10 ท่านวดกดจุด แก้ปวดเมื่อย สำหรับสาวออฟฟิศ
  1. 10 ท่านวดกดจุด แก้ปวดเมื่อย สำหรับสาวออฟฟิศ

10 ท่านวดกดจุด แก้ปวดเมื่อย สำหรับสาวออฟฟิศ

เชื่อว่าสาวออฟฟิศหลายคนมักมีปัญหาปวดเมื่อยตามร่างกายอยู่บ่อย ๆ หรืออาจเป็นหนักถึงขั้นออฟฟิศซินโดรมเลยก็มี มาดูท่านวดกดจุดแก้ปวดเมื่อยกันดีกว่าาา!
18 พ.ค. 2019 · โดย

เราได้สังเกตจากคนรอบตัวเลยเชื่อว่าสาวออฟฟิศยุคนี้เค้าทำงานหนักกันสะเหลือเกิน จนอาจทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย หรือไม่ก็ป่วยเป็นออฟฟิศซินโดรมกันหมดแน่ ๆ เราชาว Wongnai Beauty ได้เล็งเห็นแล้วว่าปัญหานี้สำคัญสำหรับสาว ๆ ออฟฟิศทุกคน! เลยไม่พลาดที่จะมาแชร์ท่านวดกดจุดทั้ง 10 ท่า สำหรับให้สาว ๆ เซฟเก็บเอาไว้ทำตามในวันที่เราต้องทำงานหนัก ๆ กันค่ะ!

1. นวดกล้ามเนื้อไหล่

นวดกดจุด


เริ่มกันที่ท่าแรกกับการนวดกล้ามเนื้อบริเวณไหล่ เพราะสาว ๆ ออฟฟิศส่วนใหญ่มักจะต้องนั่งใช้คอมพ์หรือพิมพ์คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ๆ อยู่แล้ว ทำให้เกิดอาการปวดไหล่และต้นคอได้ ถ้าหากเรานั่งผิดท่า อย่างเช่นการนั่งหลังค่อมจะทำให้ปวดหลัง

ขั้นตอนการนวด : ใช้มือซ้ายกดนวดช่วงไหล่ขวาส่วนที่รู้สึกตึงเป็นพิเศษ โดยให้กดน้ำหนักนิ้วและฝ่ามือลงไป ค้างไว้ประมาณ 5 วินาที ทำซ้ำประมาณ 3 ครั้ง แล้วเปลี่ยนไปนวดอีกข้างเหมือนกัน

ช่วยเรื่อง : สามารถช่วยลดความรู้สึกอ่อนล้าในบริเวณไหล่และต้นคอได้ดี

2. นวดกล้ามเนื้อต้นคอ

นวดกดจุด


นวดไหล่เสร็จแล้วมานวดคอกันต่อเลยดีกว่า เพราะสาว ๆ ที่มีอาการปวดไหล่จะมีอาการปวดคอตามมาด้วยอย่างแน่นอนค่ะ แต่แต่แต่ การนวดกล้ามเนื้อบริเวณหลังต้นคอแบบนี้นอกจากจะช่วยเรื่องความปวดเมื่อยแล้ว ยังช่วยคลายเครียดไปในตัวด้วยนะจ๊ะ

ขั้นตอนการนวด : เริ่มจากใช้มือข้างที่ถนัดวางลงที่หลังลำคอ จากนั้นบีบและคลายมือประมาณ 5-10 ครั้ง โดยลงน้ำหนักที่นิ้วมือและฝ่ามือไปพร้อม ๆ กัน

ช่วยเรื่อง : ท่านวดกดจุดท่านี้ จะเหมาะสำหรับไว้นวดเพื่อลดอาการคลายเครียด และลดอาการตึงบริเวณต้นคอค่ะ

3. นวดบริเวณขมับ

นวดกดจุด


สำหรับสาว ๆ คนไหนที่ทำงานจนเครียด คิดไอเดียไม่ออก สมองตันไปหม๊ดดดด ให้พักจากงานแล้วลองมานวดกดจุดผ่อนคลายบริเวณขมับดูนะคะ จะนวดด้วยมือเปล่าหรือใช้ยาหม่องด้วยนิดหน่อยเพิ่มกลิ่นหอม ๆ ไว้ดมผ่อนคลายไปด้วยก็ได้นะคะ ลองดู!

ขั้นตอนการนวด : เริ่มจากแบมือออก 1 ข้าง แล้วใช้นิ้วชี้และนิ้วกลาง กดคลึงบริเวณขมับทั้งสองข้างเป็นวงกลม นวดซ้ำวน ๆ 6 ครั้ง เสร็จแล้วกดน้ำหนักค้างไว้ นับ 1-3 แล้วค่อยๆ ผ่อนน้ำหนักออก 

ช่วยเรื่อง : ช่วยลดอาการตึงเครียดและอาการปวดศีรษะ แถมช่วยเรื่องอาการไมเกรน และลดความเหนื่อยล้าของดวงตาได้ด้วย

4. นวดใบหู

นวดกดจุด


หลายคนอาจจะงงว่าเอ๊ะ! นวดใบหูแล้วจะช่วยแก้ปวดเมื่อยได้ยังไง บอกเลยว่าไม่ได้ช่วยเรื่องปวดเมื่อยตามร่างกายอะไรหรอกค่ะ แต่การนวดใบหูจะช่วยให้สาว ๆ ออฟฟิศรู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ หลังจากที่ต้องจองคอมพ์นาน ๆ หรือเพ่งกับเอกสารต่าง ๆ จนวุ่นวาย ลองมานวดใบหูดูก็ได้นะ

ขั้นตอนการนวด : ให้เริ่มจากการวางมือทั้ง 2 ข้างไว้ที่หูทั้ง 2 ข้าง โดยวางปลายนิ้วโป้งไว้หลังใบหู ส่วนนิ้วที่เหลือวางประคองด้านหน้าไว้ เสร็จแล้วนวดคลึงใบหูให้ทั่ว จนหูเริ่มรู้สึกอุ่น ก่อนปล่อยมือให้ดึงใบหูออกด้านข้างเบา ๆ นับ 1-3 แล้วค่อย ๆ ปล่อยมือออกค่ะ

ช่วยเรื่อง : นอกจากจะช่วยให้รู้สึกสบายและผ่อนคลายแล้ว ยังสามารถช่วยบำรุงไตให้ไตแข็งแรงอีกด้วย

5. นวดเปลือกตา

นวดกดจุด


ต่อมาคือการนวดเปลือกตานั่นเองค่ะ แน่นอนว่าสาวออฟฟิศทุกคนใช้สายตาในการทำงานเป็นหลักอยู่แล้ว เอาจริง ๆ ก็ไม่ใช่แค่สาวออฟฟิศหรอก แต่เราทุกคนใช้สายตากันทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการดูทีวีนาน ๆ จ้องโทรศัพท์นาน ๆ หรือทำงานฝีมืออะไรต่าง ๆ เพราะฉะนั้นการนวดดวงตาก็สำคัญเหมือนกันนะ

ขั้นตอนการนวด : ให้ใช้ปลายนิ้วโป้งกดตรงเปลือกตาช่วงหัวตา กดค้างไว้นับ 1-6 เสร็จแล้วค่อย ๆ ผ่อนน้ำหนักออกค่ะ แต่บอกก่อนว่าอย่ากดน้ำหนักแรงเกินไปนะ เพราะช่วงดวงตาคนเราจะบอบบางเป็นพิเศษ

ช่วยเรื่อง : ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายสำหรับผู้ที่ใช้สายตาอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ

6. นวดหนังศีรษะ

นวดกดจุด


เวลาเราทำงานหนัก ๆ หรือโฟกัสที่อะไรนาน ๆ มักจะทำให้เราเกิดอาการสมองตื้อ คิดอะไรไม่ออกบ้างอะไรบ้าง นั่นอาจเป็นเพราะเราใช้สมองมากเกินไปจนเกิดอาการเหนื่อยล้า เลือดไม่ไหลเวียนขึ้นไปเลี้ยงสมองแล้ว ทำให้เป็นที่มาของอาการที่เค้าเรียกว่าเครียดจนผมร่วงนั่นเอง!

ขั้นตอนการนวด : เริ่มจากใช้มือสอดเข้าไปในเส้นผมชิดติดหนังศีรษะ ค่อยๆ กำมือค้างไว้จนรู้สึกตึงที่ศีรษะ นับ 1-3 แล้วเปลี่ยนตำแหน่งไปเรื่อยๆ จนทั่วศีรษะ

ช่วยเรื่อง : กระตุ้นระบบการไหลเวียนเลือด และทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้มากขึ้น ทำให้ระบบประสาทตื่นตัว แถมช่วยลดอาการผมร่วงได้ด้วยนะ

7. นวดหัวคิ้วทั้งสองข้าง

นวดกดจุด


การนวดหัวคิ้วทั้งสองข้างหรือที่เค้าเรียกกันว่า นวดบริเวณตาที่สาม เป็นการนวดกดจุดเพื่อผ่อนคลายอย่างหนึ่ง ที่ช่วยเรื่องความเครียด ความกดดันจากหน้าที่การงานหรือหัวหน้าได้เลยนะ ใครที่เข้าประชุมนาน ๆ แล้วปวดหัว ออกจากห้องประชุมมาปุ๊ป ให้ลองนวดบริเวณหัวคิ้วทั้งสองข้างคลายเครียดกันเถอะ

ขั้นตอนการนวด : วิธีการนวดคือให้กดลงปลายนิ้วโป้งทั้ง 2 ข้าง ลงไปที่หัวคิ้วเบา ๆ แล้วค้างไว้ประมาณ 1 นาที

ช่วยเรื่อง : การนวดจุดนี้จะช่วยบรรเทาอาการปวดหัว ความกดดัน ความเมื่อยล้าที่เรื้อรัง และความเครียดได้ค่ะ

8. นวดระหว่างเส้นเอ็นข้อมือ

นวดกดจุด


หลายคนอาจสงสัยว่าการนวดระหว่างเส้นเอ็นข้อมือนี่มันคือยังไงนะ จุดนี้เค้าเรียกกันว่าเป็นจุด The Pericardium Point ค่ะ มันคือจุดที่อยู่บริเวณปลายแขนเรา ห่างจากข้อมือขึ้นมาประมาณ 3 นิ้วมือ อยู่บริเวณตรงกลางระหว่างเส้นเอ็นทั้งสองเส้นฝั่งนั่นเอง!  

ขั้นตอนการนวด : เริ่มจากการหาจุด The Pericardium Point เสร็จแล้วกด และนวดลงไปด้วยความแรงปานกลางทิ้งไว้สัก 4-5 วินาที

ช่วยเรื่อง : การนวดกดจุดบริเวณนี้จะช่วยปลดปล่อย ทั้งอาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน และอาการเมารถได้ด้วยนะ

9. นวดหลังข้อเท้า

นวดกดจุด


อาการออฟฟิศซินโดรม อย่างการปวดหลัง เจ็บไหล่ เมื่อยคอ นี่ไม่ได้แก้ด้วยการนวดหลังได้อย่างเดียวนะ แต่การนวดหลังข้อเท้านี่ก็ช่วยค่ะ จุดที่ต้องนวดจะอยู่ระหว่างตาตุ่ม กับเอ็นร้อยหวายด้านหลังของข้อเท้าเรานั่นเองงง! นั่งทำงานไปมืออีกข้างก็จับข้อเท้านวดวน ๆ ไปก็ได้นะคะ

ขั้นตอนการนวด : ให้กางนิ้วชี้และนิ้วโป้งออกจากกัด แล้วจับบริเวณหลังข้อเท้า จากนั้นกดลงน้ำหนักมือลงไปให้พอดีมือ ทิ้งไวเประมาณ 1 นาทีค่ะ

ช่วยเรื่อง : การนวดกดจุดบริเวณนี้ จะช่วยบรรเทาอาการเจ็บไหล่ เจ็บหลัง และเจ็บคอค่ะ

10. นวดระหว่างนิ้วโป้งกับนิ้วชี้

นวดกดจุด

เชื่อว่าสาว ๆ ที่ไม่ได้มีความรู้เรื่องการนวดกดจุดแก้ออฟฟิศซินโดรม คงจะไม่รู้แน่ ๆ ว่าเค้ามีการนวดบริเวณหลังเท้าแบบนี้ด้วย! จุดที่ว่านี้อยู่ตรงบริเวณกึ่งกลางของนิ้วโป้งและนิ้วชี้เท้าค่ะ โดยขยับสูงขึ้นมาประมาณ 3.8 เซนติเมตร บอกเลยว่าจุดนี้เป็นบริเวณที่ได้รับความนิยมในการนวดกดจุดมากกกก

ขั้นตอนการนวด : ใช้นิ้วโป้งกดค้างไว้ที่บริเวณจุดหลังเท้า ระหว่างนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ กดทิ้งไว้สัก 1 นาทีค่ะ

ช่วยเรื่อง : แก้อาการปวดหัว ความอ่อนล้าของดวงตา อาการปวดเท้า แล้วยังช่วยพัฒนาเรื่องของการมีสมาธิได้ด้วยนะคะ

เอาล่ะค่ะ สาว ๆ ออฟฟิศทั้งหลายก็ได้รู้วิธีการนวดกดจุดในแบบต่าง ๆ กันไปทั้งหมด 10 ท่าแล้ววว หวังว่าสาวออฟฟิศทุกคนจะกดแชร์และนำไปใช้นวดกันนะ เพราะสมัยนี้คนป่วยเป็นโรคออฟฟิศซินโดรมกันเยอะมากเว่อร์ ทางที่ดีควรทำงานแบบไม่หักโหม คอยสังเกตสภาพร่างกายอยู่ตลอด เพราะถ้าทำงานหนักไปจะเกิดอาการป่วยได้ง่าย ไม่คุ้มกันหรอกเนอะ!

บทความอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์สำหรับสาวออฟฟิศ