เบื่อลุคกางเกงขายาวธรรมดา ๆ ในตู้เสื้อผ้าหรือยังคะ ถ้ากำลังมองหาไอเทมที่จะมาเปลี่ยนลุคธรรมดาให้ดูมีเทสแบบตะโกน ชั่วโมงนี้ต้องยกตำแหน่งแชมป์ให้กับกางเกงคาปรี (Capri Pants) เลยค่ะ แฟชั่นสุดฮิตจากยุค 2000 ที่เหล่านางแบบและเซเลบริตี้ระดับโลกพากันหยิบมาใส่จนกลายเป็นไวรัล แต่หลายคนมักจะติดภาพว่ากางเกง 3 - 4 ส่วนแบบนี้ใส่แล้วจะดูเตี้ย หรือแต่งยากบอกเลยว่าคิดใหม่ได้ตอนนี้เลย เพราะวันนี้ Wongnai Beauty เอาคัมภีร์ Mix & Match กางเกงคาปรี มาบอกต่อช่วยทรานส์ฟอร์มลุคของทุกคนให้สวยสับแบบสิบเต็มสิบกันไปเล้ยยย จะเป็นยังไงตามไปดูกันต่อดีกว่าค่ะ

ชวนสาว ๆ มาทำความรู้จัก กางเกงคาปรี คืออะไร ทำไมถึงน่าแต่งตาม!
กางเกงทรงนี้ถูกคิดค้นขึ้นในปี ค.ศ. 1948 โดยดีไซเนอร์ชาวเยอรมันที่ชื่อว่า ซอนย่า เดอ เลนนาร์ต (Sonja de Lennart) ค่ะ จุดเริ่มต้นคือเธออยากได้กางเกงที่ใส่สบาย เหมาะกับช่วงหน้าร้อน สามารถเดินเลาะชายหาดได้โดยที่ขากางเกงไม่เปียกน้ำทะเล เธอจึงตั้งชื่อกางเกงทรงนี้ตาม เกาะคาปรี (Capri Island) ประเทศอิตาลี ซึ่งในยุคนั้นถือเป็นสถานที่ตากอากาศสุดหรูของเหล่าไฮโซและดาราฮอลลีวูด ฟีลแบบถ้าใครใส่กางเกงทรงนี้ เท่ากับ คุณคือสาวสังคมสุดชิคที่มีเทสและกำลังจะไปล่องเรือยอชต์นั่นเองค่ะ
คัมภีร์ Mix&Match 'กางเกงคาปรี' ให้สวยสับ ลุคทำงานยันคาเฟ่
เรารู้จักแล้วว่ากางเกงคาปรีคือมีความเป็นมายังไง เราเลยเอาลุคที่มิกซ์แอนด์แมตช์กับกางเกงมาเสิร์ฟสาว ๆ ต่อเลย พูดได้เลยว่าทุกลุคแต่งตามง่ายมาก ๆ เคลื่อนไหวสะดวกแบบที่แต่งครั้งหนึ่งแล้วติดใจแน่นอน
ลุคที่ 1 : แมตช์กางเกงคาปรี กับเสื้อไหล่เบี่ยง แบบสาวชิค
ลุคนี้คือคำนิยามของความน้อยแต่มาก เรียบแต่โก้ที่แท้จริงค่ะ การจับคู่กางเกงคาปรีเข้ากับ เสื้อไหล่เบี่ยง (One-Shoulder Top) จะช่วยสร้างมิติให้ช่วงบนดูโปร่ง โชว์ผิวและไหปลาร้ากรุบกริบ เพิ่มความเซ็กซี่แบบไม่ตะโกน แถมความไม่สมมาตรของเสื้อยังช่วยเบรกความเรียบของกางเกงคาปรีได้ดีมาก
- เหมาะสำหรับ : วันที่อยากได้ลุค Effortless Chic ไปเดินสยาม อาร์ตแกลเลอรี หรือนัดแฮงเอาต์กับแก๊งเพื่อนสาว
- ไอเทมเสริมความปัง : รองเท้าส้นสูงหัวแหลมทรง Kitten Heels และกระเป๋าสะพายไหล่ (Shoulder Bag) ใบจิ๋ว ลุคนี้แต่งออกมาแล้วดูเป็นแฟชั่นนิสต้าตัวแม่แน่นอนค่ะ
ลุคที่ 2 : แมตช์ด้วยคู่สี เสื้อลายจุดสีดำขาว ใช้ปกเสื้อและเล่นดีเทลของเสื้อเป็นสีขาว ให้ลุคคิวต์ขึ้น!
ยกระดับความคลาสสิกสไตล์สาวปารีเซียงด้วยการเล่นกับเลเยอร์สี ลุคนี้เราจะใช้ เสื้อลายจุด (Polka Dot) สีดำ-ขาว ที่มีกิมมิคความน่ารักตรงปกเสื้อหรือดีเทลชายเสื้อเป็นสีขาวสะอาดตา นำมาแมตช์เข้าคู่กับ กางเกงคาปรีสีขาว ซึ่งการคุมโทนท่อนล่างและดีเทลเสื้อให้เป็นสีเดียวกันแบบนี้ จะช่วยพรางสายตาทำให้รูปร่างดูเพรียวและสูงขึ้นค่ะ
- เหมาะสำหรับ : วันทำงานที่ต้องการความน่าเชื่อถือแต่ไม่อยากดูน่าเบื่อ หรือแต่งไปจิบน้ำชายามบ่ายเก๋ๆ
- ไอเทมเสริมความปัง : คอมพลีทลุคด้วยรองเท้าส้นสูง หรือคัทชูหัวแหลมสีดำ และทาลิปสติกสีแดงก่ำ สวยแพงแบบ Quiet Luxury ยืนหนึ่ง
ลุคที่ 3 : เลือกแมตช์กับเสื้อคล้องคอ ชายระบาย ให้ได้ลุคเป็นสาวหวานปนแซ่บ
ใครสายหวานแต่ใจมันเซ็กซี่ต้องลุคนี้เลยค่ะ การหยิบเสื้อคล้องคอ (Halter Neck) มาใส่ จะช่วยเปิดช่วงไหล่และแผ่นหลังให้ดูแซ่บสะดุดตา แต่แอบตัดความเผ็ดด้วยดีเทล ชายระบาย (Peplum) ที่พลิ้วไหวเพิ่มความหวานละมุน เมื่อนำมาบาลานซ์กับท่อนล่างที่เป็นกางเกงคาปรีทรงเข้ารูป จะช่วยเน้นส่วนเว้าส่วนโค้งให้ดูหุ่นสับ มีทรวดทรงองเอวแบบพริ้ว ๆ แซ่บ ๆ
- เหมาะสำหรับ : เดทตอนกลางวัน หรือไปกิน Brunch ก็ชิคไปอีกแบบนะคะ
- ไอเทมเสริมความปัง : เลือกแมตช์กับรองเท้าส้นสูงเพิ่มความสูงสักหน่อย หรือว่าอาจจะเลือกเป็นส้นสูงหัวแหลมก็ได้เหมือนกันค่ะ ช่วยเสริมให้ลุคดูเฟียสได้มากกว่าเดิม
ลุคที่ 4 : หยิบกางเกงคาปรีมาแมตช์กับเสื้อแขนพอง อยากอัปเกรดลุคให้ดูละมุนต้องลุคนี้
อยากเปลี่ยนฟีลเป็นสาวหวาน อ่อนโยน น่าทะนุถนอมต้องลองลุคนี้ ดีเทลของ เสื้อแขนพอง (Puff Sleeves) จะช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้ช่วงบนดูมีความโรแมนติกเหมือนเจ้าหญิง ซึ่งพอมาเจอกับกางเกงคาปรีที่ทรงลีนและกระชับสัดส่วนช่วงล่าง จะทำให้ภาพรวมของลุคดูสมดุล ไม่โคร่งหรือดูหนาจนเกินไป ได้ลุคที่ดูสุภาพ เรียบร้อย แต่มีลูกเล่นแฟชั่นที่น่ามองค่ะ
- เหมาะสำหรับ : ไปพบผู้ใหญ่, ออกงานอีเวนต์กึ่งทางการ หรือคาเฟ่สายโฮมมี่/มินิมอลที่เน้นความละมุน
- ไอเทมเสริมความปัง : รองเท้าทรงบัลเล่ต์ (Ballet Flats) โทนสีเอิร์ธโทน และกิ๊บติดผมชิ้นเล็กๆ ลุคนี้มองมุมไหนก็สบายตา น่ารักใจเจ็บค่ะซิส
3 Trick ใส่กางเกงคาปรียังไงให้รอด ไม่อ่อมและยม!
- ดึงเอวให้สูงเข้าไว้ (High-Waisted is Key) : ในเมื่อปลายกางเกงมันโดนตัดทอนความยาวไปแล้ว วิธีแก้เกมคือต้อง "เพิ่มความยาวจากด้านบน" แทน พยายามเลือกกางเกงคาปรีที่เป็น เอวสูง (High-Rise) เท่านั้น และทริกสำคัญคือให้ใส่เสื้อครอป เพื่อเปิดให้เห็นขอบเอวชัด ๆ มันจะช่วยหลอกตาว่าช่วงขาของเราเริ่มต้นตั้งแต่เอวสูงขึ้นไป ทำให้สัดส่วนโดยรวมดูไม่เตี้ยค่ะ
- เลือกรองเท้าที่ "เปิดเนื้อเท้า" เพื่อต่อความยาวขา : รองเท้าคือตัวชี้ชะตา ถ้าใส่กางเกงคาปรีแล้วไปใส่รองเท้าผ้าใบหุ้มข้อ หรือรองเท้าที่มีสายรัดข้อเท้า (Ankle Strap) หนา ๆ บอกเลยว่าพัง เพราะมันจะเกิดเส้นตัดที่ข้อเท้าอีกรอบจนขาดูเป็นท่อน ๆ แนะนำว่าควรเลือกรองเท้าส้นสูงทรงหัวแหลม (Pointed-toe), รองเท้าส้นเตารีดที่เปิดหัวเท้า หรือรองเท้าสีนู๊ดที่กลืนไปกับผิว นอกจากนี้การโชว์หลังเท้าหรือใช้หัวแหลม จะช่วยสร้างเส้นสายตา (Visual Line) ลากยาวลงไป ทำให้ขาดูเรียวขึ้นแบบเนียน ๆ
- ใช้กฎ "บนหลวม ล่างฟิต" บาลานซ์สัดส่วน (The Balance Rule) : ด้วยความที่กางเกงคาปรียุคนี้มักจะรัดรูป (Slim-fit) อยากแนะนำให้เติมความบาลานซ์ด้วยท่อนบนที่มีซิลลูเอตแบบมีพื้นที่ให้หายใจ ดูไม่อึดอัด ให้บาลานซ์ด้วยท่อนบนที่มีเลเยอร์หรือวอลลุ่มหน่อย เช่น เสื้อ Oversized , เสื้อชายระบาย (Peplum Top) , Cardigan ผ้าบางพอดีตัว ไม่รัดและไม่หลวมไปก็ใช้ได้ สำหรับวันทำงานจะแมตช์กับเสื้อเชิ้ต Oversized หรือ Blazar ทรงหลวมก็สวยแต่ถ้าชอบสไตล์เสื้อพอดีตัวโชว์หุ่น ก็จัดเสื้อพอดีตัวหรือเผยผิว จะให้ลุคซัมเมอร์สู้แดดก็เก๋ไปอีกแบบ
เหนือกฎเกณฑ์แฟชั่นทั้งหมด สิ่งสำคัญที่สุดคือความมั่นใจค่ะ กางเกงคาปรีอาจจะเป็นไอเทมที่หลายคนเคยลังเลใจในตอนแรก แต่เชื่อเถอะว่าถ้าลองได้เปิดใจหยิบมาแมทช์ตามทริคในคัมภีร์นี้แล้ว สาว ๆ จะค้นพบความสนุกในการแต่งตัวขึ้นอีกเป็นกอง แถมยังได้ลุคใหม่ ๆ ที่เก๋และไม่ซ้ำซากจำเจอีกด้วย ไม่ว่าจะลุควันทำงานสุดสตรอง หรือลุคฮอปปิ้งคาเฟ่สุดชิลล์ กางเกงคาปรีตัวเดียวเอาอยู่แน่นอนค่ะ!
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ


