13 หูฟังบลูทูธ ยี่ห้อไหนดี 2024 ประชุมเสียงชัด แบตอึด ดีไซน์ดูดี!
  1. 13 หูฟังบลูทูธ ยี่ห้อไหนดี 2024 ประชุมเสียงชัด แบตอึด ดีไซน์ดูดี!

13 หูฟังบลูทูธ ยี่ห้อไหนดี 2024 ประชุมเสียงชัด แบตอึด ดีไซน์ดูดี!

เราอยู่ในยุคที่แทบจะไม่ได้ใช้หูฟังแบบมีสายแล้วใช่ไหมคะ และหูฟังบูลทูธเป็นเหมือนอวัยวะที่ 34 ต่อจากมือถือกันเลยทีเดียว มาดูกันดีกว่าว่าหูฟังบลูทูธ ยี่ห้อไหนดี?
writerProfile
20 มิ.ย. 2024 · โดย

เดี๋ยวนี้เวลาเดินทางเรามักจะหยิบแต่ของที่จำเป็นไปด้วยไม่ว่าจะไปเที่ยว ไปทำงาน ไปต่างจังหวัด สิ่งของที่ขาดไม่ได้เลยคือหูฟังบลูทูธนั่นเอง  ใดใดคือน้องก็ราคาไม่ใช่ถูก ซื้อทีเราก็หวังว่าจะได้ใช้งานนาน ๆ เหมือนกัน วันนี้เราเลยคัดหูฟังบลูทูธยี่ห้อที่ดีและน่าสนใจมาฝากค่ะ เชื่อว่าคนที่เข้ามาดูต้องมีสักอันที่ถูกใจแน่นอนน

การเลือกหูฟัง ต้องเลือกให้เหมาะกับการใช้งาน

เลือกหูฟังให้เหมาะกับการใช้งาน : ต้องบอกว่าหูฟังมีหลายแบบในการใช้งาน ฉะนั้นเราต้องรู้ก่อนว่าเราอยากได้หูฟังบลูทูธไปทำอะไร ทำงานประชุม ฟังเพลง เล่นเกม หรือว่าออกกำลังกายต้องเลือกให้ดีเพราะฟังก์ชันของหูฟังไม่เหมือนกัน

หูฟังสำหรับคุยโทรศัพท์ : เป็นหูฟังที่ควรจะได้ยินเสียงจากภายนอกด้วยในระหว่างการใช้งาน เพราะบางครั้งเราจะเป็นต้องใส่หรือใช้ในเวลานานกว่าปกติ ทั้งการพูดคุยทั่วไป และการประชุม ซึ่งประเภทของหูฟังที่แนะนำคือ หูฟังโมโน (Mono) ที่มีข้างเดียวหรือจะเป็นหูฟัง Earbuds ที่ไม่มีจุกหูฟังก็ได้เหมือนกันค่ะ เพราะการเลือกแบบนี้จะช่วยลดอาการล้าระหว่างการใช้งานได้ อีกทั้งยังมีความปลอดภัยมากกว่าหากใช้งานระหว่างการขับรถหรือทำกิจกรรมอื่น ๆ ขณะใช้งาน

หูฟังสำหรับเกมมิ่ง :  สายเกมมิ่งจะต้องมีหูฟังที่เน้นในการฟังเสียงเกมเวลาเล่น ไม่ว่าจะเป็นการฟังเสียงบรรยากาศรอบตัวละคร เสียงวัตถุต่าง ๆ หรือว่าฟังเพื่อเพิ่มอรรถรสในการวางแผนคิดกลยุทธ์ ให้เล่นเกมได้ดีและมีทักษะมากขึ้น ฉะนั้นเราควรเลือกหูฟังที่มีฟังก์ชันเหมาะกับการเล่นเกม หรือ Game Mode นั่นเอง ที่บอกแบบนี้เพราะว่าสัญญาณจะนิ่งกว่าไม่กระตุกง่าย และควรเลือกหูฟังที่มีแบตเตอรีเยอะ ๆ เพื่อที่เราจะได้ใช้งานได้นาน ๆ เวลาเล่นเกม

หูฟังสำหรับใช้ออกกำลังกาย : ใครที่ชอบออกกำลังกายและฟังเพลงไปด้วยต้องเลือกหูฟังที่มีฟังก์ชันกันน้ำและกันฝุ่น เพราะว่าหูฟังจะต้องสัมผัสเหงื่อ หรือว่าต้องเจอฝุ่นถ้าเราใส่ออกกำลังกายกลางแจ้งนี่ถือเป็นเรื่องที่เราต้องคำนึงเลยล่ะค่ะ ใดใดคือเราจะต้องเลือกว่าอยากได้ยินเสียงรบกวนภายนอกด้วยไหม ถ้าต้องการได้ยินเพื่อความปลอดภัยหรือว่าสะดวกมากกว่า อาจจะต้องเลือกหูฟังประเภท Bone Conduction แต่ถ้าต้องการมีสมาธินิดหน่อย อาจจะต้องเลือกหูฟังแบบ In-ear หรือไม่ก็เลือกหูฟังที่มีฟังก์ชันตัดเสียงรบกวนภายนอก (Noise Cancelling) ไปเลยก็ได้เหมือนกันค่ะ

หูฟังสำหรับการใช้งานทั่วไป : สุดท้ายเราสามาเลือกหูฟังที่เอาไว้สำหรับฟังเพลงทั่วไปได้นะคะ ยกเว้นหูฟังโมโนเพราะว่ามีแค่ข้างเดียว และไม่สามารถส่งพลังเสียงได้อย่างเต็มที่ หูฟังที่อยากแนะนำคือหูฟังที่มีระบบเสียงสเตอริโอ (Stereo) และหูฟังครอบหู (Over-Ear) ที่สามารถตอบโจทย์กรฟังเพลงได้ดีกว่า เพราะมีเวทีเสียงที่กว้างขวางเหมือนนั่งฟังลำโพงและใส่สบายหู สามารถใช้งานได้ทั้งวัน

วิธีการเลือกประเภทของหูฟังบลูทูธ

ใครที่อยากได้หูฟังบลูทูธต้องคิดก่อนว่าอยากได้ดีไซน์แบบไหน เพราะแต่ละแบบก็มีฟังก์ชันการงานที่ไม่เหมือนกันด้วยนะคะ ฉะนั้นเราควรเลือกหูฟังบลูทูธที่เหมาะกับการใช้งานและสไลฟ์สไตล์นั่นเองค่ะ 

หูฟังบลูทูธแบบ In-ear : สำหรับหูฟัง In-ear เป็นหูฟังที่มีขนาดเล็ก กะทัดรัด มีจุกซิลิโคนที่ช่วยใส่ให้กระชับรูหูมากขึ้น ซึ่งช่วยให้ได้ยินเสียงเพลงชัดเจน และได้อรรถรสในการฟังเพลงสูงสุด บางรุ่นอาจมีฟังก์ชันตัดเสียงรบกวนภายนอกด้วยเพื่อไม่ให้เราได้ยินเสียงรอบข้าง ขณะเดียวกันหูฟังรุ่นใหม่ได้มีฟังก์ชันได้ยินเสียงภายนอก หรือ Transperency Mode โดยที่เราไม่ต้องถอดหูฟังเลยค่ะ หูฟังแบบนี้เราสามารถใช้ได้กับทุกกิจกรรมที่ใช้ในชีวิตประจำวันได้แบบครบถ้วนเลยค่ะ ทั้งดูหนัง ฟังเพลง ออกกำลังกาย เล่นเกม คือซื้ออันเดียวใช้ได้ครบเลย

หูฟังบลูทูธแบบครอบหู Over-Ear : ใครที่ไม่ชอบหูฟังเล็ก ๆ สามารถเลือกหูฟังบลูทูธแบบนี้ได้ค่ะ เพราะว่าเขาจะทำให้ประสบการณ์การฟังเพลงที่ดีทีสุดพร้อมกับการสวมใส่ที่สบาย ตัวหูฟังมีขนาดค่อนข้างใหญ่และมีเวทีเสียงที่กว้าง ทำให้เราได้สัมผัสมีมิติมาก ๆ ในการฟังเพลงรวมกับอยู่ข้างหน้าคอนเสิร์ตหรือว่าลำโพงเลย นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันสำหรับการตัดเสียงรบกวนภายนอกและภายในด้วยนะคะ

หูฟังแบบ Bone Conduction : หูฟังชนิดนี้เขาจะส่งสัญญาณเสียงผ่านกระดูกแก้มเหนือหู ทำให้ไม่มีชิ้นส่วนของหูฟังอยู่ในรูหูหรือบนใบหูเลย อีกทั้งยังมีน้ำหนักเบาใช้งานง่าย เหมาะกับการเล่นกีฬาหรือคนที่ออกกำลังกายและต้องการฟังเสียงภายนอกประกอบกับเสียงเพลงคลอระหว่างออกกำลังกายด้วย หลักการทำงานและเป็นเทคโนโลยีใหม่อาจไม่ตอบโจทย์สำหรับคนที่อยากได้อรรถรสในการฟังเพลงนะคะ

หูฟังบลูทูธแบบ Mono : ถ้าส่วนใหญ่ต้องคุยโทรศัพท์เยอะ ๆ ในการทำงานแนะนำว่าควรเลือกหูชนิดนี้เพราะว่าไมโครโฟนของหูฟังประเภทนี้จะใช้งานได้ดี ทำให้ได้ยินเสียงชัดเจนอีกทั้งยังได้ยินเสียงภายนอกเพราะมีข้างเดียว เหมาะสำหรับคนที่ต้องใช้โทรศัพท์ตลอดเวลา คุยงาน ประชุม รวมไปถึงถ้าต้องขับรถและคุยโทรศัพท์ด้วยก็จะเหมาะเพราะว่ามีความปลอดภัยและให้ความสะดวกสบาย

รวมหูฟังบลูทูธ ยี่ห้อไหนดี 2024 ประชุมเสียงชัด แบตอึด ดีไซน์ดูดี!

HUAWEI FreeBuds 4i

อยากได้หูฟังบลูทูธแบรนด์ไหนดี


HUAWEI FreeBuds 4i หูฟังบลูทูธรุ่นนี้เขามีปุ่ม 1 ปุ่ม และช่องสำหรับชาร์จ USB-C พร้อมไฟแสดงสถานะ เป็นหูฟังแบบ In-Ear มีการควบคุมด้วยการแตะสัมผัส สามาถเชื่อต่อได้อย่างง่ายดาย ผ่านบลูทูธ 5.2 อีกทั้งยังมีแอปพลิเคชันควบคุมและปรับแต่ง ซึ่งฟีเจอร์หลักของหูฟังรุ่นนี้คือระบบ ANC และการตรวจจับการสวมใส่ มีไมโครโฟน เทคโนโลยี Beam Forming ถึง 2 ตัว สามารถใช้งานได้นานกว่า 10 ชั่วโมง หากใช้งานรวมกับชาร์จแบตจะใช้งานได้นานถึง 22 ชั่วโมงเลย

จุดเด่น :

  • มีสีให้เลือกด้วยกัน 3 สี คือ สีแดง, สีขาว และสีดำ
  • สามารถตรวจจับเสียงจากภายนอกและปล่อยคลื่นหักล้างกับเสียงรบกวนได้
  • หูฟังกันน้ำกันฝุ่นและปรับแต่งการทำงานได้อย่างสเถียร

ราคา : 1,950 บาท

พิกัด : ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป

Source : 1

Samsung Galaxy Buds 2 

รวมหูฟังบลูทูธน่าใช้


หูฟังบลูทูธ In-Ear ที่น่าสนใจอีกอันเป็นของ Samsung Galaxy Buds 2 ที่เคลมว่าให้คุณภาพเสียงระดับ Studio พร้อมกับการตัดเสียงรบกสนจากภายนอกหรือ ANC ที่ 98% รับรองผ่าน UL Verification เลยด้วย นอกจากนี้ยังมีไมโครโฟน 3 ตัวที่ต่อข้าง พร้อมเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนเวลาที่สนทนา Voice Pickup Unit มีน้ำหนักเบาถ้าเทียบกับตัวอื่น ๆ ในตลาด อีกทั้งยังดีไซน์สวยมินิมอล มีให้เลือกด้วยกัน 4 สี

จุดเด่น :

  • ใช้งานได้ยาวนานสูงสุดกว่า 29 ชั่วโมง พร้อมเคสชาร์จและเป็นการชาร์จเร็ว
  • สามารถชาร์จไร้สายได้
  • มีเซนเซอร์ตรวจจับการสวมใส่ที่จะหยุดเล่นเมื่อเราถอดหูฟังออก

ราคา : 6,990 บาท

พิกัด : ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป

Source : 1

Apple AirPods Gen 3 

หูฟังบลูทูธมียี่ห้อไหนดีบ้าง


ทุกคนต้องรู้จัก Apple AirPods Gen 3 กันแน่นอน เขามาในรูปทรงที่ต่างจากรุ่นก่อนคล้ายกับรุ่น Pro แต่เป็นรูปแบบ Ear-Bud ที่ใส่สบายและให้เสียงที่เกินความคาดหมายมาก ๆ อีกทั้งเขามีไมค์ที่มีประสิทธิภาพการตัดเสียงรบกวนเมื่อเราใช้คุย สามารถคุยโทรศัพท์ได้เลยค่ะ ใดใดคือเขามีฟังก์ชันเพิ่มเติมคือการชาร์จแบบ Max Safe, ระบบเสียง Spatial Audio และการควบคุมด้วยการสัมผัส ถือว่าคุ้มค่าต่อการลงทุนมาก ๆ 

จุดเด่น :

  • สามารถกันน้ำกันเหงื่อได้
  • รองรับ Find My ติดตามอุปกรณ์เมื่อหาย
  • ชาร์จเร็ว 5 นาทีสามารถใช้งานได้ถึง 1 ชั่วโมง

ราคา : 6,990 บาท

พิกัด : ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป

Source : 1

Sony WH-1000XM4 

หูฟังแบบครอบหูมีบลูทูธ มียี่ห้อไหนแนะนำบ้าง


ใครที่กำลังมองหาหูฟังบลูทูธแบบครอบหูเสียงดี ไมค์ดีมากใช้ประชุมได้เลยต้อง Sony WH-1000XM4 ตัวนี้เลยค่ะ เขาเป็นอีกหนึ่งซีรีส์หูฟังไร้สายที่มีระบบตัดเสียงรบกวนได้แบบมีประสิทธิภาพ ใส่ได้ทั้งวันไม่เจ็บใบหู เพราะเขาออกแบบมาให้เข้ากับสรีระของทุกคน ไดร์เวอร์ให้เสียงขนาด 40 มม. ใช้งานได้ยาวนานมากถึง 30 ชั่วโมงแม่! เหมาะทั้งการทำงาน ใช้ชีวิตประจำวันถึงราคาสูงแต่มันจึ้งมากจริง ๆ ค่ะ ทุกคน

จุดเด่น :

  • Adaptive Sound Control ที่ช่วยปรับระดับของการตัดเสียงรบกวนให้อย่างอัตโนมัติ
  • มี Speck to Chat ที่สามารถตรวจจับการพูด
  • มีเซนเซอร์ควบคุมด้วยการแตะที่ด้านอกของหูฟัง

ราคา : 9,990 บาท

พิกัด : ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป

Source : 1

Marshall Major IV 

อยากได้หูฟังบลูทูธมียี่ห้อไหนน่าสนใจบ้าง


มาต่อกับหูฟังบลูทูธของ Marshall Major IV กันเลย หูฟังเขามาแบบ On-Ear ที่อัปเกรดจากรุ่นเดิมที่มีการพัฒนาในเรื่องของแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้อึดกว่าเดิม น้ำหนักเบาขึ้น และเรื่องเสียงก็ดีขึ้นด้วยเหมือนกันค่ะ เขาเป็นหูฟังไร้สายที่ได้รับความนิยมสูงมากอีกรุ่นหนึ่งของแบรนด์เลย การใช้งานของเขาสามารถใช้ได้ยาวนานถึง 80 ชั่งโมง ชาร์จผ่านช่อง USB-C ที่เป็นการชาร์จเร็ว 15 นาที ใช้งานได้นานถึง 15 ชั่วโมง ถ้าชีวิตต้องมีหูฟังรุ่นนี้คือของมันต้องมี!

จุดเด่น :

  • ไมค์ที่รับเสียงพูดได้อย่างคมชัด
  • การเชื่อมต่อใช้บลูทูธ 5.0
  • มีดีเลย์เมื่อใช้งานที่น้อย

ราคา : 5,490 บาท

พิกัด : ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป

Source : 1

Bose QuietComfort 45 

รวมหูฟังครอบหูแบบบลูทูธ


Bose QuietComfort 45 เป็นหูฟังบลูทูธครอบหูระดับ Hi-End ที่ใส่สบายและมีระบบการจัดการเสียงรบกวนได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก ๆ ตัวสายสามารถปรับความสั้นยาวได้อย่างละเอียด มีสีให้เลือก 2 สี และมีปุ่มควบคุมการทำงานใช้งานได้อย่างสะดวก จะเปลี่ยนมาใช้แบบมีสายก็มีช่อง Aux ให้เชื่อมต่อได้ด้วยอีกทั้งเสียงไมค์ดีมาก ซื้อใช้ฟังเพลงหรือทำงานก็ได้หมดเลย

จุดเด่น :

  • มีการตัดเสียงรบกวน หรือ ANC ที่มีประสิทธิภาพสูง
  • มีโหมด Quiet ช่วยลดเสียงจากภายนอกได้เป็นอย่างดี
  • มีระบบการปรับแต่งเสียง EQ อัตโนมัติ

ราคา : 11,900 บาท

พิกัด : Shopee และ Lazada

Source : 1

EDIFIER NeoBuds Pro 

มีหูฟังสำหรับเล่นเกมที่เป็นบลูทูธไหม


ต้องบอกว่าใครอยากได้หูฟังที่ราคาไม่แรงแถมยังสามารถใช้งานได้ครอบคลุม ทั้งทำงาน เล่นเกม ฟังเพลงต้องเกือบ EDIFIER NeoBuds Pro ไปเป็นตัวเลือกเลยค่ะ เพราะเขามาพร้อมกับไมค์ 6 ตัว เป็นหูฟังบลูทูธที่เอาไว้คุยโทรศัพท์ที่นับว่าดีที่สุดในโซน ๆ ราคานี้เลยค่ะ อีกทั้งยังมีระบบ ANC ตัดเสียงที่สามารถใช้งานได้อย่างจริงจัง และมี Game Mode ช่วยทำให้ดีเลย์เวลาเล่นเกมน้อยลงอีกด้วย เห็นไหมว่าสอยมาอันเดียวใช้ได้ครบทุกกิจกรรม!

จุดเด่น :

  • มีไดรเวอร์ให้เสียงถึง 2 ตัวคือ Dynamic และ Balanced Armature
  • มีจุกหูฟังมาให้เปลี่ยนสำหรับใช้งานถึง 7 ขนาด
  • ได้มาตรฐานการกันน้ำกันฝุ่นก็มีมาให้ที่ IP54

ราคา : 2,990 บาท

พิกัด : Shopee และ 425degree Online

Source : 1

Beats Flex All-Day In Ear Wireless Earphones 

หาหูฟังบลูทูธที่เสียงไมค์ดีใช้งานง่าย


ใครที่อยากได้หูฟังแบบมีสายคล้องคอต้อง Beats Flex All-Day In Ear Wireless Earphones เลยค่ะ เขามีสีให้เราเลือกด้วยกัน 4 สี ออกแบบมามีสายคล้องคอ มีไมโครโฟนคุณภาพเสียงดี พร้อมปุ่มควบคุมเปิดปิด และปุ่มเพิ่มลดเสียงพร้อมช่องชาร์จ Type-C บริเวณหูฟังทั้งสองข้างมีแม่เหล็กที่ถ้าประกบกันจะเปลี่ยนเป็นโหมดพักการทำงาน Beats Flex มากับระบบบลูทูธที่เชื่อมต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จุดเด่น :

  • มีชิป Apple W1 ทำให้สามารถใช้งานกับอุปกรณ์ของ Apple ได้
  • รองรับฟังก์ชัน Share Audio ที่เป็ความสามารถในการเชื่อมต่อกับหูฟัง bluetooth อื่น ๆ ในเครือ Apple ได้อีก
  • มีเทคโนโลยี Dual-Chamber Acoustic Design ช่วยให้มีเสียงที่มิติ

ราคา : 2,400 บาท

พิกัด : ศูนย์ apple ทุกสาขา

Source : 1

Sennheiser Momentum 4 Wireless (M4 AEBT)

หาหูฟังครอบหูที่มีเสียงดี ๆ ใช้เชื่อมบลูทูธ


Sennheiser Momentum 4 Wireless (M4 AEBT) แบบครอบหูที่เสียงดีมาก ๆ เหมาะกับคนที่ชอบฟังเพลงเต็มเสียงและเขามี Drive ขนาดใหญ่ 42 mm. สามารถปรับแต่งเสียงได้หลากหลายผ่าน Sennheiser Smart Control ในเรื่องของการใช้งานแบตคือทนสุดใช้ได้ยาวนาน 60 ชั่วโมงไปเลยจ๊ะ ถ้าชาร์จแบบรีบ ๆ 10 นาทีก็ใช้ได้นานราว 6 ชั่วโมงเลยค่ะ

จุดเด่น :

  • มีระบบ smart pause หยุดได้ทันทีที่ต้องการ และถ้าสวมหูฟังก็กลับมาเล่นเสียงได้อย่างต่อเนื่อง
  • รุ่นของบลูทูธเป็น 5.2 เชื่อมต่อเชื่อมต่อได้เร็ว
  • ไมค์ของหูฟังใช้งานได้ดีมาก

ราคา : 12,900 บาท

พิกัด : munkong online, Shopee และ Lazada

Source : 1

Jabra Elite 4 Active 

รวมหูฟังที่ใช้งานได้ดีมีแบรนด์ไหนบ้าง


สำหรับหูฟังบลูทูธ Jabra Elite 4 Active เขาออกแบบมาขนาดเล็ก ใส่สบาย กระชับกับหูไม่หลุดออกมาง่าย ๆ ต่อให้เราใช้ออกกำลังกายก็ตาม อีกทั้งยังมีการเคลือบวัสดุพิเศษ ShakeGrip เพื่อทำให้การออกกำลังกายอย่างเต็มประสิทธิภาพ และมีมาตราฐานกันฝุ่น IP57 ใช้งานได้ยาวนาน 7 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 28 ชั่วโมงเมื่อใช้งานร่วมกับเคสชาร์จ ใครชอบออกกำลังกายและอยากได้หูฟังที่ไม่ต้องพกหลาย ๆ อันสามารถสอยน้องไปลองใช้ได้น้า

จุดเด่น :

  • มีแอปพลิเคชันที่ใช้ในการควบคุม Jabra Sound+ สามารถตั้งค่าเสียงและอื่น ๆ ได้
  • มีไมค์คุยโทรศัพท์ 4 ตัว
  • มี HearThrough ที่รับเสียงจากภายนอกทำให้ได้เสียงที่สมจริงด้วย

ราคา : 3,990 บาท

พิกัด : Banana Online

Source : 1

Sony WH-1000XM5

Sony WH-1000XM5


ต้องบอกว่าหูฟังบลูทูธจาก Sony WH-1000XM5 ตัวนี้ใส่สบายไร้เสียงรบกวนและสามารถใช้โทรได้แบบไม่ติดปัญหาเลยค่ะ หูฟังมัโปรเซสเซอร์สองตัวควบคุมไมโครโฟนหลายตัวเพื่อการตัดเสียงรบกวนที่ไม่เคยมีมาก่อน อีกทั้งยังมี NC Optimizer แบบออโต้ข่วยปรับประสิทธิภาพการตัดเสียงรบกวนอัตโนมัติ ทุกอย่างจะอิงจากสภาพแวดล้อมและการส่วมใส่ของเราค่ะ 

จุดเด่น :

  • Adaptive Sound Control ปรับค่าเสียงอัตโนมัติตามกิจกรรมที่เราเลือกทำ
  • มีการตั้งค่าการควบคุมระบบสัมผัสที่ใช้งานง่าย
  • มีการตัดเสียงรบกวนด้วยไมโครโฟนหลายตัวของเราตัดเสียงความถี่สูงและกลาง

ราคา : 12,990 บาท

พิกัด : ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป

Source : 1

AirPods Pro 2

AirPods Pro 2


เชื่อว่าหลายคนต้องรู้จัก AirPods Pro 2 กันแน่นอน หูฟังรุ่นนี้มีน้ำหนักเบาและเขามาในขนาดเล็กกระชับพอดีเลยค่ะ อีกทั้งยังมีฟังก์ชันการตัดเสียงรบกวนที่แอ็คทีฟดีขึ้นสูงสุดถึง 2 เท่า นอกจากนี้เสียงยังปรับตามสภาพแวดล้อม ที่จะปรับแต่งการควบคุมเสียงให้แบบอัตโนมัติ แน่นอนว่าเราจะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดในสภาพแวดล้อมการฟังเพลงและใช้หูฟังนั่นเอง

จุดเด่น :

  • มีระบบการตัดเสียงรบกวน ช่วยลดเสียงรบกวนรอบข้างตามสภาพแวดล้อม
  • เคสรองรับการชาร์จ MagSafe พร้อมลำโพงและช่องคล้องสาย
  • พอร์ตการเชื่อมต่อ Lightning

ราคา : 8,990 บาท

พิกัด : ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป

Source : 1

Marshall Minor III

Marshall Minor III

หูฟัง Marshall Minor III เป็นหูฟังบลูทูธที่จะพาเราไปท่องโลกของเสียงได้แบบไร้ที่ติเลยค่ะ เพราะว่าเขาจะไม่มีเสียงรบกวนเลยเราสามารถเพลิดเพลินกับเวลาทำกิจกรรมได้ยาวนานถึง 25 ชั่วโมงเลยค่ะ อีกทั้งตัวหูฟังบลูทูธรุ่นนี้ยังมีเสียงเบสที่โดดเด่นตามสไตล์ของเขาด้วยนะคะ ตัวหูฟังมาในรูปแบบขนาดเล็กใส่สบาย มีระบบควบคุมแบบสัมผัสที่ใช้งานง่ายสามารถสั่งการได้ในสัมผัสเดียว

จุดเด่น :

  • รองรับการชาร์จไร้สาย
  • ใช้งานได้ยาวนาน 25 ชั่วโมง
  • ไดรเวอร์ปรับแต่งขนาด 12 มม. ที่ให้เสียงที่ดังและคมชัด

ราคา : 4,790 บาท

พิกัด : ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป

Source : 1

ฮันแน่! หูฟังบลูทูธที่เราคัดมาให้คือเลือกได้เลยนะคะ ว่าอยากได้แบบไหน อีกทั้งยังมีวิธีการเลือกให้เหมาะกับการใช้งานด้วย ใครที่ชอบแบบไหนใช้งานยังไงก็สามารถเลือกหูฟังให้ตอบโจทย์การใช้งานได้เลยค่ะ แอบบอกว่าหูฟังไม่ถูกนะทุกคนฉะนั้นเราควรคิดก่อนซื้อว่าจะใช้งานได้นานจริง ๆ ด้วยไหม เพราะถ้าไม่ชอบจริง ๆ ใช้งานไม่นานแล้วปล่อยทิ้งไว้เสียดายเงินน้า

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ