แชร์! เทคนิค “กดจุดคลายเครียด” จินชินจีอัตสึ แบบญี่ปุ่นโบราณใน 5 นาที!
  1. แชร์! เทคนิค “กดจุดคลายเครียด” จินชินจีอัตสึ แบบญี่ปุ่นโบราณใน 5 นาที!

แชร์! เทคนิค “กดจุดคลายเครียด” จินชินจีอัตสึ แบบญี่ปุ่นโบราณใน 5 นาที!

อยากหายเครียดทันใจ ลองวิธี "กดจุดคลายเครียด" จินชินจีอัตสึ ศิลปะการกดจุดจากญี่ปุ่นที่ช่วยบำบัดอารมณ์ กระตุ้นสุขภาพให้ดีขึ้น!
writerProfile
3 ธ.ค. 2020 · โดย

หลายคนคงเคยได้ยินมาบ้างแล้วว่าการกดจุดมือจะช่วยแก้อาการ และช่วยดูแลสุขภาพภายในได้ เพราะเกี่ยวข้องกับอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย แต่รู้ไหมคะว่าศาสตร์การนวดกดจุดแบบญี่ปุ่น จินชินจีอัตสึ หรือ Jin Shin Jyutsu นอกจากจะนวดเพื่อให้รู้สึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อแล้ว ยังลดความเครียดได้ด้วย รวมถึงช่วยการทำงานของระบบไหลเวียนเลือดจนอยากบอกต่อมาก ๆ เลยว่า ทำง่ายแต่แฮปปี้มากเว่อร์

นิ้วมือกับอารมณ์นั้นเกี่ยวข้องกัน!

กดจุดมือคลายเครียดแบบญี่ปุ่นโบราณ

ก่อนอื่นอยากให้เข้าใจก่อนว่าจุดแต่ละจุดบนฝ่ามือของเรานั้นมีความสำคัญในศาสตร์การนวดมาก ๆ เพราะสัมพันธ์กันกับอารมณ์และสุขภาพ โดยในฝั่งของญี่ปุ่น ศาสตร์สัมผัสบำบัดจินชินจีอัตสึเองนั้นจะเกี่ยวข้องกับการรักษาด้วยการใช้ธรรมชาติในร่างกายของเรา ขออธิบายคร่าว ๆ ก่อนที่เราจะไปลงลึกกันต่อจากคุณ Jennifer Bradley ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์จินชินจีอัตสึ อธิบายว่า นิ้วแต่ละนิ้วเป็นตัวแทนความรู้สึกของเรา ไม่ว่าจะเป็นความกังวล ความกลัว อารมณ์โกรธ อารมณ์เศร้า และการเสแสร้ง ยกตัวอย่างเช่นเด็กที่ชอบอมนิ้วมือตัวเอง การกอดอกเมื่อรู้สึกโกรธ การเอามือเท้าคางเวลาใช้ความคิด สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นอยู่แล้วว่าการสัมผัสร่างกายสัมพันธ์กับพลังงานในร่างกายของเรา โดยเฉพาะกับระบบประสาทที่มีจุดศูนย์รวมอยู่ที่นิ้วมือกับนิ้วเท้า 

เพราะแต่ละนิ้วก็สัมพันธ์กับระบบในร่างกายด้วย!

กดจุดมือคลายเครียดแบบญี่ปุ่นโบราณ

โดยเริ่มตั้งแต่...

  • นิ้วโป้ง - สัมพันธ์กับระบบประสาท 
  • นิ้วชี้ - ระบบทางเดินอาหาร ไต กระเพาะปัสสาวะ
  • นิ้วกลาง - ระบบหมุนเวียนเลือด ตับและถุงน้ำดี
  • นิ้วนาง - ระบบขับถ่าย ปอด
  • นิ้วก้อย - แก้เครียด ความสงบ

แถมศาสตร์จินชินจีอัตสึก็ถูกจับตามองในวงการแพทย์ โดยทาง The University of Kentucky ร่วมกับ Markey Cancer Center และ Jennifer Bradley ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์จินชินจีอัตสึ ได้ทำการทดลองใช้จินชินจีอัตสึกับผู้ป่วยมะเร็งและพบว่า ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับการกดจุดด้วยจินชินจีอัตสึมีแนวโน้มที่จะตึงเครียดน้อยลง รวมถึงอาการเจ็บปวดจากการผ่าตัดรักษา อาการปวดหลัง และปัญหานอนไม่หลับ ที่เป็นปัญหาใหญ่สำหรับผู้ป่วยมะเร็งก็ลดน้อยลงด้วย

ประวัติการกดจุดคลายเครียด ปรับสมดุลร่างกายแบบจินชินจีอัตสึ

วิธีกดจุดคลายเครียด ปรับสมดุลร่างกาย

ถ้าจะเข้าใจศาสตร์จินชินจีอัตสึมากขึ้น ต้องมารู้จักกับประวัติของเขากันก่อน โดยจินชินจีอัตสึแปลว่า "ศิลปะของผู้สร้างสรรค์โดยผ่านมนุษย์ผู้มีความรู้และความเห็นใจ" ค้นพบโดยนักปรัชญาชาวญี่ปุ่นชื่อว่า จิโร มูราอิ ที่สามารถรักษาอาการป่วยชนิดรักษาไม่หายของตัวเองได้ด้วยการทำสมาธิตามนิกายเซน และคิดว่าตัวเองจะตายหลังจากนี้ใน 7 วัน แต่เมื่อ 7 วันผ่านไปจากร่างกายที่หนาวสะท้านกลับกลายเป็นร้อนผ่าวผิดปกติและหมดสติไป เมื่อฟื้นขึ้นท่านจึงพบว่าตนหายจากอาการป่วยแล้ว จากนั้นท่านก็ได้อุทิศชีวิตกว่า 34 ปีในการศึกษา ทำสมาธิ ฝึกจิต จนกระทั่งได้ค้นพบพลังงานที่ไหลเวียนภายในร่างกายและได้ถ่ายทอดให้กับลูกศิษย์ต่อมา

ในปัจจุบัน การทำจินชินจีอัตสึได้แพร่หลายไปไกลทั่วโลกและเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวาง โดย UK HealthCare ได้นำจินชินจีอัตสึไปใช้ในการรักษาคนไข้ตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นมา แต่สำหรับเรา ๆ ก็สามารถทำได้ง่าย ๆ ที่บ้าน ทำบ่อย ๆ ได้ทุกเวลา วิธีกดจุดก็ง่ายมาก เพียงแค่...

  1. ใช้มืออีกข้างกำนิ้วมือแล้วใช้นิ้วโป้งค่อย ๆ นวดคลึงทีละนิ้วเป็นเวลา 4-5 นาที
  2. หายใจเข้า-ออกลึก ๆ ประสาทสัมผัสจะได้รับการกระตุ้น และช่วยปรับสมดุลพลังงานที่ส่งไปหล่อเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ

ถ้าประหม่า กังวลให้กดจุดนิ้วโป้ง!

กดจุดนิ้วโป้ง ลดความกังวล

นิ้วโป้ง : เชื่อมโยงกับระบบประสาท ความรู้สึกวิตกกังวล ความเครียดต่าง ๆ 

การกดจุดนิ้วโป้งช่วยอะไรบ้าง ? : ช่วยลดความเครียด ความวิตกกังวลที่เกิดขึ้นในจิตใจ 

วิธีทำ : กุมนิ้วหัวแม่มือด้วย 4 นิ้วมือ ค้างไว้อย่างนั้นประมาณ 4-5 นาที จากนั้นทำสลับข้าง ความเครียด ความวิตกกังวลที่มีอยู่จะลดลง แถมผู้ป่วยมะเร็งที่เข้ารับการบำบัดจาก Markey Cancer Center ยังคอนเฟิร์มด้วยว่า เมื่อกุมนิ้วหัวแม่มือไว้แบบนี้จะทำให้หลับง่ายขึ้นด้วยละ

รู้สึกกลัวเมื่อไหร่ ลองกดจุดนิ้วชี้ดู!

กดจุดนิ้วชี้ลดความกลัว

นิ้วชี้ : เชื่อมโยงกับความรู้สึกกลัว

การกดจุดนิ้วชี้ช่วยอะไรบ้าง ? : ช่วยในเรื่องระบบขับถ่ายโดยเฉพาะไต ช่วยลดความกลัว และอาการเจ็บปวดกล้ามเนื้อต่าง ๆ

วิธีทำ : กุมนิ้วชี้ด้วย 4 นิ้วมือ นานประมาณ 4-5 นาที จากนั้นสลับข้าง นิ้วชี้จะสัมพันธ์กับไต กระเพาะปัสสาวะ การไหลเวียนน้ำเหลืองและเคมีในร่างกาย การกดจุดมือแบบญี่ปุ่นจินชินจีอัตสึนี้จะช่วยปรับการทำงานของอวัยวะเหล่านี้ให้เกิดความสมดุล

ถ้าโกรธใครให้ลองกดจุดที่นิ้วกลาง!

กดจุดนิ้วกลางลดความโกรธ

นิ้วกลาง : เชื่อมโยงกับความรู้สึกโกรธแค้น ขุ่นเคือง ไม่พอใจ

การกดจุดนิ้วกลาง ช่วยอะไรบ้าง ? : ช่วยในเรื่องระบบหมุนเวียนโลหิต บรรเทาอาการเหนื่อยล้าได้ดี

วิธีทำ : กุมนิ้วกลางด้วย 4 นิ้วมือ นานประมาณ 4-5 นาที จากนั้นสลับข้าง นอกจากนิ้วกลางจะเป็นตัวแทนของอารมณ์โกรธแล้ว ยังสัมพันธ์กับตับและถุงน้ำดี การเคลียร์พลังงานด้วยวิธีจินชินจีอัตสึก็จะช่วยกระตุ้นการทำงานของอวัยวะเหล่านี้ให้เป็นไปอย่างเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ต้านเศร้า ด้วยการกดจุดที่นิ้วนาง!

กดจุดนิ้วนางต้านเศร้า

นิ้วนาง : เชื่อมโยงกับความรู้สึกหดหู่ ซึมเศร้า โศกสลด

การกดจุดนิ้วนางช่วยอะไรบ้าง ? : ช่วยในเรื่องของระบบการย่อยอาหาร ทั้งยังช่วยบรรเทาความเศร้าได้อีกด้วย

วิธีทำ : กุมนิ้วนางด้วย 4 นิ้วมือ นานประมาณ 4-5 นาที จากนั้นสลับข้าง นิ้วนี้จะสัมพันธ์กับระบบการย่อยอาหาร ปอด ช่วยให้ระบบหายใจคล่องตัวมากขึ้น และยังช่วยบำบัดอารมณ์เศร้าหมองด้วยนะ

เครียด ไม่ไหวแล้ว กดจุดนิ้วก้อยด่วน!

กดจุดนิ้วก้อยลดเครียด

นิ้วก้อย : เชื่อมโยงกับความรู้สึก ความภาคภูมิใจในตนเอง

การกดจุดนิ้วก้อย ช่วยอะไรบ้าง ? : ช่วยระบบประสาทและสมอง ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้ดี ทั้งยังทำให้จิตใจสงบ ผ่อนคลาย ช่วยบรรเทาความวิตกกังวล และเสริมสร้างความมั่นใจในตัวเองได้มากขึ้น

วิธีทำ : กุมนิ้วก้อยด้วย 4 นิ้วมือ นานประมาณ 4-5 นาที จากนั้นสลับข้าง นิ้วก้อยสัมพันธ์กับสมอง และทำให้รู้สึกสงบขึ้น

ปิดท้ายด้วยการใช้นิ้วหัวแม่มือกดลงที่บริเวณกึ่งกลางฝ่ามือ เพราะบริเวณกลางฝ่ามือเปรียบเสมือนอวัยวะส่วนกลางของร่างกาย เช่น กระบังลม สะดือ เพื่อช่วยปรับสมดุลในร่างกาย รวมไปถึงช่วยแก้อาการคลื่นไส้ อาเจียนได้ดี

เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับการกดจุดคลายเครียดแบบจินชินจีอัตสึที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ หวังว่าจะมีประโยชน์กับเพื่อน ๆ ทุกคน และช่วยเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยดูแลสุขภาพร่างกายองค์รวม รวมทั้งช่วยลดความเครียดในสถานการณ์ช่วงนี้ด้วยนะคะ ใครอยากรู้เรื่องอะไร หรือมีความคิดเห็นเพิ่มเติม อย่าลืมมาพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ในคอมเมนต์ Wongnai Beauty ได้เลยค่า!

อ่านบทความดี ๆ ต่อได้ที่...