Narcissism หรือ การหลงตัวเอง ทำร้ายคนอื่นได้ไหม รับมือยังไงได้บ้าง!
  1. Narcissism หรือ การหลงตัวเอง ทำร้ายคนอื่นได้ไหม รับมือยังไงได้บ้าง!

Narcissism หรือ การหลงตัวเอง ทำร้ายคนอื่นได้ไหม รับมือยังไงได้บ้าง!

เราคิดว่าทุกคนน่าจะเคยได้ยินคำว่า Narcissism ผ่านหูกันมาบ้างประปราย แต่อาจจะไม่ได้เข้าใจว่า การหลงตัว ของ narcissism คืออะไร? เราเลยอยากชวนทุกคนมาคิดกันค่ะ!
writerProfile
1 ม.ค. 2025 · โดย

ปัจจุบันมีอาการที่เกี่ยวกับจิตใจเยอะมากเลยค่ะ ทุกคน! เราเลยอยากชวนทุกคนมาคุยกันเรื่อง Narcissism ว่าเขาคืออะไร มีอาการแบบไหน ถ้าต้องหลีกเลี่ยงหรือจะเช็กว่าตัวเองเป็น Narcissism หรือไม่ วันนี้ Wongnai Beauty มีคำตอบมาให้ทุกคนเช็กค่ะ ว่าแล้วอย่ารอช้าเราไปทำความรู้จักกับ Narcissism กันต่อเลยดีกว่า

มาเข้าใจคำว่า Narcissism กันหน่อยดีกว่าว่าคืออะไร?

มาเข้าใจคำว่า Narcissism กันหน่อยดีกว่าว่าคืออะไร?

Narcissism หรือ โรคหลงตัวเอง มีชื่อภาษาอังกฤษเต็ม ๆ ว่า Narcissistic Personality Disorder (NPD) คือความผิดปกติทางบุคลิกภาพที่ส่งผลต่อพฤติกรรมในระยะยาว กลุ่มคนเหล่านี้มักแสดงออกว่าเป็นคนที่มีความเชื่อมมั่นในตัวเองสูง ไม่ยอมรับผู้อื่น ซึ่งก่อให้เกิดพฤติกรรมต่อต้านทางสังคม อย่างการโอ้อวด เรียกร้องความสนใจ ดูถูกคนอื่น ไม่มีความเห็นอกเห็นใจ และชอบบังคับให้คนอื่นทำตามในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ซึ่งสาเหตุอาจเกิดมาจากปัจจัยทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ถูกหล่อหลอมมาตั้งแต่เด็ก

คนหลงตัวเองคืออะไร ?

เราอยากขยายคำว่า "คนหลงตัวเอง" จริง ๆ เขามีตำนานมาจากกรีกของนาร์ซิสซัส เด็กชายผู้หลงรักเงาสะท้อนของตัวเอง ซึ่งในช่วงศตวรรษที่ผ่านมาแนวความคิดเรื่องการหลงตัวเองถูกพัฒนาไปเป็นกลุ่มลักษณะบุคลิกที่โดดเด่นด้วยความโอ่อ่า ผู้ที่หลงตัวเองอาจเข้าเกณฑ์การวินิจฉัยโรคบุคลิกภาพหลงตัวเอง ซึ่งมีการวินิจฉัยด้านสุขภาพจิตที่ส่งผลต่อคนประมาณ 1% มีการอธิบายอย่างกว้าง ๆ ว่าเป็นรูปแบบที่แพร่หลาย และกลุ่มคนเหล่านี้ต้องการความชื่นชม อีกทั้งยังขาดความเห็นอกเห็นใจอีกด้วย

เช็กลิสต์! อาการของ Narcissism มีอะไรบ้าง?

เช็กลิสต์! อาการของ Narcissism มีอะไรบ้าง?
  • มีการต่อต้านเป็นเรื่องปกติ : ผู้ที่มีอาการหลงตัวเองจะยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางสิ่งเหล่านี้จะเชื่อมโยงกับคุณลักษณะต่าง ๆ อย่างความเย่อหยิ่ง สิทธิ การเอารัดเอาเปรียบ และขาดความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น
  • ชื่นชอบการถูกยอมรับและชอบคำชม : นอกจากเขาจะต่อต้านเรื่องทั่วไปแล้วเขายังมีพฤติกรรมที่ค่อนข้างเผด็จการ ชอบความยิ่งใหญ่ และกล้าที่จะแสดงออกมา ๆ เนื่องจากเขามีความมั่นใจในตัวเองสูง
  • ไม่สามารถรับภาวะเชิงลบทางอารมณ์ได้ : ด้วยความที่เขาเป็นคนหลงตัวเองฉะนั้นเขาจะต้องซัพพอร์ตตัวเองผ่านความภูมิใจ และรับมือกับภาวะเชิงอารมณ์และความละลายใจได้ไม่เก่งเท่าไรนัก

ต้องบอกว่าอาการที่เราบอกมาเป็นเพียงพฤติกรรมเบื้องต้นเท่านั้นนะคะ ทุกคน ทั้งนี้อาการอาจมีความรู้สึกหรือการกระทำอื่นร่วมด้วยเช่น กล้าเอาเปรียบผู้อื่นเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง ไม่ชอบถูกวิจารณ์ และคบกันคนอื่นได้ไม่นานเพราะมีความมั่นใจในตัวเองสูง เป็นต้น

ชวนทุกคนแยก การรักตัวเอง กับ การหลงตัวเอง กันสักหน่อย!

ชวนทุกคนแยก การรักตัวเอง กับ การหลงตัวเอง กันสักหน่อย!

โรคหลงตัวเอง กับ การรักตัวเอง มีเส้นบาง ๆ กั้นอยู่ค่ะ เพราะคนที่เป็นโรคหลงตัวเองมักจะเลือกให้ความสำคัญกับตัวเองมากกว่าคนอื่นอยู่เสมอ อีกทั้งยังคาดหวังที่จะได้รับการปฏิบัติที่เหนือกว่าคนอื่น โดยที่เขาไม่ได้คิดถึงสถานะความสำเร็จที่แท้จริงของตัวเอง นอกจากนี้คนที่เป็นโรคหลงตัวเองมักจะมีอาการอัตตาอ่อนแอ (Fragile Ego) อีกด้วย ถ้าพูดให้เข้าใจง่ายขึ้นคือเขาจะไม่สามารถทนต่อคำวิจารณ์ของคนอื่น ๆ ได้ อีกทั้งยังมักดูถูกคนอื่นเพื่อให้ตัวเองรู้สึกเหนือกว่า

แน่นอนการรักตัวเองคือการใช้ชีวิตเพื่อนำพาตัวเองไปสู่สิ่งที่ดี มีเป้าหมายที่วางไว้ สามารถยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นได้ และไม่พยายามพาตัวเองไปอยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่ดี มีความเข้าอกเข้าใจผู้อื่นได้มากกว่า ไม่คิดว่าตัวเองจะต้องเป็นหนึ่งเสมอ ๆ ในทุก ๆ เรื่อง มีความมั่นใจแต่พอดีในแบบที่ไม่ทำร้ายผู้อื่นนั่นเองค่ะ

ผลเสียของการอยู่ร่วมกับบุคคล "หลงตัวเอง" พร้อมวิธีรับมือ!

จริง ๆ ผลเสียที่จะเกิดขึ้นในความสัมพันธ์ที่มีกลุ่มคน Narcissism อยู่ด้วยคงหนีไม่พ้นความ Toxic ค่ะ เพราะเราจะถูกกดให้ต่ำลงตลอดเวลา หากต้องทำงานร่วมกัน เขาจะเอาตัวเองเป็นแกนกลางของโลกที่ไม่ได้มีแค่เขาอยู่คนเดียว สิ่งเหล่านี้อาจทำให้เราขาดความมั่นใจในตัวเองได้ และถ้าต้องอยู่กับความสัมพันธ์แบบนี้นาน ๆ เราอาจจะกลายเป็นบุคคล Toxic เองก็ได้ มาดูการรับมือที่ทำได้จริงและง่ายที่สุดกันดีกว่าค่ะ

  • หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าหากไม่จำเป็น : อย่างที่บอกว่าคนที่มีความหลงตัวเองมักจะมีพลังงานลบที่เราเองก็ไม่เข้าใจ เพราะงั้นหากไม่ต้องทำงานร่วมกันก็แนะนำว่าหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากันไปเลยจะดีกว่าค่ะ
  • ควรมีหลักฐานทุกครั้งที่ต้องร่วมงานกัน : แน่นอนว่าบุคคลที่มีความหลงตัวเองมักจะมีพฤติกรรมที่ชอบโทษผู้อื่น ไม่ยอมรับในความผิดพลาด ฉะนั้นเราต้องเซฟตัวเองทุกครั้งที่ต้องทำงานด้วย ไม่งั้นเราอาจจะโดนลูกหลงได้นะคะ
  • กำหนดขอบเขตของความสัมพันธ์ให้ชัดเจน : สุดท้ายเลยคือถ้าเราควรมีจุดยืนของตัวเองเพื่อเป็นกำแพงในการปะทะค่ะ เราควรรู้ว่าถ้ามีพลังงานลบวิ่งมาหาเราเมื่อไร ควรถอยออกมาและบอกเพื่อนร่วมงานให้ชัดเจนถึงความกังวล ไม่งั้นเราจะกลายเป็นเหยื่อในการกระทำบางอย่างของเขาโดยไม่รู้ได้นั่นเอง

ถ้าไม่อยาก "หลงตัวเอง" ควรเริ่มจากการรักคนอื่นให้เป็น!

คนที่มีอาการหลงตัวเองเป็นกลุ่มคนที่มีความผิดปกติทางด้านจิตใจที่แฝงอยู่ ทำให้พลาดโอกาสที่จะได้เข้ารับการรักษา และได้รับคำแนะนำจากจิตแพทย์ หรือ นักจิตวิทยา หากไม่เปิดใจในการรักษาอย่างจริงจังอาจจะพัฒนาไปเป็นภาวะป่วยโรคซึมเศ้ราเลยว่าได้ ทั้งนี้ในปัจจุบันยังไม่มีการรักษาที่เฉพาะทาง แต่การเปิดโอกาสให้ตัวและคนอื่น ๆ เข้าใจพฤติกรรมเหล่านี้มากขึ้นก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ

  • ยอมรับในความสามารถของตัวเองตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้น : เราคิดว่าการยอมรับความจริงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ เลยค่ะ หากเราไม่สามารถยอมรับว่าเราทำอะไร ได้แค่ไหน และผลลัพธ์ปลายทางเป็นอย่างไร เราจะใช้ชีวิตจริง ๆ ของตัวเองได้ยากมาก ๆ 
  • สร้างความสัมพันธ์เชิงบวกกับผู้อื่นให้ได้ : นี่เป็นอีกเรื่องที่สำคัญเนื่องจากคนที่มีภาวะหลงตัวเองมักจะคบกับใครได้ไม่นาน ฉะนั้นทุกคนอาจจะต้องเริ่มจากการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ทำให้ผู้อื่นไว้ และไม่รู้สึกเหนื่อยที่จะอยู่ได้ก่อนในเบื้องต้น
  • เรียนรู้ที่จะรับคำวิจารณ์หรือความล้มเหลวอย่างจริงใจ : เราเข้าใจว่าการได้รับคำวิจารณ์เชิงลบเป็นเรื่องยากที่ต้องนั่งฟังแต่เชื่อเถอะค่ะ การที่เราตั้งใจฟังคำวิจารณ์เหล่านี้อย่างจริงใจ ทุกคนจะนำคำวิจารณ์เหล่ามาปรับเพื่อให้ตัวเองเป็นคนที่ดีขึ้นได้
  • รู้เท่าทันภาวะทางอารมณ์ และมีสติตั้งรับอยู่เสมอ : สิ่งสำคัญในการใช้ชีวิตคือการรู้เท่าทันอารมณ์ รู้ว่าตอนนี้รู้สึกอะไร คิดอะไร เมื่อเราสามารถตามอารมณ์ตัวเองได้ทัน การแก้ไขหรือรับมือเรื่องต่าง ๆ จะเป็นไปได้อย่างง่ายดายและราบรื่น
  • พยายามเข้าใจและยอมรับในผลกระทบที่เกิดขึ้น : ต้องบอกว่าการปรับตัวให้กลับสู่โลกแห่งความเป็นจริงก็มีเรื่องที่น่ากลัวอยู่เหมือนกัน แต่ความน่ากลัวจะทำให้เราเติบโตขึ้นไปอีกขั้นของการใส่ใจผู้คนรอบข้างนะคะ ฉะนั้นทดลองทำความเข้าใจและเรียนรู้ปัญหาที่เกิดจากผลกระทบให้ได้มากที่สุดจะดีกว่า
  • ฝึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่น และพยายามไว้วางใจพวกเขา : ไม่มีสามารถใช้ชีวิตคนเดียวได้บนโลกตลอดไป ถึงแม้การจากตายเราจะต้องไปคนเดียว แต่ในช่วงเวลาที่ทุกคนมีลมหายใจต้องมีเพื่อนค่ะ และการเห็นอกเห็นใจให้เกิดความเมตตาเป็นเรื่องที่สำคัญมาก หากเราอยากได้รับความเมตตาและความไว้ใจจากผู้อื่นก็ควรปฏิบัติตัวเองเช่นนั้นเหมือนกัน

Source : Narcissism (สืบค้นวันที่ 24 Nov 2024)

สุดท้ายไม่ว่าทุกคนจะเป็นโรคหลงตัวเองหรือไม่อย่างไร เราคิดว่าความเห็นอกเห็นใจเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนควรพึงมีค่ะ เพราะการใช้ชีวิตแบบที่ไม่เห็นใจคนอื่นอาจสร้างผลเสียทางความสัมพันธ์ได้ง่ายและมากกว่าด้วยนั่นเอง ฉะนั้นเราเชื่อว่าตัวเองอยากได้รับการกระทำที่ดีแบบไหนจากคนอื่น เราควรส่งต่อการกระทำดี ๆ ให้พวกเขาเหล่านั้นด้วยเช่นกัน ขอให้ทุกคนมีสุขภาพจิตที่ดีนะคะ เรายืนยันว่าสุขภาพจิตที่ดีจะพาทุกคนไปสู่ชีวิตที่ดีอย่างแน่นอนค่ะ

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ