25 วิธี สวยแบบไม่ทำร้ายโลก

25 วิธี สวยแบบไม่ทำร้ายโลก

เราจะสวยคนเดียว แล้วปล่อยให้โลกของเราเหี่ยวเฉาได้ยังไง ! กิจวัตรประจำวันของเราอาจทำร้ายโลกโดยที่ไม่รู้ตัว มาดูวิธีที่จะสวยแบบไม่ทำร้ายโลกของเรากันเถอะ!
25 มี.ค. 2020 · โดย

ใครจะไปรู้ว่ากิจวัตรประจำวันที่เราทำอยู่ทุกวัน ๆ อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำลายสิ่งแวดล้อมได้! ทั้งโฟมล้างหน้า แปรงขัดผิว สครับขัดผิว แชมพู เครื่องสำอาง และอีกนับไม่ถ้วนที่เราใช้ประทินโฉม อาจทำร้ายโลกโดยที่เราไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นเราก็เลยจะมาแชร์วิธีสวยแบบไม่ทำร้ายโลกจากประสบการณ์ของเราเอง ให้สาว ๆ ได้เอาไปใช้กัน! มาดูกันว่า Beauty Routine แบบไหน ที่จะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco-Friendly) หลังจากนี้เราก็จะได้สวยแบบไม่ต้องเป็นภาระของลูกหลานอีกต่อไปแล้ววว!

Eco-Friendly Beauty Routine คืออะไร?

eco-friendly 01

Eco-Friendly Beauty Routine ก็คือการดูแลผิวและร่างกายด้วยกระบวนการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นด้วยผลิตภัณฑ์ ส่วนผสม วิธีการใช้งาน หรือแม้กระทั่งวิธีการคิด โดยหัวใจสำคัญที่เราใช้ในการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทำร้ายโลกมีดังนี้

  • การใช้งาน
    เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความอเนกประสงค์ เพื่อลดจำนวนการใช้ผลิตภัณฑ์ จะช่วยลดการใช้ทรัพยากรเพื่อการผลิตใหม่ของผลิตภัณฑ์ได้
  • วัตถุดิบ
    ใส่ใจส่วนผสมและวัตถุดิบ พยายามเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมในภายหลัง เช่น ไมโครบีดส์จากสครับขัดผิว ที่จะหลงเหลืออยู่ในน้ำทิ้งหลังใช้ และวัตถุดิบที่ผลิตจากระบบที่ยั่งยืน ไม่ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
  • ภาชนะ
    เราจะเลือกใช้ภาชนะที่สามารถใช้ซ้ำได้ หรือย่อยสลายตามธรรมชาติได้ หรือหากไม่มีภาชนะหรือแพ็คเกจเลยก็จะดีมาก เช่น สบู่ก้อน หรือแชมพูก้อน เพื่อเป็นการช่วยลดการเกิดใหม่ของขยะพลาสติก
  • สนับสนุนธุรกิจรายย่อย
    พยายามเลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้จากเกษตรรายย่อย หรือสินค้าพื้นบ้าน เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านโดยตรง โดยไม่ต้องผ่านอุตสาหกรรมหรือบริษัทรายใหญ่ การผลิตสินค้าจำนวนมากของโรงงาน ส่งผลต่อการจัดหาทรัพยากรที่นำมาใช้ในการผลิต เพราะต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก และเกิดการเหลื่อมล้ำทางรายได้ของเกษตรกร อีกทั้งยังทำให้ได้สินค้าที่ปนเปื้อนสารเคมี เพราะเกษตรกรต้องใช้สารเคมีเพื่อเร่งการผลิตให้ได้จำนวนตามที่โรงงานอุตสาหกรรมต้องการอีกด้วย
  • ใช้ทุกอย่างให้คุ้มค่าก่อนทิ้ง
    เราจะให้การทิ้งเป็นวิธีสุดท้ายที่เราจะทำ เพราะนั่นหมายความว่าสิ่งนั้นไม่มีประโยนช์ในด้านไหน หรือสำหรับใครอีกต่อไปแล้ว สิ่งไหนนำกลับมาใช้ใหม่ได้ก็นำกลับมาใช้ สิ่งไหนบริจาคได้หรือมีคนอื่นที่ต้องการ เราก็บริจาค สิ่งไหนแปรรูปหรือเอาไปใช้ทำอย่างอื่นได้ก็ลองทำดู เราควรใช้ของทุกชิ้นอย่างคุ้มค่าที่สุด หรืออย่างน้อยก็ให้คุ้มค่าพอกับทรัพยากรที่เสียไปในการผลิตมันขึ้นมา

เอาละมาเริ่มกันเล้ย !

Part Body

eco-friendly body

หากของชิ้นไหนที่บ้านหมดพอดี ลองเปลี่ยนมาใช้ของเหล่านี้ดูจะช่วยลดขยะไปได้เยอะเลยนะ

  • ผิวกาย
    เริ่มต้นที่การอาบน้ำก่อนเลย ลองเปลี่ยนมาใช้สบู่ก้อน ก็ช่วยลดการใช้แพ็คเกจไปได้เยอะ หรือถ้ามีขวดอยู่แล้วไม่อยากทิ้ง ก็สามารถล้างให้สะอาด แล้วนำไปเติมที่ร้านรีฟิลใกล้บ้าน ก็ช่วยลดขยะได้เหมือนกันนะ และถ้าใครเลิฟการขัดผิวสุด ๆ ลองเปลี่ยนมาใช้ใยบวบขัดผิวดู จะรู้ว่าผลลัพธ์ก็ดีไม่ต่างจากใยพลาสติกเลยแหละ แต่อาจจะต้องระวังนิดนึง เพราะถ้าเลือกใยบวบที่จะนำไปขัดผิวควรเลือกใยบวบเส้นใยเล็กและอ่อน เพื่อไม่ให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวของเราไงล่ะ
  • เส้นผม
    สำหรับเส้นผม เราสามารถปรับนิสัยการใช้ชีวิตของเราได้ไม่ยาก โดยอาจจะลองใช้แชมพูก้อน หรือนำขวดแชมพูที่หมดแล้ว ไปเติมแชมพูที่ร้านรีฟิลก็ย่อมได้ นอกจากนี้ถ้าหวีของเราพังหรือถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนเมื่อไหร่ ก็อยากให้ลองใช้หวีไม้แทนหวีพลาสติกดูนะ นอกจากจะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังป็นมิตรต่อเส้นผมเราด้วย เพราะหวีไม้ไร้ประจุไฟฟ้าและช่วยลดการเสียดสีต่อเส้นผม ทำให้ไม่เกิดไฟฟ้าสถิต ผมของเราจึงไม่ชี้ฟูแถมไม่ถูกทำร้ายอีกด้วย
  • ผ้าอนามัย
    ปัจจุบันมีผ้าอนามัยหลากหลายรูปแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สาว ๆ สามารถเลือกใช้ได้ตามใจชอบเลย แต่สำหรับเราเอง เราชอบถ้วยอนามัยเป็นพิเศษ เพราะสามารถใส่ติดต่อกันได้ยาวนานถึง 10 ชั่วโมงเลย แถมอายุการใช้งานก็ยาวนานมาก ๆ บางยี่ห้อเคลมว่าสามารถใช้ได้ 10 ปีเลยนะ ซึ่งก็จะช่วยเราลดขยะไปได้จำนวนมาก แถมยังประหยัดเงินอีกด้วย นอกจากนี้ถ้วยอนามัยก็ยังดูแลรักษาง่าย เมื่อใช้เสร็จก็แค่ล้างน้ำและสบู่อ่อน ๆ ให้สะอาด เมื่อหมดรอบเดือนก็นำไปต้มเพื่อฆ่าเชื้อโรค พอจะใช้ก็นำมาต้มอีกครั้งก็ได้เพื่อความสะอาด ง่ายกว่าที่คิดไว้เยอะเลยใช่มั้ยล่ะ!
  • ฟันและช่องปาก
    ผลิตภัณฑ์ในการดูแลช่องปากที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมก็เริ่มมีมากขึ้นแล้ว ทั้งแปรงสีฟันไม้ไผ่ ยาสีฟันแบบเม็ด และไหมขัดฟันจากเส้นใยธรรมชาติ ที่จะช่วยลดการทำลายสิ่งแวดล้อมทั้งต้นทางและปลายทาง เช่น ยาสีฟันแบบเม็ดลดการใช้แพ็คเกจ แปรงสีฟันไม้ไผ่และไหมขัดฟันใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และผลิตมาจากแหล่งการผลิตที่ยั่งยืน เป็นต้น ซึ่งก็จะช่วยลดจำนวนขยะที่กำจัดไม่ได้ไปได้ไม่น้อยเลย

Part Face

eco-friendly face

ในส่วนของผิวหน้านี่เรียกได้ว่ามีผลิตภัณฑ์ให้เลือกหมื่นพันแสนล้านอย่างในปัจจุบัน เพราะแบรนด์เครื่องสำอางผุดขึ้นมาทุกวัน ๆ และแบรนด์ที่เป็น Eco-Friendly ก็มีไม่น้อยเลย ถือเป็นโอกาสดีที่เราจะได้หาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวของเรามากที่สุดได้สบายเลย

  • การทำความสะอาดผิวหน้า
    ในส่วนของการทำความสะอาดนั้น เราต่างรู้ดีว่าในทุก ๆ วันเราสูญเสียสำลีไปกี่แผ่น คอตตอนบัดส์ไปกี่อันกับการเช็ดเครื่องสำอาง ทางเลือกหนึ่งที่เราอยากแนะนำคือให้หันมาใช้ Cleanser เนื้อออยล์หรือเนื้อครีม หรือเนื้ออะไรก็ได้ที่ไม่ต้องใช้สำลีในการล้าง ไม่ใช่แค่ประหยัดเงินเราเอง แต่ยังประหยัดทรัพยากรที่ใช้ในการผลิตไปได้อีกเยอะเลยด้วย แต่ถ้าหากในขั้นตอนไหนที่ต้องใช้สำลีจริงๆ เช่นการเช็ดโทนเนอร์ ก็อาจจะใช้แผ่นผ้าคอตตอนที่สามารถนำไปซักแล้วใช้ซ้ำได้แทน หรือคอตตอนบัดส์ก็ควรหันมาใช้แบบที่เป็นก้านไม้หรือก้านกระดาษ เพื่อไม่ให้เป็นขยะพลาสติก
  • การบำรุงผิวหน้า
    ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติเป็นหลัก จะดีทั้งต่อผิวเราและต่อโลกด้วย พยายามไม่ใช้สครับที่ผสมไมโครบีดส์ เพราะเมื่อเราล้างออกไปแล้ว เม็ดสครับเหล่านั้นจะลงสู่ท่อน้ำทิ้ง สู่แหล่งน้ำ และกลับมาหาสิ่งมีชีวิตทั้งหลายรวมถึงมนุษย์ด้วย แผ่น Sheet Mask ก็เช่นกัน อาจจะต้องลองมองหาสครับแบบโคลน หรือจากผลิตภัณฑ์ธรรมชาติเช่น มะขามเปียก เป็นต้น ยิ่งถ้าเป็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติจากพื้นบ้าน หรือจากธุรกิจรายย่อยด้วยแล้วก็จะยิ่งดี เพราะจะได้เป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของธุรกิจรายย่อย และได้สินค้าที่ปลอดภัย คุณภาพคุ้มราคาอีกด้วย เพราะชาวบ้านไม่ต้องใช้สารเคมีเร่งผลผลิต เพื่อให้ได้จำนวนตามที่โรงงานต้องการอีกต่อไป ก็จะยิ่งช่วยลดการสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากอุตสาหกรรมลงไปอีก ยิงทีเดียวได้นกเป็นสิบ ๆ ตัวเลยนะเออ!

Part Dress

eco-friendly dress

เรื่องเสื้อผ้าก็เป็นอันดับต้น ๆ ของความฟุ่มเฟือยของสาว ๆ เราก็เข้าใจนะว่าการแต่งตัวมันทำให้เราความสุขขนาดไหน แต่หลังจากนี้ไปเราอาจจะต้องเปลี่ยนนิสัย หรือสละความสุขในระยะสั้นบางอย่างเพื่อความสุขในระยะยาวบ้างแล้ว

ก่อนการซื้อเสื้อผ้าใหม่ ควรใช้เสื้อผ้าที่มีอยู่ให้คุ้มค่าเสียก่อน ถ้าเบื่อหรือเทรนด์เปลี่ยน อาจจะลองนำมาดัดแปลง หรือ Mix and Match นอกจากจะได้ชุดใหม่ ยังได้สกิล Creative และงานฝีมือมาเพิ่มด้วยนะ

  • ซื้อเสื้อผ้ามือสอง
    หากต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่ เราแนะนำว่าลองไปร้านเสื้อผ้ามือสองดู บอกเลยว่าเปิดโลกทัศน์มากแม่! โอโห มีเสื้อผ้าทุกแบบ เวลาเราไป เราจะสนุกกับการ Mix and Match มาก ๆ และการไปร้านเสื้อผ้ามือสองจะทำให้เราได้รู้ว่า ลำพังแค่เสื้อผ้าที่ผลิตออกมาแล้วยังใส่กันไม่หมดเลย และเสื้อผ้าที่คนทิ้ง ๆ กัน มันก็ยังใช้ได้อยู่ แล้วเราจะอยากได้เสื้อผ้าที่ผลิตใหม่ไปทำไมบ่อย ๆ ยิ่งผลิตก็ยิ่งใช้ทรัพยากรมากขึ้นทุกวัน แล้วสักวันก็ต้องหมดไป เหลือไว้เพียงแต่ซากเสื้อผ้าพวกนี้ เสื้อผ้าที่บางตัวเราอาจจะใส่แค่ครั้งสองครั้งก็ทิ้งแล้ว!
  • สนับสนุนสินค้า Made in Thailand
    หรือถ้าใครชื่นชอบสินค้าพื้นบ้าน ขอบอกว่าคุณมาถูกทางแล้ว! เพราะอย่างที่บอกไปข้างต้นว่า การสนับสนุนธุรกิจรายย่อย หรือธุรกิจพื้นบ้าน ไม่ว่าจะเป็นสินค้า Made in Thailand สินค้า OTOP หรือสินค้าที่ผลิตมาจากวัตถุดิบจากชาวบ้าน จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ และกระตุ้นให้เกิดการผลิตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นเรื่อย ๆ
  • เลือกเสื้อผ้าที่ใส่ได้นาน ๆ
    การคำนึงถึงการใช้งานก็เป็นเรื่องสำคัญ เสื้อผ้าที่เราเลือกซื้อก็ควรเป็นเสื้อผ้าที่ใส่ได้หลายโอกาส Mix and Match ได้ง่าย หรือเนื้อผ้าที่มีความคงทนใช้ได้นาน เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องมาซื้อเสื้อผ้าบ่อย ๆ เสื้อผ้าที่เป็นขยะก็จะน้อยลงด้วย หรือเลือกซื้อเสื้อผ้าที่ผลิตจากเส้นใยธรรมชาติ เพื่อที่เมื่อวันหนึ่งมันกลายเป็นขยะ จะได้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • บริจาคดีกว่าทิ้ง
    เมื่อเราใช้เสื้อผ้าที่เรามีอยู่จนมันใช้ไม่ได้แล้ว หรือเมื่อเราไม่ต้องการมันแล้ว อาจจะนำไปทำเป็นอย่างอื่นใช้ เช่น ผ้าขี้ริ้ว กระเป๋าผ้า ถุงมือจับหม้อ หรืออะไรได้อีกเยอะแยะไปหมด หรือถ้าไม่อยากเก็บไว้อีกต่อไปแล้ว การบริจาคก็เป็นอีกทางออกที่ดี เพราะยังมีคนอีกมากมายที่ต้องการเสื้อผ้าเหล่านี้มากกว่าเรา

พอจะเริ่มเห็นหนทางในการสวยแบบไม่ทำร้ายโลกกันแล้วใช่มั้ยล่ะคะ นอกจากจะรู้วิธีเลือกผลิตภัณฑ์กันแล้ว เราขอฝากไว้อีกเรื่องหนึ่งคือ สาว ๆ ต้องรู้จักดูแลรักษาผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ นี้ให้ถูกวิธีด้วย เพราะเนื่องจากส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ทำให้ไม่สามารถอยู่ได้ยาวนานเหมือนผลิตภัณฑ์จากสารเคมี เพราะฉะนั้นการดูแลรักษาจึงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันเลย หากใครสนใจเรื่องของ Eco-Friendly และ Zero Waste ต้องนี่เลย Zero Waste ใช้ชีวิต 1 วันยังไงให้ไร้ขยะ!! และก็ยังมีบทความอีกมากมายในเพจ Wongnai Beauty ให้ติดตามกันอยู่เรื่อย ๆ เลยน้า อย่าลืมติดตามกันด้วยนะคะ!

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่