รู้หรือไม่? "อาการท้องผูก" ปล่อยทิ้งไว้ อันตรายกว่าที่คิด!
  1. รู้หรือไม่? "อาการท้องผูก" ปล่อยทิ้งไว้ อันตรายกว่าที่คิด!

รู้หรือไม่? "อาการท้องผูก" ปล่อยทิ้งไว้ อันตรายกว่าที่คิด!

รีบเช็กด่วน ใครมีปัญหาเหล่านี้ ท้องผูกแน่นอน!! วันนี้เรามีเคล็ดลับการแก้อาการท้องผูกอย่างถูกจุดมาให้สาว ๆ ได้อ่านและทำตาม ถ้าอยากรู้ว่ามีอะไรบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ
writerProfile
22 ก.ค. 2021 · โดย

ท้องผูกเรียกได้ว่าเป็นภัยร้ายใกล้ตัว และจำเป็นอย่างมากที่ต้องรีบหาทางแก้ไข เพราะการที่เราท้องผูกเท่ากับการที่เรามีของเสียตกค้างอยู่ภายในลำไส้ใหญ่ของเรา ทำให้เกิดการบูดเน่า และสร้างสารพิษออกมามากมาย ทำให้เกิดภาวะเป็นพิษที่เกิดจากร่างกายของเราเอง และการไม่ขับถ่ายนานแค่ไหนนะ ถึงจะเรียกว่าท้องผูกได้ วันนี้ Wongnai Beauty เลยรวบรวมเช็กลิสต์มาให้สาว ๆ ได้เช็กอาการและรีบแก้ไขกันก่อนใคร อย่าปล่อยให้การขับถ่ายที่ผิดปกติของตัวเองเป็นเรื่องปกติ เพราะอาการท้องผูกอันตรายกว่าที่คิด

เช็กหน่อย! เรามีอาการท้องผูกหรือยัง?

ท้องผูก
  • การไม่ขับถ่ายเกิน 3 วัน
  • ปวดท้อง ท้องอืดบ่อย ๆ
  • อุจจาระเป็นก้อนแข็งหรือเป็นเม็ดเล็ก ๆ : ทำให้เวลาถ่ายต้องเบ่ง มีความเจ็บปวดเวลาเบ่งถ่าย
  • ถ่ายเป็นเลือด
  • ใช้เวลานานในการเบ่งถ่าย
  • รู้สึกว่าถ่ายอุจจาระไม่หมด

ไหน ใครที่เก็บครบทุกข้อบ้างคะ แต่อย่าเพิ่งตกใจหรือกังวลไปค่ะ ทุกปัญหามีทางแก้เสมอ ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จักกับเจ้าอาการท้องผูกกันก่อนดีกว่า ว่าจริง ๆ แล้ว เขามีสาเหตุมาจากอะไรกันแน่ 

มาดูสาเหตุของการท้องผูกกันดีกว่า!

สาเหตุของการเกิดท้องผูก
  • การกินอาหารที่มีกากใยน้อย : นี่ถือเป็นสาเหตุหลัก ๆ เลยของคนที่มีปัญหาท้องผูก โดยส่วนใหญ่มักเกิดกับคนที่กินอาหารที่มีกากใยน้อย ซึ่งกากใยเนี่ยเป็นสิ่งจำเป็นมากในระบบขับถ่าย แต่ต้องเป็นกากใยที่มาจากธรรมชาตินะ ไม่เช่นนั้นจะทำให้เกิดการอุดตันหนักในลำไส้ โดยกากใยบางชนิดมีคุณสมบัติเป็นอาหารให้จุลินทรีย์ดีที่อยู่ในลำไส้ เรียกว่ามีส่วนอย่างมากต่อการขับถ่ายที่ดีทุกวัน
  • การอั้นอุจจาระเป็นประจำ : การที่เราอั้นอุจจาระเป็นประจำ จะทำให้น้ำจากอุจจาระถูกดูดซึมกลับ อุจจาระจึงแข็ง ทำให้การขับถ่ายเป็นไปได้ยากขึ้น
  • ขาดการออกกำลังกาย : การเคลื่อนไหวร่างกายที่มีการบิดหรือพับของช่วงเอว จะเป็นเหมือนการนวดลำไส้ใหญ่ ให้มีการคลายและหดที่ดีขึ้นซึ่งตรงนี้จะช่วยกระตุ้นการขับถ่ายของเราให้ดีขึ้นได้
  • ความเครียด : เนื่องจากสมองและลำไส้ของคนเรามีความสัมพันธ์กันอย่างมาก เมื่อเกิดความเครียด ลำไส้ของเราจะหยุดบีบตัวชั่วคราว ทำให้เบื่ออาหารและขับถ่ายไม่ออก
  • การอุดตันของทางเดินอาหาร : การอุดตันนี้ส่งผลให้เราท้องผูกเป็นเวลานานมาก ผลเสียที่ตามมาอย่างเห็นได้ชัดคือผิวของเรา ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเกิดสิว ผิวไม่ใส ยิ่งกับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ส่วนใหญ่จะเกิดภาวะท้องผูกในอาการนี้ได้ง่าย เนื่องจากมดลูกมีการขยายใหญ่ขึ้นไปกดทับลำไส้ ทำให้การขับถ่ายเป็นไปได้ยากขึ้น

หลังจากที่ทราบสาเหตุของอาการท้องผูกไปแล้ว ทีนี้เข้าใจแล้วใช่มั้ยคะว่าทำไมการขับถ่ายอย่างสม่ำเสมอทุกวันจึงสำคัญ ตอนนี้ใครที่ยังมองข้ามเรื่องนี้อยู่เราขอเล่าถึงข้อเสียให้ฟังต่ออีกนิด

ท้องผูกบ่อย ๆ ส่งผลเสียกับร่างกายอย่างไรบ้าง?

ท้องผูก
  • ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย : เนื่องจากท้องผูกเกิดจากการที่ลำไส้ของเราขาดจุลินทรีย์ดี ตรงนี้ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายของเราต่ำลงด้วย จึงทำให้ร่างกายของเราไม่แข็งแรง และเจ็บป่วยง่าย
  • ผิวหนังอักเสบ เป็นสิวได้ง่าย : เมื่อท้องผูก ทำให้ร่างกายของเราไม่สามารถขับของเสียผ่านทางลำไส้ได้ จึงเกิดการคั่งค้างของเสียในลำไส้ และถูกขับออกมาทางผิวหนังแทน ตรงนี้จึงทำให้ผิวของคนที่มีอาการท้องผูกดูไม่สดใส อักเสบง่าย และเป็นสิว
  • มีกลิ่นปากและกลิ่นตัว : การที่ลำไส้ทำงานไม่ดีนอกจากจะส่งผลต่อระบบขับถ่ายที่เป็นที่มาของการเกิดของเสียแล้ว ของเสียเหล่านั้นยังทำให้เกิดแก๊สเสีย ซึ่งเป็นที่มาของกลิ่นปาก และกลิ่นตัว
  • น้ำหนักขึ้น เนื่องจากมีสารพิษในร่างกายมากไป : อาการท้องผูกส่งผลให้การขับถ่ายอุจจาระออกมาไม่หมด ตรงนี้จะทำให้อุจจาระคั่งค้างสะสมเกาะติดแน่นที่ผนังลำไส้ จึงทำให้มีการดูดกลับของสารพิษเข้าสู่ร่างกาย และทำให้มีปัญหาน้ำหนักเพิ่มขึ้นตามมา
  • เสี่ยงต่อการเป็นโรคลำไส้อักเสบ : อาการท้องผูก การขับถ่ายไม่ปกติ หากปล่อยไว้นาน จะส่งผลต่อลำไส้โดยตรง และอาจส่งผลให้เป็นมะเร็งสำไส้ในที่สุด

โอ้โห เห็นแล้วใช่มั้ยคะว่าท้องผูกเป็นเรื่องน่ากลัวขนาดไหน ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันสอดคล้องกับระบบขับถ่ายภายในร่างกายของเราไปหมด แต่อย่างที่บอก สาว ๆ อย่าเพิ่งกลัวไปเพราะเราหาทางแก้ไขมาให้เพื่อน ๆ แล้ว

วิธีแก้อาการท้องผูก

วิธีแก้อาการท้องผูก
  • กินอาหารที่มีกากใย อย่างลูกพรุน แอปเปิลเขียว หรือถั่วดำ
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เคลื่อนไหวร่างกายให้มากขึ้น
  • ฝึกนั่งขับถ่ายให้เป็นนิสัยทุก ๆ วัน
  • ดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 3 ลิตร
  • เสริมโพรไบโอติค (Probiotics) หรือแบคทีเรียที่มีประโยชน์เพื่อช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น

โพรไบโอติค (Probiotics) หรือจุลินทรีย์ดีอย่าง Lactobacillus คือ จุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในกระเพาะอาหาร ทำหน้าที่ช่วยปรับสมดุลลำไส้ ทำให้การขับถ่ายเป็นไปได้ดี ซึ่งเราสามารถรับเพิ่มมาจากภายนอก เช่นการกินโยเกิร์ต หรือของหมักดอง แต่สาว ๆ คนไหนที่ลองวิธีต่าง ๆ ก็แล้ว ติดยาระบายเรื้อรังก็แล้ว แต่ก็ยังไม่หาย ตอนนี้ที่ญี่ปุ่นเขาพบทางแก้แล้ว นั่นคือ Lactis ตัวนี้เลยค่ะ ที่ Wongnai Beauty อยากแนะนำผลิตภัณฑ์ตัวนี้เพราะ เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยแก้อาการท้องผูกได้ดีและรวดเร็วกว่าโยเกิร์ต แถมหาซื้อกินได้ง่ายด้วยค่ะ

Lactis 

Lactis Apple Cider Vinegar

พัฒนามา 100 ปี ต่อยอดมาจากโรงงานโยเกิร์ตแห่งแรกในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้มาจากสารสกัดธรรมชาติ 100% จากการหมักนมถั่วเหลืองถึง 1 ปีเต็ม (ปกติแล้วโยเกิร์ตเนี่ย จะใช้เวลาหมักด้วยนมวัว 1 วันเต็ม) ด้วยเทคโนโลยีที่ได้จากการหมักโดยจุลินทรีย์ดีถึง 16 สายพันธุ์ จึงทำให้มีการบริโภคกันในญี่ปุ่นมานานกว่า 30 ปีแล้ว 

Lactis มีผลงานวิจัยรองรับ สาว ๆ จึงมั่นใจในคุณภาพได้!

ท้องผูก
กราฟแสดงผลของการรับประทาน Lactis ต่อเนื่อง 30 วัน อาการท้องผูกเรื้อรังและผิวดีขึ้น

Lactis เหมาะกับใครบ้าง ?

  • ผู้ที่ต้องทานยาถ่ายต่อเนื่องนาน ๆ เพราะการรับประทาน Lactis จะช่วยรักษาอาการท้องผูกได้ตรงต้นเหตุ เพื่อให้กลับมาขับถ่ายได้ปกติ โดยไม่ต้องกลับไปใช้ยาอีก(แลคติสเป็นสารสกัดที่ได้ผลลัพธ์ที่เร็วกว่าและไม่ต้องทานต่อเนื่อง)

  • ผู้ที่มีปัญหาท้องผูกเรื้อรัง ท้องเสีย ท้องอืด ท้องเฟ้อ
  • ผู้หญิงตั้งครรภ์ ที่มีปัญหาท้องผูก (คุณแม่ไม่ควรปล่อยให้เกิดการท้องผูก เพราะลำไส้ต้องดูดซึมสารอาหารเพื่อลูกน้อย)
  • ผู้ที่ต้องการดูแลผิว ให้สุขภาพผิวดีขึ้นจากภายใน
  • ผู้ที่ต้องกินยาถ่ายต่อเนื่อง (แลคติสเป็นสารสกัดที่ได้ผลลัพธ์ที่เร็วกว่าและไม่ต้องทานต่อเนื่อง)
  • ผู้ที่ไม่สามารถรับประทานนม นมเปรี้ยว หรือโยเกิร์ตได้
  • ผู้ที่ต้องการผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย (แลคติสมีผลวิจัยที่ชัดเจน และจัดจำหน่ายในญี่ปุ่นมากว่า 30 ปี)

อยากบอกว่าการกิน Lactis 1 ซองเนี่ย เทียบเท่ากับการทานโยเกิร์ต 30 ถ้วยเลยนะ! และผลของการทาน Lactis ก็จะช่วยให้อาการท้องผูกเรื้อรังและผิวดีขึ้นด้วย ซึ่งแพทย์ในญี่ปุ่นกว่า 2,000 แห่ง ได้แนะนำว่าการทาน Lactis อย่างต่อเนื่องเป็นประจำจะช่วยให้ผู้ที่มีปัญหาท้องผูกกลับมาขับถ่ายได้อย่างเป็นปกติทุกวัน ข้อดีของการขับถ่ายทุกวัน คือจะช่วยทำให้ผิวของเราดีขึ้น ดูใสออกมาจากภายใน จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมสาว ๆ ญี่ปุ่นถึงมีผิวที่สวยใส เหมือนคำพูดที่พูดว่า “ขับถ่ายดี ผิวดี” การทานก็แสนง่ายและสะดวก สามารถฉีกจากซองทานได้เลย หรือจะใช้ผสมกับน้ำเปล่าแล้วดื่มก็ได้ โดยแนะนำให้ทานต่อเนื่องอย่างน้อย 14 วัน

Lactis Apple Cider Vinegar
สะดวกแค่ฉีกซอง ผสมน้ำก็พร้อมดื่ม
Lactis Apple Cider Vinegar
ดื่มง่าย รสชาติดี ไม่เปรี้ยวแหลม 

แต่อีกหนึ่งไอเดียการกินที่ยอดฮิตของสาว ๆ ญี่ปุ่นที่ทางเราอยากแอบกระซิบมาก ๆ เลยก็คือ การนำผลิตภัณฑ์ Lactis ไปดัดแปลงเป็นเครื่องดื่มมะนาวโซดา ที่ทั้งสดชื่นและได้ประโยชน์ เรียกว่าเก๋กู้ดสุด ๆ

ใครที่กำลังมองหาตัวช่วยในการรักษาอาการท้องผูก เราว่า Lactis ถือเป็นตัวเลือกนึงที่น่าสนใจมาก ๆ รับรองว่าได้ผลลัพธ์ที่ดี สะดวก และเห็นผลเร็วกว่าแน่นอน ใครที่สนใจสามารถสั่งซื้อได้ที่ FB: palmersthailand มีให้เลือกซื้อถึง 2 ขนาด กล่องเล็ก 7 ซอง ราคา 950 บาท และกล่องใหญ่ 30 ซอง ราคา 3,600 บาท ราคาคุ้มค่ากับคุณภาพขนาดนี้สาว ๆ ชาว Wongnai Beauty ต้องลองแล้วล่ะค่ะ

ช่องทางการติดต่อ