ตั้งสติก่อนจะด่าใคร รวมคำด่าผิดกฎหมาย ที่อาจจะต้องจ่ายเป็นเงินสด!
  1. ตั้งสติก่อนจะด่าใคร รวมคำด่าผิดกฎหมาย ที่อาจจะต้องจ่ายเป็นเงินสด!

ตั้งสติก่อนจะด่าใคร รวมคำด่าผิดกฎหมาย ที่อาจจะต้องจ่ายเป็นเงินสด!

คำด่าผิดกฎหมาย ที่ศาลฎีกาตัดสินแล้วว่าผิด ! ด่าแบบไหน ได้ไปเคลียร์กันยาว ๆ ที่โรงพัก แถมอาจจะต้องจ่ายค่าเสียหายเป็นเงินสดหรือเสี่ยงติดคุกอีกด้วย
writerProfile
8 ส.ค. 2022 · โดย

เชื่อว่าเพื่อน ๆ คงเห็นข่าวการฟ้องร้องที่มีสาเหตุจากการโพสต์, คอมเมนต์ด่ากันในโลกโซเชียล มากันแล้ว ซึ่งเรื่องเหล่านี้คงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับตัวเอง เพราะทำให้ชีวิตวุ่นวาย เสียเงินเสียทองไม่น้อยเลยทีเดียว และหลายครั้งแค่คำด่าเล็ก ๆ ก็ทำให้ไปจบที่คุก หะ ! แค่ด่ากันเนี่ยนะ ? ติดคุกเลยเหรอ ? ใช่ค่ะ แค่ด่ากันก็สามารถทำให้เสียค่าปรับและติดคุกได้ ลองมาดูคำด่าที่ศาลฎีกาตัดสินว่าเป็นคำด่าผิดกฎหมายกันดีกว่าค่ะ

คำด่าผิดกฎหมาย ที่ศาลเคยตัดสินแล้วว่าผิด

คำด่าผิดกฎหมาย ที่ศาลเคยตัดสินแล้วว่าผิด
  • อีดอก
  • อีเหี้ย
  • อีสัตว์
  • อีควาย
  • อีตอแหล
  • ไอ้ระยำ
  • ไอ้เบื๊อก
  • หน้าหี
  • ไอ้ตัวแสบ
  • เฮงซวย
  • ผู้หญิงต่ำ ๆ
  • พระหน้าผี
  • หน้าหัวควย
  • พระหน้าเปรต
  • มารศาสนา
  • ไอ้หน้าโง่
  • อีร้อยควย

คำด่าเหล่านี้ เป็นคำด่าที่ผิดกฎหมาย เนื่องจากเป็นคำด่าที่มีจุดประสงค์ทำให้อับอาย และดูหมิ่นซึ่งหน้า ผิดกฎหมายตามประมวลแพ่งและอาญา มาตรา 393 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท และคำด่าบางคำ ถ้าหากด่าต่อหน้าคนเยอะ ๆ หรือมีบุคคลที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง จะโดนอีก 1 มาตราคือ มาตรา 326 โดยมีจุดประสงค์เพื่อประจานให้อับอาย ทำให้เสียชื่อเสียง หรือถูกเกลียดชัง จะโดนข้อหาฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทำไมคำที่ดูซอร์ฟ ๆ อย่าง “ไอ้เบื๊อก” , “ไอ้ตัวแสบ” ถึงโดนด้วย?

จากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1631/2538 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นหตุการณ์ในที่ประชุม จำเลย (คนด่า) ได้พูดในที่ประชุมซึ่งมีโจทย์และคนอื่น ๆ รวม 30 คนเข้าร่วมประชุม จำเลยได้พูดกับประธานในที่ประชุมว่า "ไอ้ระยำ มันไปล็อบบี้มาเพื่อจะมาเป็นผู้ช่วยเลขานุการเพื่อเอาเบี้ยประชุมไปกินเปล่า ๆ" และจำเลยยังพูดอีกว่า "ไอ้เบื๊อก ไอ้ตัวแสบ มันแส่เข้ามานั่งหาอาวุธด้ามยาวอะไรในที่นี้" เพราะไม่พอใจโจทก์ (คนถูกด่า) เหตุการณ์ในครั้งนี้ ถึงจะไม่มีกริยาอื่นประกอบ อย่างการชี้หน้าด่า แต่การที่จำเลยด่าต่อหน้าบุคคลอื่น ถือเป็นการกระทำที่ทำให้โจทย์ได้รับความอับอายต่อหน้าธารกำนัล ซึ่งองค์ประกอบความผิดเป็นไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 397 และมีความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 393

ถึงจะเป็นคำที่ดูซอร์ฟ ๆ ไม่แรงเท่าคำอื่น แต่ถ้าเป็นการด่าเพื่อประจาน หรือทำให้อับอาย ถึงจะเป็นคำที่ไม่แรงก็ฟ้องได้เหมือนกัน

ด่าด้วยอิโมติคอนเพื่อเลี่ยงบาลีแล้ว รอดไหม?

อิโมติคอนถือเป็นสัญลักษณ์ ตามกฎหมายแล้ว การด่า ไม่จำเป็นต้องเป็นคำพูด จะเป็นภาษาใบ้ การชูนิ้วกลาง ใช้รูปภาพ ใช้เครื่องหมายแทนการด่า เพื่อการด้อยค่าและทำให้อีกฝ่ายอับอาย เป็นการใส่ความ หรือเป็นการด่าเพื่อประจานให้อับอาย ก็สามารถฟ้องได้เช่นกัน 

หมิ่นประมาท VS ดูหมิ่น

หมิ่นประมาท หมายถึงการใส่ความ กล่าวหาผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม ซึ่งสิ่งที่กล่าวหานั้น เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียด

  • ถ้าอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ การหมิ่นประมาทคือการที่ทำให้บุคคลใด ๆ ถูกเข้าใจผิดว่าเขาเป็นคนไม่ดี ส่วนใหญ่คำด่า หรือคำหยาบจะไม่ใช่ความผิดฐานหมิ่นประมาท แต่คำพูดในลักษณะที่เป็นการกล่าวหา ใส่ความ เช่น ไอ้ขี้ขโมย, แย่งผัวชาวบ้าน, ไอ้ขี้โกง คำพูดเหล่านี้อาจทำให้ผู้อื่นที่ได้ยินเข้าใจว่าผู้ที่ถูกกล่าวหาเป็นคนขี้ขโมย เป็นคนขี้โกง หรือเป็นหญิงที่ชอบแย่งสามีคนอื่น ซึ่งทำให้ผู้ที่ถูกกล่าวหานั้นเสียหายและถูกเกลียดชัง รังเกียจ จึงจะเข้าข่ายเป็นความผิดหมิ่นประมาท
  • แม้แต่การเล่าเรื่องที่ได้ยินมา หรือการแชร์ข้อความใน Facebook ให้กับบุคคลอื่นรับรู้ ก็อยู่ในความหมายของคำว่าใส่ความด้วย เราจะปฏิเสธไม่ได้ว่า แค่กดแชร์เฉยๆ ไม่ได้ว่าใครนี่ วิธีของการใส่ความ ก็มีหลากหลายรูปแบบ เช่น อาจใช้วิธีการอื่น ๆ อย่างการใช้คำพูด ภาพวาด การแสดงท่าทาง ใช้ภาษาใบ้ หรือใช้สัญลักษณ์ต่าง ๆ รวมถึงการใช้รูปภาพ เช่น การแอบถ่ายภาพ การตัดต่อรูปภาพ และการกระทำที่ “น่าจะทำให้เสียชื่อเสียง” ก็เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทแล้ว และที่เข้าใจกันว่าการพูดเรื่องจริงไม่ถือว่าเป็นการหมิ่นประมาทนั้น ผิดมาก ๆ เพราะในทางกฏหมายถือว่า “ถ้าความจริงนั้นไม่ได้เป็นประโยชน์สาธารณะและทำให้ผู้อื่นเสียหายก็เป็นความผิด” เช่น การกล่าวหาว่าใครเป็นชู้กับใครถึงแม้เป็นเรื่องจริงก็ถือว่าเป็นการหมิ่นประมาท เพราะการรู้ว่าใครเป็นชู้กับใคร ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะแต่อย่างใด

นอกจากนี้หากมีการโพสต์ข้อความผ่านโซเชียล ไม่ว่าจะเป็นลักษณะไหน หากมีลักษณะทำให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงข้อมูลได้เป็นจำนวนมาก และข้อความนั้น สามารถถูกเผยแพร่ออกไปด้วยความรวดเร็ว จะเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา อีกด้วยซึ่งผู้กระทำจะได้รับโทษหนักขึ้นกว่าหมิ่นประมาททั่วไป และยังมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์อีกด้วย

ข้อยกเว้นที่ไม่ถือว่าเป็นการหมิ่นประมาท

ถึงแม้กฏหมายจะกำหนดโทษในการหมิ่นประมาท แต่ก็ยังมีข้อยกเว้นที่หาก พูด โพสต์ หรือแชร์ข้อความจากโซเชียลแล้วไม่ถือว่าเป็นการหมิ่นประมาท เช่น

  • การแสดงความคิดเห็นหรือข้อความใด เพื่อความถูกต้องหรือเพื่อป้องกันชื่อเสียงหรือประโยชน์ของตัวเอง ไม่ให้ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชังจากการกระทำของผู้อื่น
  • การพูดติชมอันเป็นวิสัยของประชาชนทั่วไปที่สามารถกระทำได้ เช่น เรื่องกิจการบ้านเมือง กิจการสาธารณะหรือพฤติการณ์ของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ตัวอย่างเช่น การรีวิวความบกพร่อง คุณภาพสินค้าที่ไม่ดีตามข้อเท็จจริงก็ไม่ถือว่าเป็นการหมิ่นประมาท การวิจารณ์การทำงานของรัฐบาล, รัฐมนตรี, นักการเมืองเป็นต้น

ดูหมิ่น

ดูหมิ่น หมายถึง การดูถูก เหยียดหยาม ทำให้อับอาย ทำให้เสียหาย เป็นที่เกลียดชัง สบประมาท หรือด่า ส่วนการใช้คำหยาบคายไม่สุภาพ คำแดกดัน คำสาปแช่ง คำขู่อาฆาต คำปรับทุกข์ คำโต้เถียง คำกล่าวติชม ตามปกติไม่เป็นการดูหมิ่น และการดูหมิ่นนั้นอาจเป็นการกระทำด้วยวาจา กริยาท่าทาง เช่น การยกนิ้วกลางให้ หรือโฆษณาก็ได้ และต้องเป็นการดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้าหรือดูหมิ่นผู้อื่นด้วยการโฆษณา

การดูหมิ่นซึ่งหน้า 

ต้องมีลักษณะของการเจตนาดูถูก เหยียดหยาม ทำให้อับอาย เสียหาย เป็นที่เกลียดชัง สบประมาท หรือคำด่า อันเป็นการทำร้ายต่อความรู้สึกของผู้อื่น อาจด้วยวาจาหรือท่าทางก็ได้ โดยจะต้องมีการกล่าวหรือแสดงกิริยาท่าทางที่เป็นการดูหมิ่นให้ผู้อื่นทราบในขณะที่มีการกระทำในทันทีทันใด เช่น คำด่าด้านบนที่ยกตัวอย่างมา เป็นต้น จะเห็นว่าคำพูดเหล่านี้เป็นคำด่าทั่ว ๆ ไป ที่เราพบเห็นกันได้บ่อย ซึ่งทำให้ผู้ถูกด่าอับอาย จึงเข้าข่ายดูหมิ่นซึ่งหน้า

การดูหมิ่นด้วยการโฆษณา 

 การดูหมิ่นด้วยการโฆษณา หมายถึง การเผยแพร่ออกไปยังสาธารณชนด้วยช่องทางต่าง ๆ เช่น โซเชียล, ปราศรัย , หรือการป่าวประกาศ ไม่ว่าทำด้วยวิธีการใด ๆ ก็ตาม ทั้งทำเอกสาร ภาพวาด ภาพยนตร์ หรือการกระจายเสียง ก็ถือเป็นการดูหมิ่นแล้ว และถึงจะเป็นการนินทาลับหลังผู้เสียหายก็ถือเป็นความผิดแล้ว เช่น การโพสต์ด่าใน Facebook ส่วนตัวของเรา ถึงแม้คนที่เราด่าจะไม่เห็นโพสต์นั้น เราก็มีความผิดฐานดูหมิ่นด้วยการโฆษณาแล้ว

จะทำอย่างไรเมื่อเราถูกหมิ่นประมาทหรือถูกดูหมิ่น

ทางเลือกที่ง่ายที่สุดเมื่อมีคนมากล่าวหาหรือดูหมิ่นเราไม่ว่าจะเป็นในชีวิตประจำวันหรือโซเชียล คือมองข้ามไปและไม่ต้องไปตอบโต้ แต่หากเรื่องที่ถูกหมิ่นประมาทเป็นเรื่องใหญ่ หรือคนที่ทำไม่ยอมหยุด ก็อย่าไปตอบโต้ด้วยอารมณ์หรือไปด่ากลับ เพราะถ้าเราตอบโต้ด้วยวิธีการที่ผิดกฏหมาย หรือไปด่ากลับ การด่ากันไปด่ากันมาในทางกฏหมายถือว่าเป็นการสมัครใจวิวาท ซึ่งจะถือว่าผิดทั้งคู่ ทางที่ดีคือการรวบรวมหลักฐานไปดำเนินคดีด้วยวิธีการทางกฏหมายเลยทีเดียว จะได้จบ ๆ! 

แม้กฏหมายจะให้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของเรา แต่กฏหมายยังคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ของบุคคลไม่ให้มีการกระทำที่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น ยิ่งมีโซเชียลก็อาจทำให้เกิดการละเมิดสิทธิและเสรีภาพส่วนบุคคลได้ง่ายขึ้น ถ้าทุกคนตระหนักถึงสิทธิเสรีภาพของตนและของผู้อื่น ก็จะไม่มีการด่า การหาเรื่องกันจนต้องขึ้นโรงขึ้นศาล แต่ถ้ามีคนมาหาเรื่องเราก่อน ก็เก็บหลักฐานแล้วฟ้องเท่านั้น ! เผลอ ๆ คนที่ดูเก่งเวลาด่าเราในวันนั้น อาจจะไหว้สวย รวยกระเช้าแบบที่เราคาดไม่ถึงกันทุกคน 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ