินไปหมด บางครั้งกินเยอะมากทั้ง ๆ ที่ไม่รู้สึกหิวเลย บางคนกินจนอ้วกไปเลยก็มี แล้วพอกินเสร็จดันเกิดอาการรู้สึกผิดกับตัวเองขึ้นมา รีบหาวิธีเอาสิ่งที่ยัดเข้าไปเอาออก ทั้งล้วงคอกินยาถ่ายสารพัดไปหมด ถ้าหากใครมีพฤติกรรมแบบนี้อยู่อาจเข้าข่ายว่ากำลังป่วยเป็นโรค Binge eating disorder หรือโรคกินเยอะอยู่ก็ได้นะ!

กินเยอะไม่หยุด! เอะอะกินตลอด หรือว่าเราเป็น Binge Eating Disorder กันแน่!!

Binge Eating Disorder โรคกินเยอะ

Binge Eating Disorder หรือโรคกินไม่หยุดคือโรคชนิดหนึ่งที่ใช้เรียกผู้ป่วยที่มีความผิดปกติจากการกิน!! ใช่แล้วค่ะฟังไม่ผิดหรอก ยิ่งถ้าใครกินอาหารเป็นจำนวนมาก ๆ แบบหยุดกินไม่ได้ และไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ กินเยอะเพื่อตอบสนองอารมณ์ความ "อยากกิน" ของตัวเองเท่านั้นทั้งที่ไม่ได้รู้สึกหิวแต่อย่างใด และผลสุดท้ายก็คือเมื่อกินเข้าไปมาก ๆ แล้วจะรู้สึกผิดกับตัวเอง โกรธตัวเองที่กินมากเกินไป อาการแบบนี้แหละที่เราเรียกว่า Binge Eating Disorder หรือโรคกินไม่หยุด ซึ่งถือว่าเป็นอาการป่วยทางจิตใจรูปแบบหนึ่งเลยนะ

สาเหตุของ Binge Eating Disorder

โรค Binge Eating Disorder หรือโรคกินเยอะ กินไม่หยุด มีหลายปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรคนี้ขึ้น ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่เป็นเรื่องของเหตุผลทางจิตใจของผู้ป่วยเอง เช่น ผู้ป่วยมีภาวะซึมเศร้า โรคเครียด โรคไบโพลาร์ โรคกลัว หรือภาวะป่วยทางจิต ที่เกิดหลังจากมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นกับตัวเองเช่น สูญเสียครอบครัว เคยประสบอุบัติเหตุ หรือถูกทำร้ายมาก่อน ซึ่งปัจจัยต่าง ๆ ที่กล่าวมานี้ จะทำให้เกิดภาวะไม่สมดุลของสารเคมีในสมองอย่างเลปติน (Leptin) และเกรลิน (Ghrelin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนของความหิว ทำให้ฮอร์โมน  2 ชนิดนี้หลั่งออกมามากผิดปกติ จนส่งผลให้ร่างกายมีความอยากอาหารนั่นเองค่ะ

ถ้ายังกินไม่หยุด โรคเหล่านี้จะตามมาด้วย

แล้วทุกคนรู้ไหมคะ ว่าโรค Binge Eating Disorder สามารถพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายด้วยนะ ผู้หญิงที่มีอาการของโรคนี้มีประมาณ 3.6% ในขณะที่ผู้ชายมีอาการแค่ 2% เท่านั้น แล้วการที่เรากินเยอะมาก ๆ เนี่ยก็ยังส่งผลให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมาอีกด้วย เรียกว่าตามมาเป็นหางว่าวเลย ลองไปดูกันเลยว่ามีโรคไหนบ้าง

  • โรคอ้วน : มากถึง 50% ของคนเป็นโรค Binge Eating Disorder จะเป็นโรคอ้วน
  • โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคเบาหวาน : โรคอ้วนจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น
  • ปัญหาสุขภาพอื่นๆ : ปัญหาการนอนหลับ อาการปวดหลังหรือปวดขาเรื้อรัง (เพราะน้ำหนักตัวเยอะ)
  • โรคทางอารมณ์ : โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวลเป็นต้น

การรักษาโรค Binge Eating Disorder

ถ้าเราเป็นโรค Binge Eating Disorder แล้วเราควรได้รับการดูแลจากแพทย์ที่เชี่ยวชาญ โดยการรักษาก็มีหลายแนวทาง จะขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของแต่ละคน ดังนี้

  • การบำบัด : เป็นวิธีที่ถูกใช้มากที่สุด การบำบัดนี้ผู้สอนจะให้ผู้ป่วยควบคุมการตอบสนองทางอารมณ์ต่าง ๆ การมีสติ อดทนต่อความกังวลใจ แล้วจึงควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้
  • มีนักโภชนาการคอยให้คำปรึกษา : จะมีนักโภชนาการคอยให้ความรู้ และกำหนดปริมาณอาหารให้ผู้ป่วยพร้อมกับเน้นให้มีการออกกำลังกาย
  • การใช้ยา : ยาลดความอยากอาหาร ยาต้านซึมเศร้า กลุ่มยากันชัก เช่น โทพิราเมท และยาที่ใช้รักษาโรคสมาธิสั้น โดยการใช้ยาเหล่านี้จะต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น และขึ้นอยู่กับความรุนแรงของแต่ละคนด้วย

Reference :

  • NEDA Feeding hope, (n.d.) “BINGE EATING DISORDER” [Online] เข้าถึงได้จาก https://www.nationaleatingdisorders.org/ สืบค้นเมื่อ 10 พฤษภาคม 2564.
  • Healthline, (n.d.) “Binge Eating Disorder: Symptoms, Causes, and Asking for Help” [Online] เข้าถึงได้จาก https://www.healthline.com/ สืบค้นเมื่อ 10 พฤษภาคม 2564.

ใครจะไปรู้ว่าการต้องหาอะไรกินทุก ๆ ชั่วโมงของเรานั้นอาจจะเป็นอาการของโรค Binge Eating Disorder ยิ่งช่วงนี้หลายคนคงได้ WFH อยู่บ้านยาว ๆ ไปเลย คงมีอาการอยากอาหารกินจุ๊บจิ๊บ กินจุ๊บกินจิ๊บกันทั้งวัน อยากให้เราลองเช็คอาการของตัวเองบ่อย ๆ ว่ามีอาการตามที่กล่าวมาข้างต้นไหม กินเก่ง กินไม่หยุด แล้วพอยิ่งกินเยอะ ๆ จะรู้สึกผิดกับตัวเองจนต้องไปล้วงคออ้วกหรือเปล่า กันไว้ดีกว่าแก้จะได้ไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจของเราด้วยค่ะ :)

อ่านบทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อได้ที่...