ก็ขอเองไปเลยสิคะ รออะไร วิจัยเผย! ผู้หญิงยุคใหม่ ไม่รอผู้ชายขอแต่งงาน
  1. ก็ขอเองไปเลยสิคะ รออะไร วิจัยเผย! ผู้หญิงยุคใหม่ ไม่รอผู้ชายขอแต่งงาน

ก็ขอเองไปเลยสิคะ รออะไร วิจัยเผย! ผู้หญิงยุคใหม่ ไม่รอผู้ชายขอแต่งงาน

สาว ๆ เอเชียหลายคน มองว่าธรรมเนียมการขอแต่งงานต้องเป็นหน้าที่ของผู้ชาย ที่จะได้แสดงความกล้า และความเป็นผู้นำ วิจัยเผย! ผู้หญิงยุคใหม่ ไม่รอผู้ชายขอแต่งงานก่อน
writerProfile
10 พ.ย. 2021 · โดย

สาว ๆ เอเชียหลายคน มองว่าธรรมเนียมการขอแต่งงานต้องเป็นหน้าที่ของผู้ชาย ที่จะได้แสดงความกล้า และความเป็นผู้นำ แต่ยุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว สาว ๆ ไม่จำเป็นต้องรอผู้ชายมาขออีกต่อไป! ก็ขอผู้ชายแต่งงานไปเองเลยสิคะ! อย่างล่าสุดในซีรีส์เกาหลีอย่างเรื่อง hometown cha cha cha ที่เพิ่งจบไป ก็มีฉากที่ฮเยจิน นางเอกของเรื่อง เป็นฝ่ายสารภาพรักและขอผู้ชายแต่งงานเหมือนกัน ถึงแม้จะทำให้ ฮงบันจัง หรือ หัวหน้าฮง รู้สึกกระอักกระอ่วมไปบ้าง เพราะคิดว่าตัวเองต้องเป็นฝ่ายพูดก่อน แต่ในตอนสุดท้าย ก็จบแบบแฮปปี้ จนทำให้เรตติ้งของละคร สูงถึง 12.7% 

วิจัยเผย! ผู้หญิงยุคใหม่ ไม่รอผู้ชายขอแต่งงาน 

ขอผู้ชายแต่งงาน ผู้หญิงขอผู้ชายแต่งงานก่อน

ในวิจัยเรื่อง “Girls Don't Propose! Ew.” หรือ ผู้หญิงไม่ควรขอแต่งงาน จากมหาวิทยาลัยแห่งแคลิฟอร์เนีย - ซานตาครูซ โดย Rachael D. Robnett นักศึกษาปริญญาเอกด้านจิตวิทยา ในปี 2013 ที่สำรวจความคิดเห็นของนักศึกษาในมหาวิทยาลัย 277 คน อายุระหว่าง 17-26 ปี พบว่าคนส่วนใหญ่เชื่ออย่างยิ่งว่าผู้ชายควรขอแต่งงาน และผู้หญิงควรใช้นามสกุลสามี โดยแนวคิดเหล่านี้มาจากการที่ทุกคนอยากยึดมั่นในขนบธรรมเนียมทางเพศและบทบาททางเพศ

โดยผู้ชาย 68.4% บอกว่าเขาจะเป็นคนขอผู้หญิงแต่งงานเอง และ ผู้หญิง 66% ก็อยากให้ผู้ชายขอแต่งงานเหมือนกัน และผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่รังเกียจ หากจะต้องเปลี่ยนนามสกุลตามสามี Robnett กล่าวว่าแนวคิดเหล่านี้ มันแฝงไปด้วย การเหยียดเพศอย่างมีเมตตา ทำให้เกิดความแตกต่างทางอำนาจระหว่างผู้หญิงและผู้ชาย อย่างเช่น แนวความคิดที่มองว่าผู้หญิงต้องการได้รับการปกป้องจากผู้ชาย เพราะเป็นเพศที่อ่อนแอกว่า หรือการที่ให้ผู้หญิงต้องดูแลลูก แม้ว่าจะทำงานหากินทั้งคู่ โดยการเลี้ยงดูของครอบครัวตามขนบธรรมเนียม ทำให้เชื่อว่าการกีดกันทางเพศ คือความเมตตา และมองว่าความสุภาพคือความกล้าหาญ และสิ่งนี้เป็นการยากที่คนจะท้าทาย ถึงในวิจัยนี้ เพศหญิงจะมองว่าการให้ผู้ชายขอแต่งงานเป็นเรื่องปกติ แต่นั่นคือค่านิยมในปี 2013 

ในการสำรวจความคิดเห็นของเว็บไซต์ Chillisauce เกี่ยวกับการแต่งงานกว่า 10,000 คนทั่วโลก กับคำถามที่ว่า ผู้หญิง ขอแต่งงานก่อน จะเป็นยังไง? ผู้หญิง 57% ประกาศว่าเต็มใจที่จะทำ ผู้ชาย 76% คิดว่าผู้หญิงควรทำ จากในปี 2010 มีผู้หญิงเพียง 5% เท่านั้น ที่กล้าขอผู้ชายแต่งงาน แต่ข้อมูลล่าสุด เมื่อปี 2019 มีถึง 16% แล้ว ที่ผู้หญิงกล้าขอผู้ชายแต่งงานมากขึ้น! โดยช่วงที่ดีที่สุดในการสารภาพรักคือช่วงคริสต์มาส หรือตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคมถึง 1 มกราคม แต่ 36% บอกว่าช่วงที่ได้รับการสารภาพรักมากที่สุดคือวันวาเลนไทน์ และผู้ชายถึง 40% คิดว่าช่วงวาเลนไทน์คือจังหวะที่ดีในการสารภาพ เนื่องจากทุกคนอินเลิฟ มองไปไหนก็มีบรรยากาศคนรักกัน และเป็นธรรมเนียม โดยวิธีสารภาพรักหรือการขอแต่งงานที่ดี คือ แค่ถามว่า “แต่งงานกันไหม?”

ในหลาย ๆ ประเทศ อย่างประเทศอินเดีย ฝ่ายหญิงจะต้องเป็นฝ่ายขอผู้ชายแต่งงานอยู่แล้ว และจากผลสำรวจของผู้ชายโสด 6,500 คนในอินเดีย อายุระหว่าง 25-36 ปี พบว่า 71.7% รู้สึกดี หากผู้หญิงจะเป็นฝ่ายขอแต่งงานก่อน และผู้ชาย 63.8% เชื่อว่าผู้หญิงมีความกล้าและความมั่นใจเพิ่มมากขึ้นกับการขอผู้ชายแต่งงานในยุคปัจจุบัน มีเพียง 36.2% ที่ไม่เชื่อว่าผู้หญิงจะเป็นฝ่ายเริ่มความสัมพันธ์ก่อน หรือแม้แต่ธรรมเนียมของชาวไอริชโบราณ ก็มีธรรมเนียมที่ให้ผู้หญิง ขอผู้ชายแต่งงานในปีอธิกสุรทิน หรือวันที่ 29 กุมภาพันธ์ สาว ๆ ต้องรอทุก ๆ 4 ปีเลยทีเดียว! แต่ในหลาย ๆ วัฒนธรรม มีแนวคิดว่า “ผู้ชายควรเป็นผู้นำ” ทั้งบทบาทของการเป็นหัวหน้าครอบครัว การขอเป็นแฟน หรือแม้กระทั่งการขอแต่งงาน เพราะการขอแต่งงานมีแนวคิดผูกติดกับ Gender Role หรือ บทบาททางเพศ

ทางด้าน Katherine Parkin ศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัย Monmouth ในรัฐนิวเจอร์ซีย์กล่าวว่า ที่ผู้ชายคุกเข่าข้างหนึ่งเพื่อแสดงความกล้าหาญในความตั้งใจ ที่มอบแหวนเพชร ก็เพื่อเป็นหลักฐานว่าพวกเขาสามารถดูแลคู่ครองทางด้านการเงินได้ และในอดีต ผู้ชายมีรายได้มากกว่าผู้หญิง เรื่องนี้จึงเป็นธรรมเนียมที่ทำสืบต่อกันมา

แต่ยุคสมัยเปลี่ยนไป ผู้หญิงสามารถหาเงินได้มากขึ้น เพราะผู้หญิงไม่ได้ถูกจำกัดสิทธิในด้านการทำงานเหมือนสมัยก่อน ฉะนั้น จึงไม่จำเป็นอีกต่อไปที่จะต้องรอผู้ชายมาคุกเข่าขอแต่งงาน และการที่ผู้หญิง ขอผู้ชายแต่งงาน เป็นการทำลายบรรทัดฐานของสังคม อย่างเรื่องบทบาททางเพศ และการเหมารวมทางเพศ ที่ผู้ชายต้องเป็นผู้นำ และเป็นฝ่ายขอแต่งงานนั่นเองค่ะ   

cover source :

Reference :

University of California - Santa Cruz. 2013. "Popping the question is his job: Most people hold traditional views on marriage proposals" [Online] เข้าถึงได้จาก : https://www.sciencedaily.com/releases/2013/01/130116163711.htm สืบค้นเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2564

IANS. 2014. "Indian men want women to propose, reveals survey" [Online] เข้าถึงได้จาก : https://www.indiatoday.in/lifestyle/relationship/story/indian-men-women-propose-relationship-survey-205940-2014-08-27 สืบค้นเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2564

Mollie Bloudoff-Indelicato. 2019. "He said ‘yes’! Why aren’t more women proposing to their boyfriends?" [Online] เข้าถึงได้จาก : https://www.washingtonpost.com/lifestyle/2019/12/13/he-said-yes-why-arent-more-women-proposing-their-boyfriends/ สืบค้นเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2564 

Chillisauce.2019. "The Marriage Proposal Survey Will he or she say yes this year?" [Online] เข้าถึงได้จาก : https://chillisauce.com/blog/post-8ddd70df400174b29fe5 สืบค้นเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2564 

ยุคนี้ก็ปี 2021 แล้ว ค่านิยมที่รอให้ผู้ชายเริ่มขอแต่งงานก่อนก็คงค่อย ๆ หายไปเรื่อย ๆ และขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละคนแทน สำหรับสาว ๆ ที่ใจร้อนรุ่ม เพราะผู้ชายไม่มาขอแต่งงานซักที หรือกลัวว่าจะดูไม่ดีไม่งาม ถ้าเป็นคนขอแต่งงานก่อน ก็ขอเองไปเลยค่ะสาว ๆ มั่นใจเข้าไว้! แล้วเพื่อน ๆ ล่ะคะ คิดยังไงกันบ้าง

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ