ตามซีรีส์โรแมนติกทั่วไป เพื่อน ๆ ก็คงจะเคยเห็นฉากตกหลุมรักแบบแรกพบสบตา เห็นหน้าแล้วรู้สึกสปาร์ค วินาทีตกหลุมรักที่ทำให้รู้สึกเหมือนผีเสื้อบินวนในท้อง หรือเรื่องราวเกี่ยวกับรักแรกพบที่กลายเป็นคนแรกของหัวใจ คนสุดท้ายของชีวิต แต่วิจัยเผย! รักแรกพบไม่มีจริง เป็นแค่แรงดึงดูดทางเพศเพียงเท่านั้น!
วิจัยเผย! รักแรกพบไม่มีจริง

งานวิจัยนี้ อาจจะทำลายจินตนาการที่แสนโรแมนติกของหลาย ๆ คน เพราะว่ารักแรกพบนั้น เป็นเพียงแค่เรื่องสมมุติ จริง ๆ แล้ว คนเราสปาร์คกันเพราะแรงดึงดูดทางเพศมากกว่า จริงอยู่ที่ว่าคนเราเจอกันได้จากความบังเอิญ หรือพรหมลิขิตแต่ จากการสำรวจคนโสดในอเมริกาปี 2017 ทั้งหมด 5,500 คน โดยเว็บไซต์หาคู่ Match แยกตามเพศ พบว่า เพศชายกว่า 41% และเพศหญิง 29% อ้างว่าเคยสัมผัสกับโมเม้นต์ "รักแรกพบ" มาก่อน แต่นักบำบัดการแต่งงานและผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์อื่น ๆ ไม่ค่อยเชื่อเกี่ยวกับการตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น
ดร. Lauren Fogel Mersy นักจิตวิทยาและนักบำบัดโรคทางเพศ กล่าวว่า "ความรักโรแมนติกคือการต้องการการรู้จักใครซักคน และรู้จักตัวตนที่แท้จริงของพวกเขาจริง ๆ แค่การมองดูคน ๆ หนึ่งไม่สามารถที่จะทำความรู้จักถึงขั้นนั้นได้"
นักวิจัยกลุ่มหนึ่งได้ศึกษาเกี่ยวกับ Love at First Sight ในปี 2017 ผ่านกลุ่มทดลองที่เป็นเพศชายและหญิง 400 คน ให้ตอบแบบสอบถาม และถามความรู้สึกของพวกเขาในการเผชิญหน้าซึ่งกันและกัน มีแค่ส่วนน้อยเท่านั้นที่บอกว่าเกิดโมเม้นต์ของการตกหลุมรักตั้งแต่แรกพบ ซึ่งความรู้สึกของรักแรกพบนั้นไม่ได้รวมถึงความหลงใหล ความไกล้ชิด หรือความมุ่งมั่นในความสัมพันธ์ อันที่จริง การจัดอันดับบุคคลที่มีความดึงดูดทางเพศนั้นสัมพันธ์กับโอกาสที่จะตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็นสูงขึ้นถึงเก้าเท่ามากกว่า นั่นแสดงให้เห็นว่า ผู้คนที่ตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น เป็นเพียงแค่ความรู้สึกต้องการทางเพศเพียงเท่านั้น!
นักจิตวิทยา ดร. Simone Humphrey และ ดร. Signe Simon กล่าวว่า คนเรามักจะสับสนระหว่างความรักและความหลงใหล เพราะเหตุการณ์ทั้งสองนั้นกระตุ้นวิถีประสาทที่คล้ายคลึงกันในสมอง และเป็นพฤติกรรมที่มุ่งเป้าหมายเกี่ยวกับความสุข รางวัล และการเสพติด ช่วงของการตกหลุมรัก สมองจะหลั่งสารโดปามีน กระตุ้นให้บุคคลนั้นแสวงหาความใกล้ชิดและความสนิทสนม คล้ายกับสมองของคนที่ติดยา และการวิจัยของนักมนุษยวิทยาเชิงพฤติกรรม ดร. Helen Fisher ชี้ให้เห็นว่าระบบการตอบสนองของแรงขับที่โรแมนติกนี้สามารถกระตุ้นสมองในทางทฤษฎีได้ทันที
แล้วสำหรับคนที่เกิดโมเม้นต์รักแรกพบ แล้วคบกับเรื่อย ๆ จนถึงขั้นแต่งงานล่ะ? สามารถเป็นไปได้แน่นอนค่ะ เพราะเราสามารถใช้เวลาหลังจากการตกหลุมรัก ในการทำความรู้จักกันและรู้จักตัวตนของกันและกัน Rachel Dubrow นักจิตบำบัด กล่าวว่า การใช้เวลาในการออกเดทด้วยกัน การทำกิจกรรมที่ทั้งคู่สนใจ การใช้เวลาพูดคุยกันเกี่ยวกับเป้าหมายชีวิต ความกลัว ความสำเร็จในการงาน ครอบครัว การใช้เวลาหลังจากช่วง 6 เดือนให้หลังในการสังเกตจุดแข็ง จุดอ่อนของกันและกัน การสามารถรักษาระดับความสัมพันธ์ที่ดี จะทำให้รักแรกพบ พัฒนาไปสู่ขั้นแต่งงานได้
Reference :
Research Digest. Christian Jarrett. 2017. "Sorry romantics, new findings suggest love at first sight is really lust at first sight" [Online] เข้าถึงได้จาก : https://digest.bps.org.uk/2017/11/28/sorry-romantics-new-findings-suggest-love-at-first-sight-is-really-lust-at-first-sight/ สืบค้นเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2565
Kelly Gonsalves. 2021. "Is Love At First Sight Real? Why It Happens & 9 Signs You're Experiencing It" [Online] เข้าถึงได้จาก : https://www.mindbodygreen.com/articles/love-at-first-sight สืบค้นเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2565
Lauren Levy. 2021. "Can Love at First Sight Actually Lead to a Lasting Marriage?" [Online] เข้าถึงได้จาก : https://www.brides.com/love-at-first-sight-5101630 สืบค้นเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2565
รักแรกพบ เป็นแค่พรหมลิขิต ที่ทำให้คนเราเกิดความประทับใจต่อกันและกันผ่านแรงดึงดูดทางเพศเพียงเท่านั้น แต่การคบกันจนถึงขั้นแต่งงาน หรือความรักที่ยั่งยืน อาจจะต้องอาศัยปัจจัยอื่น ๆ ด้วย Sex เป็นแค่องค์ประกอบหนึ่งของชีวิตคู่ที่สำคัญ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด สิ่งสำคัญที่มากกว่านั้น คือ การสื่อสารที่ดี ความสนิทสนม ความซื่อสัตย์ ความไว้วางใจ การเคารพกันและกัน เป้าหมาย ความฝัน และความปรารถนาในชีวิตที่่เหมือนกัน
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ


