เปิดใจกัญ เจาะลึก ”กัญชา” มีดีมากกว่าที่คิด! แชร์เมนูกัญชาท้าให้ลองง
  1. เปิดใจกัญ เจาะลึก ”กัญชา” มีดีมากกว่าที่คิด! แชร์เมนูกัญชาท้าให้ลองง

เปิดใจกัญ เจาะลึก ”กัญชา” มีดีมากกว่าที่คิด! แชร์เมนูกัญชาท้าให้ลองง

พาทุกคนมาเปิดใจกัญ เจาะลึกพืชขวัญใจสายเขียว "กัญชา" มีความเป็นมายังไง มีสารอะไรที่กินแล้วทำให้ร่าเริง ปลดล็อกกัญชาแล้ว ปลูกไว้หลังบ้านได้หรือไม่! ตามมาดูกันเล้ย
writerProfile
30 เม.ย. 2021 · โดย

ช่วงนี้กระแสเมนูกัญชามาแรงมากก! หันไปทางไหนก็เห็นเมนูกัญชาน่าลิ้มลอง เชื่อว่าถ้าพูดถึงกัญชาน่าจะเป็นที่รู้กันว่าเป็นพืชสันทนาการชั้นดี และตอนนี้ประเทศไทยก็ได้ปลกล็อกกัญชาในบางส่วนเพื่อใช้ทางการแพทย์เรียบร้อย แต่จะบอกว่าไม่ใช่ทุกคนนะจ๊ะ ที่จะปลูกกัญชาไว้หลังบ้านได้ ต้องเป็นผู้ที่ได้รับการอนุญาตเท่านั้น วันนี้ Wongnai พาทุกคนมาเจาะลึกเรื่องกัญชา เรียกได้ว่าลึกมากกก! ตั้งแต่กัญชาคืออะไร ส่วนไหนใช้ปรุง ส่วนไหนกินแล้วเมาต้องดูเลย 

ประวัติของกัญชา 

กัญชาคืออะไร

ถ้าพูดถึงเรื่องกัญชา จุดเริ่มของชื่อเรียกนี้มาจากอินเดีย  ซึ่งกัญชาชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cannabis sativa L. แน่นอนว่าไม่ใช่แค่ชื่อนี้เท่านั้นที่เราได้ยินมาตั้งแต่เด็ก ยังมีคำไทยที่เรียกแทนกัญชาอีกหลายคำ อย่างเช่น เนื้อ, ปุ้น, บ้อง ส่วนคำภาษาอังกฤษที่ใช้นั้นมีทั้ง mary jane, weed ,grass, pot คำเหล่านี้มักถูกเรียกให้เป็นที่รู้กันว่าหมายถึง 'กัญชา'

อย่างที่รู้ว่า 'กัญชา' อยู่กับเรามานานมาก ประเทศแรกที่นำกัญชามาก็คืออินเดียนั่นเองค่ะ ซึ่งเกิดจากชาวบ้านชาวอินเดียได้นำพืชชนิดนี้มาใช้ประโยชน์ทั้งในเรื่องสารเสพติดและการเกษตร หลังจากนั้นกัญชาก็ได้กระจายพันธุ์ไปยังแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จนถึงอินโดนีเซีย ไปจนถึงประเทศเขตร้อนและเขตอบอุ่นของโลก 

ยังมีเรื่องเล่าต่อกันมาอีกว่าก่อนคริสตศักราชมีการบันทึกว่าจีนมีการปลูก 'กัญชง' เพื่อทำเป็นพืชเส้นใยและในสมัยโรมันได้นำพืชชนิดนี้เข้าไปปลูกในประเทศอิตาลี จากนั้นก็แพร่หลายไปทั่วโลก ใช้ทั้งประโยชน์ในการแพทย์ อุตสาหกรรมการเกษตรรวมไปถึงเพื่อความสนุกสนาน 

กัญชาไทย

กัญชาในไทย

เรื่องราวของกัญชาไทยมีมานานมาก ว่ากันว่ามีมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งในตำรายาไทยโบราณบันทึกว่า "กัญชา" หรือบางตำราเรียก "กันชา" ถูกนำมาทำเป็นส่วนผสมหลักหรือส่วนผสมร่วมมา อย่างเช่น ตำราพระโอสถพระนารายณ์, ตำราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ ฯลฯ หลังจากนั้นผู้คนก็เริ่มนิยมใช้กัญชากันมากขึ้น ทั้งในด้านยาและสารเสพติด จนถึง พ.ศ. 2468 กฎเสนาบดีกำหนดให้กัญชาและยาที่ปรุงจากกัญชาเป็นยาเสพติดให้โทษ จากนั้นในสมัยรัชการที่ 8 ได้มีการออกพระราชบัญญัติกันชา พ.ศ. 2477 ไม่ให้มีการสูบและปลูกกัญชาอย่างเคร่งครัดจนในปี พ.ศ. 2504 ประเทศไทยร่วมลงนามให้อนุสัญญาเดี่ยว ว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ จนกระทั่งปี พ.ศ. 2562  มีวิจัยว่าสารสกัดจากกัญชามีประโยชน์ทางการแพทย์ และเปิดโอกาสให้นำกัญชา กัญชงใช้ทางการแพทย์และรักษาโรค ภายใต้การควบคุมของแพทย์ รวมถึงการศึกษาวิจัย 

กัญชาปลูกไว้หลังบ้านได้มั้ย? 

กฎหมายกัญชา

สายเขียวทั้งหลายอย่าเพิ่งรีบเอาต้นกัญชามาปลูก! เพราะตามกฎหมายกัญชายังถือเป็นสารเสพติดอยู่ โดยมีการปลดล็อกกัญชาและกัญชงแค่บางส่วนเท่านั้น  หลัก ๆ จะเน้นการใช้ประโยชน์ในเรื่องของการแพทย์ นั่นก็คือ 1.ใบที่ไม่ติดกับช่อดอก เปลือก ลำต้น เส้นใย กิ่ง ก้าน ราก ไม่เป็นยาเสพติด 2. เมล็ดกัญชง น้ำมัน สารสกัด เมล็ดกัญชง 3.สาร CBD และ THC ต้องไม่เกิน 2%  และในส่วนของช่อดอกและเมล็ดกัญชา ยังถือเป็นสารเสพติดอยู่ ซึ่งใครที่คิดจะปลูก สกัดและผลิตต้องผ่านการขออนุญาตก่อนเท่านั้นค่ะ 

สารสำคัญที่อยู่ในกัญชา 

สารเมาในกัญชา

ในต้นกัญชานั้นจะผลิตกลุ่มสารแคนาบินอยด์ (Cannabinoids) ซึ่งในกลุ่มนี้มีสารสำคัญอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด นั่นก็คือ THC หรือ "สารเมา" โดยสารตัวนี้จะออกฤทธิ์ให้ความรู้สึกเคลิบเคลิ้ม ผ่อนคลายและยังมีผลต่อระบบประสาท  ซึ่งเจ้าตัวนี้เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เรายิ้มได้ทั้งวัน แน่นอนว่าถ้าหากมีสารตัวนี้ในร่างกายมากจนเกินไป ทำให้เกิดอันตรายได้ค่ะ

ส่วนสารสำคัญอีกตัว "CBD" ซึ่งเป็นตัวช่วยผ่อนคลายอีกเช่นกัน แต่ไม่มีผลต่อร่างกาย โดยเป็นสารที่ออกฤทธิ์ระงับประสาท ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ บรรเทาอาการปวด ลดอาการตึงเครียด ใช้สารชนิดนี้ก่อนนอนก็จะช่วยให้นอนหลับสบายขึ้น สรุปให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นนั่นก็คือสาร CBD รักษาร่างกาย ส่วน THC รักษาจิตใจนั่นเอง 

กัญชา VS กัญชง ต่างกันอย่างไร? 

กัญชาต่างจากกัญชงยังไง

ขอเล่าก่อนเลยว่ากัญชาและกัญชงอยู่ในสายพันธุ์เดียวกัน เปรียบเหมือนมีแม่คนเดียวกันค่ะ ซึ่งที่ทำให้แยกสองชนิดนี้ออกจากกันนั่นก็คือระดับสารเมาและการนำไปใช้ประโยชน์ ซึ่งกัญชามีชื่อเรียกว่า "Marijuana" จะลักษณะที่สีเข้มกว่า โดยเราจะเก็บเกี่ยวส่วนดอกมาใช้ ทั้งในเรื่องการสันทนาการและการแพทย์ ส่วนกัญชงมีชื่อเรียกว่า "Hemp" กัญชงคือพืชเส้นใยส่วนใหญ่จะใช้ด้านการเกษตรกรรมและสกัดออกมาเพื่อใช้ในทางการแพทย์ได้เช่นกัน 

ส่วนไหนที่เอามาใช้ประโยชน์กัญ?

น้ำมันกัญชา

กัญชานั้นประโยชน์มีค่อนข้างเยอะค่ะ เป็นอันที่รู้กันของสายเขียวว่าถ้าอยากเพลิดเพลินร่าเริงได้ทั้งวัน ส่วนที่ตอบโจทย์ก็ต้องเป็นดอกกัญชาแต่ส่วนนี้แน่นอนว่าเป็นสารเสพติด หากเอามาใช้เพื่อสันทนาการจะถือว่าผิดกฎหมาย  นอกจากนี้แล้วยังในส่วนช่อดอกนี้ยังสามารถนำมาสกัดเป็นน้ำมันเพื่อใช้เป็นกัญชารักษาโรคได้อีกด้วยค่ะ ทั้งนี้ก็มีส่วนที่ไม่เป็นยาเสพติดอย่าง เปลือก ลำต้นและเส้นใย รวมถึงใบ กิ่ง ก้าน ราก ที่จัดเอาไปใช้ประโยชน์ในทั้งอุตสาหกรรมและการแพทย์ แต่ที่สำคัญเลยสารสกัด CBD และต้องมี THC ไม่เกิน 0.2% จะถือว่าไม่เป็นยาเสพติด 

ข้อควรรู้ก่อนนำกัญชามาปรุงอาหาร

กัญชา ปรุงอาหาร

แน่นอนว่าจะสุ่มสี่สุ่มห้าหยิบกัญชามาปรุงอาหารเองไม่ได้นะเออ เพราะใบกัญชาเมื่อนำมาปรุงอาหารที่ต้องผ่านความร้อน สาร THC หรือสารเมาจะออกฤทธิ์มากกว่าปกติ และถ้าหากผ่านทั้งความร้อนและน้ำมันก็จะยิ่งอันตราย! นอกจากเรื่องความร้อนที่คำนึงแล้ว ปริมาณสารเมาของกัญชาที่นำมาปรุงอาหารนั้น ยังขึ้นอยู่กับเรื่องอายุของใบกัญชาและระยะเวลาที่ปรุงอีกด้วยค่ะ เพราะฉะนั้นการที่จะนำใบกัญชามาปรุงอาหารนั้นต้องผ่านการศึกษามาเป็นอย่างดี ทั้งนี้ "ใบกัญชา" ที่นำมาใช้ปรุงอาหารต้องมาจากผู้ที่ได้รับอนุญาตปลูกอย่างถูกต้อง 

ใครบ้างที่ไม่ควรลองกินอาหารใส่กัญชา 

กัญชา อันตราย

ไม่ใช่ว่าทุกคนที่จะลิ้มลองเมนูกัญชาได้นะจ๊ะ เพราะบางทีร่างกายของคนเราก็ไวต่อสารเมาไม่เท่ากัน บางอาจจะกินแล้วมึนไวและอีกคนไม่รู้สึกก็มี สำหรับที่ไม่ควรลองกินเมนูกัญชานั้นได้แก่ หญิงตั้งครรภ์, เด็กเยาวชน อายุไม่ถึง 18 ปี, ผู้สูงอายุ, ผู้ที่ตับไตบกพร่อง, ผู้ป่วยโรคหัวใจ, ผู้ที่ใช้ยาละลายลิ่มเลือดและผู้ที่ใช้ยาที่มีผลต่อระดับประสาทส่วนกลาง

ทั้งนี้เราขอแนะนำให้ใช้ใบกัญชาได้ไม่เกินวันละ 5-8 ใบ ส่วนใครที่ไม่เคยลองกินมาก่อน ให้เริ่มลองกินในปริมาณที่น้อยก่อนค่ะ อาจจะทำให้เกิดอาการวิงเวียน ปวดศีรษะและหัวใจเต้นแรงเอาได้ ซึ่งถ้าหากใครมีอาการนี้เกิดขึ้นให้แก้ด้วยการกินน้ำผึ้งมะนาวค่ะ 

ร้านอาหารเมนูกัญชา

ร้านอาหารกัญชา

ต้องบอกเลยว่ากระแสกัญชาช่วงนี้มาแรงมาก! มีหลายร้านเลยที่ครีเอทเมนูกัญชาได้น่าลิ้มที่ลองสุด เชื่อว่าหลายคนเกิดคำถามขึ้นมาในหัวอย่างเรา ว่าแท้จริงแล้วอาหารที่ปรุงด้วยกัญชาจะกินแล้วเมาจริงหรือเปล่า จะกินแล้วหัวเราะแบบที่รีวิวกันมั้ย ถ้าอยากรู้ก็ต้องตามไปพิสูจน์กันค่ะ ซึ่งทางเราก็ได้คัดเมนูเด็ดจากกัญชามาให้ทุกคนดูกัน พูดเลยว่าแค่เห็นชื่อเมนูก็ร่าเริงแล้วววว 

  • เพสโต้สายเขียว
    ดูเพิ่มเติมได้ที่ร้าน La Maison by Chef Billy
  • สปาเก็ตตี้ขี้เมาปลาสลิดกัญชา
    ดูเพิ่มเติมได้ที่ร้าน นม- นัว
  • สปาเก็ตตี้กัญชา
    ดูเพิ่มเติมได้ที่ร้าน HOP Beer House Korat
  • โอมากาเสะร่าเริง
    ดูเพิ่มเติมได้ที่ร้าน Koko Japanese Restaurant
  • รื่นเริงบันเทิงยำ 
    ดูเพิ่มเติมได้ที่ร้าน IS AM ARE

อยากให้ลองบราวนี่กัญชา

สำหรับใครที่อยากลองทำเมนูกัญชา เราขอนำเสนอ "บราวนี่กัญชา" สูตรนี้ว่ากันว่าถ้าใครได้ลองเป็นสูตรที่ดีจนตายได้! สำหรับบราวนีย์สูตรนี้เป็นของ มาร์ธา สจ๊วต ที่รสสัมผัสนุ่มและหอมกลมกล่อมมาก 

บราวนีย์ กัญชา สูตร

วิธีทำ/วัตถุดิบ

  • 1 สูตร ได้ ขนาดประมาณถาดขนาด 22 x 33 เซนติเมตร
  • ส่วนผสม บราวนี่
  • ไข่ไก่ขนาดใหญ่ 4 ฟอง
  • น้ำมันกัญชา 2/3 ถ้วยตวง
  • น้ำตาล 2 ถ้วยตวง
  • แป้งอเนกประสงค์ 1.5 ถ้วยตวง
  • ผงโกโก้ 3 ช้อนโต๊ะ
  • ผงฟู 1 ช้อนชา
  • เกลือ 1/2 ช้อนชา
  • ถั่วพีแคนสับ 1 ถ้วยตวง
  • วนิลาสกัด 1 ช้อนชา

ช็อกโกแลตไอซิงของมาร์ธา หลุยส์ สจ๊วต

  • ส่วนผสมช็อกโกแลตไอซิ่ง
  • ไข่ใบใหญ่ 1 ฟอง
  • น้ำตาลไอซิ่ง 2.5 ถ้วยตวง
  • ผงโกโก้ 2 ช้อนชา
  • วนิลาสกัด ๑ ช้อนชา
  • เนยละลาย ๒ ช้อนโต๊ะ (ใช้เนยกัญชาเเทนหากต้องการความแรง)

วิธีทำช็อกโกแลตไอซิ่ง

เริ่มจากตีไข่กับน้ำตาล 1 ถ้วยตวง ด้วยความเร็วต่ำ พอนำ้ตาลเริ่มละลาย ให้เติมน้ำตาลที่เหลือ 1/2 ถ้วยตวงเเละโกโก้ลงไป ตีจนในเข้ากัน เติมน้ำตาลที่เหลืออีก 1 ถ้วยตวง เนย เเละวนลาลงไป ตีให้ส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันเเล้วพักทิ้งไว้

วิธีการทำบราวนีย์กัญชา

  • ตั้งเตาอบที่อุณหภูมิ 350 องศาฟาเรนไฮท์ หรือประมาณ 180องศาเซลเซียส ทาเนยลงบนถาดอบขนม วางพักไว้
  • ตี ไข่ด้วยเครื่องตีอัตโนมัติ ด้วยความเร็วต่ำ จากนั้นค่อยๆ เติมน้ำตาลเเละน้ำมันกัญชาลงไป ตีต่อประมาณ 10 นาที
  • ร่อนแป้ง โกโก้ ผงฟู และเกลือรวมกัน ค่อย ๆ เติมไข่ที่ตีไว้และผสมต่อจนเข้ากัน เติมถั่วพีแคนและวนิลา
  • เทส่วนผสมลงไปในถาดอบ อบประมาณ 35 นาที ทิ้งไว้ให้เย็น โรยน้ำตาลไอซิ่งและรอให้เย็นก่อนเสิร์ฟ

กัญชามีคนเสิร์ช 40k/เดือน 

กัญชา พรบ

เป็นอย่างไรบ้างคะทุกคน ได้รู้เรื่องกัญชากันแบบเจาะลึกไปแล้ว ได้รู้ลึกรู้จริงแบบนี้ พูดเลยว่าประโยชน์ของกัญชามีดีมากกว่าทำให้ทุกคนมีความสุขซะอีก ซึ่งในทางการแพทย์กัญชาถือว่ามีประโยชน์ทีเดียวค่ะ ทั้งช่วยในเรื่องของการบรรเทาอาการปวด ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ยังช่วยกระตุ้นความอยากอาหารในผู้ป่วยมะเร็งอีกด้วย นอกจากกัญชารักษาโรคได้แล้ว การนำกัญชามาปรุงอาหารก็เป็นเมนูที่น่าลองอีกต่างหาก เพราะฉะนั้นใครอยากลองเมนูกัญชาสามารถตามพิกัดเราไปได้เลย รับรองว่าต้องติดใจแน่นอน! 

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องต่อได้ที่...