“Mori Grill” โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค บุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่นอร่อยอลังการในราคาสามัญ แค่ 695++ บาท
  1. “Mori Grill” โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค บุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่นอร่อยอลังการในราคาสามัญ แค่ 695++ บาท

“Mori Grill” โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค บุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่นอร่อยอลังการในราคาสามัญ แค่ 695++ บาท

“Mori Grill” บุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่นในโรงแรมที่ราคาไม่แพงอย่างที่คิด เพราะราคาเพียง 695++ บาทและ 462++ บาท (เด็ก) เท่านั้น ในราคาไม่ถึงพัน
writerProfile
15 พ.ค. 2014 · โดย
Ad ·
สนับสนุนโดย Mori Grill โรงแรมเจ้าพระยาพาร์ค
(รายละเอียดเพิ่มเติม)

สำหรับคออาหารญี่ปุ่นบางคน ที่ชอบกินทั้งซูชิ ซาชิมิ และปิ้งย่าง ที่มักจะเลือกไปกินในร้านที่ขายอาหารญี่ปุ่นแบบ a la carte อาจพบว่ามีเมนูให้เลือกไม่ถึงใจ หรือบางคนก็ชอบกินอาหารญี่ปุ่นแบบบุฟเฟต์ เพราะสร้างความตื่นตาตื่นใจในการกินอาหารได้มากกว่า กับตัวเลือกที่หลากหลาย แต่ท่ามกลางบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่นที่มีอยู่มากมาย บางครั้งก็เลือกไม่ถูกเหมือนกันว่าจะเข้าร้านไหนดี ที่ราคาสบายกระเป๋า แต่ก็ยังใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ มีเมนูให้เลือกมากมาย และอร่อยคุ้มค่า คุ้มราคาที่สุด

หากจะบอกว่ามีบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่นในโรงแรมอยู่แห่งหนึ่ง ที่ตอบโจทย์ความต้องการทุกข้อ หลายคนก็อาจจะไม่เชื่อ เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นห้องอาหารที่อยู่ในโรงแรมแล้ว ส่วนใหญ่มักจะราคาสูงทั้งสิ้น แต่สำหรับห้องอาหาร “Mori Grill” โรงแรมเจ้าพระยาปาร์คแล้ว หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เพราะเป็นบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่นในโรงแรมที่ราคาไม่แพงอย่างท่ีคิด เพราะราคาเพียง 695++ บาท (ผู้ใหญ่) และ 462++ บาท (เด็ก) เท่านั้น แต่ในราคาไม่ถึงพันเช่นนี้ ก็ยังคงมีไลน์อาหารให้เลือกหลากหลาย ทั้งยังใช้วัตถุดิบสดใหม่ และมีเมนูแปลกๆ แตกต่างจากที่อื่นให้ลิ้มลอง แถมยังมีห้องส่วนตัวไว้รองรับการมาเป็นหมู่คณะอีกด้วย เรียกว่าคุ้มสุดคุ้ม จ่ายแค่เบาๆ แต่สิ่งที่ได้รับกลับไปนั้นมากกว่าที่จ่าย

ไลน์อาหารปิ้งย่าง
ซอสต่างๆ ที่กินกับปิ้งย่าง

จุดเด่นของห้องอาหาร “Mori Grill” คือ ไลน์อาหารปิ้งย่าง สมกับชื่อของห้องอาหารที่มีคำว่า “Grill” อยู่ในชื่อด้วย เป็นไลน์อาหารที่ลูกค้าสามารถเลือกเนื้อสัตว์ต่างๆ ให้เชฟครัวร้อนเอาไปกริลล์ และนำไปเสิร์ฟให้ที่โต๊ะ ซึ่งเนื้อสัตว์ต่างๆ ในไลน์ก็มีทั้ง กุ้งแม่น้ำตัวใหญ่, แซลมอนชิ้นโต, เนื้อแกะ, เนื้อวัว, เนื้อหมู และเนื้อไก่ เสริมด้วยเห็ดหอม หน่อไม้ฝรั่งและหอมหัวใหญ่ พร้อมด้วยซอสนานาชนิดให้เลือกกินคู่กับอาหารปิ้งย่างได้ตามใจชอบ เช่น “มินท์ซอส” กินคู่เนื้อแกะ, “มายองเนสและต้นหอมซอย” กินคู่กับสเต็กหมูหรือสเต็กเนื้อ และ “น้ำจิ้มซีฟู้ด” กินคู่กับกุ้งและปลาแซลมอน ซึ่งเนื้อสัตว์บางชนิด หากมีขนาดใหญ่และหนาเกินไป เช่น เนื้อแกะ ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะกินลำบาก เพราะเชฟจะตัดให้เป็นขนาดพอดีคำ ช่วยให้กินได้สะดวกขึ้น

ส่วนไลน์ “ซาชิมิ” ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะนอกจากนจะมีสารพัดปลาดิบสดๆ เช่น แซลมอน, ทูน่า, ปลาหมึกยักษ์, ปลาซาบะดอง, ปลากะพงแดงแล้ว ยังมีทีเด็ด คือ “เป๋าฮื้อ” สดๆ หวานๆ ชิ้นใหญ่ๆ สไลซ์บางๆ ซึ่งไม่ค่อยเห็นบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่นที่ไหนมีเมนูนี้อยู่ในไลน์ซาชิมิ จึงถือว่า “เป๋าฮื้อ” เป็นไฮไลท์ของไลน์ซาชิมิที่ “Mori Grill” เลยก็ว่าได้ และนอก “ซาชิมิ” ยังมี “ซูชิ” ให้เลือกอีกหลากหลายเลยทีเดียว ทั้ง “นิงิริ ซูชิ” และ “มากิซูชิ” นอกจากนี้ในส่วนของออร์เดิฟ ยังมี “สาหร่ายสด” ทั้งสีเขียวและสีแดง กรุบๆ กรอบๆ ให้ตักมาเคี้ยวเพลินๆ อีกด้วย

ไลน์ซาชิมิ
ไลน์ซูชิ

และยังมีอีกหนึ่งเมนู ที่ไม่อยากให้พลาด นั่นคือ “ซุปกา” ซุปใสที่ใส่เห็ดหอม แปะก๊วย เนื้อไก่ มีมะนาวสดให้บีบเพิ่มรสชาติ โดยซุปจะใส่ไว้ในกาขนาดย่อมที่เก็บความร้อนได้ดีมาก แม้วางทิ้งไว้บนโต๊ะเป็นเวลานาน ก็ยังคงอุ่นๆ อยู่ ที่เป็นแบบนี้ เพราะกาเนื้อกระเบื้องค่อนข้างหนา จึงเก็บความร้อนได้ดี และบนไลน์อาหารจะมีการรักษาอุณหภูมิของกาเอาไว้ให้อุ่นอยู่เสมอ ซุปจึงอร่อยสดใหม่เหมือนเพิ่งยกลงจากเตา

นอกจากบุฟเฟต์แล้ว หากใครที่อยากลิ้มลองเมนูแปลกๆ ใหม่ๆ ที่ไม่มีอยู่ในไลน์บุฟเฟต์ ที่ “Mori Grill” ก็มีเมนู a la carte ให้เลือกสั่งต่างหากด้วยเหมือนกัน อาทิ “ปลาดิบรวม” ที่มีทั้ง ทูน่า แซลมอน กุ้งหวาน และ อิกะ (ปลาหมึก) เนื้อหนานุ่มและสดใหม่

ตามมาด้วยสารพัดเมนูซูชิที่ครีเอตโดยเชฟของห้องอาหาร เช่น “ปลาแซลมอนชุบเกล็ดขนมปังทอดไส้อะโวคาโดและชีส” แซลมอนชิ้นหนานุ่ม สอดไส้อะโวคาโดและมอซซาเรลลาชีส แล้วนำไปชุบไปเกล็ดขนมปังทอดจนกรอบนอกนุ่มใน เสิร์ฟพร้อมหนังปลาแซลมอนทอด ที่เชฟบอกว่าใช้ประดับเฉยๆ แต่จริงๆ แล้วก็สามารถกินได้ เพราะอร่อยและให้แคลเซ๊ยมสูง

“ข้าวปั้นหน้าปลาดิบหลากสี” ข้าวปั้นลูกโตห่อด้วยแซลมอน ทูน่าและอิกะ (ปลาหมึก) ท้อปปิ้งด้วยมายองเนสและไข่ปลาแซลมอนและไข่กุ้ง

ปลาแซลมอนชุบเกล็ดขนมปังทอดไส้อะโวคาโดและชีส
ข้าวปั้นหน้าปลาดิบหลากสี

“ข้าวห่อสาหร่ายไส้กุ้งเทมปุระ” กุ้งเทมปุระกรอบๆ ตัวโตๆ ห่อด้วยสาหร่ายและข้าว คลุกเกล็ดแป้งเทมปุระกรอบๆ บนผิวด้านนอก แล้วท้อปปิ้งด้านบนด้วยมายองเนส ไข่กุ้งและไข่ปลาแซลมอน เสิร์ฟพร้อมเกล็ดแป้งเทมปุระทอดกรอบสีชมพูซากุระสวยหวาน เพื่อเพิ่มความแตกต่างให้ผิวสัมผัสของซูชิ เวลาเคี้ยวจะได้ทั้งความนุ่มของข้าวและเนื้อกุ้ง แล้วยังได้ความกรุบกรอบเคี้ยวเพลินจากเกล็ดแป้งเทมปุระอีกด้วย ซึ่งเคล็ดลับที่ทำให้แป้งเทมปุระกรอบได้นานและไม่อมน้ำมัน คือ การใช้น้ำที่ใส่น้ำแข็งจนเย็นจัดมาผสมกับแป้ง จะทำให้แป้งที่ชุบทอด กรอบได้นานกว่าแป้งที่ผสมกับน้ำอุณหภูมิห้อง

“ข้าวห่อสาหร่ายทอด” ข้าวห่อสาหร่ายไส้ปลาแซลมอน มอซซาเรลล่าชีสและอะโวคาโดชุบแป้งทอดกรอบๆ ราดด้วยซอสโชยุ ได้รสชาติเค็มๆ มันๆ จากชีส อะโวคาโดและแซลมอน ตัดกับรสชาติเค็มๆ หวานๆ ของซอสโชยุ

หรือจะเลือกอร่อยกับเมนูสเต็ก เช่น “สเต็กซี่โครงแกะสไตล์ญี่ปุ่น” ที่เชฟจะหมักเนื้อแกะกับเครื่องเทศและน้ำมันงาเอาไว้นานถึง 1 วันเต็มๆ ก่อนที่จะนำมาเสิร์ฟให้ลูกค้า เนื้อแกะจึงนุ่มละมุนลิ้น และไม่มีกลิ่นสาบตามธรรมชาติของเนื้อแกะ

ข้าวห่อสาหร่ายไส้กุ้งเทมปุระ
ข้าวห่อสาหร่ายทอด
สเต็กซี่โครงแกะสไตล์ญี่ปุ่น

ห้องอาหาร “Mori Grill” โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค เปิดให้บริการมื้อกลางวัน ตั้งแต่เวลา 11.30 – 14.30 น. และมื้อเย็น ตั้งแต่เวลา 18.00 – 22.30 น. สำหรับการเดินทาง สามารถนั่งรถไฟใต้ดินมาลงที่สถานีรัชดาภิเษก แล้วออกประตูโรงเรียนปัญจทรัพย์ หรือหากเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว ให้ขับมาตามเส้นถนนรัชดาขาออก มุ่งหน้ามาทางแยกรัชดา-ลาดพร้าว เมื่อออกจากอุโมงค์ข้ามแยกสุทธิสาร ให้เตรียมชิดซ้าย จากปากอุโมงค์ประมาณ 50 เมตร จะมีสะพานข้ามคลองเล็กๆ เมื่อผ่านสะพานมาประมาณ 10 เมตร จะเห็นทางเข้าโรงแรมอยู่ด้านซ้ายมือ

หากใครที่ชอบความอร่อยแบบคุ้มค่า ค่าราคา ลองมาที่ “Mori Grill

แผนที่

ชั้น 1 โรงแรมเจ้าพระยาพาร์ค