[รีวิว] "วังหิ่งห้อย" ร้านอาหารไทย Fine Dining เยี่ยมชมหิ่งห้อยนับร้อย
  1. [รีวิว] "วังหิ่งห้อย" ร้านอาหารไทย Fine Dining เยี่ยมชมหิ่งห้อยนับร้อย

[รีวิว] "วังหิ่งห้อย" ร้านอาหารไทย Fine Dining เยี่ยมชมหิ่งห้อยนับร้อย

เปิดประสบการณ์ร้านอาหารไทย Fine Dining ใกล้ชิดธรรมชาติ พร้อมเยี่ยมชมหิ่งห้อยนับร้อยกับ “วังหิ่งห้อย” ที่ผสมผสานความเป็นคน เมือง ป่า เข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน!
[Ad] • 22 ต.ค. 2018 · โดย
Video at https://business.facebook.com/Wongnai/videos/273784123268924/

#วงในบอกมา

  • โอเอซิสใจกลางกรุงฯ! ร้านอาหารไทย Fine Dining “วังหิ่งห้อย” ที่ผสมผสานความงดงามของธรรมชาติ และความไม่หยุดนิ่งของมหานครเมืองกรุงฯ ไว้ได้อย่างกลมกลืน
  • ตื่นตาตื่นใจไปกับการชมหิ่งห้อยเปล่งแสงระยิบระยับท่ามกลางตู้กระจกขนาดใหญ่ที่จำลองระบบนิเวศน์ไว้ได้อย่างสมบูรณ์ รู้แล้วอย่าช้า! เปิดให้บริการเพียงแค่ 18 เดือน ตามวงจรชีวิตหิ่งห้อยเท่านั้น ทุก ๆ 4 เดือน จะเปลี่ยนคอนเซปต์การเล่าเรื่องตามแรงบันดาลใจจากธาตุแห่งชีวิต ดิน น้ำ ลม ไฟ
  • ยกระดับความฟิน! ด้วยมื้ออาหาร Thai Inspired Cuisine ที่รังสรรค์โดยเชฟมากประสบการณ์อย่างพิถีพิถันทุกขั้นตอน ผ่านคอร์ส "Cloud 9 Set" และ "Above The Cloud Set" ที่นำอาหารไทยมาประกอบร่างขึ้นใหม่ เพื่อให้ได้ลิ้มรสประสบการณ์สุดพิเศษที่ยากจะลืมเลือน

หงุดหงิดไปกับรถติด เบื่อหน่ายไปกับชีวิตในเมือง อยากจะชัตดาวน์ตัวเองแล้วหนีออกไปหาธรรมชาติให้มันรู้แล้วรู้รอด แต่คิดอีกทีงานกองเท่าภูเขาก็ดั๊นรออยู่! อ่ะ ๆ ใจเย็นก่อน งั้นเดี๋ยววันนี้แยมขออาสาพาทุกคนไปใกล้ชิดกับธรรมชาติใจกลางเมืองอันแสนวุ่นวายแบบไม่ต้องหนีไปไกล กับร้าน “วังหิ่งห้อย” ที่พร้อมเสิร์ฟอาหารไทย Fine Dining มื้อพิเศษ อีกทั้งยังได้ใกล้ชิดกับหิ่งห้อยนับร้อย รับรองว่าจะเปลี่ยนวันธรรมดา ๆ ให้กลายเป็นวันพิเศษที่ยากจะลืมเลือนอย่างแน่นอน คอนเฟิร์มมม! 

บรรยากาศ ของร้าน วังหิ่งห้อย
ออกแบบโครงสร้างสไตล์ Rustic และตกแต่งด้วยธีมสีดำสร้างบรรยากาศเรียบหรูคลาสสิก

“วังหิ่งห้อย” หรือโอเอซิสใจกลางกรุงฯ แห่งนี้ เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่ต้องการจะเชื่อมความเป็นคน เมือง ป่า เข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืนผ่านหิ่งห้อยสัตว์ตัวเล็ก ๆ แต่เป็นตัวแทนอันยิ่งใหญ่แห่งความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ อีกทั้งคอนเซปต์การตกแต่งบรรยากาศร้าน และเมนูอาหาร จะมีการปรับเปลี่ยนไปตามแรงบันดาลใจจาก “ธาตุแห่งชีวิต” ดิน น้ำ ลม ไฟ ในทุก ๆ 4 เดือน รับรองว่าเต็มอิ่มกันทุกความรู้สึกผ่านทั้ง รูป รส กลิ่น เสียง อย่างแน่นอน รู้แบบนี้แล้วต้องไวหน่อยนะ เพราะที่นี่จะเปิดให้บริการเพียง 18 เดือน ตามวงจรชีวิตของหิ่งห้อยเท่านั้น! 

บรรยากาศ ของร้าน วังหิ่งห้อย
เปลี่ยนวันธรรมดา ๆ ให้กลายเป็นวันพิเศษกับมื้ออาหาร Dining Experience ที่ร้าน "วังหิ่งห้อย"

ทันทีที่เดินผ่านกำแพงดินอันสูงใหญ่ บรรดากลีบดอกไม้ที่ลอยฟุ้งอยู่ตามทางเดินผ่านการฉายแสง และเสียงเพลงคลอเบา ๆ ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายนั้น เป็นอันรู้ได้ทันทีว่านี่คือ สัญญานของธาตุลม คอนเซปต์ประจำร้านในช่วงเวลานี้ก่อนจะผลัดเปลี่ยนไปยังธาตุไฟในเดือนตุลาคม บรรยากาศภายในร้านเป็นแนวสถาปัตยกรรมโครงสร้างเหล็กสไตล์ Rustic ถูกผสมผสานกับความเป็นธรรมชาติผ่านป่าจำลองในตู้กระจกขนาดใหญ่ไว้ได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังมีพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะ Glow Museum และไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้เลยคือ ห้องที่จำลองระบบนิเวศน์อันสมบูรณ์และเสมือนจริง โดยมีการควบคุมอุณหภูมิและแสงไฟเพื่อให้เป็นมิตรแก่ที่อยู่อาศัยของหิ่งห้อยนับร้อยตัวให้มากที่สุด บอกเลยว่าความสวยงามของหิ่งห้อยที่บินเปล่งแสงระยิบระยับท่ามกลางความมืดที่ได้เห็นนั้น ไม่สามารถบรรยายออกมาได้เทียบเท่ากับของจริงเลยสักนิด!

บรรยากาศ ของร้าน วังหิ่งห้อย
ดื่มด่ำไปกับป่าจำลองอันอุดมสมบูรณ์ผ่านห้องกระจกบริเวณรอบด้าน

ในส่วนของอาหารบอกเลยว่าไม่ธรรมดาเช่นกัน เพราะแต่ละเมนูถูกรังสรรค์มาอย่างพิถีพิถันผ่านรูปแบบ Thai-Inspried Cuisine โดยเชฟมากประสบการณ์ ที่จับอาหารไทยมาแยกชิ้นส่วนพร้อมประกอบร่างขึ้นใหม่ให้มีความน่าสนใจมากขึ้นกว่าเดิม เอาล่ะ! ถึงเวลาเริ่มต้นมื้ออาหารสำหรับคอร์สธาตุลมกันแล้ว กับ “Cloud 9 Set” (2,590 บาท++) ที่จะเสิร์ฟมาทั้งหมด 7 คอร์สด้วยกัน เริ่มต้นขอรองท้องกันด้วย Amuse Bouche พอดีคำกับเมนู “Finest” ที่นำเสนออาหารในรูปแบบคล้ายไข่ในรังนก ซึ่งเป็นตัวแทนของธีมลมได้เป็นอย่างดี ความกรุบกรอบจากกระทงทองที่กินคู่กับซอสรสมินต์หอม ๆ พร้อมเกี๊ยวทอดสอดไส้เนื้อปูคลุกเคล้ากับครีมชีสนุ่ม ๆ ตัดด้วยซอสเปเปอร์แจมรสเปรี้ยวหวาน แค่คิดก็ฟินแล้ว! อีกทั้งยังมี Last Leaf ไข่มดแดงเสิร์ฟบนใบชะมวง และ Tri-Angels เนื้อกุ้งลายเสือผัดซอสกับแป้งตอติญ่าทอดกรอบที่เสิร์ฟมาพร้อมกันอีกด้วยนะ

เมนู Finest ของร้าน วังหิ่งห้อย
เรียกน้ำย่อยด้วยความกรุบกรอบ จากเมนูตัวแทนของธีมลม

พร้อมเรียกน้ำย่อยกันต่อกับเมนู “Vanilla Sky” เนื้อวากิวขนาดพอดีคำกินคู่กับขนมผักกาดเนื้อหนึบ พร้อมซอสเนื้อที่ผ่านการรีดิวซ์ถึง 24 ชั่วโมง เพื่อให้รสชาตินุ่มละมุนตัดกับความหวานของขนมผักกาดได้อย่างลงตัว และ Sailor หนวดปลาหมึกยักษ์ราดซอสยูซุ ตามมาติด ๆ กับเมนูซุปที่อัดแน่นไปด้วยสมุนไพรและเครื่องเทศอันหลากหลายกับ “Monsoon” หอยเชลล์ชิ้นโตราดด้วยซอสสูตรพิเศษ เสิร์ฟพร้อมขนมปังกรอบโฮมเมดที่ให้รสชาติเปรี้ยว เผ็ด เข้มข้นครบรส! 

เมนู Vanilla Sky ของร้าน วังหิ่งห้อย
เข้ากันอย่างลงตัว! เนื้อวากิวนุ่ม ๆ กับขนมผักกาดเนื้อหนึบ
เมนู Monsoon ของร้าน วังหิ่งห้อย
ครบรสไปกับเมนูซุปจานโปรด

ก่อนจะข้ามไปสู่จานเมนคอร์ส ขอคั่นกันด้วยเมนูสลัดอย่าง Tropical Wind ที่ให้รสสัมผัสเปรี้ยวหวานสดชื่น และเมนู Mango Sorbet มะม่วงพริกเกลือครัมเบิลล้างปากกันสักนิด

พร้อมเสิร์ฟกันต่อกับเมนคอร์สที่สามารถเลือกสั่งได้หนึ่งเมนูทั้ง “Dust Til Dawn” สันในหมูซูวีสีไลต์พิงก์ โปะมาด้วยไข่ซูวีที่นำไปทวิสต์เพิ่มความครันชีด้วยเกล็ดขนมปัง เสิร์ฟพร้อมกับข้าวพาเมซานริซอตโตเนื้อนุ่ม กินคู่กับซอสมะขามดิบรสเปรี้ยวตัดกันได้อย่างลงตัว หรือจะเป็นเมนู Northern Bouquet เมนูกลิ่นอายอาหารเหนือ ที่นำเนื้อวากิวไปซูวีกว่า 24 ชั่วโมงพร้อมกลิ่นสมุนไพรนานาชนิด หรือเมนู Cloud 9 ที่เสิร์ฟเนื้อปูกินคู่กับแซฟฟรอนและเครื่องแกงกะหรี่แสนหอม เลือกได้ตามใจชอบกันไปเลย~

เมนู Dust Til Dawn ของร้าน วังหิ่งห้อย
ฟินอัดแน่นไปกับความครันชีของไข่ซูวีเกล็ดขนมปัง และเนื้อสันในพร้อมข้าวริซอตโตนุ่ม ๆ

ปิดท้ายคอร์สด้วยความเคลิบเคลิ้มจากของหวานที่สมบูรณ์แบบกับ “Trio Spell” ปลากริมไข่เต่าที่เสิร์ฟมาให้ได้สัมผัสความละมุนทั้ง 3 รสชาติกับกะทิเค็ม กะทิหวาน และกะทิเค็มผสมหวาน บนโฮมเมดทาร์ตพร้อมท็อปด้วยไดฟุกุเนื้อหนุบ อีกทั้งขนมไทยหม้อแกงที่ถูกประกอบร่างใหม่ในเมนู “Sugar High” เครมบรูว์เลข้าวเหนียวสังขยาโฮมเมด และโรยหน้ามาด้วยฝอยทองรสหวาน พร้อมสั่งเครื่องดื่ม “Wind Flow” (280 บาท) ตัวแทนลมแห่งทุ่งหญ้า ซิกเนเจอร์ม็อกเทลที่ใช้หญ้าหวานแทนน้ำเชื่อมและน้ำตาลมาดื่มให้ชื่นใจ~

เมนูของหวาน ของร้าน วังหิ่งห้อย
หวานละมุนปิดท้าย~ ไปกับเหล่าขนมหวานไทยหน้าตาโมเดิร์นแสนน่ารัก
เมนูเครื่องดื่ม Wind Flow ของร้าน วังหิ่งห้อย
ชื่นใจไปกับรสสัมผัสของสายลมแห่งทุ่งหญ้า กับซิกเนเจอร์ม็อกเทลแก้วนี้!

ยกระดับความฟินกันด้วยคอร์สใหม่ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากธาตุลมเช่นเดียวกัน กับ “Above The Cloud Set” (ราคา 3,290 บาท++) ซึ่งประกอบไปด้วยทั้งหมด 8 คอร์ส เริ่มต้นคอร์สเหมือนกันด้วย Amuse Bouche  พร้อมยกระดับความฟินกันต่อกับเมนูเรียกน้ำย่อยด้วยจาน “Pirate Treasure” หนวดปลาหมึกยักษ์ที่นำไปกงฟีต์ ซึ่งเป็นกรรมวิธีการทำอาหารอย่างหนึ่งของฝรั่งเศสที่ทำให้เกิดรสสัมผัสนุ่มฉ่ำ พร้อมเสริมรสชาติด้วยซอสไข่เค็มรสละมุน ไฮไลต์ของจานอยู่ที่ตัวแบล็กกาลิค ซึ่งทางร้านใช้เทคนิค Slow Cooking ในการดึงความหวานธรรมชาติของกระเทียมขึ้นมาอย่างโดดเด่นจนทำให้จานนี้ครบถ้วนสมบูรณ์แบบอย่างลงตัว!

เมนู ของร้าน วังหิ่งห้อย
พลาดไม่ได้! กับการลิ้มรสความหวานธรรมชาติของแบล็กกาลิค

พร้อมเมนู “Wind Tunnel” อุโมงค์ลมที่พัดผ่านรสชาติเข้มข้นของ Bone Marrow หรือไขกระดูกวัวกับซอสข้าวคั่ว เสิร์ฟคู่กับเนื้อทรัฟเฟิลพร้อมเพิ่มความกรุบกรอบด้วยข้าวพอง และเมนู Smoothie Surprise ความแตกต่างที่ถูกเสิร์ฟมาอย่างลงตัวกับฟัวกราส์และปลาหิมะฟูกรอบ ที่เสิร์ฟคู่มากับยำมะม่วงรสชาติอมเปรี้ยว

ตามมาติด ๆ กับเมนูซุป Dip Dye แกงส้มปลากรายห่อด้วยใบกะหล่ำในซุปใสสุดละมุน และเมนูสลัด Milky Way ที่พร้อมมาเพิ่มความเฟรชกับผลไม้รวมและซอสซาวน้ำ อีกทั้งล้างปากกันด้วยมะม่วงพริกเกลือครัมเบิล Mango Sorbet ก่อนจะเข้าสู่ความฟินกับคอร์สถัดไป

เมนู Wind Tunnel ของร้าน วังหิ่งห้อย
สัมผัสความเข้มข้นกับ Bone Marrow พร้อมซอสข้าวคั่วรสเด็ด!

ถึงเวลากับเมนคอร์สพระเอกจานหลักที่สามารถเลือกสั่งได้หนึ่งเมนูทั้ง “Farm To Forest” เนื้อวัวซากะรสนุ่มรมควันกลิ่นหอม ๆ เสิร์ฟมาพร้อมกับเห็ดยานางิดอง หรือเมนู "Midnight Snow" ปลาหิมะย่างเนื้อนุ่มและแน่น พันล้อมรอบด้วยพาร์มาแฮม เสิร์ฟคู่กับข้าวดำและซอสหมึกดำที่ทำจากหมึกกะตอย ทีเด็ดอยู่ที่รสสัมผัมแบบเค็ม ๆ เข้มข้นสุดละมุน ตักเข้าปากพร้อมกันบอกได้คำเดียวว่าลงตัวสุด ๆ หรือจะเป็นเมนู Triplet Grill ที่นำไอเดียจากเมนูขนมจีนน้ำยามารังสรรค์ขึ้นใหม่ กับการนำโมจิย่างมาใช้แทนเส้นขนมจีนเพื่อเทกซ์เจอร์ความหอมและเหนียวนุ่ม รวมถึงซอสน้ำยาที่นำสโนว์ฟิชมาเป็นส่วนประกอบพร้อมทั้งกินคู่กับเนื้อกุ้ง Lobster ที่มีความครันชีเบา ๆ และปิดท้ายคอร์สด้วยของหวาน Sugar High เครมบรูว์เลข้าวเหนียวสังขยาโฮมเมด และ Sweet Fallen Angels ลอดช่องกับไวท์ช็อกโกแลต เสิร์ฟคู่กับเมลอนมูส เลมอนครีมเมอแรงค์และโฟมซอสมะพร้าวรสละมุน

เมนู Farm To Forest ของร้าน วังหิ่งห้อย
มาค่ะ! มาละมุนไปกับเนื้อวัวซากะนุ่ม ๆ ละมุนลิ้นกัน
เมนู Midnight Snow ของร้าน วังหิ่งห้อย
สัมผัสความนุ่มของเนื้อปลาหิมะ และรสเค็มของพาร์มาแฮมที่พันมาคู่กัน~

ฟินเต็มอิ่มกันเลยใช่มั้ยคะ? กับช่วงเวลาสั้น ๆ สำหรับชาวเมืองแบบเรา ๆ ที่ปกติต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความวุ่นวาย จนได้มาสัมผัสประสบการณ์พิเศษกับร้าน “วังหิ่งห้อย” ที่พาเราหลบหนีหวนคืนสู่ธรรมชาติ ดื่มดำไปกับมื้ออาหารที่รังสรรค์มาอย่างพิถีพิถัน พร้อมความงดงามของธรรมชาติที่ได้ซึมซับผ่านทุกความรู้สึก พิเศษไปกว่านั้น! รับ “Wind Flow” ซิกเนเจอร์ม็อกเทล มูลค่า 280 บาทกันไปเลยหนึ่งแก้ว เมื่อสั่งเซต Cloud 9 (ราคา 2,590 บาท++) หรือ Above The Cloud (ราคา 3,290 บาท++) โดยจ่ายผ่านบัตรเครดิตกรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ ซิกเนเจอร์ หรือบัตรเครดิตกรุงศรี ซิกเนเจอร์ ยังไม่หมดเท่านั้น! สำหรับบัตรเครดิตในเครือกรุงศรีประเภทอื่น ๆ รับ Virgin Mojito หรือ Virgin Pina Colada 1 แก้ว มูลค่า 200 บาท เมื่อสั่งเซต Cloud 9 (ราคา 2,590 บาท++) หรือ Above The Cloud (3,290 บาท++) เช่นกัน รู้แล้วอย่ารอช้า! สิทธิพิเศษดี ๆ แบบนี้ มีให้ฟินกันตั้งแต่ 1 ก.ย. 61 - 28 ก.พ. 62 เท่านั้นน้าาา ~ 

อื่น ๆ ของร้าน วังหิ่งห้อย
สะดวกสบายแถมสิทธิพิเศษอีกขั้น! กับบัตรเครดิตกรุงศรี!

การเดินทาง

สำหรับใครที่อยากลองมาเปิดประสบการณ์กับร้านอาหารอาร์ซีเอ “วังหิ่งห้อย” นั้น ตัวร้านตั้งอยู่บริเวณสนามกอล์ฟ RCA บนถนนกำแพงเพชร 7 บอกเลยว่าเดินทางมาได้สะดวกมาก ไม่ว่าจะขับรถยนต์ส่วนตัวมาเอง ทางร้านก็มีที่จอดรถไว้บริการ หรือสามารถนั่ง MRT มาลงสถานีเพชรบุรี แล้วต่อรถมายัง Wang Hinghoi ก็ได้เช่นกัน

เมนูห้ามพลาด

Cloud 9 Set, Above The Cloud Set
Wang Hinghoi
OWNER'S MESSAGE
Wang Hinghoi
ความตั้งใจของวังหิ่งห้อยไม่เพียงแต่พัฒนาศักยภาพอาหารไทยไปสู่ระดับนานาชาติ แต่ยังนำธรรมชาติที่ขาดหายไปคืนสู่สังคม เพราะวังหิ่งห้อยเชื่อว่า คน เมือง ป่า นั้น นำไปสู่ความสมบูรณ์ของธรรมชาติอย่างแท้จริง

แผนที่

ร้านอยู่ที่สนามกอล์ฟเก่า RCA
map

การติดต่อ

WangHingHoi
Phone number : 091-979-6226
Instagram : wanghinghoi
บางกะปิ,วัฒนา