แอบส่อง! มาตรการสนับสนุนและภาษีรถยนต์ไฟฟ้าของแต่ละประเทศ เก็บเท่าไหร่
  1. แอบส่อง! มาตรการสนับสนุนและภาษีรถยนต์ไฟฟ้าของแต่ละประเทศ เก็บเท่าไหร่

แอบส่อง! มาตรการสนับสนุนและภาษีรถยนต์ไฟฟ้าของแต่ละประเทศ เก็บเท่าไหร่

พลังงานไฟฟ้า เป็นพลังงานสะอาดแห่งอนาคต ที่ถูกนำมาใช้แทนน้ำมัน มาแอบส่อง! มาตรการสนับสนุนและภาษีรถยนต์ไฟฟ้าของแต่ละประเทศกัน ว่าเก็บเท่าไหร่บ้าง
writerProfile
2 มี.ค. 2022 · โดย

ทุกวันนี้ เราต้องเผชิญกับวิกฤติของโลกที่เพิ่มขึ้น ทั้งภาวะสงคราม สภาพอากาศ และมลภาวะ น้ำมันเริ่มแพงและหายากขึ้น ทำให้มนุษย์เราต้องหาพลังงานมาทดแทน อย่างพลังงานไฟฟ้าที่เป็นพลังงานสะอาด และมีราคาที่ถูกกว่า ไม่สร้างควันพิษจากท่อไอเสีย รวมไปถึงมีการสนับสนุนให้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น มาดูภาษีรถยนต์ไฟฟ้าของแต่ละประเทศกันว่าเก็บเท่าไหร่ และรัฐบาลแต่ละประเทศมีมาตรการยังไง เพื่อที่จะสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้า และช่วยลดมลภาวะในอากาศบ้าง  

มาตรการสนับสนุนและภาษีรถยนต์ไฟฟ้าของแต่ละประเทศ 

มาตรการสนับสนุนและภาษีรถยนต์ไฟฟ้าของแต่ละประเทศ

ภาษีรถยนต์ประเทศอเมริกา

ประเทศอเมริกาที่เป็นประเทศต้นกำเนิดของรถยนต์ไฟฟ้าในรุ่นแรก ๆ อย่างบริษัทเทสล่า นโยบายของประเทศอเมริกานั้น มีเงินสนับสนุนจากรัฐบาลให้คันละ 7,500 $ และไม่ต้องจ่ายภาษีสรรพสามิตร เพราะภาษีสรรพสามิตร (Vehicle Excise Duty) คำนวณจากการปล่อยคาร์บอนไดจากท่อไอเสียรถ กระแสตอบรับรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยสิทธิเงินสนับสนุนจากรัฐบาล บริษัทเทสล่า และ GM มีคนไปใช้สิทธิ์เต็มแล้วเรียบร้อย

  • ยกเว้นภาษีศุลกากร : 40%
  • ภาษีสรรพสามิตร : 0%
  • เงินสนับสนุนจากรัฐบาล : 7,500 $ ประมาณ 240,000 บาท

ภาษีรถยนต์ประเทศฝรั่งเศส

ประเทศฝรั่งเศส เป็นประเทศที่ตั้งใจว่าจะเปลี่ยนรถในประเทศให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าให้หมดภายในปี 2040 และมีอีโค่โบนัสให้สำหรับคนที่ต้องการจะเปลี่ยนรถใหม่เป็นรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อเพิ่มแรงจูงใจให้ประชาชนเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้าอีกด้วย ในประเทศฝรั่งเศสนั้น รถยนต์ไฟฟ้าไม่จำเป็นต้องจ่ายภาษีสรรพสามิตร เพราะไม่ปล่อยคาร์บอร์นไดออกไซด์ ถือเป็นการสนับสนุนรักษาสิ่งแวดล้อมไปในตัว และจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมนี้เอง ทำให้ส่วนแบ่งตลาดของรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 70% จากปี 2022

  • ยกเว้นภาษีศุลกากร : 20%
  • ภาษีสรรพสามิตร : 0%
  • เงินสนับสนุนจากรัฐบาล : 6,000 € ประมาณ 220,000 บาท 

ภาษีรถยนต์ประเทศสวีเดน

ในประเทศสวีเดน ก็มีอัตราของคนที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้าสูงถึง 60.7% ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นจาก 49.4% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยใน 60.7% นั้น เป็นรถยนต์ไฟฟ้าแบบ 100% ถึง 36.4% ซึ่งถือว่าสูงกว่ารถยนต์ไฟฟ้าแบบไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้ายอดฮิตก็คือรถรุ่นเทสล่า โมเดล Y นั่นเอง สาเหตุที่ประเทศสวีเดนมีการใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น เพราะได้มีการติดตั้งแท่นชาร์จแบบ DC เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีการยกเว้นภาษี 5 ปีแรก สำหรับคนที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้าอีกด้วย ภาษีสรรพสามิตรก็ไม่มี เพราะไม่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ แถมได้เงินสนับสนุนในการออกรถสูงสุดถึงคันละ 60,000 kr หรือ ประมาณ 200,000 บาท

  • ยกเว้นภาษีศุลกากร : 20%
  • ภาษีสรรพสามิตร : 0%
  • เงินสนับสนุนจากรัฐบาล : 60,000 kr ประมาณ 200,000 ฿ 

ภาษีรถยนต์ประเทศนิวซีแลนด์

ประเทศนิวซีแลนด์ ก็ออกนโยบายสนับสนุน พลังงานสะอาด โดยมีเงินสนับสนุน หรือ Cash Back สำหรับการออกรถยนต์ไฟฟ้าใหม่ ที่ 8,625 NZD หรือประมาณ 190,000 บาท ต่อคัน มีเงินสนับสนุนในการซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามือสอง 3,450 NZD หรือประมาณ 76,000 บาท และมีส่วนลดค่าธรรมเนียมการใช้ถนนให้รัฐบาลนิวซีแลนด์ มีเป้าหมายให้คนนิวซีแลนด์หันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 35% ในปี 2035 ถึงในปัจจุบัน จะมีคนใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพียง 3%-4% ในประเทศเท่านั้น และมีมาตรการที่จะทำให้ทั้งประเทศใช้รถยนต์ไฟฟ้า เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ภายในปี 2050 นี้ แต่ปัญหาคือราคารถยนต์ไฟฟ้าในประเทศนิวซีแลนด์ยังแพงอยู่ และคนที่มีรายได้น้อยยังไม่สามารถซื้อรถยนต์ไฟฟ้าได้

  • ยกเว้นภาษีศุลกากร : 20%
  • ภาษีสรรพสามิตร : 0%
  • เงินสนับสนุนจากรัฐบาล : 8,625 NZD ประมาณ 190,000 บาท 

ภาษีรถยนต์ประเทศนอร์เวย์

มาที่ประเทศที่ราคารถยนต์ไฟฟ้าแซงหน้าประเทศสหรัฐอเมริกา แต่มีคนใช้รถยนต์ไฟฟ้าเกินครึ่งประเทศ (64%) อย่างนอร์เวย์บ้าง โดยแรงจูงใจให้คนหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า คือค่าน้ำมันที่แพง แต่ค่าไฟฟ้า ค่าทางด่วน และค่าประกันรายปีที่ถูกกว่ารถที่ใช้น้ำมัน นอกจากนี้ยังให้ฟรีค่าที่จอดรถ ใช้ช่องรถประจำทางได้ (เฉพาะชั่วโมงเร่งด่วน และรถยนต์ไฟฟ้าที่มีผู้โดยสารตั้งแต่สองคนขึ้นไปเท่านั้น) มีการพัฒนาปัจจัยพื้นฐานเพื่อรองรับรถยนต์ไฟฟ้า อย่างแท่นชาร์จถึง 16,000 แห่ง ทั่วประเทศ ทำให้คนอยากให้มากขึ้น และมีเป้าหมายในการเปลี่ยนรถยนต์บนท้องถนนให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด ภายในปี 2025 นี้อีกด้วย

  • ยกเว้นภาษีศุลกากร : 25%
  • ภาษีสรรพสามิตร : 0%
  • เงินสนับสนุนจากรัฐบาล : 25,000 NOK ประมาณ 92,000 บาท

ภาษีรถยนต์ประเทศเยอรมันนี

รัฐบาลของประเทศเยอรมันนีก็มีมาตรการที่ทำให้คนหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น โดยคาดว่า จะมีคนหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 2 ล้านคันภายในสิ้นปี 2022 นี้ และรัฐบาลของเยอรมันนี ตั้งเป้าว่าอยากให้คนหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 15 ล้านคันภายในปี 2030 ปัจจุบันมีแท่นชาร์จสาธารณะเพื่อรองรับรถยนต์ไฟฟ้าประมาณ 42,000 จุดทั่วประเทศ และยังมีแผนที่จะพัฒนาแท่นชาร์จให้มีมากขึ้นอีกด้วย รัฐบาลมีเงินสนับสนุนให้ทั้งรถยนต์ไฟฟ้าแบบ EV และ PHEV โดยมีเงินสนับสนุนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้ามือหนึ่ง 9,000 € หรือประมาณ 330,000 บาท และเงินสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าแบบ PHEV 6,750 € หรือประมาณ 240,000 บาท และมีการคาดการณ์ว่าประชาชนในชนบท อาจจะยังเลือกใช้ PHEV มากกว่ารถยนต์ไฟฟ้า 100% เนื่องจากราคาที่ถูกกว่า และตอบโจทย์การใช้งานมากกว่า

  • ยกเว้นภาษีศุลกากร : 0-20%
  • ภาษีสรรพสามิตร : 0%
  • เงินสนับสนุนจากรัฐบาล : 9,000 € ประมาณ 330,000 บาท 

ภาษีรถยนต์ประเทศอังกฤษ

เนื่องจากวิกฤติราคาน้ำมันโลก ทำให้คนอังกฤษ หันมาอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น ในเดือนมกราคม ที่ผ่านมา มีการขาย BEV 14,433 คัน คิดเป็น 12.5% ​​ของรถยนต์ที่จดทะเบียนใหม่ และแรงจูงใจอื่น ๆ ในการซื้อรถยนต์ไฟฟ้า คือ การอนุญาตให้ขับในช่องทางเดินรถพิเศษ ใช้พื้นที่จอดรถพิเศษ หรือเข้าถึงพื้นที่ Ultra Low Emission Zone ที่ควบคุมมลภาวะทางอากาศ ได้รับการยกเว้นภาษีถนนประจำปี และประเทศอังกฤษ ตั้งเป้าหมายที่จะเลิกขายรถยนต์ที่ใช้พลังงานน้ำมันและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ ภายในปี 2030 นี้

  • ยกเว้นภาษีศุลกากร : 20%
  • ภาษีสรรพสามิตร : 0%
  • เงินสนับสนุนจากรัฐบาล : 3,500 £ ประมาณ 150,000 บาท 

ภาษีรถยนต์ประเทศไทย

ประเทศไทยเราก็เริ่มมีนโยบายเพื่อสนับสนุนให้คนใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น โดยมีการยกเว้นภาษีศุลกากร 0-60% แตกต่างกันตามอัตราภาษีอากร และมีเงินสนับสนุนเป็นส่วนลดให้ 70,000 - 150,000 ฿ บาท แต่มีเงื่อนไขว่าต้องเป็นรถที่ผลิตในประเทศเท่านั้น แต่จะให้เงินอุดหนุนในการซื้อรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าทั้งที่ผลิตในประเทศ และแบบที่นำเข้าทั้งคัน และลดภาษีรถยนต์ไฟฟ้า (ภาษีสรรพสามิตร) จาก 8% เหลือ 2% สำหรับรถยนต์ BEV จนถึงปี 2568

  • ยกเว้นภาษีศุลกากร : 0%-60%
  • ภาษีสรรพสามิตร : 2%
  • เงินสนับสนุนจากรัฐบาล : 70,000 - 150,000 บาท 

Reference :

The International Council on clean Transportation. Sandra Wappelhorst. 2020. "ACTIONS SPEAK LOUDER THAN WORDS: THE FRENCH COMMITMENT TO ELECTRIC VEHICLES" [Online] เข้าถึงได้จาก : https://theicct.org/actions-speak-louder-than-words-the-french-commitment-to-electric-vehicles/ สืบค้นเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2565

European Alternative Fuels Observatory. 2020. "Norway - incentives " [Online] เข้าถึงได้จาก : https://www.eafo.eu/countries/norway/1747/incentives สืบค้นเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2565

Nick Ferris. 2022. "Weekly data: Why Norway leads the world for electric vehicles" [Online] เข้าถึงได้จาก : https://www.energymonitor.ai/sectors/transport/weekly-data-why-norway-leads-the-world-for-electric-vehicles สืบค้นเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2565

Dan Powell. 2022. "Electric car statistics - data and projections" [Online] เข้าถึงได้จาก : https://heycar.co.uk/blog/electric-cars-statistics-and-projections สืบค้นเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2565

ในอนาคต หวังว่าประเทศไทยจะลดภาษีรถยนต์ไฟฟ้าให้ถูกกว่านี้ และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ก่อให้เกิดมะเร็งปอดได้มากขึ้น และอาจจะทำให้รถยนต์ไฟฟ้า อยู่ในราคาที่คนไทยเอื้อมถึงได้ง่ายขึ้น และตอบโจทย์คนทุกระดับชั้นอีกด้วย

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ