ตกขาว! น้องสาวมีกลิ่น!? เช็ก 5 นิสัยเสียทำร้ายน้องสาว พร้อมบอกวิธีแก้
  1. ตกขาว! น้องสาวมีกลิ่น!? เช็ก 5 นิสัยเสียทำร้ายน้องสาว พร้อมบอกวิธีแก้

ตกขาว! น้องสาวมีกลิ่น!? เช็ก 5 นิสัยเสียทำร้ายน้องสาว พร้อมบอกวิธีแก้

มาพูดคุยเช็กสุขภาพน้องสาวกันหน่อย เพราะเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แถมนิสัยเสียที่เราทำก็มีส่วนทำร้ายให้น้องสาวสุขภาพเสียจนมีตกขาว คัน มีกลิ่น ได้นะเออ!
writerProfile
1 มิ.ย. 2021 · โดย

ใครที่เข้ามาแล้วยังไม่เข้าใจว่าตกขาว คืออะไรนั้น ต้องขออธิบายก่อนว่า ตกขาว คือ สารคัดหลั่งที่ร่างกายผลิตออกมาช่วยหล่อลื่น ป้องกันการติดเชื้อและระคายเคือง โดยสีของตกขาวจะแตกต่างกันไปในแต่ละช่วงของรอบเดือน ลักษณะปกติคือจะขุ่น มีสีขาวหรือเหลือง ฉะนั้นใครมีตกขาวสีเหลือง ไม่ต้องตกใจไป พอในช่วงก่อนวันตกไข่ตกขาวอาจมีลักษณะเป็นเมือกลื่น ๆ หลังจากนั้นก็จะกลับมาเป็นตกขาวสีขาวขุ่นอีกครั้ง แต่ถ้าในกรณีที่ผิดปกติหล่ะ เช่น ตกขาวสีน้ำตาล ตกขาวสีเขียว ตกขาวสีเทา ตกขาวเยอะ ตกขาวเป็นก้อนแป้ง ช่องคลอดมีกลิ่น แบบนี้เราต้องกลับมารีเช็กกันซะหน่อยแล้วว่า เรามีพฤติกรรมที่สุ่มเสี่ยงจะทำร้ายน้องสาวของเรากันอยู่บ้างไหม!

5 พฤติกรรมทำร้ายน้องสาวให้คัน มีตกขาว มีกลิ่นอับ!

ทำไมคันช่องคลอด ตกขาวมีกลิ่นเหม็น

1. ใส่แผ่นอนามัยทุกวัน!

สาว ๆ หลายคนใส่แผ่นอนามัยทุกวันเพราะกลัวว่าตกขาวจะเปื้อนกางเกงใน แต่รู้มั้ยว่าจริง ๆ แล้วการใส่แผ่นอนามัยทุกวันทำให้น้องสาวของเราอับชื้น! อากาศจะไม่ถ่ายเท อาจจะทำให้มีตกขาวมากผิดปกติ และน้องสาวก็อาจจะอักเสบได้นะ ทางที่ดีควรเลือกใส่เฉพาะวันที่มีอาการตกขาวมากกว่าปกติ หรือก็คือช่วงที่มีการตกไข่นั่นเองค่า

2. ใส่กางเกง / กางเกงในที่รัดแน่นเกินไป

การใส่กางเกง / กางเกงในที่แน่นเกินไปก็อาจจะทำให้น้องสาวของเราอับชื้น และจะทำให้เกิดอาการตกขาวผิดปกติตามมา! ยิ่งไปกว่านั้นการใส่เสื้อผ้ารัด ๆ ก็อาจจะทำให้ผิวของเราระคายเคืองได้ง่าย พวกอาการผื่น ตุ่มคัน หรือ คันช่องคลอด มีตกขาวก็มาจากสาเหตุนี้ไม่น้อยเลย

3. ไม่ซับอวัยวะเพศให้แห้งหลังเข้าห้องน้ำ

การปล่อยน้องสาวเปียก ๆ หลังทำความสะอาดไม่ใช่เรื่องดีนะ น้องสาวจะเกิดการอับชื้นได้ง่าย เพราะบริเวณน้องสาวของเราเป็นบริเวณที่ชื้นกว่าส่วนอื่นในร่างกาย การไม่ซับน้องสาวให้แห้งอาจจะทำให้เกิดปัญหาหลายอย่าง เช่น เกิดกลิ่นอับ คันน้องสาว ช่องคลอดติดเชื้อ หรือเกิดเชื้อราในช่องคลอด อาการเบื้องต้นที่เราสังเกตได้ก็คือ การตกขาวมีกลิ่นนั่นแหละค่า

4. ไม่ยอมเปลี่ยนผ้าอนามัย

สาว ๆ บางคนไม่ยอมเปลี่ยนผ้าอนามัยทั้งที่ประจำเดือนเต็มแผ่นแล้ว รู้มั้ยว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง! ยิ่งเราใส่ผ้าอนามัย (ที่เต็มแล้ว) นานเท่าไร ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสการติดเชื้อในช่องคลอดมากขึ้นเท่านั้น! ควรเปลี่ยนผ้าอนามัยทุกๆ 3-4 ชั่วโมงจะดีที่สุด ส่วนผ้าอนามัยแบบสอดสามารถใส่ได้นานสุด 4-6 ชั่วโมง แต่ถ้าใครมามาก จะเปลี่ยนให้บ่อยกว่านั้นก็ยิ่งดีกับสุขภาพ แถมเป็นการแก้ตกขาวและกลิ่นอับไปในตัวด้วย

5. ใช้ผ้าอนามัยที่มีน้ำหอม

ผ้าอนามัยที่ดับกลิ่นประจำเดือนได้ฟังดูดีใช่ไหมคะ แต่จริง ๆ แล้วผ้าอนามัยที่มีน้ำหอมก็คือผ้าอนามัยที่ใส่สารเคมีที่ไม่จำเป็นต่อน้องสาวค่ะ! เสี่ยงให้เกิดอาการอักเสบ หรือผิวของน้องสาวอาจจะเกิดผื่นคันเพราะเกิดอาการแพ้ก็ได้นะ

แล้วเมื่อไหร่จึงควรไปพบแพทย์?

  •  มีอาการ คัน เจ็บ แสบร้อน หรือระคายเคืองบริเวณอวัยวะเพศหรือช่องคลอด
  • ตกขาวมีลักษณะเป็นฟอง หรือคล้ายแป้งเปียก (สาเหตุจากการติดเชื้อรา หรือเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติ)
  • ตกขาวสีเหลืองเข้ม ตกขาวสีเขียว หรือตกขาวสีเทา (เป็นเฉดสีที่แสดงให้เห็นถึงความผิดปกติที่อาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ดังนั้นจึงควรไปพบแพทย์)
  • มีเลือดหรือเลือดออกกะปริบกะปรอยในช่วงที่ไม่มีประจำเดือน (ตกขาวสีน้ำตาล)
  • ช่องคลอดมีกลิ่นรุนแรง

อ้างอิง

Bumrungrad International Hospital. (2563). "ตกขาว เรื่องที่ผู้หญิงเราควรรู้" [Online]. เข้าถึงได้จาก : https://www.bumrungrad.com/th/health-blog/june-2020/leukorrhea สืบค้น 1 มิถุนายน 2664

สุดท้ายนี้ อยากให้สาว ๆ สังเกตอาการของน้องสาวกันเป็นประจำ ถ้ามีอาการคันมากจนสังเกตได้, มีกลิ่นตุ ๆ, มีผื่นแดงหรือตุ่มขึ้น หรืออาการผิดปกติอื่น ๆ ควรพบคุณหมอนะคะ จะได้รักษาได้ทันเวลาค่า

อ่านบทความที่แนะนำให้เพื่อน ๆ โดยเฉพาะ...