[รีวิว] Kensaku ร้านข้าวหน้าปลาไหลสไตล์ญี่ปุ่นกับวัตถุดิบแรร์ไอเท็ม!
  1. [รีวิว] Kensaku ร้านข้าวหน้าปลาไหลสไตล์ญี่ปุ่นกับวัตถุดิบแรร์ไอเท็ม!

[รีวิว] Kensaku ร้านข้าวหน้าปลาไหลสไตล์ญี่ปุ่นกับวัตถุดิบแรร์ไอเท็ม!

จัดเต็มสุด ๆ กับวัตถุดิบหายากจากท้องทะเลและพสุธา พร้อมแล่สด ๆ ด้วยใจ! กับร้านข้าวหน้าปลาไหลญี่ปุ่นสไตล์คันโตสูตรดั้งเดิม @Kensaku
[Ad] • 25 ม.ค. 2019 · โดย

#วงในบอกมา

  • ทางร้านเล่าว่า "Kensaku" เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นทางเลือกใหม่ จัดเต็มวัตถุดิบหายากจากทั่วโลก ส่วนเมนูซิกเนเจอร์หลัก ๆ จะเป็นข้าวหน้าปลาไหลสไตล์คันโตและซูชิ
  • ทางร้านนำเข้าวัตถุดิบสดใหม่ที่หาได้ยากจากญี่ปุ่นและทั่วโลก สัปดาห์ละสองครั้ง ซึ่งแต่ละอย่างต้องขอบอกเลยว่าไม่เหมือนใครจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็น “นากาโอจิ” ซี่โครงปลาทูน่ารวมไปถึงเนื้ออูฐ! 
  • สำหรับใครที่อยากรับประทานของหายากแบบสุดใจ ทางร้านแนะนำให้มาวันอังคารและศุกร์เพราะของจะเข้าในสองวันดังกล่าว  และที่สำคัญเมนูเหล่านี้ไม่ได้มีให้รับประทานอย่างสม่ำเสมอ วัตถุดิบบางชนิดอาจโผล่มาเพียงครั้งเดียวเท่านั้น!
เมนูของร้าน Kensaku
รวมพลวัตถุดิบหายาก รสชาติแปลกใหม่

การย่างปลาไหลคือหนึ่งในกรรมวิธีการปรุงอาหารที่แสนเรียบง่ายแต่แฝงซึ่งด้วยความพิถีพิถัน และในสมัยญี่ปุ่นโบราณได้กล่าวไว้ว่า การแล่ปลาไหลต้องใช้เวลาฝึกถึง 5 ปี การเสียบปลาไหล 2 ปี และการย่างให้สุกได้ที่ ต้องฝึกทั้งชีวิต! วันนี้ทีมงาน Wongnai จึงถือโอกาสยกกองมาถล่มร้าน “Kensaku” ร้านอาหารญี่ปุ่นพหลโยธิน

หน้าร้าน Kensaku
หน้าร้าน "Kensaku"

“Kensaku” แปลว่าทำให้แข็งแรง โดยมีแรงบันดาลใจของชื่อมาจากนามสกุลของพระเอกในละครเค็นโด้สมัยก่อน เป็นการสื่อถึงความปรารถณาอันแรงกล้าของเจ้าของร้านที่อยากจะนำเสนอวัฒนธรรมการกินข้าวหน้าปลาไหลแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ รวมถึงการนำเสนอวัตถุดิบที่แปลกใหม่จากญี่ปุ่นและทั่วโลก

บรรยากาศของร้าน Kensaku
การตกแต่งร้านจะออกไปในทางเรียบง่ายแบบร่วมสมัย สร้างความสบายใจให้กับลูกค้าทุก ๆ คน

ณ วินาทีนี้กระเพาะของทางทีมงานก็คำรามโฮก พวกเราไม่รอช้า เปิดประเดิมศึกกระเพาะด้วย “Unaju Shirayaki” (1,700 บาท) ข้าวหน้าปลาไหลเต็มตัวแบบไม่ย่างซอส เป็นเมนูซิกเนเจอร์ของร้าน สำหรับคนที่อยากลิ้มรสธรรมชาติของปลาไหล ทางร้านจะใช้ปลาไหลสด ๆ นำมาแล่เอากระดูกสันหลังออก

เมนู “Unaju Shirayaki” ของร้าน Kensaku
Unaju Shirayaki

กว่าจะมาถึงทุกวันนี้ได้ทางทีมเชฟต้องใช้เวลาฝึกฝนการแล่อย่างน้อย 5 ปีเต็ม ๆ เพราะนอกจากผิวสัมผัสที่ลื่นแล้ว เมือกของปลาไหลยังมีสารที่จะสร้างความระบมให้กับแผลสด สมมุติถ้ามีดบาดตอนหั่นปลาไหล ทางเชฟต้องวางมีดและรักษาตัวจนกว่าจะหายกันเลยทีเดียว พอแล่เสร็จก็ถึงขั้นตอนการเสียบซึ่งต้องใช้เวลาฝึกฝนถึง 2 ปีเต็ม ๆ เพราะเนื้อของปลาไหลละเอียดอ่อนมาก ๆ ต้องเสียบให้ได้ตำแหน่งที่เหมาะสม ซึ่งปลาไหลแต่ละตัวความหนาไม่เท่ากัน ทั้งหมดนี้จึงต้องใช้ประสบการณ์และความช่ำชอง

เมนู “Unaju Shirayaki” ของร้าน Kensaku
การแล่ปลาไหลต้องใช้เวลาฝึกถึง 5 ปี
เมนู “Unaju Shirayaki” ของร้าน Kensaku
การเสียบปลาไหล 2 ปี

พอเสียบได้ที่ก็จะนำปลาไหลไปย่างบนเตาถ่านบินโจทัน ซึ่งเป็นถ่านที่เหมาะกับการย่างปลาไหลที่สุด เพราะนอกจากไร้ซึ่งกลิ่น ตัวถ่านยังสามารถรักษาความร้อนได้อย่างสม่ำเสมอในระยะยาว เป็นการย่างแบบช้า ๆ จนกว่าหนังปลาไหลจะได้สีที่เข้มกำลังดี พอย่างได้ที่ปุ๊บเชฟก็จะนำปลาไหลไปนึ่งไฟอ่อน ๆ เป็นเวลา 45 นาที - 1 ชั่วโมง เพื่อให้เนื้อนุ่ม ก้างละลาย แถมยังเป็นการล้างกลิ่นสาบโคลนอีกด้วย พอสุกได้ที่ เชฟก็จะนำปลาไหลมาย่างต่อจนเกรียมได้ที่ กลิ่นหอมชวนน้ำลายสอสุด ๆ ทั้งหมดที่เล่ามานี้คือกรรมวิธีการย่างปลาไหลแบบคันโตซึ่งขึ้นชื่อเรื่องอาหารญี่ปุ่นสไตล์ Traditional รับประทานคู่กับข้าวญี่ปุ่นร้อน ๆ โรยด้วยเกลือที่ทางร้านปรุงพิเศษนี่คือ ฟินครับ! ตบโต๊ะ! อยากรู้ว่าฟินขนาดไหน แนะนำให้มาลองเองดีกว่าครับ

เมนู “Unaju Shirayaki” ของร้าน Kensaku
ย่างต่อจนเกรียมได้ที่ กลิ่นหอมชวนน้ำลายส่อสุด ๆ

ดื่มด่ำกับรสธรรมชาติของปลาไหลไปแล้ว พวกเราก็ใคร่อยากรู้ว่ารสเข้มข้นของปลาไหลจะดุเดือดสักขนาดไหน มาต่อกันด้วย “Hitsumabushi” (1,799 บาท) ข้าวหน้าปลาไหลย่างซอสรสเข้มข้น กรรมวิธีทั้งหมดทั้งการแล่ การเสียบ การย่าง และการนึ่ง จะเหมือนกับ “Unaju Shirayaki” หมด

เมนู “Unaju Hitsumabushi” ของร้าน Kensaku
Hitsumabushi

ที่แตกต่างคือการย่างหลังจากนึ่งเสร็จ ทางร้านจะนำซอสปลาไหลสูตรพิเศษมาราดบนปลาไหลด้านเนื้อขาว ทำแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมา จนกว่าเนื้อปลาไหลจะได้รับการ Caramelized อย่างเหมาะสม รสชาติคือสวรรค์ของคนชอบกินข้าวหน้าปลาไหลครับ มันหอม เข้มข้น และโอชา คือในสมองพวกเราตอนนี้ พวกเรากำลังบินอยู่ในอวกาศกับเหล่าวิญญาณปลาไหลครับ รสชาติแบบนี้ขนาดที่ญี่ปุ่นยังหากินได้ยาก เพราะทางเจ้าของบอกพวกเราว่า "เดี๋ยวนี้ใคร ๆ ก็ใช้ของแช่แข็งเพราะว่าสะดวกกว่า แต่ทางเราจะขอใช้วิธีแบบ Traditional ถึงแม้จะยุ่งยากและกินเวลา แต่ก็คุ้มค่าเมื่อได้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของลูกค้าทุก ๆ คนครับ"

เมนู “Unaju Hitsumabushi” ของร้าน Kensaku
นำซอสปลาไหลสูตรพิเศษมาราดบนปลาไหลด้านเนื้อขาว
เมนู “Unaju Hitsumabushi” ของร้าน Kensaku
ย่างจนกว่าเนื้อปลาไหลจะได้รับการ Caramelized 

ยังไม่พอ “Hitsumabushi” มีวิธีกินถึง 4 แบบด้วยกัน แบบแรก กินปลาไหลย่างกับข้าวญี่ปุ่นแบบเพียว ๆ แบบสองกินปลาไหล ข้าว และผักดองที่ทางร้านทำเอง แบบที่สาม "Ochazuke" คือการกินแบบ “ข้าวต้ม” ตักข้าวแล้วนำปลาไหลมาวางไว้ในชามเปล่า โรยหน้าด้วยข้าวคั่วและสาหร่าย เทน้ำซุป “ดาชิ” ที่อยู่ในกาลงไปในชาม แบบที่สี่คือ Freestyle กินตามอัธยาศัยและความชอบของลูกค้า

เมนู “Unaju Hitsumabushi” ของร้าน Kensaku
ตักข้าวแล้วนำปลาไหลมาวางไว้ในชามเปล่า
เมนู “Unaju Hitsumabushi” ของร้าน Kensaku
เทน้ำซุป “ดาชิ” ที่อยู่ในกาลงไปในชาม

นอกจากปลาไหลแล้ว ทางร้านยังมีซูชิและซาชิมิที่เรียกได้ว่าพิเศษสุด ๆ เพราะวัตถุดิบแต่ละอย่างไม่ธรรมดาครับ ประเดิมกันแบบเรียบง่ายแต่จัดเต็ม กับ “Yokozuna Set” (1,195 บาท)ซูชิรวมชุดใหญ่สมชื่อเมนู นิกิริซูชิคำใหญ่ 11 คำ! มีทั้ง ชูโทโร, อากามิ, แซลมอน, ฮามาจิ, ปลาเนื้อขาว, ซาบะดอง, เอ็นกาวะ, โฮตาเตะ, สุบุไก, กุ้งหวาน และ ไข่ปลาแซลมอน แต่ละคำล้วนมีรสชาติและ Texture ที่แตกต่างกัน แต่ที่แน่ ๆ คือไร้ซึ่งกลิ่นคาว เพราะวัตถุดิบแต่ละอย่างสดจริง ๆ

เมนู “Yokozuna Set” ของร้าน Kensaku
สดทุกคำ!

แต่ถ้าอยากมาให้สุดทางจริง ๆ ก็ต้องโดนเมนูที่ทำจากวัตถุดิบหายากกันเสียหน่อย จัดหนัก ๆ กับ “นากาโอจิ” (เริ่มต้น 1,500 บาท) ซี่โครงปลาทูน่าชิ้นยักษ์มีเนื้อปลาทูน่าติดเต็มไปหมด วิธีการรับประทานให้ใช้เปลือกหอยฮามะกุริ ขูดเนื้อออก เสร็จแล้วนำไปวางบนสาหร่ายโนริ ท็อปด้วยวาซาบิสด, วาซาบิดอง, ต้นหอม และขิงดอง รับประทานให้หมดภายในคำเดียวเพื่ออรรถรส ขอ Spoil นิดหน่อยนะครับ เนื้อปลาทูน่าหวานฉ่ำสุด ๆ ครับ เป็นเมนูที่ทั้งสนุก อลังการ และที่สำคัญเป็นการนำเสนอวัตถุดิบปลาทูน่าแบบ Head-to-Tail ได้อย่างดีเยี่ยม เป็นการโปรโมต Sustainability หรือการใช้วัตถุดิบแบบไม่ทิ้งขว้าง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างสวยงามมาก ๆ ครับ

เมนู “นากาโอจิ” ของร้าน Kensaku
นากาโอจิ 1.5 kg!
เมนู “นากาโอจิ” ของร้าน Kensaku
ใช้เปลือกหอยฮามะกุริขูดเนื้อออก
เมนู “นากาโอจิ” ของร้าน Kensaku
วางบนสาหร่ายโนริ ท็อปด้วยวาซาบิสด, วาซาบิดอง, ต้นหอม และขิงดอง รับประทานให้หมดภายในคำเดียว!

ยังไม่พอนอกจากเนื้อปลาทูน่าแล้ว เมนูนี้ยังมี Part 2 ครับ! ซึ่งนั่นก็คือไขสันหลังปลาทูน่า พอรับประทานเนื้อของ “นากาโอจิ” หมดเกลี้ยง ทางทีมเชฟจะนำซี่โครงปลาทูน่าไปหั่นเพื่อที่พวกเราจะได้รับประทานไขสันหลังทูน่าได้อย่างสะดวก ทางเชฟจะเสิร์ฟไขสันหลังพร้อมกับพอนซึเจลลี Daikon และต้นหอม 

เมนู “นากาโอจิ” ของร้าน Kensaku
เป็นการล้างปากล้างคอที่ดีเยี่ยมเลยทีเดียวครับ!

“Me Aji” (เริ่มต้นที่ 150 บาท) หรือปลาสีกุนตาวัว เป็นอีกหนึ่งเมนูที่น่าลิ้มลอง ทางเชฟจะใช้เทคนิค "Ikizukuri" หรือการแล่ปลาเป็น เป็นเทคนิคที่ต้องใช้ความช่ำชองระดับสูง ซึ่งถ้ารับประทานเดี๋ยวนั้นเลย ก็จะได้ Texture ที่แน่นกรอบราวกับมีปลาว่ายเวียนอยู่บนต่อมรับรส 

เมนู “Me Aji” ของร้าน Kensaku
Me Aji

“Hako Fugu” (450 บาท)หรือปลาปักเป้ากล่อง ใช่ครับปลาปักเป้าทุกประเภทมีพิษ แต่พิษของ “Hako Fugu” อยู่บนผิวหนัง ทางร้านบอกว่าแค่ขัดออกด้วยกรรมวิธีเฉพาะของที่ร้านก็ปลอดภัยแล้ว โดยเชฟจะนำเนื้อของปลามาสับให้เข้ากับตับปลาจนเป็นเนื้อเดียวกัน ปรุงด้วยโชยุและสาเกแบบเรียบง่าย เสร็จแล้วจับยัดไส้ตัวปลาเหมือนเดิม จากนั้นจึงนำไปอบในอุณหภูมิปานกลางจนสุกได้ที่ เป็นเมนูที่เหมาะจะรับประทานคู่กับข้าวญี่ปุ่นร้อน ๆ สุด ๆ รสชาติมาเต็มมาก ๆ Very Good!

เมนู “Hako Fugu” ของร้าน Kensaku
เนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ!  รสชาติมาเต็ม!

ปิดท้ายด้วย “Daifuku Strawberry” (120 บาท) สูตรดั้งเดิม ทางร้านจะทำการนวดแป้งไดฟูกุด้วยมือเป็นเวลา 40 นาที เสร็จแล้วค่อยนำไปห่อ "Azuki" ถั่วแดงญี่ปุ่นกวนหวานฉ่ำ และสตรอว์เบอร์รีคัดพิเศษเปรี้ยวหวานกำลังดี ใครที่ชื่นชอบของหวานเป็นทุนเดิมอยู่แล้วขอบอกเลยครับว่าพลาดแล้วจะเสียใจ!

เมนู “Daifuku Strawberry” ของร้าน Kensaku
Daifuku Strawberry

ถึงแม้กรุงเทพมหานครจะเป็นแหล่งรวมร้านอาหารญี่ปุ่นหลากประเภท ไม่ว่าจะเป็นแบบ Kaiseki, Washoku, Omakase หรือว่าแบบ Chain ที่มีให้เห็นตามห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ แต่สุดท้ายแล้วมีน้อยรายนักที่กล้าที่จะทำในสิ่งที่แตกต่างจากชาวบ้านเขา สำหรับใครที่อยากลิ้มรสประสบการณ์ข้าวหน้าปลาไหลสไตล์คันโตแท้ ๆ หรือ วัตถุดิบแบบเฉพาะทางจากทั้งไทย ญี่ปุ่น และทั่วทุกมุมโลก ร้าน “Kensaku” คือคำตอบของเราครับ

การเดินทาง

ร้าน “Kensaku” เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นในอารีย์ อยู่พหลโยธิน 4 เข้าไปประมาณ 130 เมตร ร้านอยู่ทางซ้ายมือ อยู่ห่างจาก BTS สถานีรถไฟฟ้าอารีย์ประมาณ 300 เมตร

เมนูห้ามพลาด

“Unaju Hitsumabushi”, “นากาโอจิ”, “Daifuku Strawberry”
Kensaku Team
OWNER'S MESSAGE
Kensaku Team
ข้าวหน้าปลาไหลแบบย่างสด ร้านแรก! และร้านเดียว! ที่ใช้ซอสเคี่ยวจากกระดูกปลาไหลด้วยวิธีหมักบ่มซ้ำ ๆ มานานกว่า 5 ปี! ร้านของเราทำข้าวหน้าปลาไหลสไตล์คันโตที่กรอบนอกนุ่มชุ่มหอมใน ซอสไม่เข้มจนกลบความอร่อยของรสชาติปลาไหลจนเกินไป ที่สำคัญเราใช้ปลาไหลสดเท่านั้น!

แผนที่

เข้าซอยพหลโยธิน 4 ไปประมาณ 130 เมตร ร้านอยู่ทางซ้ายมือ
map

การติดต่อ

Kensaku
Phone number : 096-426-9878
Line : orbkung
7/1 ซอย พหลโยธิน 4,พญาไท