ถึงเวลาของชาวราชพฤกษ์! Shichi อาหารญี่ปุ่นที่กระตุกต่อมสัมผัสให้ลุกฮือ
  1. ถึงเวลาของชาวราชพฤกษ์! Shichi อาหารญี่ปุ่นที่กระตุกต่อมสัมผัสให้ลุกฮือ

ถึงเวลาของชาวราชพฤกษ์! Shichi อาหารญี่ปุ่นที่กระตุกต่อมสัมผัสให้ลุกฮือ

ของดีไม่จำเป็นต้องชิ้นใหญ่เสมอไป แต่ต้องพอดีและมีคุณภาพที่ "Shichi Japanese Restaurant" ร้านอาหารญี่ปุ่นย่านราชพฤกษ์ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพและความจริงใจ
[Ad] • 24 มี.ค. 2017 · โดย
Video at //www.facebook.com/Wongnai/videos/1565633036787949/

วันนี้น้องหลุมดำของเอาใจเพื่อนที่อยู่แถวราชพฤกษ์สักหน่อยค่ะ ใครที่ชอบทานอาหารญี่ปุ่นจัดเต็มคุณภาพแบบเต็มพิกัด ส่งตรงมาจากตลาดปลาญี่ปุ่น ไม่ต้องขับรถไปไกลถึงทองหล่ออีกแล้ว!!! เราเจอขุมทรัพย์เข้าอย่างจังในโครงการปลาอยู่เย็น ร้านนั้นก็คือ “Shichi Japanese Restaurant”

หน้าร้าน Shichi Japanese Restaurant
บรรยากาศร้าน Shichi Japanese Restaurant
บรรยากาศร้าน Shichi Japanese Restaurant
การตกแต่งโดยรวมดูทันสมัยด้วยเฟอร์นิเจอร์สีเข้มและอ่อนสลับกัน และคงความญี่ปุ่นด้วยสีไม้อ่อนๆ ของไม้โอ๊ค ให้ฟิลเหมือนอยู่ญี่ปุ่นจริงๆ
Shichi Japanese Restaurant

“Shichi Japanese Restaurant” เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นเปิดใหม่ วันนี้ได้เจอคุณน็อต หนึ่งในหุ้นส่วนของร้าน เราเลยได้มีโอกาสคุยเพลินๆ เลยค่ะ “ทางร้านนั้นให้ความสำคัญทั้งครัวร้อนและครัวเย็น ไม่มีอะไรด้อยไปกว่ากัน โดยเฉพาะซูชิที่ใครหลายๆ คนชื่นชอบ เราจะไม่เน้นปริมาณ แต่อยู่ที่การปรุงซูชิของเชฟที่พัฒนาน้ำซอสให้เข้ากับซูชิทุกคำครับ”

แค่ฟังก็หิวแล้ว วันนี้ยกพวกมาหลายคนด้วย จัดเต็มไม่อั้นค่ะ! เริ่มด้วย “Ko Ebi Karage” (220.-) กุ้งที่ทอดด้วยแป้งที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี ซึ่งจะทำให้หอม กรอบทั้งตัว ที่สำคัญ ทิ้งไปสักพักมันก็ยังกรอบอยู่ นอกจากแป้งที่เป็นจุดเด่นแล้ว อีกอย่างก็คือ ซอสเมนไทโกะ รสเข้มที่มีรสเผ็ดติดลิ้นนิดๆ ทางร้านนั้นใส่ใจเป็นพิเศษ เป็นสูตรลับที่เชฟพัฒนาสูตรมานานเพื่อให้เข้ากับกุ้งคาราเกะได้ดีที่สุด เวลาทานจะบีบเลมอนเพิ่มรสชาติ แล้วทาน หรือจะทานกับซอสก็เลิศค่ะ

“Ko Ebi Karage” ของร้าน Shichi Japanese Restaurant
“Ko Ebi Karage” ของร้าน Shichi Japanese Restaurant

ตามมาติดๆ ด้วย “Shichi Roll” (370.-) จานนี้เป็นแซลมอนโรลล์ที่เราทั้งโต๊ะเป็นปลื้มอย่างมาก จุดเด่นอยู่ที่ซอสเมนไทโกะและซอสหวาน ที่ใช้เวลาเคี่ยวถึงสองวันถึงจะได้รสชาติที่เข้ากับแซลมอนเบิร์น ด้านในมีข้าวซูชิ ท็อปด้วยไข่คาเวียร์และแผ่นทองคำ เพิ่มเทกซ์เจอร์ด้วยแป้งเทมปุระกรอบๆ หวาน มัน เค็ม ครบรส! เสิร์ฟในจานเลขเจ็ดซิกเนเจอร์ของร้านค่ะ

 “Shichi Roll” ของร้าน Shichi Japanese Restaurant
 “Shichi Roll” ของร้าน Shichi Japanese Restaurant

ความฟินจากจานเมื่อกี้ยังไม่ทันหาย ก็ต้องมาตกหลุมรักกับ “Salmon Box” (480.-) แค่พรีเซนเทชั่นก็กินขาดถล่มทลายแล้วค่ะ หยิบกล้องมารัวชัตเตอร์แบบ non-stop เมนูนี้เป็นแซลมอนนำเข้าจากนอร์เวย์สับเป็นชิ้นเล็กคลุกกับน้ำมันไวท์ทรัฟเฟิล โรยด้วยไข่ปลาแซลมอนที่ดองด้วยโชยุ, ไข่ปลาคาเวียร์, ทองคำ และเกลือหิมาลายัน เพิ่มเทกซ์เจอร์ด้วยข้าวพองญี่ปุ่น ทานคู่กับผักทอดที่เสิร์ฟมาคู่กัน รสชาติมันๆ กลมกล่อม มีกลิ่นหอมกระตุ้นต่อมน้ำลายอย่างที่สุด

“Salmon Box” ของร้าน Shichi Japanese Restaurant
จะทานเปล่าๆ และหรือทานคู่กับโชยุก็ได้ แต่แนะนำให้ทานแบบที่เชฟเสิร์ฟเลยค่ะ เราจะได้รสชาติธรรมชาติอย่างแท้จริง รู้ซึ้งถึงความสดและรสชาติที่ปรุงมาอย่างพิถีพิถันจริงๆ

ตามด้วยสุกี้ซิกเนเจอร์ “Shichi Suki” (450.-) เป็นสุกี้สไตล์คันไซที่มีความเข้มข้นเป็นเอกลักษณ์ เมนูนี้มีความพิเศษที่ “น้ำซุป” ที่เชฟคิดเองค่ะ รสชาติและกลิ่นจะไม่เหมือนที่อื่นๆ ความพีคคือใช้เนื้อวากิวเอห้า! เนื้อนุ่มละมุนมากกก ยิ่งทานคู่กับน้ำซอสเข้มข้นและไข่แดงเยิ้มๆ อือหือออ เหมือนจะละลายหายไปตรงนี้!

“Shichi Suki” ของร้าน Shichi Japanese Restaurant
“Shichi Suki” ของร้าน Shichi Japanese Restaurant

ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ จัดต่อยาวๆ กับ “Nippon Tenno” (980.-) โอโทโร่มาห่อข้าว ท็อปด้วยไข่หอยเม่นสีสวย, โทบิโกะกรุบๆ และข้าวผองญี่ปุ่น ส่วนซอสที่ขีดด้านล่างเป็นสไปซี่มายองเนส และซอสหวาน ตกแต่งด้วยทองคำเปลวเพิ่มความสวยงาม จนต้องอ้าปากว้าว ก่อนชิมคำเดียวหมด รสชาติทำเอาน็อคได้ คุณภาพมันเหนือระดับจริงๆ ค่ะ

“Nippon Tenno” ของร้าน Shichi Japanese Restaurant
สำหรับข้าวที่ใช้ก็ซื้อมาจากญี่ปุ่น สายพันธุ์โคชิฮิการิ เพราะข้าวมันจะเรียงเม็ด สุกเท่ากันทุกเม็ด เวลาจะปั้นจะสวยและรสชาติดีค่ะ

จากคำเมื่อกี้ต่อด้วยคำนี้ “Lucky Seven” (380.-) เป็นซิกเนเจอร์ที่แนะนำให้เพื่อนๆ สั่งค่ะ ถ้ามาเยือน “Shichi Japanese Restaurant” เชฟเอาเอนกาวะมาห่อเป็นโรลล์ ท็อปด้วยโทโร่สับ, ไข่นกกะทา และ ข้าวผองญี่ปุ่น ทานคู่กับซอสหวานและซอสสไปซี่ เอนกาวะมันละมุนม้ากกก ระหว่างที่ฟินตาหยีพูดไม่ออก คุณน็อตก็บอกว่า “ความอร่อยอยู่ที่คุณภาพ ไม่ใช่ปริมาณครับ” ขอคอนเฟิร์มว่าจริงค่ะ

“Lucky Seven” ของร้าน Shichi Japanese Restaurant
“Lucky Seven” ของร้าน Shichi Japanese Restaurant

ใครอยากทานเนื้อ แนะนำเป็น “Wagyu Lava Don” (650.-) ทางร้านใช้เนื้อวากิวออสเตรเลียหมักด้วยซอสสไปซี่มิโซะที่ใช้สำหรับย่างเนื้อโดยเฉพาะ ใช้เวลาประมาณสิบนาที เพื่อย่างไม่ให้สุกมาก ระดับ Medium rare สไลซ์วางหน้าข้าว ตามด้วยไข่ออนเซ็น เสิร์ฟมาคู่กับซอสรสเข้มเพื่อรสชาติหนักแน่นขึ้น

“Wagyu Lava Don” ของร้าน Shichi Japanese Restaurant
“Wagyu Lava Don” ของร้าน Shichi Japanese Restaurant
"ปลาดิบรวม 7 อย่าง” ของร้าน Shichi Japanese Restaurant
มาถึงร้านอาหารญี่ปุ่น ก็ต้องไม่พลาดซาชิมิ จัดไปกับ ปลาดิบรวม 7 อย่าง” (2,500.-) ประกอบด้วยแซลมอน, โอโทโร่, มาได, ฮามาจิ, อากามิ, โฮตาเตะ, อามาอิบิ (กุ้งหวานตัวเล็ก) ทุกอย่างนำเข้าจากตลาดซึคิจิและโอซาก้า ซึ่งจะซื้อกันตอนตีสามเช้ามืดเลย ราคาจะสูง แต่เรื่องคุณภาพเป็นสิ่งที่เชฟให้ความสำคัญมากกว่าราคาค่ะ
“ปลาดิบรวม 7 อย่าง” ของร้าน Shichi Japanese Restaurant
ในขณะที่ทานเชฟก็เล่าให้ฟังว่า “ไซส์ของปลาดิบที่เสิร์ฟจะพอดีคำ เป็นรสชาติที่ดีที่สุด ซูชิพรีเมียมจะไม่มีคำใหญ่ คำใหญ่ไม่ได้ทำให้รู้สึกอยากกิน ต้องพอดีคำถึงจะดี”

“The Emperor don” (1,250.-) เป็นข้าวหน้าปลาดิบที่อลังมากๆ ประกอบด้วยโทโร่สับคลุกด้วยหอมสไลซ์, ไข่หอยเม่น, ไข่ปลาแซลมอน และ ไข่นกกระทา เมนูนี้ได้รสชาติที่กลมกล่อมอย่างพอดี ทั้งความสดอย่างเป็นเอกลักษณ์ของไข่หอยเม่น โทโร่ที่ให้ความมันเต็มที่ และความเข้มข้นของไข่ปลาแซลมอน ฟินค่ะ ฟิน~

“The Emperor don” ของร้าน Shichi Japanese Restaurant

แต่ถ้าใครชอบเมนูเส้น เมนูนี้ดีค่ะ “Buta Innaniwa” (350.-) พิเศษที่เส้นอินานิวะ เป็นอุด้งเส้นเล็ก มันลื่นคล่องคอมาก ทั้งๆ ที่ดูเหมือนจะเหนียวหนึบแบบอุด้ง แต่นี่ไม่ใช่ค่ะ ส่วนน้ำซุปก็หอมกลมกล่อมแบบมีเอกลักษณ์ มาจากความหอมของกระดูกปลาที่เคี่ยวเป็นวัน และสาหร่ายคอมบุที่แช่ไว้หนึ่งคืน เอาวัตถุดิบสองอย่างนี้มาทำน้ำซุปต่อถึงสองชั่วโมง แค่ฟังเชฟก็เหนื่อยแทน แต่ได้รสชาติแบบนี้ก็คุ้มค่าสุดๆ เป็นรสอุมามิจริงๆ

“Buta Innaniwa” ของร้าน Shichi Japanese Restaurant

ปิดท้ายด้วย “Kakigori Melon” (280.-) คากิโกริเมลอนที่ใช้เมลอนญี่ปุ่นพันธุ์มัตสึเมลอนที่ให้ความหวานนำ ส่วนตัวน้ำแข็งคากิโกริก็ได้รสนมเข้มข้น ทานคู่กับคอนเฟลกและไอศกรีมวานิลลา เย็นๆ สดชื่นแบบนี้ ฟินมากๆ

 “Kakigori Melon” ของร้าน Shichi Japanese Restaurant
 “Kakigori Melon” ของร้าน Shichi Japanese Restaurant

ส่วนใครที่ต้องจัดงานเลี้ยงส่วนตัว ชั้นสองสามารถรองรับได้ถึง 20 ท่าน อาหารสดพร้อมเสิร์ฟ เหมือนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ตามปกติเลยค่ะ โทรมาจองได้ที่ 02-4087777

การเดินทาง

เป็นอีกร้านอาหารญี่ปุ่นที่ใครอยากฟินแบบคุณภาพจริงๆ ไม่ควรพลาด คุ้มค่าที่จะจ่ายจริงๆ ค่ะ ร้าน Shichi Japanese Restaurant ตั้งอยู่ที่ Yooyen Garden Ratchapruek บริเวณเดียวกับร้านอาหารปลาอยู่เย็น ติดกับThe Bloc ราชพฤกษ์ ตรงข้าม The Circle ค่ะ

เมนูห้ามพลาด

Lucky Seven, The Emperor don, Shichi Roll
เชฟทอมมี่
OWNER'S MESSAGE
เชฟทอมมี่
เชฟ
ญี่ปุ่นสมัยเก่าจะมีการปรุงรสซูชิทุกคำ มีซอสปรุงรสที่แตกต่างกัน เพื่อให้เราได้รสชาติของปลาดีที่สุด Shichi Japanese Restaurant เป็นซูชิร่วมสมัยที่พัฒนาขึ้นมาอีกระดับ เพื่อให้ถูกใจคนรุ่นใหม่ ลองมาทานซูชิปรุงรสที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพกันนะครับ

แผนที่

ภายในโครงการปลาอยู่เย็น ติดกับหมู่บ้าน ณุศาศิริ เยื้องกับ The Circle

การติดต่อ

Shichi Japanese Restaurant ราชพฤกษ์
Phone number : 02-408-7777
Line : @shichi
Instagram : Shichibkk
96/12 ถนน ราชพฤกษ์,ตลิ่งชัน
Wongnai
Download Wongnai App Free
App StorePlaystore
Follow Us
สำหรับผู้ใช้ Wongnai
ระดับของผู้ใช้ Wongnaiเกี่ยวกับ Wongnai Eliteตารางอันดับของผู้ใช้งานแนวทางปฏิบัติของผู้ใช้งาน
สำหรับร้านหรือธุรกิจ
แจ้งเป็นเจ้าของร้านลงโฆษณากับ Wongnaiระบบจัดการร้านอาหาร (Wongnai POS)รับเดลิเวอรีผ่าน Wongnai x LINE MAN (RMS)บทความเทคนิคการตลาดเช่าพื้นที่ Wongnai Co-Cooking Space
สำหรับสื่อมวลชน
ข่าว Wongnaiปฏิทินกิจกรรม Wongnai Eventโลโก้ Wongnai และวิธีการใช้
ร่วมงานกับเรา
ตำแหน่งที่เปิดรับLife @ Wongnai
เกี่ยวกับ Wongnai
ประวัติบริษัทติดต่อเราศูนย์ช่วยเหลือ
Copyright @2010-2020
Wongnai Media Co., Ltd. All right reserved.
Terms & ConditionsPrivacy Policy
THEN