4.5
47 เรตติ้ง (40 รีวิว)
ไร่/ฟาร์ม/สวนเกษตร, ชุมชนไม่มีค่าเข้าชม
ปิดอยู่จะเปิดในวันอังคาร เวลา 07:00
บ้านป่าบงเปียง
ทริปถ่ายรูปบ้านป่าบงเปียง ชวนเช้าไปบ่าย ใจง่ายซะไม่มี- ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ที่เราไปบ้านป่าบงเปียง เพื่อนมาชวนเช้า ก็รีบตกลงเลย เพราะเพื่อนมีรถโฟร์วีลซึ่งจะสะดวกมากกับการไปทริปนี้ - เราไปครั้งแรก โดย เอารถไปจอดที่น้ำตกแม่ปาน แล้วโทรเรียกรถชาวบ้านมารับ ค่ารถรับส่งไปกลับ 700 บาท ทางนี้เป็นทางใกล้สุดแต่สภาพถนนเป็นโคลนเละเทะ ลื่นมาก นั่งรถขย่มๆไปประมาณ 20 นาที ถ้ากินข้าวมาอิ่มมากไปโปรดระวังอ้วก ตอนนั้นเป็นเดือน พย. ข้าวกำลังเหลืองพอดี แต่โดนพายุข้าวเลยล้มระเนระนาด - ไปครั้งที่ 2 ไปกับเพื่อนที่มีรถโฟร์วีลคนเดียวกับครั้งที่ 3 ไปทางน้ำตกแม่ปานเหมือนเดิม ทางโหดเหมือนเดิม ดีที่เพื่อนขับรถเก่งชำนาญมาก แต่ขากลับทางก็ทั้งมืดทั้งลื่น เรามีแอบสวดมนต์เหมือนกัน กลัวรถลื่นตกเขานี่จบข่าวเลย เพื่อนมาบอกตอนหลังว่ามีจังหวะหนึ่งเกือบลื่นล้อฟรีเหมือนกัน ตอนนั้นน่าจะเป็นเดือน กค. เป็นช่วงหน้าฝน กำลังเริ่มปลูกข้าว ข้าวเขียวชอุ่ม ตอนนั้น ฝนก็ตกเหมือนกัน แต่ไปถึงเร็ว เลยได้อยู่ถ่ายรูปนานหน่อยจนแสงหมด - ส่วนครั้งที่ 3 นี้ เราไปปลายเดือน กค. 62 เป็นช่วงเริ่มปลูกข้าวพอดีเหมือนครั้งที่ 2 ข้าวกำลังเขียวสวย และมีช่องว่างเห็นน้ำในนา เราออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ บ่าย 3 คราวนี้ต้องไปทางอ้อม เพราะทางตรงที่ไปทางน้ำตกแม่ปานปิดทำถนน เพื่อนเสียดายมาก เพราะอยากไปทางตรง เพราะมันสั้นดี ไม่ต้องอ้อม คือแบบนางไม่สนว่าถนนโคลนลื่นเละหนักมากเพราะนางชำนาญการขับทางวิบากมาก ส่วนทางอ้อมที่ต้องไปวันนี้ คือไปทางอำเภอแม่แจ่ม ตรงไปจนเจอที่ว่าการอำเภอแม่แจ่ม แล้วเลี้ยวขวา ขับผ่านน้ำออกฮู แล้วไปตามทางที่ไป "บ้านทุ่งยาว"ต่อ ทางนี้ถนนก็เป็นคอนกรีตบ้าง ลูกรังบ้าง บางช่วงถนนก็พังเป็นหลุมเป็นบ่อลึก เล็กบ้างใหญ่บ้าง ถ้าขับมาเองคงต้องปาดเหงื่อหลายรอบ แต่ก็มีรถเก๋งขับมาได้หลายคันเหมือนกัน (เห็นเขาสวนมา) เก่งจัง มาคราวนี้เชื่อกูเกิ้ลมากไป เหมือนมันตั้งค่าใหม่ระหว่างทาง พาขับหลงวนจนจะกลับทางเดิมอีกต่างหาก ดีที่เพื่อนไหวตัวทัน จอดถามชาวบ้าน เขาบอกเลยมาแล้ว อ้าว ซะงั้น เสียเวลาถ่ายรูปไปอีก - ไปจนเกือบถึงบ้านป่าบงเปียง หันไปทางขวามือจะมีวิวหุบเขาให้ถ่ายรูปได้ ต้องเอารถหลบจอดแนบข้างทางเพราะถนนแคบ - จากนั้นขับต่อไปอีกนิดเดียวก็ถึง ป่าบงเปียงแล้ว ต้องจอดรถแนบข้างทางลาดชันตามแนวเขาเพราะถนนค่อนข้างแคบ จากนั้นก็แบก กล้อง พร้อมขาตั้งไปลุยกันเลย - มาครั้งนี้คันนากว้างกว่าคราวที่แล้ว สามารถวาง 2 เท้าบนคันนาพร้อมกันได้ หรือเพราะลงคนละจุดกับคราวที่แล้วก็ไม่รู้ คราวแล้ววางเท้าได้เท้าเดียว ต้องเดินแบบแคทวอคบนคันนา คราวนี้เลยเดินง่ายขึ้นเยอะเลย - แดดกำลังส่องสะท้อนพื้นนาสวยมาก -ขณะที่กำลังถ่ายกันอย่างเมามันได้แป๊บเดียวเท่านั้น น่าจะซัก 20 นาที ก็เห็นเงาฝนกำลังพุ่งตรงมาอย่างจัง เลยได้ภาพเงาฝนกำลังไล่จากภูเขามาตรงนาขั้นบันไดพอดีเลยแล้วแป๊บเดียวฝนตัวจริงก็ตามมา - พวกเราเลยต้องเข้ามาหลบฝนตรงนอกชานของบ้านพักที่ใกล้สุดตอนนั้น คือบ้านพักดูนา เป็นบ้านพักขนาดเล็ก สำหรับพัก 1-2 คน ต้องถอดรองเท้าก่อนขึ้นบนนอกชานเพราะเจ้าของจะได้ไม่ต้องมากวาดอีก เจอช่างภาพอีกคนที่มาถึงก่อนพวกเรา มาหลบฝนเหมือนกัน ขอดูรูปเขา โอ้โห ได้วีดีโอไทม์แลปอย่างงาม แล้วฝนจะหยุดเมื่อไหร่เนี่ย แสงก็จะหมดแล้วเพราะเสียเวลาหลงทางเกือบชั่วโมง ฝนไม่มีทีท่าว่าจะหยุด พวกเราก็เลยเอาข้าวเหนียว หมูทอด (มันเยอะมาก ไม่ค่อยมีเนื้อ) ที่ซื้อมาจากตัวเมืองแม่แจ่ม มากินกันตรงระเบียงบ้านพักดูนา ขอขอบคุณพี่เจ้าของบ้านพักดูนามากๆ ที่อนุญาตให้พวกเรามาหลบฝนและกินข้าวกัน ที่นี่ใช้ไฟจากโซลาเซล พอเริ่มมืดไฟก็ติด มีห้องน้ำอยู่ติดบ้านพักเลย เรานั่งกินกันจนเสร็จก็มืดพอดี อดถ่ายต่อเลย แสงหมด และเจ้าของบ้านพักเดินมาบอกว่า จะมีแขกเข้ามาพักพอดี เราก็เลยกลับกัน ตอนนั้นคิดว่าน่าจะซัก ทุ่มกว่าๆ ไม่ได้ดูนาฬิกา - เลยได้ภาพวิวจากระเบียงบ้านพักดูนา และ เบอร์ติดต่อบ้านพักดูนา -วันนี้ปิดทริปด้วยความเศร้า ที่มาตั้งไกล แต่ได้ถ่ายรูปแป๊บเดียว เป็นการมาบ้านป่าบงเปียงที่ได้ใช้เวลาอยู่ที่นี่สั้นที่สุด ตอนเดินกลับไปที่รถต้องระวัง เพราะทางก็มืด แถมคันนาโดนฝนเลยลื่นขึ้นเยอะ เดินลำบากกว่าขามา ถ้าลื่นตกคันนาหน้าทิ่ม กล้องก็เละอีกต่างหาก คราวนี้หลงนานไปหน่อย เกือบชั่วโมงเลยมีเวลาถ่ายน้อยมาก - กลับถึงเชียงใหม่ประมาณ 4 ทุ่มกว่าๆ คราวหน้าคงได้มาอีก อาจจะมาทริปแบบค้างคืนก็น่าสนเหมือนกัน มีบ้านพักเพิ่มขึ้นเยอะเลยค่ะ เท่าที่ลองสอบถามมาเห็นคิดราคาเรทเดียวกันหมดคือ หัวละ 500 บาท รวมอาหารเย็นและอาหารเช้า... อ่านต่อ
1 Like0 Comment
photo