Ash Brown สีผมสุดฮ็อตทั้งปี ไม่ทำไม่ได้แล้วนะ!

Ash Brown สีผมสุดฮ็อตทั้งปี ไม่ทำไม่ได้แล้วนะ!

ผ่านมาจะหมดปีแล้ว ผมสี Ash Brown ก็ยังคงฮ็อตฮิต เรียกได้ว่าเป็นสียอดนิยมของสาวไทยจริง ๆ ค่ะ
21 ก.ย. 2017 · โดย

อยากเปลี่ยนสีผม นั่งหาข้อมูลกี่ครั้งกี่ที สีโทน Ash Brown ซึ่งเป็นโทนเทาอมน้ำตาล ที่ตอนนี้ก็ยังได้รับความนิยมเสมอต้นเสมอปลายมา 2 - 3 ปีแล้วล่ะค่ะ และแน่นอนว่ายังฮ็อตฮิตขนาดนี้ เราก็ถึงเวลาที่ต้องทำแล้วค่ะ วันนี้เราเลยตัดสินใจเดินเข้ามาที่ร้าน Hair Flair ซึ่งตั้งอยู่ที่ อาคารเวฟเพลส 55 ถนนวิทยุ เพลินจิตค่ะ

เดินเข้ามาเจอเคาน์เตอร์ก่อนเลยค่ะ
เดินเข้ามาเจอเคาน์เตอร์ก่อนเลยค่ะ
บรรยากาศภายในร้าน
บรรยากาศภายในร้าน 

บรรยากาศแรกที่เข้ามาในร้าน พนักงานทุกคนจะดูแลเราเป็นอย่างดีค่ะ มีการถามว่าจะรับเป็นชาหรือกาแฟดีคะ ? มีขนมให้เราทาน พูดคุยทำความเข้าใจอย่างเป็นกันเอง เลยทำให้เราอดถามไม่ได้ว่า เอ๊ะ! ทำไมถึงต้อนรับอย่างอบอุ่นขนาดนี้นะ ซึ่งเราก็ได้คำตอบมาว่า พี่นก พี่เจ้าของร้านเขาเคยผ่านการทำงานกับช่างชาวญี่ปุ่นมานานหลายปีค่ะ โดยที่วัฒนธรรมของชาวญี่ปุ่นจะค่อนข้างใส่ใจทุก ๆ รายละเอียดในการทำสีผม มีการส่งช่างไปเทรนกับผู้เชียวชาญเฉพาะทาง เรียนรู้เทคนิคตั้งแต่การเอาใจใส่ลูกค้า การสระผม การตัดผม การทำสีที่แตกต่างจากเทคนิคทั่วไป เลยทำให้พี่นกเกิดแรงบันดาลใจและนำมาปรับใช้ อยากให้ร้านทำผมออกมาในรูปแบบของคาเฟ่สบาย ๆ นั่นเองค่ะ

เรามาดูผมก่อนทำกันก่อนเลยค่ะ

ทำสี
BEFORE

ผมของเราค่อยข้างเสียและผ่านการทำสี ฟอก และทำเคมีมาอย่างหนัก! แต่โชดดีว่าสีที่เราจะทำในวันนี้ ไม่ต้องใช้การฟอก เพราะจะออกเป็นโทนน้ำตาลอมเทา ที่สุภาพ ไม่ดูแรงหรืออ่อนจนเกินไปค่ะ

คอลเลกชันสี Mode Line
คอลเลกชันสี Mode Line

โดยทางร้านจะเลือกใช้สี Milbo รุ่น Ordeve เป็นคอลเลกชันสี Mode Line จากแบรนด์ญี่ปุ่นค่ะ โดยจะผสมในอัตราส่วนเท่ากัน ๆ กัน บวกกับการผสม Olaplex ตัวช่วยขั้นแรก สำหรับผมที่ผ่านการทำสี ทำเคมีซ้ำ ๆ ให้กลับมาดีขึ้น อธิบายสั้น ๆ ให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือเป็นการปรับโครงสร้างเส้นผม คืนความแข็งแรงเพื่อการทำเคมีครั้งใหม่นั่นเองค่ะ

ก่อนที่เริ่มลงครีมย้อมสีผม ทางร้านก็จะอุปกรณ์อย่างเช่น ที่ปิดหูกันความร้อน กันสีติดผิวหนัง / หมวกหน้ากากกั้นบริเวณหน้าผาก เพื่อเป็นการป้องกันสีเลอะผิวหน้า และเป็นการป้องกันกลิ่นแอมโมเนียจากสีย้อมผมที่ลอยอยู่ในอากาศ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอาการแสบหู แสบตา ได้ค่ะ

พี่นกได้อธิบายให้เราฟังว่าการทำสีจะเป็น 3 สเต็ปค่ะ คือ จะเริ่มทำช่วงกลางผมก่อน เพราะสีผมช่วงนั้นจะผ่านการทำสีมาแล้ว ทำให้สีติดได้ยาก แล้วก็จะแร็ปทิ้งไว้ให้เกิดความร้อนมาช่วยให้ประสิทธิภาพของสีติดดีขึ้น แล้วทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที

ลงบริเวณช่วงกลางผม
ลงบริเวณช่วงกลางผม
ห่อด้วยแร็ปให้เกิดความร้อนและทิ้งไว้ 15 นาที
ห่อด้วยแร็ปให้เกิดความร้อนและทิ้งไว้ 15 นาที

จากนั้นก็จะเริ่มลงช่วงโคนผม และปิดท้ายด้วยการลงช่วงปลายผม

ลงช่วงโคนผม
ลงช่วงโคนผม
ปลายผมเคยผ่านการฟอกมาจึงทำให้สีติดง่าย และชัดกว่าส่วนอื่น ๆ ค่ะ
ปลายผมเคยผ่านการฟอกมาจึงทำให้สีติดง่าย และชัดกว่าส่วนอื่น ๆ ค่ะ

หลังจากนั้นก็จะทิ้งไว้อีก 15 นาทีค่ะ ถ้าระหว่างนั้นเกิดมีอาการแสบ ร้อน คันหนังศีรษะ ทางร้านก็จะมีตัว Oil เย็นมาช่วยบรรเทาอาการค่ะ สบายมากจริง ๆ

ทำสี
ตัว Oil ช่วยลดอาการแสบหนังศีรษะ

พอครบกำหนดเวลาก็จะทำการล้างออกค่ะ โดยหลังจากนี้ก็คือการทำทรีตเมนต์ฟื้นฟูผมจากการทำสีนั่นเอง โดยทางร้านจะใช้ Olaplex มาช่วยในการบำรุงอีกครั้งค่ะ (แอบกระซิบบอกเลยว่า หลังจากที่ทำสีเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมจะนิ่ม ไม่แข็งกระด้างเลยล่ะค่ะ)

ทำสี
ใช้ Olaplex บำรุงในขั้นที่ 2 
ทำสี
ทำความสะอาดผม
ทำสี
ปิดท้ายด้วยการบำรุงสุดท้ายตั้งแต่โคนผม
ทำสี
และปลายผม

เสร็จเรียบร้อยแล้วล่ะค่ะ สาว ๆ ขา สำหรับสีผมโทน Ash Brown ที่ทำให้เราดูเป็นสาวที่มีเสน่ห์น่าค้นหามากขึ้น สำหรับสาว ๆ คนไหนที่สนใจอยากจะทำผมสีสวย ๆ แบบไม่ต้องกลัวผมจะเสีย ก็สามารถเข้าไปที่ร้าน Hair Flair ทั้ง 2 สาขาได้เลยค่ะ

ทำสี
AFTER
ทำสี
AFTER

Deal

จากปกติราคา  5,100 บาท ลดเหลือเพียง 2,650  บาทเท่านั้น 

เปลี่ยนลุคเปลี่ยนโฉมเปลี่ยนสีผมใหม่ด้วยโปรแกรมสุดพิเศษทำสี + ตัดและทรีตเมนต์ Milbon แท้ และจัดแต่งทรงผมด้วยผลิตภัณฑ์ชั้นนำ ใช้ได้ทุกความยาวค่ะ

ทำสี จาก 5,100 บาท เหลือ 2,650 บาท

แผนที่

เวฟเพลส 55 ถนนวิทยุ

การติดต่อ

Phone number : 094-312-1316, 02-655-0763
Line : 0943121316
Instagram : Hair Flair Ploen Chit
ถนน เพลินจิต,ปทุมวัน