วิจัยเผย! ผู้ชายเป็นเพื่อนกับผู้หญิงได้ เรื่องจริงไหม?
  1. วิจัยเผย! ผู้ชายเป็นเพื่อนกับผู้หญิงได้ เรื่องจริงไหม?

วิจัยเผย! ผู้ชายเป็นเพื่อนกับผู้หญิงได้ เรื่องจริงไหม?

ผู้ชาย เป็นเพื่อนกับผู้หญิงได้จริงหรอ? คู่รักหลายคู่พัฒนาจากการเป็นเพื่อนกันมาก่อน เพราะอยู่ด้วยกันแล้วสบายใจ แต่วิจัยเผย! ผู้ชายกับผู้หญิงเป็นเพื่อนกันได้ถ้า..
writerProfile
6 ธ.ค. 2021 · โดย

หลาย ๆ คนคงจะเคยได้ยินว่า “ผู้ชายไม่เป็นเพื่อนกับผู้หญิง” หรือ “ผู้ชาย เป็นเพื่อนกับผู้หญิงไม่ได้หรอก” แถมผู้ใหญ่ยังชอบกีดกัน และมองไม่ดี เวลาผู้หญิงกับผู้ชายอยู่ด้วยกันสองต่อสองอีก บางครั้งพอบอกว่า “แค่เพื่อน” ก็ทำหน้าไม่เชื่อใจซะอย่างนั้น และที่เชื่อว่า “ผู้ชายกับผู้หญิงเป็นเพื่อนกันไม่ได้” เพราะเมื่อถึงจุด ๆ หนึ่งแล้ว ก็จะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งคิดไปเกินกว่าเพื่อน กลายเป็นความสัมพันธ์แบบเพื่อนไม่จริง แล้วสรุปว่า ผู้หญิงกับผู้ชายเป็นเพื่อนกันได้จริงไหม ตามไปหาคำตอบพร้อม ๆ กันเลยค่ะ 

วิจัยเผย! ผู้ชายเป็นเพื่อนกับผู้หญิงได้ เรื่องจริงไหม? หรือแค่พูดให้รู้สึกสบายใจ 

คบเพื่อนต่างเพศ มีเพื่อนสนิทต่างเพศ แปลกไหม ผู้ชายไม่เป็นเพื่อนกับผู้หญิง  ผู้ชาย เป็นเพื่อนกับผู้หญิง เฟรนด์โซน เพื่อนเล่นไม่เล่นเพื่อน

คนสมัยก่อน มักจะแยกเพศชาย และเพศหญิงกันออกอย่างชัดเจน มีการสอนให้วางตัวตามบทบาทของแต่ละเพศ และโอกาสที่จะมีความสัมพันธ์แบบเพื่อนต่างเพศนั้น ค่อนข้างที่จะยาก แต่พอยุคสมัยเปลี่ยนไป มีความเท่าเทียมทางเพศที่มากขึ้น และไม่มีการแบ่งแยกชายหรือหญิงที่ชัดเจน อาจจะทำให้เห็นมิตรภาพแบบ “เพื่อนต่างเพศ” ได้มากขึ้นกว่าเดิม

จากผลวิจัยของ April Bleske-Rechek และเพื่อนร่วมงานของเธอได้วิจัยเกี่ยวกับมิตรภาพระหว่างเพื่อนผู้ชายและเพื่อนผู้หญิง โดยการสำรวจนักศึกษามหาวิทยาลัย 88 คู่ในเรื่องมิตรภาพระหว่างเพศ การวิจัยได้ศึกษาถึงความรู้สึกของทั้งฝ่ายว่า อยากจะไปออกเดทกับเพื่อนไหม หากว่ามีแฟนอยู่แล้ว กลุ่มทดลองที่เป็นผู้หญิงมักไม่สนใจเพื่อนผู้ชาย และมีแรงดึงดูดทางเพศต่อเพื่อนผู้ชายลดลงถ้าหากว่าตัวเองมีแฟน แต่แรงดึงดูดระหว่างผู้ชายที่มีต่อเพื่อนผู้หญิงในขณะที่มีแฟน ไม่ได้ลดลงเลย ถึงแม้ว่าเพื่อนผู้หญิงจะมีแฟนแล้วด้วยก็ตาม นักวิจัยกล่าวว่า รูปแบบของผลลัพธ์นั้นสมเหตุสมผลจากมุมมองทางจิตวิทยาเชิงวิวัฒนาการเกี่ยวกับกลยุทธ์การผสมพันธุ์ โดยที่ผู้ชายจะได้ประโยชน์มากขึ้นจากการพบปะทางเพศในระยะสั้น ในขณะที่ผู้หญิงที่มักจะลงทุนกับความสัมพันธ์ระยะยาวมากขึ้น (ในแง่ของการตั้งครรภ์และการคลอดบุตร) และผู้หญิงจะมีการคัดเลือกที่มากขึ้นถ้าต้องการความสัมพันธ์ที่โรแมนติก

สำหรับการศึกษาครั้งที่สอง ได้ศึกษาเปรียบเทียบระหว่าง ผู้ชายและผู้หญิง อายุเฉลี่ย 19 ปี และกลุ่มตัวอย่างที่มีอายุมากกว่ากลุ่มแรก ทั้งหมด 142 คน อายุเฉลี่ย 37 ปี โดยให้ทั้งสองกลุ่มตอบคำถามเกี่ยวกับมิตรภาพระหว่างเพศตรงข้าม รวมทั้งให้ระบุว่าเป็น “ภาระ” หรือเป็น “ผลประโยชน์” โดยกลุ่มตัวอย่างที่อายุน้อยกว่านั้น 38 % มีความสัมพันธ์แบบแฟน และ 90% ของกลุ่มตัวอย่างที่มีอายุมากกว่า ส่วนใหญ่แต่งงานแล้ว

กลุ่มตัวอย่างที่มีอายุมากกว่าจะหมกมุ่นและมองถึงความสัมพันธ์ระยะยาวที่จริงจัง และมีความสนใจเพื่อนเพศตรงข้ามน้อยกว่ากลุ่มตัวอย่างที่อายุน้อย อย่างไรก็ตาม ในกรณีสำหรับคนโสด ก็ยังมีแรงดึงดูดใจกับเพื่อนเพศตรงข้ามมากพอ ๆ กับผู้เข้าร่วมที่อายุน้อยกว่า จากผลการวิจัยนี้ พบว่า แรงดึงดูดระหว่างเพื่อนเพศตรงข้าม มักถูกมองว่าเป็น “ภาระ” มากกว่า “ผลประโยชน์ทางมิตรภาพ” เฉลี่ยจากทั้งสองกลุ่มตัวอย่าง สถานที่ท่องเที่ยว ถูกมองว่าเป็น “ภาระ” มากที่สุด โดยผู้เข้าร่วมกว่า 32 เปอร์เซ็นต์ บอกว่าเป็นผลประโยชน์ในการพัฒนาความสัมพันธ์ สำหรับผู้ชายและผู้หญิงในกลุ่มตัวอย่างที่อายุมากกว่า บอกว่า แรงดึงดูดใจที่มากขึ้นต่อเพื่อนสนิท สัมพันธ์กับความรู้สึกพึงพอใจเชิงโรแมนติกที่น้อยลงกับคู่รัก

ส่วนงานวิจัยของ Walid A. Afifi จากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย พบว่า จากกลุ่มตัวอย่าง 315 คน กว่า 21% เคยมีประสบการณ์ทางเพศ หรือเพศสัมพันธ์กับเพื่อนของตัวเอง มากกว่า 1 ครั้ง ซึ่งเหตุผลที่อีกฝ่ายยอมมีเพศสัมพันธ์ด้วย เพราะคิดว่าเป็นการพัฒนาความสัมพันธ์ แต่ที่น่าสนใจคือ กว่า 56% บอกว่า ความสัมพันธ์นั้น ไม่ได้พัฒนาเป็นความสัมพันธ์ในเชิงโรแมนติก และอุปสรรคของการพัฒนาความสัมพันธ์จากเพื่อนเป็นความสัมพันธ์เชิงชู้สาวหรือโรแมนติก คือ "แรงดึงดูดทางเพศ"

สอดคล้องกับทฤษฎีขั้นบันได ที่ผู้หญิงมักจะมีความซับซ้อนในความสัมพันธ์มากกว่า และมักจะประเมินผู้ชายที่เข้ามา ว่าจะสามารถพัฒนาความสัมพันธ์เกินกว่าเพื่อนได้ไหม หรือเป็นได้แค่ “เฟรนด์โซน” สำหรับ คนที่สามารถพัฒนาความสัมพันธ์มากกว่าเพื่อนได้ จะเทียบว่าเป็นบันได 1 อัน และเฟรนด์โซน จะเป็นบันไดอีก 1 อัน แยกส่วนกันอย่างชัดเจน แต่ผู้ชายมักจะมองผู้หญิงหรือเลือกจากแรงดึงดูดทางเพศมากกว่า และมีบันไดแค่ 1 อัน ถ้าผู้หญิงที่เข้ามามีแรงดึงดูดทางเพศน้อยกว่า ก็จะจัดให้อยู่ใน “เฟรนด์โซน” ถึงแม้ว่าการพัฒนาความสัมพันธ์จะมีรูปแบบที่คล้าย ๆ กัน แต่ในความสัมพันธ์ที่โรแมนติก ผู้หญิงมักมองหาความคล้ายคลึงกันในความสัมพันธ์แบบคู่รัก และมิตรภาพของผู้หญิงจะแน่นแฟ้นขึ้นถ้าเพื่อนมีความคล้ายคลึงกันมากที่สุดในด้านการศึกษา การเล่นมุขตลก แต่มิตรภาพของผู้ชายจะสนิทสนมกันมากที่สุดถ้าเพื่อนมีความคล้ายคลึงกันในแง่การมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม เช่น การเงิน การเข้าสังคม และการเชื่อมโยงทางสังคม เช่น การไปดื่มด้วยกันเป็นกลุ่ม 

Wendy L. Patrick, Ph.D. ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมและผู้เขียน Red Flags บอกว่า “ผู้ชายและผู้หญิงสามารถเป็นได้แค่เพื่อนกันอย่างแน่นอน” เพราะมิตรภาพขึ้นอยู่กับความไว้วางใจและความเคารพซึ่งกันและกัน ไม่ใช่แรงดึงดูดทางเพศ แต่เธอยอมรับว่ามันมักจะพัฒนาไปสู่สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า “ความสัมพันธ์ที่โรแมนติกเกิดจากมิตรภาพที่ก้าวไปสู่ ​​'ระดับต่อไป' จะมีรากฐานที่ดีต่อสุขภาพจิตมากกว่าความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยความสัมพันธ์แบบปุปปับชั่วข้ามคืน” แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนต่างเพศนั้น มีข้อยกเว้น และ ข้อยกเว้นที่ท้าทายที่สุดคือ เมื่อฝ่ายหนึ่งมองว่าความสัมพันธ์เป็นแค่มิตรภาพ และอีกฝ่ายหนึ่งมองว่ามันเป็นความสัมพันธ์แบบโรแมนติก

และสิ่งที่แยกระหว่างมิตรภาพแบบเพื่อน กับความสัมพันธ์ที่โรแมนติกคือ "แรงดึงดูดทางเพศ" ถ้าทั้งสองฝ่ายไม่มีแรงดึงดูดทางเพศต่อกันและกันก็สามารถเป็นเพื่อนกันได้อย่างสนิทใจ และควรยอมรับความรู้สึกของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา ถึงแม้ว่าผู้ชายจะประเมินความสัมพันธ์ไปในด้านที่มีแรงดึงดูดทางเพศเข้ามาเกี่ยวข้องในตอนแรกพบ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถควบคุม หรือหักห้ามใจไม่ให้คิดเกินกว่าเพื่อนได้ และถ้าอยากรักษาความสัมพันธ์แบบเพื่อนต่างเพศไปนาน ๆ ควรมีขอบเขตซึ่งกันและกัน ไม่ควรทำอะไรที่ส่อไปในทางเพศ หรือแตะเนื้อต้องตัวกันเกินกว่าขอบเขตที่ควรจะเป็น

Reference :

April L. Bleske And David M. Buss. 2000. "Can men and women be just friends?" [Online] เข้าถึงได้จาก : https://labs.la.utexas.edu/buss/files/2015/09/just_friends_2000.pdf สืบค้นเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2564

Eiluned Pearce, Anna Machin & Robin I. M. Dunbar. 2021. "Sex Differences in Intimacy Levels in Best Friendships and Romantic Partnerships" [Online] เข้าถึงได้จาก : https://link.springer.com/article/10.1007/s40750-020-00155-z สืบค้นเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2564

Christian Jarrett. Research Digest. 2012. "Just good friends? Attraction to opposite-sex friends is common and burdensome" [Online] เข้าถึงได้จาก : https://digest.bps.org.uk/2012/07/16/just-good-friends-attraction-to-opposite-sex-friends-is-common-and-burdensome/ สืบค้นเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2564

Molly Longman. 2019. "Psychologists Answer Harry Met Sally's Famous Q: Can Men and Women Really Be Just Friends?" [Online] เข้าถึงได้จาก : https://www.refinery29.com/en-us/2019/07/237720/can-men-women-just-be-friends สืบค้นเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2564

Clifford N. Lazarus Ph.D. 2010. "How Men and Women Can Be True Friends" [Online] เข้าถึงได้จาก : https://www.psychologytoday.com/us/blog/think-well/201010/how-men-and-women-can-be-true-friends สืบค้นเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2564  

Walid A Afifi. 2000. "On Being `Just Friends': The Frequency and Impact of Sexual Activity in Crosssex Friendships" [Online] เข้าถึงได้จาก : https://www.researchgate.net/publication/249719357_On_Being_Just_Friends'_The_Frequency_and_Impact_of_Sexual_Activity_in_Crosssex_Friendships สืบค้นเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2564

สรุปว่า ผู้หญิงกับผู้ชายสามารถเป็นเพื่อนกันได้แน่นอน ไม่ได้พูดเพื่อแค่ให้รู้สบายใจ ถ้าทั้งสองฝ่ายไม่มีแรงดึงดูดทางเพศต่อกัน และวางตัวอย่างเหมาะสม ไม่ล้ำเส้นกันและกัน สำหรับใครที่แอบชอบเพื่อนตัวเอง อันนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ถ้าอยากจะพัฒนาความสัมพันธ์มากกว่าเพื่อน ก็คงต้องค่อย ๆ พัฒนาความสัมพันธ์ เพราะค่อนข้างเป็นความสัมพันธ์ที่เปราะบาง แต่ก็ควรจะยอมรับความจริง และถอยห่างออกมา ให้มีระยะห่างที่มากขึ้น ถ้าความสัมพันธ์นั้น มีแนวโน้มที่จะไปต่อได้ยาก เพราะถ้าฝืนใจเป็นเพื่อนไม่จริงแล้ว จะให้เป็น “แค่เพื่อน” ก็คงไม่ไหว และเสี่ยงที่จะเสียความสัมพันธ์นั้นไปตลอดกาลอีกด้วย

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ