เราเองก็เป็นอีกคนนึงที่ยังงง ๆ สับสนกับการฉีดวัคซีน เพราะถึงแม้ว่าจะเป็นสิ่งที่จำเป็นแต่ก็ยุ่งยากและสร้างความสับสนให้เราเสมอ อย่างบางคนโตขึ้นมาก็ไม่ได้ใส่ใจการฉีดวัคซีนแล้ว คิดว่าที่ฉีดไปครบหมดแล้วตั้งแต่ตอนเด็ก วันนี้เราเลยจัดมาให้ว่า จริง ๆ แล้วเรายังมีวัคซีนตัวไหนบ้างที่ยังไม่ได้ฉีด!!
วัคซีนสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์
ไม่รู้ใช่ไหมล่าาา ว่าตั้งแต่เราเป็นเด็กทารกในครรภ์ เราก็ต้องการวัคซีนป้องกันความพิการและโรคต่าง ๆ แล้ว อันนี้เราเลยจะมาแจกแจงให้ละเอียดหน่อย ถ้าพร้อมแล้ว มาเริ่มกันเลย!!

วัคซีนป้องกันอีสุกอีใส :
ฉีดเพื่อป้องกันไม่ให้ทารกในครรภ์ติดโรค เพราะถ้าติดโรคนี้ ทารกมีความเสี่ยงที่จะพิการ สมองฝ่อ ยิ่งถ้าติดเชื้อในช่วงที่ใกล้คลอดมีโอกาสเสี่ยงภาวะปอดอักเสบหรือระบบหายใจล้มเหลวจนเสียชีวิตทั้งแม่และลูกได้ วิธีป้องกันคือ ฉีดวัคซีนป้องกัน ก่อนตั้งครรภ์ 2 เดือน จำนวนเข็ม 2 เข็ม (ระยะเวลาฉีดห่างกัน 1 เดือน)
วัคซีนป้องกันหัด หัดเยอรมัน คางทูม :
เป็นวัคซีนรวม 3 โรคในเข็มเดียว จำเป็นต้องฉีดและควรฉีด ก่อนตั้งครรภ์ 1 เดือน จำนวน 1 เข็ม แต่ไม่ควรฉีดขณะตั้งครรภ์ เพราะอาจเกิดอันตรายกับลูกในท้องได้เช่นกัน ส่วนอันตรายที่เกิดจาก 3 โรคนี้ก็คือ อาจทำให้แท้งง่าย คลอดก่อนกำหนด รวมไปถึงทำให้ทารกเสียชีวิตในครรภ์และเกิดความพิการแต่กำเนิดได้ด้วย อย่างเช่น หูหนวก ตาบอด หัวใจและระบบประสาทผิดปกติ โดยเฉพาะโรคคางทูม ที่หากติดเชื้อตอนท้องอาจทำให้ทารกตายในครรภ์ หรือหัวใจพิการได้
วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี :
อันนี้สำหรับคุณแม่ที่ไม่เคยฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบบีมาก่อนนะ ให้รีบไปฉีดไว้เลยก่อนตั้งครรภ์ (หากตั้งครรภ์ในระยะการฉีด ควรหยุดฉีด รอให้คลอดลูกก่อนแล้วค่อยฉีดต่อ) การฉีดวัคซีนตัวนี้ก็เพื่อป้องกันอาการตับอักเสบ ตัวเหลือง ตาเหลือง อ่อนเพลีย ตับวาย และลดแนวโน้มเป็นมะเร็งตับหรือตับแข็งได้ รวมทั้งยังทำให้สุขภาพและภูมิคุ้มกันของแม่และลูกดีขึ้นด้วย วิธีฉีดคือ ฉีดทั้งหมดจำนวน 3 เข็ม โดยฉีดเข็มที่ 2 ห่างจากเข็มแรก 1 เดือน จากนั้นอีก 6 เดือนจึงฉีดเข็มที่ 3
วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก :
ที่ตัวนี้จำเป็นต้องฉีดก็เพราะว่า ถ้าหากเป็นมะเร็งระหว่างตั้งครรภ์ แล้วต้องมาฉายรังสีเพื่อทำการรักษา แน่นอนเลยว่าจะต้องส่งผลกระทบต่อชีวิตของเด็กในครรภ์ ฉะนั้นควรฉีดป้องกันไว้ก่อนตั้งครรภ์ จำนวนทั้งหมด 3 เข็ม โดยฉีดเข็มที่ 2 ห่างจากเข็มแรก 2 เดือน จากนั้นอีก 6 เดือนจึงฉีดเข็มที่ 3 อีกอย่างก็คือถ้าหากตั้งครรภ์ขึ้นมาในระยะการฉีด ควรหยุดฉีด รอให้คลอดก่อนแล้วจึงค่อยฉีดต่อ
วัคซีนป้องกันคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก :
ตัวนี้ก็เป็น 3 โรคในเข็มเดียวเช่นกัน มาแบบคุ้ม ๆ เพราะว่าโรคคอตีบมีความรุนแรงทำให้แม่และลูกหายใจไม่ออกจนเสียชีวิตได้ ส่วนไอกรนก็อันตรายต่อเด็กแรกเกิดอย่างมาก อีกอย่างก็คือบาดทะยักที่อาจทำให้เกิดการติดเชื้อระหว่างตั้งครรภ์และระหว่างคลอดด้วย ฉะนั้นการฉีดวัคซีนตัวนี้ จำนวน 1 เข็มตอนอายุครรภ์ 27-36 สัปดาห์ (7-9 เดือน) ก็จะช่วยลดความเสี่ยงได้ค่ะ
วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ :
หากเป็นโรคนี้ในช่วงที่กำลังตั้งท้อง จะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดบวม เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ หัวใจวาย เป็นเหตุให้แม่และทารกในครรภ์เสียชีวิตด้วยนะ ฉะนั้นควรฉีดวัคซีนตัวนี้ จำนวน 1 เข็ม (1 เข็ม ป้องกันได้ 1 ปี) ขณะอายุครรภ์ 27-36 สัปดาห์ (7-9 เดือน) นอกจากจะช่วยปกป้องแม่แล้ว ยังเสริมภูมิคุ้มกันให้ลูกไปอีกได้นาน 6 เดือนเลยทีเดียวค่ะ
วัคซีนสำหรับเด็กอายุ 0-12 ปี
โดยวัคซีนเด็กจะแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ วัคซีนที่จำเป็นต้องฉีดเพื่อป้องกันโรคและวัคซีนทางเลือกที่ให้เสริม จริง ๆ แต่ละปีเด็กไทยตั้งแต่แรกเกิดถึง 12 ปีจะได้สิทธิ์รับวัคซีนฟรีจากรัฐอยู่แล้ว แต่ข่าวดีก็คือ ตั้งแต่ปี 2562 นี้ กระทรวงสาธารณสุขได้บรรจุวัคซีนฮิบเป็นวัคซีนหลักที่เด็ก ๆ จะได้รับฟรีทั้ง 3 เข็ม โดยฉีดเมื่ออายุ 2, 4 และ 6 เดือนค่ะ

ผู้ใหญ่ต้องฉีดวัคซีนอะไรบ้าง ?
แล้วผู้ใหญ่อย่างเราจำเป็นต้องฉีดวัคซีนอะไรบ้าง ซึ่งในวัยนี้ก็ไม่มีอะไรใหม่มาก เพียงแต่เป็นเข็มจำเป็นที่ต้องฉีดกระตุ้นภูมิเท่านั้นเอง!

เห็นไหมคะว่า ไม่ว่าจะวัยไหน ๆ ก็มีวัคซีนที่จำเป็นต้องฉีดกันทั้งนั้น ใครที่ยังละเลยไม่ไปฉีดวัคซีนเมื่อถึงช่วงที่ต้องฉีด โดยเฉพาะไข้หวัดใหญ่แล้วล่ะก็ บอกเลยว่าผลเสียที่ตามมาไม่คุ้มเสียเลยละค่ะ ทางที่ดีป้องกันไว้ก่อนสบายใจกว่า!
อ่านบทความดูแลสุขภาพอื่น ๆ


