อิ่มบุญกับอาหารเจไม่จำเจ ที่ “ติ่น ไท่ ฟง” สาขา “เซ็นทรัล เอ็มบาสซี่” อร่อยได้แม้ไม่มีเนื้อสัตว์
  1. อิ่มบุญกับอาหารเจไม่จำเจ ที่ “ติ่น ไท่ ฟง” สาขา “เซ็นทรัล เอ็มบาสซี่” อร่อยได้แม้ไม่มีเนื้อสัตว์

อิ่มบุญกับอาหารเจไม่จำเจ ที่ “ติ่น ไท่ ฟง” สาขา “เซ็นทรัล เอ็มบาสซี่” อร่อยได้แม้ไม่มีเนื้อสัตว์

เปลี่ยนจากอาหารเจแบบเดิมๆ มาสู่อาหารเจแนวใหม่ ที่มีมิติในรสชาติ และมีความอร่อยที่ล้ำลึก กระทั่งคนที่ไม่กินเจก็สามารถกินได้
[Ad] • 9 ต.ค. 2014 · โดย

ในเดือนกันยายนนี้ เทศกาลกินเจถือศีลกินผักก็ได้หมุนเวียนมาถึงอีกครั้งหนึ่งแล้ว แต่เทศกาลกินเจประจำปี 2557 นี้ จะพิเศษกว่าทุกปี เพราะจะมีเทศกาลกินเจถึง 2 รอบด้วยกัน คือ รอบที่ 1 เริ่มตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย. - 2 ต.ค. 2557 และรอบที่ 2 เริ่มตั้งแต่วันที่ 24 ต.ค. - 1 พ.ย. 2557 เหตุที่ต้องมีเทศกาลกินเจถึง 2 รอบ ก็เพราะว่าตามปฏิทินจีน ปีนี้จะมีเดือน 9 ถึงสองครั้ง ซึ่งในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 9 ของทุกปีจะเป็นช่วงที่เริ่มต้นเข้าสู่เทศกาลกินเจ และในเมื่อปีนี้มีเดือน 9 ถึง 2 รอบ เทศกาลกินเจจึงมี 2 รอบตามไปด้วย

และในเทศกาลกินเจปีนี้ “ติ่น ไท่ ฟง” ร้านอาหารจีนชื่อดังจากไต้หวัน ก็ไม่พลาดอยู่แล้วที่จะสร้างสรรค์เมนูอาหารจีนสุดอร่อย ที่จะเปลี่ยนทัศนคติของหลายๆ คนที่อาจจะคิดว่าอาหารเจไม่อร่อย เพราะมีแต่ผัก แป้งและถั่ว ให้กลายมาเป็นติดอกติดใจในรสชาติความอร่อยของอาหารเจสไตล์ “ติ่น ไท่ ฟง” ที่แม้ไม่มีเนื้อสัตว์ผสมอยู่เลยแม้แต่น้อย แต่ก็สามารถเป็นอาหารจีนที่อร่อยได้จนแทบอยากจะกินแทนอาหารปกติกันเลยทีเดียว

สารพัดเมนูเจที่สร้างสรรค์ความอร่อยแบบไม่ซ้ำซากจำเจ

เมนูนึ่ง

เริ่มกันที่เมนูขึ้นชื่อของ “ติ่น ไท่ ฟง” อย่างเมนู “เสี่ยวหลงเปา” ซึ่งสำหรับเทศกาลกินเจปีนี้ “ติ่น ไท่ ฟง” ได้คิดค้นเสี่ยวหลงเปาเมนูใหม่ขึ้นมาโดยเฉพาะ คือ “เสี่ยวหลงเปาไส้เห็ดรวม” (6 ชิ้น ราคา 180 บาท / 10 ชิ้น ราคา 225 บาท) ซึ่งแน่นอนว่าการทำเสี่ยวหลงเปาเจ จะต้องไม่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์เข้ามาปะปนเลยแม้แต่น้อย แต่ “เสี่ยวหลงเปาไส้เห็ดรวม” ก็ยังคงความอร่อยตามแบบฉบับของเสี่ยวหลงเปาอยู่ทุกประการ ด้วยการผสมผสานรสชาติเฉพาะตัวของ “เห็ด” ถึง 6 ชนิดเข้าด้วยกัน คือ เห็ดนางรม, เห็ดหอมสด, เห็ดเป๋าฮื้อ, เห็ดโคนญี่ปุ่น, เห็ดออรินจิขาว และเห็ดออรินจิดำ นอกจากนี้ยังผสม “น้ำมันเห็ดทรัฟเฟิล” ลงไป เพื่อช่วยเพิ่มความหอมของเห็ดให้ขจรขจายยิ่งขึ้น ซึ่งเพียงกัดเสี่ยวหลงเปาลงไปคำแรก กลิ่นหอม รสชาติและผิวสัมผัสของเห็ดทั้ง 6 ชนิด และน้ำมันเห็ดทรัฟเฟิลก็อบอวลไปทั่วทั้งปากเลยทีเดียว

เสี่ยวหลงเปาไส้เห็ดรวม
เสี่ยวหลงเปาไส้มันหวานญี่ปุ่น

และนอกจาก “เสี่ยวหลงเปาไส้เห็ดรวม” แล้ว ยังมี “เสี่ยวหลงเปาไส้มันหวานญี่ปุ่น” อีกด้วย เป็นเสี่ยวหลงเปาที่ใช้ความหวานมันของ “มันหวานญี่ปุ่น” มาทดแทนความหวานมันของครีมที่ได้จากนมวัว ซึ่งเนื้อมันหวานญี่ปุ่นที่บดจนเนียนละเอียดและมีผิวสัมผัสที่นุ่มนวลก็ให้รสชาติที่อร่อยละมุนละไมสมกับการเป็นอาหารเจจริงๆ

เสี่ยวหลงเปาไส้เห็ดรวม
เสี่ยวหลงเปาไส้มันหวานญี่ปุ่น
ไส้มันหวานญี่ปุ่นนุ่มละมุนไม่ต่างจากครีม

ด้วยซอสสูตรพิเศษที่ใช้จิ้มอาหาร ช่วยทำให้เมนูทอดมีรสชาติโดดเด่นมากขึ้น

เมนูทอด

เมนูต่อมาเป็นเมนูที่ดูเหมือนจะธรรมดาๆ แต่หากได้ลองชิมสักคำ จะไม่สามารถหยุดกินได้เลย นั่นคือเมนู “เต้าหู้ผสมแห้วและเห็ดหูหนูทอด”(ราคา 220 บาท) ที่ใช้เต้าหู้โฮมเมดเนื้อนุ่ม อ่อนละมุนผสมกับแครอต เห็ดหูหนูตากแห้งที่แช่น้ำจนนิ่ม และเพิ่มความแตกต่างของผิวสัมผัสให้หลากหลายมากขึ้นด้วยการเพิ่ม “แห้ว” ที่มีความกรุบกรอบลงไปในเนื้อเต้าหู้ จากนั้นนำไปทอดจนด้านนอกกรอบและเป็นสีเหลืองทอง ส่วนด้านในยังคงความนุ่มละมุนแทบละลายในปากของเต้าหู้โฮมเมดเอาไว้ เป็นเมนูที่มีผิวสัมผัสแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในหนึ่งเดียว ยิ่งเมื่อนำไปจิ้มกับน้ำจิ้มสูตรพิเศษของ “ติ่น ไท่ ฟง” ที่มีรสชาติเปรี้ยวๆ หวานๆ และมีส่วนผสมของพริก ก็ยิ่งช่วยชูรสชาติความอร่อยให้กับเต้าหูเห็ดหูหนูทอดมากยิ่งขึ้น

เต้าหู้ผสมแห้วและเห็ดหูหนูทอด

อีกหนึ่งเมนูทอดที่ช่วยเพิ่มรสชาติและความแตกต่างให้กับอาหารเจได้ดีขึ้น คือเมนู “เกี๊ยวทอดไส้ผัก” (ราคา 160 บาท) ที่ไส้ในเป็นผักกวางตุ้งผสมเห็ดและวุ้นเส้น ห่อด้วยแผ่นเกี๊ยวแล้วนำไปทอดจนกรอบเป็นสีเหลืองทอง ส่วนตัวไส้ด้านในจะเหนียวนุ่มจากเนื้อผักกวางตุ้ง ซึ่งตัดกับความกรอบของแผ่นเกี๊ยว เมนูนี้จะกินเปล่าๆ ก็อร่อย หรือจะจิ้มกับน้ำจิ้มสูตรพิเศษ ก็ยิ่งช่วยให้รสชาติของเกี๊ยวผักทอดเข้มข้นขึ้น

เกี๊ยวทอดไส้ผัก

หรือถ้าชื่นชอบเมนูเต้าหู้ แต่ต้องการเปลี่ยนเป็นเมนูแบบผัด ก็มี “ฟองเต้าหู้ผัดซอสผลไม้” (ราคา 290 บาท) ที่นำฟองเต้าหู้ไปทอดจนกรอบแล้วนำไปผัดกับพริกหวานและซอสผลไม้รสชาติเปรี้ยวๆ หวานๆ ที่ทำจากผักผลไม้ 4 ชนิด คือ ส้ม, แยมสตรอเบอร์รี่, มะเขือเทศ และสับปะรด ผสานกับรสเผ็ดนิดๆ ของซอสพริก โดยน้ำซอสผลไม้จะเคลือบอยู่บนฟองเต้าหู้ทอดกรอบอย่างทั่วถึง แต่ไม่ทำให้ฟองเต้าหู้ทอดนิ่ม แต่กลับยังคงความกรอบเคี้ยวเพลินอยู่ แถมยังชุ่มฉ่ำไปด้วยรสชาติของซอสผลไม้ที่ระรื่นอยู่ในปาก

ฟองเต้าหู้ผัดซอสผลไม้

ด้วยซอสสูตรเฉพาะของ ติ่น ไท่ ฟง เพียงแค่นำไปอบกับผักต่างๆ ก็อร่อยลงตัวได้ง่ายๆ

เมนูอบหม้อดิน

ส่วนคนที่ชอบเมนูอบหม้อดิน ก็มีให้เลือกอร่อยเช่นกัน อาทิ 2 เมนูเด็ด อย่างเช่น “ไก่เจ อบผักรวมในซอสพริกไทยดำ” (ราคา 330 บาท) ที่ใช้โปรตีนเกษตรมาแทนเนื้อไก่ แล้วนำมาอบกับผักนานาชนิด อาทิ ถั่วลันเตา เห็ดโคนญี่ปุ่น มะเขือม่วง ข้าวโพดอ่อน และพริกหวาน โดยใช้ซอสพริกไทยดำรสชาติเข้มข้นมาเป็นตัวชูรสให้ไก่เจและผักรวมอร่อยยิ่งขึ้น จากนั้นโรยหน้าด้วยขิงซอยทอดกรอบ เมนูนี้เป็นอีกหนึ่งเมนูที่กินเพลินได้ไม่มีหยุด เพราะน้ำซอสพริกไทยดำที่มีรสชาติเข้มข้นกลมกล่อมได้ซึมลงไปถึงเนื้อในของเนื้อผักและไก่เจอย่างเต็มที่ เมนูนี้จึงไม่จืดชืดและมีรสชาติที่น่าลิ้มลองอย่างแท้จริง

ไก่เจ อบผักรวมในซอสพริกไทยดำ

อีกหนึ่งเมนูอบหม้อดินที่ไม่ควรพลาด คือ “เห็ดออรินจิอบหม้อดิน” (ราคา 320 บาท) ที่ใช้เห็ดออรินจิต้นใหญ่เนื้ออวบแน่นมาหั่นให้เป็นชิ้นพอดีคำ ผัดกับพริกหวานและเพิ่มความหอมหวนขึ้นไปอีกระดับด้วยขิงสไลซ์ทอดกรอบกับใบโหระพา ปรุงรสด้วยซอสถั่วเหลืองสูตรพิเศษที่นำซอสถั่วเหลือง 3 ชนิดมารวมตัวกันจนเกิดเป็นรสชาติที่อร่อยลงตัว เมนูนี้ให้รสชาติของซอสถั่วเหลืองที่แฝงด้วยความหอมและรสชาติเฉพาะตัวของใบโหระพา

เห็ดออรินจิอบหม้อดิน

เมนูเด็ดที่ขาดไม่ได้สำหรับอาหารเจ คือเมนูผัด

เมนูผัด

และที่ขาดไม่ได้สำหรับอาหารจีน ก็คือ “เมนูผัด” ซึ่งสำหรับเทศกาลกินเจนั้น ก็คงหนีไม่พ้นเมนู “ผัดหมี่ซั่ว” (ราคา 190 บาท) ซึ่งเป็นเมนูเบสิคของอาหารเจ แต่ผัดหมี่ซั่วแท้ๆ แบบต้นตำรับอาหารจีนสไตล์ไต้หวัน จะมีแค่เพียงเส้นหมี่ผัดกับถั่วงอกและซอสสูตรโฮมเมดเท่านั้น ไม่ได้ใส่ผักนานาชนิดลงไปแบบหมี่ซั่วที่คุ้นเคยกัน

ผัดหมี่ซั่ว

อีกหนึ่งเมนูผัด คือ “ข้าวผัดเจ 5 สี” (ราคา 220 บาท) ที่เพิ่มความพิเศษจากข้าวผัดธรรมดาๆ มาเป็นการใช้ “ข้าวกล้อง” ผัดคลุกเคล้ากับ “กาน่าฉ่าย” ของอร่อยประจำเทศกาลกินเจ และผักต่างๆ ได้แก่เม็ดมะม่วงหิมพานต์ แครอท ข้าวโพด ถั่วลันเตา ถั่วแระญี่ปุ่น และมะกอกดำ ให้รสชาติและผิวสัมผัสหลากหลายในหนึ่งคำ

ข้าวผัดเจ 5 สี

เมนูเด็ดที่ต่อสุขภาพ

ปิดท้ายด้วยเมนูที่แสนจะดีต่อสุขภาพ อย่างเมนู “มะระหมักซอสเต้าซี่”(ราคา 120 บาท) ที่นำมะระจีนไปหมักในซอสเต้าซี่นาน 1 - 5 ชั่วโมง และจะหมักเพียงวันละ 2 รอบเท่านั้น ที่ต้องใช้เวลาในการหมักนานขนาดนั้น ก็เพื่อให้ซอสเต้าซี่ซึมเข้าถึงเนื้อในของมะระอย่างเต็มที่ จนรสขมตามธรรมชาติของมะระแทบจะไม่มีหลงเหลืออยู่เลย และมะระที่นำมาเสิร์ฟนั้น เนื้อจะยังมีความกรอบอยู่ จึงสามารถกินเป็นออร์เดิร์ฟก็ได้ หรือกินเป็นกับข้าวก็ดี แต่เมนูนี้เป็นเมนูที่หลายคนๆ อาจจะส่ายหน้า เพราะกลัวความขมของมะระ แต่หากได้ลิ้มลองสักนิดแล้วจะรู้ว่าไม่ขมเลย กลับมีแต่ความกรอบของเนื้อมะระและรสชาติของซอสเต้าซี่แทน แถมมะระยังมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่างอีกด้วย เพราะมะระจีนมีฤทธิ์เย็นช่วยดับพิษร้อนในร่างกาย เหมาะสำหรับคนที่ร้อนในหรือมีไข้ นอกจากนี้มะระจีนยังมีสารที่ช่วยร่างกายสร้างอินซูลิน ซื่งเป็นฮอร์โมนสำคัญในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอีกด้วย จึงดีอย่างยิ่งสำหรับคนที่เป็นเบาหวาน

มะระหมักซอสเต้าซี่

เทศกาลกินเจปีนี้ ลองมาเปลี่ยนการกินเจไม่ให้ซ้ำซากจำเจกันดูดีกว่า เพราะแม้ว่าเมนูเจจะมีแต่ผักและถั่วต่างๆ เป็นส่วนประกอบหลัก โดยไร้ซึ่งเนื้อสัตว์แสนอร่อยใดๆ แต่เชฟมากฝีมือก็สามารถสร้างสรรค์เมนูเจเด็ดๆ ให้อร่อยถูกปากทั้งคนที่กินเจและไม่กินเจได้ไม่ยาก...เทศกาลกินเจปีนี้ อย่าลืมนึกถึง “ติ่น ไท่ ฟง” ทั้ง 2 สาขากับเมนูอาหารเจสุดสร้างสรรค์ ที่จะช่วยทำให้การกินเจไม่น่าเบื่อกับอาหารเจจานเดิมๆ อีกต่อไป
สาขาเซ็นทรัลเวิล์ด ชั้น 7 โทร 02-646-1282
สาขาเซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ ชั้น 5 โทร 02-160-5918

แผนที่

ชั้น 5 Central Embassy

การติดต่อ

Din Tai Fung เซ็นทรัลเอ็มบาสซี
Phone number : 021605918
ถนนวิทยุ, ลุมพินี, กรุงเทพมหานคร, 10330, ประเทศไทยเซ็นทรัลเอ็มบาสซี่,ปทุมวัน