เทียบเลย! เงินเดือน vs ค่าครองชีพ ของแพงจริง หรือแค่คิดไปเอง
  1. เทียบเลย! เงินเดือน vs ค่าครองชีพ ของแพงจริง หรือแค่คิดไปเอง

เทียบเลย! เงินเดือน vs ค่าครองชีพ ของแพงจริง หรือแค่คิดไปเอง

ค่าครองชีพที่ไทยถูกจริงหรือถ้าเทียบกับประเทศอื่น ๆ? มาลองเทียบเงินเดือนกับค่าครองชีพเป็นเปอร์เซ็นต์แบบชัด ๆ ดีกว่า ว่าของแพงจริง หรือแค่คิดไปเอง!
writerProfile
26 พ.ค. 2022 · โดย

หลาย ๆ คนอาจจะชอบบอกว่า เงินเดือนที่ต่างประเทศได้เยอะก็จริง แต่ให้ดูค่าครองชีพของประเทศนั้น ๆ ด้วย เพราะเงินเดือนแพง = ค่าครองชีพแพง จะให้ดูเงินเดือนอย่างเดียวก็คงไม่ได้หรอก แต่ถ้าลองเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์แบบชัด ๆ แล้ว ก็จะเห็นภาพมากขึ้น ว่าสรุปแล้ว ค่าครองชีพของแต่ละประเทศนั้น ของแพงจริง หรือแค่คิดไปเอง แล้วสรุปประเทศไทยค่าครองชีพถูกจริงไหม มาดูกันเลยค่ะ

เทียบเงินเดือนกับค่าครองชีพของแต่ละประเทศ

เทียบเงินเดือนกับค่าครองชีพของแต่ละประเทศ ของแพงจริงหรือแค่คิดไปเอง

ประเทศออสเตรเลีย

  • ค่าแรงขั้นต่ำ : เริ่มจากประเทศที่ค่าแรงสูงเป็นอันดับ 1 และน่าไปทำงานสร้างเนื้อสร้างตัวอย่างออสเตรเลียก่อนเลย เงินเดือนขั้นต่ำโดยประมาณแล้วอยู่ที่ 74,880 บาทต่อเดือน (ตกวันละ 2,496 บาท) 
  • ค่าอินเตอร์เน็ต : ค่าอินเตอร์เน็ตรายเดือนค่อนข้างแพงหน่อย ราคาอยู่ที่ 1,300 บาทต่อเดือน ทำงาน 1 วันก็สามารถจ่ายค่าอินเตอร์เน็ตได้แล้ว
  • ค่าไฟ : หน่วยละ 4 บาท พอ ๆ กับประเทศไทย แต่ถ้าเทียบกับเงินเดือนแล้ว ถือว่าราคารับไหว และออสเตรเลีย ใช้พลังงานทดแทนมาผลิตเป็นกระแสไฟฟ้า ต้นทุนก็เลยสูง นอกค่าไฟแล้ว ก็ยังมีค่าแก๊สด้วย ถ้าใช้ไฟซัก 150 หน่วยต่อเดือน ก็ตีเป็นเงิน 600 บาท ทำงานวันเดียวก็สามารถจ่ายค่าไฟได้แล้ว
  • ค่าน้ำมัน : น้ำมันเบนซิน ลิตรละ 65 บาท เห็นได้ชัดว่าราคาต่อลิตรแพงกว่าบ้านเราแน่นอน แต่ถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์เทียบเงินเดือนกับค่าครองชีพออกมาแล้ว ก็ยังถือว่าถูกกว่าประเทศไทยมาก ๆ น้ำมัน 1 ถัง ประมาณ 45 ลิตร เต็มถังราคา 2,925 บาท เทียบกับรายได้รายวันก็ถือว่าต่างกันไม่กี่บาท ทำงาน 2 วัน ก็สามารถเติมน้ำมันเต็มถังได้แล้ว
  • ค่ารถโดยสารสาธารณะ : ส่วนค่ารถโดยสารสาธารณะ จะมีราคาช่วงพีค กับช่วงธรรมดา และมีทั้งรถบัส รถไฟฟ้ารางเบา(Tram) รถไฟ และเรือเฟอร์รี่ให้เลือกใช้ ค่าโดยสารจ่ายผ่านบัตรเดียวได้เลย ราคาค่าโดยสารต่อเที่ยว ถ้าเป็นรถไฟ และรถไฟฟ้าใต้ดิน ราคาอยู่ที่ 89-219 บาท ส่วนรถบัส ค่าโดยสารอยู่ที่ 78-118 บาท ถ้าเทียบกับเงินเดือนแล้ว สามารถนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินราคาแพงสุดได้ 11 เที่ยวต่อวัน และนั่งรถบัสได้ 21 เที่ยวต่อวัน ค่าโดยสารถือว่าไม่แพงเลยทีเดียว ถ้ามีบัตรเติมเงิน ก็สามารถใช้จ่ายค่าโดยสารได้ทั้งรถเมล์ รถไฟฟ้า และเรือ ภายในใบเดียวได้อีกด้วย แถมได้ส่วนลดค่าโดยสารอีกต่างหาก ถ้าซื้อแบบเหมาเที่ยว 
  • ราคาเนื้อหมู 1 กิโลกรัม : ราคาเนื้อหมูก็เช่นกัน ถึงจะกิโลละ 775 บาท แต่ก็คิดเป็น 1.03% ของเงินเดือนเท่านั้น ทำงาน 1 วันสามารถซื้อเนื้อหมูได้ 3 กิโลกรัม
  • ค่าที่พักอาศัย : ส่วนค่าเช่าบ้านที่นี่ จะคิดเป็นรายสัปดาห์ ราคาแตกต่างกันไป ถ้าถูกที่สุดจะเป็นแบบแชร์ร่วมกับคนอื่น ตกสัปดาห์ละ 4,250 บาท เท่ากับว่า ทำงานแค่ 2 วัน ก็มีเงินเพียงพอต่อการจ่ายค่าเช่ารายสัปดาห์แล้ว ถ้าคิดเป็นรายเดือน เอามาหารกับจำนวนวัน ก็ตกแค่วันละ 567 บาท คิดเป็นเงินไทยอาจจะรู้สึกว่าของแพง แต่ถ้าเทียบเงินเดือนกับค่าครองชีพแล้ว ออสเตรเลียถือว่ามีรายรับที่ค่อนข้างสมเหตุสมผลต่อรายจ่ายมากเลยทีเดียว

ประเทศอเมริกา

  • ค่าแรงขั้นต่ำ : มาต่อกันที่ประเทศแห่งความเสรีอย่างอเมริกากันบ้าง เงินเดือนขั้นต่ำโดยประมาณของอเมริกาก็สูงอยู่เหมือนกัน อยู่ที่ 42,900 บาท (ตกวันละ 1,430 บาท)
  • ค่าอินเตอร์เน็ต : ค่าอินเตอร์เน็ตรายเดือนประมาณ 1,025 บาท หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่าราคาค่าอินเตอร์เน็ตที่นี่ถูกกว่าที่ออสเตรเลีย แต่ถ้าลองเอามาเทียบกับเงินเดือนแล้ว ถือว่าแพงเลยทีเดียว เพราะทำงานแค่วันเดียว จ่ายค่าอินเตอร์เน็ตก็แทบไม่เหลือแล้ว
  • ค่าไฟ : ดูที่ค่าไฟกันบ้าง ค่าไฟ 1 หน่วย ประมาณ 1.2 บาท ถ้าใช้ 150 หน่วยต่อเดือน ก็จะเท่ากับ 180 บาทเท่านั้น ค่าไฟถือว่าราคาไม่แพงเลย
  • ค่าน้ำมัน : เทียบค่าน้ำมันกันต่อเลย เบนซิน 1 ลิตร ราคา 42 บาท! แทบจะพอ ๆ กับประเทศไทยเลย ถ้าเติมเต็มถังที่ 45 ลิตร จะอยู่ที่ 1,890 บาท ทำงาน 1 วันกับอีก 3 ชั่วโมงก็สามารถจ่ายค่าน้ำมันเต็มถังได้แล้ว
  • ค่ารถโดยสารสาธารณะ : ส่วนใครที่ไม่มีรถส่วนตัว ขนส่งสาธารณะของประเทศนี้ก็มีหลากหลาย เช่น รถบัส รถไฟฟ้าใต้ดิน บนดิน ค่าโดยสารรถบัสเป็นแบบเหมาจ่าย เที่ยวละ 94.5 บาท ค่ารถไฟใต้ดินก็อยู่ที่ราคาเที่ยวละ 127 บาท สามารถเช็คเวลาและเส้นทางผ่านเว็บเพื่อช่วยวางแผนการเดินทางได้ด้วย เทียบกับเงินเดือนต่อวันแล้ว จะขึ้นรถบัสได้ 15 เที่ยว และขึ้นรถไฟฟ้าได้ 11 เที่ยวต่อวัน แต่ถ้าหากใช้เป็นบัตรเติมเงินหรือบัตรส่วนลด ก็จะจ่ายค่าโดยสารได้ถูกลง 
  • ค่าที่พักอาศัย : ค่าเช่าบ้านก็แตกต่างกันไปแต่ละรัฐ ถ้าเช่าที่อยู่ที่ต้องหารกับคนอื่น ก็จะตกประมาณ 14,000 บาทต่อเดือน วันละ 465 บาท ถ้าเทียบเงินเดือนกับค่าครองชีพ อเมริกาก็ถือว่าค่าครองชีพแพงอยู่เหมือนกัน
  • ราคาเนื้อหมู 1 กิโลกรัม : ถ้าทำอาหารกินเอง ก็สามารถลดรายจ่ายได้สบาย ๆ ไม่ตึงเกินไป เพราะค่าเนื้อหมูในอเมริกา 1 กิโลกรัม แค่ 63 บาทเท่านั้น ถือว่าราคาถูกมาก!

ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

  • ค่าแรงขั้นต่ำ : มาต่อกันที่ประเทศที่หลาย ๆ คนใฝ่ฝันอย่างประเทศสวิตเซอร์แลนด์กันบ้าง เงินเดือนขั้นต่ำโดยประมาณของประเทศนี้ อยู่ที่ 77,700 บาท (ตกวันละ 2,590 บาท)
  • ค่าอินเตอร์เน็ต : ค่าอินเตอร์เน็ตต่อเดือน 1,040 บาท ราคาต่างจากประเทศอเมริกานิดเดียว แต่เทียบเงินเดือนกับค่าครองชีพแล้ว ยังถือว่าราคาถูก ทำงานวันเดียวก็สามารถจ่ายค่าอินเตอร์เน็ตได้แล้ว
  • ค่าไฟ : ส่วนค่าไฟต่อ 1 หน่วยนั้น ถ้าเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในตารางแล้ว ถือว่าค่อนข้างแพงเลยทีเดียว แต่ถ้าคิดค่าไฟ 1 หน่วยที่ 5.6 บาท ต่อเดือนสมมุติว่าใช้ 150 หน่วย จะตกเดือนละ 840 บาท ทำงานแค่ 1 วัน จ่ายค่าไฟ 1 เดือน ก็เหลือไม่เท่าไหร่
  • ค่าน้ำมัน : น้ำมันเบนซิน 1 ลิตร ราคา 71 บาท ได้ยินแล้วรู้สึกว่าของแพงมาก! ถ้าเติมเต็มถังที่ 45 ลิตร จะเท่ากับ 3,195 บาท ทำงานประมาณ 1 วัน กับอีก 2 ชั่วโมง ก็สามารถจ่ายค่าน้ำมันเต็มถังได้ ก็ยังถือว่าราคาพอรับไหว
  • ค่ารถโดยสารสาธารณะ : สำหรับคนที่ไม่มีรถ ก็ต้องพึ่งระบบคมนาคมสาธารณะ อย่างรถบัส รถไฟและเรือ ค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 96-610 บาท ต่อเที่ยว เท่ากับว่า จะสามารถใช้รถสาธารณะเที่ยวที่แพงที่สุด แค่ 4 เที่ยวต่อวันเท่านั้น แต่ระยะทางของระบบขนส่งค่อนข้างไกลกว่าประเทศเรามากเลยทีเดียว และมีบัตรส่วนลดครึ่งราคาที่จะทำให้จ่ายค่าเดินทางได้ถูกลง
  • ค่าที่พักอาศัย : ค่าเช่าบ้านประมาณตกประมาณ 8,600 บาทต่อสัปดาห์ ซึ่งถือว่าราคาค่อนข้างแพง ถ้าไม่มีคนช่วยหารค่าเช่า แต่ถ้าหารรายวัน จะตกวันละ 1,230 บาท ทำงานแค่วันเดียว ก็สามารถจ่ายค่าเช่าบ้านรายสัปดาห์ได้สบาย ๆ 
  • ราคาเนื้อหมู 1 กิโลกรัม : ที่สวิตเซอร์แลนด์ ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพชีวิตที่ดีแม้กระทั่งคนและสัตว์ในฟาร์ม อย่างเนื้อหมูต่อ 1 กิโลกรัม ราคาอาจจะดูค่อนข้างแพง เพราะเลี้ยงดี ราคากิโลกรัมละ 600 บาท! แต่ทำงานวันเดียวก็สามารถซื้อเนื้อหมูได้ถึง 4 กิโลกรัมต่อวันเลยทีเดียว

ประเทศเกาหลีใต้

  • ค่าแรงขั้นต่ำ : ประเทศยอดฮิตที่คนไทยอยากไปทำงานอีกหนึ่งประเทศ เพราะได้เงินเดือนสูง เงินเดือนขั้นต่ำโดยประมาณ อยู่ที่ 51,840 บาท (ตกวันละ 1,728 บาท)
  • ค่าอินเตอร์เน็ต : ค่าอินเตอร์เน็ตและค่าไฟถือว่าราคาถูกเลยทีเดียว ถูกสุด ๆ ถ้าเทียบกับประเทศอื่น ตกเดือนละ 450 บาทเท่านั้น แค่ทำงานวันเดียว ก็สามารถจ่ายค่าอินเตอร์เน็ตรายเดือนได้แบบเหลือ ๆ!
  • ค่าไฟ : ส่วนค่าไฟ ราคาหน่วยละ 2.39 บาท ถ้าใช้เดือนละ 150 หน่วย จะจ่ายค่าไฟแค่เดือนละ 358.5 บาท ทำงานวันเดียวก็สามารถจ่ายค่าไฟทั้งเดือนได้
  • ค่าน้ำมัน : ส่วนค่าน้ำมันเบนซิน ลิตรละ 55 บาท ต่างกับประเทศไทยไม่เท่าไหร่ ถ้าเติมน้ำมันเต็มถังที่ 45 ลิตร จะเท่ากับ 2,475 บาท ทำงาน 1 วันกับ 4 ชั่วโมง ก็จะสามารถเติมน้ำมันเต็มถังได้
  • ค่ารถโดยสารสาธารณะ : คนที่ไม่มีรถส่วนตัว ค่าโดยสารสาธารณะ รถไฟฟ้าใต้ดิน เริ่มต้นที่ 34 บาทเท่านั้น ถ้ามีบัตร T-Money จะทำให้จ่ายค่าโดยสารได้ถูกลงอีกด้วย ค่ารถเมล์ เริ่มต้นที่ 24-62 บาท เทียบค่าครองชีพกับเงินเดือนแล้ว ถ้านั่งรถไฟฟ้าใต้ดิน จะสามารถนั่งได้ 50 เที่ยวต่อวัน และนั่งรถบัสราคาแพงที่สุดได้ถึง 27 เที่ยวต่อวัน อีกทั้งบัตรโดยสารอย่าง T-Money ก็สามารถใช้จ่ายค่ารถเมล์และรถไฟฟ้าภายในบัตรเดียวได้อีกด้วย 
  • ราคาเนื้อหมู 1 กิโลกรัม : เนื้อหมู 1 กิโลกรัม ราคา 425 บาท ราคาของแพง แต่ค่าแรง 1 วัน สามารถซื้อเนื้อหมูได้ถึง 4 กิโลกรัมพอ ๆ กับประเทศสวิตเซอร์แลนด์เลย
  • ค่าที่พักอาศัย : ค่าเช่าบ้านที่เกาหลีจะค่อนข้างแพง เพราะเนื้อที่น้อย ห้องเล็ก ๆ ที่ถูกที่สุด มีแค่เตียง โต๊ะ อยู่ได้คนเดียว ค่าเช่าประมาณ 8,100 บาทต่อเดือน ต้องทำงานประมาณ 4 วัน ถึงจะสามารถจ่ายค่าเช่าได้


ประเทศญี่ปุ่น

  • ค่าแรงขั้นต่ำ : ต่อกันที่ประเทศญี่ปุ่น ใกล้ ๆ กับเกาหลี ค่าครองชีพพอ ๆ กัน แต่รายได้ขั้นต่ำของประเทศญี่ปุ่นนั้นน้อยกว่าเกาหลี เงินเดือนขั้นต่ำโดยประมาณอยู่ที่ 43,500 บาท (ตกวันละ 1,450 บาท)
  • ค่าอินเตอร์เน็ต : ค่าอินเตอร์เน็ต 1,179 บาท แพงกว่าประเทศใกล้ ๆ อย่างเกาหลี แต่ทำงาน 1 วัน จะสามารถจ่ายค่าอินเตอร์เน็ตต่อเดือนได้
  • ค่าไฟ : ส่วนค่าไฟถูกมาก ๆ แค่ 0.14 บาท ต่อ 1 หน่วย ถ้าใช้ไฟเดือนละ 150 หน่วย จะต้องจ่ายค่าไฟ 21 บาทเท่านั้น! (ถูกเว่อร์มาก ๆ จนเหมือนคิดเลขผิด แต่ราคานี้จริง ๆ นะทุกคน)
  • ค่าน้ำมัน : ส่วนค่าน้ำมัน 1 ลิตร ราคาถูกกว่าประเทศไทยไปอีก เพราะ 1 ลิตร แค่ 44.35 บาทเท่านั้น ถ้าเต็มถังที่ 45 ลิตร จะจ่ายค่าน้ำมันแค่ 1,995 บาท ทำงาน 1 วัน กับอีก 3 ชั่วโมง ก็จะสามารถจ่ายค่าน้ำมันได้แล้ว
  • ค่ารถโดยสารสาธารณะ : คนญี่ปุ่นมักจะชอบนั่งรถไฟใต้ดิน หรือรถเมล์ไปทำงานมากกว่าเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย รถเมล์ราคา 56 บาทตลอดสาย สามารถนั่งได้ 25 เที่ยวต่อวัน ส่วนรถไฟฟ้าใต้ดิน ก็จะมีบัตรโดยสารหลากหลายแบบ เริ่มต้นที่ 45-83 บาท ตามระยะทาง ถ้านั่งรถไฟเที่ยวที่แพงที่สุด ก็จะนั่งได้ 17 เที่ยวต่อวัน ที่ประเทศญี่ปุ่นมีบัตรส่วนลดที่สามารถใช้ร่วมกันระหว่างรถเมล์และรถไฟใต้ดินได้ ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้ถูกลง 
  • ราคาเนื้อหมู 1 กิโลกรัม : ราคาค่าเนื้อหมูก็ค่อนข้างแพง เนื้อหมู 1 กิโลกรัม ราคา 655 บาท ถ้าเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำต่อวันแล้ว สามารถซื้อได้แค่ 2 กิโลกรัมเท่านั้น ที่ประเทศญี่ปุ่นมีการทำฟาร์มที่ค่อนข้างใส่ใจในรายละเอียดมาก เป็นเนื้อหมูที่แพง แต่มีคุณภาพมาก ๆ เลยทีเดียว ถ้าเทียบกับราคาก็ถือว่าคุ้ม! และทำให้เกษตรกรอยู่ได้โดยที่ไม่ลำบากด้วย  
  • ค่าที่พักอาศัย : มาดูค่าเช่าบ้านกันดีกว่า สำหรับที่ญี่ปุ่นแล้ว ค่าเช่าบ้านค่อนข้างแพง มีค่าใช้จ่ายอื่นอย่างค่านายหน้าที่ช่วยหาบ้าน และค่ามัดจำด้วย ราคาถูกที่สุด ประมาณเดือนละ 12,100 บาท ทำงานประมาณ 1 อาทิตย์กว่า ๆ ถึงจะสามารถจ่ายค่าเช่าต่อเดือนได้ หารเป็นรายวัน จะตกวันละ 403 บาท ซึ่งค่าแรงต่อวัน จ่ายค่าห้องแล้วก็ยังเหลือไปซื้อหมูได้อีก 1 กิโล และจ่ายค่ารถไฟไป-กลับได้พอดี

ประเทศไทย

  • ค่าแรงขั้นต่ำ : ปิดท้ายที่ประเทศไทย ที่หลาย ๆ คนบอกว่าค่าครองชีพไม่แพง เพราะราคาของถูกมาก ถ้าเทียบกับประเทศอื่น ๆ เงินเดือนขั้นต่ำโดยประมาณ จะขอตีกลม ๆ ที่เดือนละ 10,000 บาท (ตกวันละ 333 บาท)
  • ค่าอินเตอร์เน็ต : ค่าอินเตอร์เน็ตรายเดือน ราคาถูกที่สุด ที่จะสามารถดูหนังฟังเพลงและทำงานได้ อยู่ที่เดือนละ 399 บาทต่อเดือน หลาย ๆ คนอาจจะมองว่าไม่แพง แต่ค่าแรง 1 วันของประเทศไทย ไม่สามารถจ่ายค่าอินเตอร์เน็ตได้ ต้องทำงานอย่างน้อย 1 วัน กับ 1 ชั่วโมง ถึงจะสามารถจ่ายค่าอินเตอร์เน็ตทั้งเดือนได้ (หลาย ๆ คนเลือกที่จะลดรายจ่ายเป็นแบบเติมเงินแทน)
  • ค่าไฟ : ค่าไฟหน่วยละ 4 บาท ถ้าใช้ 150 หน่วยต่อเดือน จะต้องจ่าย 600 บาท เท่ากับว่าคนไทยจะต้องทำงานถึง 2 วันเลยทีเดียว เพื่อจ่ายค่าไฟต่อเดือน
  • ค่าน้ำมัน : ส่วนน้ำมันเบนซิน 1 ลิตรตอนนี้ อยู่ที่ 50 บาท ถ้าจะเติมเต็มถังที่ 45 ลิตร จะเท่ากับ 2,250 บาท ต้องทำงาน 6 วันกับ 7 ชั่วโมง เพื่อเติมน้ำมันให้เต็มถัง
  • ค่ารถโดยสารสาธารณะ : อ๊ะๆ! หลาย ๆ คนอาจจะแย้งว่า ก็ประหยัดโดยการนั่งรถสาธารณะไปสิ! ได้เลยค่า จัดไป! ราคารถเมล์ในประเทศไทยเริ่มต้นที่ 8 บาท ถ้ารถเมล์ขึ้นทางด่วน ราคาแพงสุดจะอยู่ที่ 27 บาทต่อเที่ยว เท่ากับว่าเราจะสามารถขึ้นรถเมล์ที่แพงที่สุดได้ 12 เที่ยวต่อวัน ส่วนรถไฟฟ้า BTS เริ่มต้นที่ 14-42 บาท นั่งสายที่ราคาแพงสุดได้ 7 เที่ยวต่อวันเท่านั้น แอร์พอร์ตลิ้งค์ 15-45 บาท นั่งได้สูงสุด 7 เที่ยวต่อวันเช่นกัน เป็นที่น่าเสียดาย ที่ประเทศไทยยกเลิกตั๋วเหมาเที่ยวรายเดือน ที่ทำให้ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางไป อีกทั้งยังไม่มีบัตรที่สามารถใช้ร่วมกันได้อีกด้วย 
  • ราคาเนื้อหมู 1 กิโลกรัม : ราคาเนื้อหมู 1 กิโลกรัม 184 บาท เทียบค่าครองชีพกับเงินเดือนเฉลี่ยรายวันแล้ว จะสามารถซื้อหมูได้แค่ 1 กิโลกรัมต่อวันเท่านั้น
  • ค่าที่พักอาศัย : ส่วนค่าเช่าบ้าน ราคาถูกสุดแถวชานเมือง เริ่มต้นที่ 1,700 บาทต่อเดือน ต้องทำงาน 5 วันเลยทีเดียว ถึงจะสามารถจ่ายค่าเช่ารายเดือนได้ นอกจากนี้ยังมีรายจ่ายแฝงอื่น ๆ อย่างค่ามัดจำแรกเข้า ค่าที่จอดรถ ค่าทางด่วน หรือค่ามอเตอร์ไซค์รับจ้าง ถ้าหากว่าเลือกที่พักถูก แต่ที่ทำงานอยู่ไกล และอยู่ในซอยลึกที่ไม่สามารถเดินเข้าไปได้อีกด้วย