เคยสงสัยไหมคะว่าทำไมเพื่อนบางคนแค่สระผมธรรมดา ๆ แต่ผมกลับเงา มีวอลลุ่มดูแพง ส่วนเราทำเหมือนกันเป๊ะ ๆ แต่ผมยังลีบ แห้ง หรือชี้ฟู? อาจเป็นเพราะ “วิธีสระผม” ของเราไม่เหมาะกับ ประเภทเส้นผมของตัวเองนั่นเองค่ะ
การสระผมที่ถูกต้องไม่ใช่แค่ต้องล้างให้สะอาดนะคะ แต่ต้องรู้จักหนังศีรษะและเส้นผมของตัวเองก่อน เช่น ผมมันกับผมแห้งต้องการวิธีการและผลิตภัณฑ์ที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง ถ้าเลือกผิดบ่อย ๆ ต่อให้สระบ่อย หรือซื้อแชมพูแพงหน่อยก็อาจจะยิ่งทำให้ปัญหารุนแรงขึ้นได้ค่ะ
วันนี้ Wongnai Beauty เลยจะพามาดู 4 ประเภทเส้นผมที่เจอบ่อย และขยายรายละเอียดวิธีสระผมที่ถูกต้องให้เลยค่ะ ตั้งแต่ลักษณะ สาเหตุ วิธีสระที่เหมาะสม ความถี่ที่ควรทำ ผลิตภัณฑ์/ส่วนผสมที่ควรเลือก นอกจากนี้ยังมี 5 ทริคผมสวยฉบับพสจีน แบบละเอียดยิบ มาเสริมให้ด้วยนะคะรับรองทำตามได้จริง ปรับได้ตามสภาพผมแต่ละคนเลยแน่นอน ว่าแล้วก็อย่ารอช้าไปอ่านต่อกันได้เลยค่า ~
ลักษณะเส้นผมทั้ง 4 แบบและวิธีการสระที่เหมาะสม

1. ผมมันและหนา
ผมแบบนี้มีเส้นผมค่อนข้างใหญ่ค่ะ (Diameter สูง) และปริมาณผมต่อพื้นที่มาก ทำให้ภาพรวมดูหนา หนังศีรษะมีการผลิตซีบัม (น้ำมันธรรมชาติ) ค่อนข้างมาก บางคนมีรูขุมขนใหญ่หรือฮอร์โมน/พันธุกรรมทำงานชัด ผิวหนังศีรษะจึงมันเร็วค่ะ บางครั้งมีปัญหารังแคร่วมด้วย ความรู้สึกคือผมหนัก เปื้อนง่าย และหากใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีการเคลือบหนัก ๆ (เช่น ซิลิโคนมาก) จะยิ่งทำให้เส้นผมยิ่งเก็บคราบและดูมันเร็วยิ่งขึ้นค่ะ
ปัจจัยที่มักทำให้ผมมันมากขึ้น
- สระด้วยน้ำร้อนจัด-> กระตุ้นต่อมไขมันให้ยิ่งผลิตผมมันมากขึ้น เพิ่มความคันไปอีกค่ะ
- ขัดหนังศีรษะแรงเกินไป -> กระตุ้นความมันมากขึ้น
- ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีซิลิโคน/สารที่ทำให้ผมนุ่มขึ้นมากเกินพอดี -> เกิดการตกค้างของสาร ทำให้ผมมันค่ะ
- ฮอร์โมน เช่น ช่วงประจำเดือน หรือความเครียด -> เพิ่มการผลิตน้ำมันค่ะ
ความถี่การสระ
แนะนำวันเว้นวัน ประมาณ 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ค่ะ หากออกกำลังกายหรือเหงื่อออกมาก ถึงสระทุกวันได้ แต่ปรับผลิตภัณฑ์ไม่ให้รุนแรงเกินไปค่ะ เพราะถ้าสระบ่อยเกินไปด้วยแชมพูที่มีสารชะล้างเข้มข้น (เช่น SLS) จะทำให้หนังศีรษะแห้งชั่วคราวค่ะ ร่างกายจึงชดเชยโดยผลิตน้ำมันมากขึ้น ทำให้วนลูปผมมันเร็วขึ้น ถ้าสระวันเว้นวันด้วยแชมพูอ่อน ๆ ที่ควบคุมความมัน จะช่วยคุมสมดุลได้ดีกว่าค่ะ
สเต็ปการสระที่แนะนำสำหรับคนผมมันและหนา (step-by-step)
- ชโลมน้ำอุ่นระดับอ่อน (ไม่ร้อน) ให้เปียกทั่วศีรษะ — น้ำอุ่นช่วยละลายคราบน้ำมันส่วนเกิน
- ใช้ปริมาณแชมพูพอเหมาะ (ไม่ต้องเยอะ) — ถ้าผมหนามากใช้ปริมาณมากขึ้นเล็กน้อยแต่เน้นนวดที่หนังศีรษะนะคะ
- สระรอบแรก เพื่อล้างเหงื่อ/ฝุ่น — ล้างออกให้เกลี้ยง แล้วพัก 10–20 วินาที
- สระรอบสอง ใช้แชมพูเท่าเดิม นวดเบา ๆ ด้วยปลายนิ้วเป็นวงกลม 60–90 วินาที เพื่อกระจายแชมพูให้ทั่วและล้างซีบัมคาบน้ำมันเก่าออกค่ะ
- แล้วล้างออกด้วยน้ำอุณหภูมิปานกลาง และเช็กว่าฟองออกหมดจริง ๆ
- ต่อด้วยคอนดิชันเนอร์ ให้ลงเฉพาะช่วงกลางถึงปลายผม ไม่แตะรากหนังศีรษะ
- ล้างคอนดิชันเนอร์ออกให้สะอาด เพื่อไม่ให้มีสิ่งตกค้างทำให้หนังศีรษะมัน
แชมพู / ส่วนผสมที่ควรมองหา
- ควรเลือกแชมพูสูตร Balance / Oil Control / Clarifying (แต่ไม่รุนแรงเกินไป)
- มองหาสารที่ช่วยย่อยไขมันหรือควบคุมความมัน เช่น Salicylic acid (ช่วยผลัดและทำความสะอาดรูขุมขน), Zinc pyrithione (ช่วยเรื่องรังแค), Centella/Green tea extracts (บรรเทาอักเสบ)
- หรือสูตรที่โฟมดีล้างสะอาดแต่มีมอยซ์เจอร์เพื่อไม่ให้หนังศีรษะแห้งจนกระตุ้นการผลิตน้ำมัน
- ควรหลีกเลี่ยงแชมพูที่มีซิลิโคนหนา (Dimethicone) ในความเข้มข้นสูง
- หรือหลีกเลี่ยงสารเติมความหนืดหรือรีเทนชันที่ตกค้างบนเส้นผม เพราะหากใช้สารที่เคลือบเส้นผมมาก ๆ จะทำให้สิ่งสกปรกและน้ำมันเกาะได้ง่าย หนังศีรษะก็จะยิ่งพยายามผลิตน้ำมันมากขึ้นนั่นเองค่ะ
2. ผมเส้นเล็กและแห้ง
ผมเส้นเล็ก (Fine Hair) หมายถึงแต่ละเส้นมีเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กค่ะ ทำให้ปริมาณเส้นต่อพื้นที่อาจดูน้อยกว่าและลีบแบนง่าย โดยเฉพาะถ้าขาดความชุ่มชื้น ปลายจะแตกง่าย เกล็ดผมเปิดง่ายจากความร้อน/สารเคมี ทำให้ผมดูหมอง และไม่เงาค่ะ
ปัจจัยที่ทำให้ผมแห้ง:
- เป่า/หนีบร้อนบ่อย การฟอกสี
- การโดนยูวีบ่อย สภาพอากาศแห้ง
- ไม่นวดหรือใช้ครีมบำรุงให้เพียงพอ
ความถี่การสระ
แนะนำ: 2–3 ครั้ง/สัปดาห์ ก็เพียงพอค่ะ เพราะการสระบ่อยเกินไปจะชะล้างน้ำมันตามธรรมชาติที่เคลือบเส้นผม ทำให้ผมยิ่งแห้งและเกล็ดผมเปิดง่าย ควรใช้แชมพูที่ให้ความชุ่มชื้น แต่ไม่หนักจนทำให้ผมลีบนะคะ
สเต็ปการสระที่แนะนำสำหรับคนผมเส้นเล็กและแห้ง (step-by-step)
- แปรงหวีผมก่อนเปียก เพื่อเอาเซลแห้งตายและไขมันเล็กน้อยออกก่อนสระค่ะ
- ชโลมน้ำอุ่นอ่อน ๆ
- ใช้แชมพูแบบมอยส์เจอไรซิ่ง ปริมาณเล็กน้อย นวดเบา ๆ เน้นหนังศีรษะแล้วชะล้าง
- ให้ครีมนวด/ทรีตเมนต์ ลงกลาง-ปลายผม ทิ้งเวลา 2–5 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็นเพื่อช่วยปิดเกล็ดผมค่ะ
- ทรีตเมนต์ลึก (Deep conditioning) 1 ครั้ง/สัปดาห์ — อบไอน้ำหรือใช้หมวกอาบน้ำร้อนแบบประคบร้อนเบา ๆ เพื่อช่วยให้สารบำรุงซึมเข้าได้ง่ายค่ะ
แชมพู / ส่วนผสมที่ควรมองหา
- แชมพูที่ช่วยเพิ่มวอลลุ่มของผม และเป็น Moisturizing ไปในตัว
- มีส่วนผสมของ Argan oil, Shea butter, Keratin, Silk protein, Hyaluronic acid (โมเลกุลเล็กที่ดึงน้ำ), และ Panthenol (B5) เพิ่มความชุ่มชื้นและซ่อมแซมเส้นผมที่แห้งค่ะ
- ควรหลีกเลี่ยงส่วนผสมที่มีแอลกอฮอล์ในปริมาณสูง เพราะทำให้ผมแห้งขึ้นค่ะ
3. ผมเส้นเล็กและมัน
ผมเส้นเล็กและมันจะมีปัญหาคล้ายผมมันแต่หนักกว่า เพราะเส้นผมเล็กทำให้ลีบแบนง่าย ดูเหมือนไม่มีวอลลุ่ม ทำให้คนที่มีผมแบบนี้รู้สึกว่าผมไม่สวยแม้เพิ่งสระ บางคนทิ้งคราบผลิตภัณฑ์ไว้ทำให้ผมยิ่งลีบค่ะ
ความถี่การสระ
แนะนำ วันเว้นวันหรือสระทุกวัน (ถ้ามีเหงื่อเยอะ) แต่ต้องเลือกแชมพูอ่อน ๆ ที่ไม่ทิ้งคราบ เพราะผมเส้นเล็กต้องการสมดุลค่ะ ต้องล้างความมันส่วนเกินออก แต่ไม่ทำให้หนังศีรษะแห้งเกินจนกระตุ้นการผลิตน้ำมันค่ะ
สเต็ปการสระที่แนะนำสำหรับคนผมเส้นเล็กและมัน (step-by-step)
- ชโลมน้ำก่อน ให้เปียกทั่วเพื่อให้แชมพูขึ้นฟองได้ดีขึ้น
- สระสองรอบ รอบแรกล้างสิ่งสกปรก รอบสองเน้นนวดให้ทั่ว ล้างออกจนฟองหมด
- คอนดิชันเนอร์เฉพาะปลาย ให้ล้างออกด้วยน้ำอุณหภูมิปานกลาง
- ถ้าจำเป็นให้ใช้ Dry Shampoo ระหว่างวันเพื่อเพิ่มวอลลุ่มให้อยู่ทั้งวันได้
แชมพู / ส่วนผสมที่ควรมองหา
- เลือกแชมพูสูตรเพิ่มวอลลุ่ม (Volumizing Shampoo) หรือสูตรควบคุมความมันที่ให้ความรู้สึกเบา ไม่เคลือบเส้นผมมากเกินไป
- ควรเลือกแชมพูที่มี เปปเปอร์มินต์, น้ำมันทีทรี, กรดซิตริก เพื่อทำให้หนังศีรษะรู้สึกสะอาดและช่วยควบคุมความมัน
4. ผมเส้นใหญ่และหยักศก
ผมเส้นใหญ่ (Coarse) และมีลอน/หยักศก มักจะมีปัญหาแห้งเพราะน้ำมันจากหนังศีรษะไม่สามารถเดินทางลงไปถึงปลายได้เต็มที่ค่ะ ทำให้เส้นผมฟูและเปราะง่าย และความหยิกยิ่งทำให้เกล็ดผมไม่เรียบ เงาน้อยกว่า และต้องใช้เวลาในการจัดทรงมากกว่าปกติค่ะ
ความถี่การสระ
ควรสระผมเพียง 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ค่ะ เพื่อให้ความมันธรรมชาติหล่อเลี้ยงเส้นผมไว้ด้วย ใช้น้ำอุ่นอ่อน ๆ และตามด้วยคอนดิชันเนอร์หรือทรีตเมนต์ทุกครั้ง เพื่อให้ผมลอนอยู่ทรงและนุ่มขึ้นนะคะ
สเต็ปการสระที่แนะนำสำหรับคนผมเส้นใหญ่และหยักศก (step-by-step)
- ก่อนสระ อาจ Pre-oil หมักเฉพาะปลาย 10–30 นาที กับออยล์เบา ๆ เช่น Jojoba หรือ Argan (ไม่ต้องล้างออกทั้งหมด)
- สระต่อด้วยแชมพูที่ช่วยเติมความชุ่มชื้น หรือ Sulfate-Free เพื่อไม่ดึงความชุ่มชื้นออกจากเส้นผม
- ใช้คอนดิชันเนอร์เข้มข้น ลงกลางถึงปลายผม ทิ้งเวลา 3–5 นาทีค่ะ
- ต่อด้วยมาส์ก/ทรีตเมนต์ 1 ครั้ง/สัปดาห์ เพื่อเติมน้ำมันและโปรตีนที่ขาดหายค่ะ
แชมพู / ส่วนผสมที่ควรมองหา
- เลือกแชมพูสูตรชุ่มชื้นสูง หรือสูตรสำหรับผมหยิกโดยเฉพาะ เพื่อให้เส้นผมไม่ฟูและคงลอนสวย
- ควรเลือกแชมพูที่มี น้ำมันโจโจบา, น้ำมันมะพร้าว, น้ำผึ้ง, กลีเซอรีน เพื่อช่วยเคลือบเส้นผมและล็อกความชุ่มชื้น
เสริมด้วย 5 Tips ผมสวยฉบับพสจีน
1. ใช้เซรั่มออยล์หมักผม 10–15 นาทีก่อนสระ (Pre-wash Oil Treatment)
การหมักผมด้วยออยล์ก่อนสระ (Pre-wash Oil Treatment) มีเป้าหมายหลักคือ การสร้างชั้นป้องกัน ให้เส้นผมไม่สูญเสียความชุ่มชื้นระหว่างการสระค่ะ โดยเฉพาะเมื่อต้องใช้แชมพูทำความสะอาดที่อาจดึงน้ำมันออกจากเส้นผมมาก ตัวออยล์จะช่วยเคลือบเกล็ดผม (cuticle) ลดการเสียดสี และทำให้สารชะล้างออกจากเส้นผมได้โดยไม่ดึงเอาน้ำมันจากภายในเส้นผมออกไปนั่นเองค่ะ
2. หลังสระผม ให้พันด้วยผ้าขนหนูก่อนเป่า: ซับเบา ๆ ก่อน ไม่ถูแรง
ผ้าขนหนูปกติเวลาถูแรง ๆ จะเกิดการเสียดสีระหว่างเส้นผม ทำให้เกล็ดผมเปิดและผมแตกปลายง่ายขึ้นค่ะ โดยเฉพาะผมเปียกที่เสี่ยงขาดง่ายกว่าปกติ การพันผ้าและซับแบบเบา ๆ จะช่วยลดแรงเสียดสี ป้องกันการแห้งแตกเส้นผม และลดการฟูได้มากขึ้นด้วยค่ะ
3. เป่าผมด้วยลมเย็น หลีกเลี่ยงความร้อนจัด
ความร้อนจัดจากไดร์หรือเครื่องหนีบจะเปิดเกล็ดผม ทำให้โปรตีนในเส้นผมสลาย แล้วทำให้เกล็ดผมแตกค่ะ ส่งผลให้ผมแห้งและเสียเมื่อใช้บ่อย การเป่าด้วยลมเย็นหรือลมอุ่นระดับต่ำจะช่วยให้เกล็ดผมค่อย ๆ ปิดตัว ทำให้ผมเงางามและลดการทำลายผมค่ะ
4. หมักผมและอบไอน้ำบำรุงผมล้ำลึกสัปดาห์ละครั้ง (Deep Conditioning + Steam Treatment)
การบำรุงด้วยทรีตเมนต์แบบล้ำลึก (Deep Conditioning) ช่วยให้สารบำรุงเส้นผม เช่น น้ำมันธรรมชาติ, โปรตีน, และมอยซ์เจอร์ซึมเข้าสู่แกนผมได้ดีขึ้นค่ะ ส่วนการอบไอน้ำจะช่วยเปิดเกล็ดผมเล็กน้อย ทำให้ส่วนผสมบำรุงเข้าไปได้ลึกขึ้นและเมื่อเย็นลงเกล็ดจะปิดล็อกสารบำรุงไว้ได้ดีขึ้นค่ะ แล้วก็เป็นการช่วยฟื้นฟูผมเสีย เติมสารอาหารให้ผมกลับมามีชีวิตชีวาอีกด้วยค่ะ
5. หวีผมก่อนนอนทุกวัน
การหวีผมก่อนนอนจะช่วยกระจายน้ำมันธรรมชาติจากโคนไปสู่ปลายผมมากขึ้นค่ะ ทำให้ผมได้รับการหล่อลื่นตามธรรมชาติ นอกจากนี้การหวีหรือมัดผมแบบหลวม ๆ ก่อนนอนจะลดการพันกัน และลดการเสียดสีขณะนอนหลับ ทำให้ตื่นมาผมนุ่มกว่า ไม่ชี้ฟูเด้งค่ะ
สรุปแล้ว การดูแลผมแบบพสจีนไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิดเลยเห็นมั้ยละคะ แค่เริ่มจากใส่ใจตั้งแต่การสระผม เลือกแชมพูและทรีตเมนต์ที่เหมาะกับเส้นผม บำรุงหนังศีรษะและหมักผมอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งดูแลสุขภาพจากภายในด้วยอาหารและการพักผ่อนที่เพียงพอ เพียงเท่านี้ผมก็จะกลับมาสวย เงางาม และมีชีวิตชีวาแบบธรรมชาติได้ไม่ยากเลยค่ะ ลองค่อย ๆ ปรับนิสัยการดูแลผมทีละนิด แล้วคุณจะรู้สึกได้เลยว่าผมสุขภาพดีขึ้นจนใครเห็นก็ต้องทัก แถมยังสนุกกับการบำรุงผมแบบเป็นกิจวัตรประจำวันที่ทำให้ทุกวันเป็นวันผมสวยของคุณค่ะ!
.
อ่านบทความสนุก ๆ ทริคดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ :


