ร้านเปิดใหม่โดยเชฟแพม หยิบ 5 วัตถุดิบหลักของไทยมาไว้ที่ "ข้าวสารเสก"
  1. ร้านเปิดใหม่โดยเชฟแพม หยิบ 5 วัตถุดิบหลักของไทยมาไว้ที่ "ข้าวสารเสก"

ร้านเปิดใหม่โดยเชฟแพม หยิบ 5 วัตถุดิบหลักของไทยมาไว้ที่ "ข้าวสารเสก"

"ข้าวสารเสก" ร้านอาหารไทยเปิดใหม่ย่านทรงวาดโดยเชฟแพม ที่หยิบ 5 วัตถุดิบหลักของครัวไทย มารังสรรค์เป็นประสบการณ์รสชาติใหม่แต่ยังคงแก่นแท้อาหารไทยไว้อย่างครบถ้วน
writerProfile
9 มี.ค. 2026 · โดย

Wongnai Tasting ประจำเดือนพฤศจิกายน 2025 ที่ผ่านมา ทาง Wongnai เราได้พาสมาชิก Wongnai Elite User 2025 มาสัมผัสร้านอาหารไทยสไตล์ร่วมสมัย “ข้าวสารเสก (Khao San Sek)” ร้านที่ออกแบบมาให้เข้าถึงง่าย แต่ยังพิถีพิถันทั้งในเรื่องของรสชาติและการคัดเลือกวัตถุดิบ

หนึ่งในคอนเซ็ปต์หลักของร้านคือการนำวัตถุดิบ 5 อย่างของไทย ซึ่งได้แก่ ข้าว พริก มะพร้าว น้ำปลา และน้ำตาลโตนด ซึ่ง “เชฟแพม” ได้นำมาใช้เป็นแกนหลักในการสร้างสรรค์ทุกเมนู ทำให้อาหารไทยในแบบของข้าวสารเสกยังคงรากเหง้าเดิม แต่เล่าเรื่องออกมาได้น่าสนใจมากขึ้น

ร้านตั้งอยู่ย่านทรงวาดในตึกเก่าอายุราว 60 ปี ที่ผ่านการรีโนเวตโดยยังคงโครงสร้างดั้งเดิมไว้ พร้อมเติมดีเทลสมัยใหม่เข้าไป ทั้งงานออกแบบภายใน และกราฟฟิตี้หน้าร้านที่สะดุดตา เป็นการผสมผสานความเก่าและใหม่ได้อย่างกลมกลืน

ภายในร้านจัดพื้นที่แบบเล่นระดับหลายชั้น ให้บรรยากาศชิลแต่มีสไตล์ เหมาะกับทั้งมื้อพิเศษ สังสรรค์กับเพื่อน หรือพาคนสำคัญมาสัมผัสบรรยากาศอบอุ่น ดูดี และเป็นกันเองก็เหมาะมาก

1
3
2
4

ที่ข้าวสารเสกสามารถเลือกได้ทั้งแบบ à la carte (จานเดี่ยวหรือจานแชร์) และ House Menu ที่เชฟคัดสรรมาให้ เหมาะกับทั้งมื้อสบาย ๆ และมื้อสำคัญ โดยในวันนี้ทางร้านจัดชุด “วงข้าว” มาให้เราได้ลิ้มลอง ทำให้เราสามารถสัมผัสหลากหลายเมนูในมื้อเดียว เมนูวงข้าวจะเป็น Portion แบบแบ่งกันได้ 2 คนต่อ 1 เซ็ท ในนี้จะประกอบด้วยทั้งเมนูคาวและหวานครบจบ

5
6
7

ไม่รอช้า มาเริ่มที่เมนูแรกกันเลย “ปลาประจำวัน” ร้านข้าวสารเสกจะมีปลาประจำวันที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ โดยวันนี้เป็น ปลาซัมมะลายดอก แล่สด เสิร์ฟพร้อมน้ำปรุงสูตรเฉพาะจากสาโทข้าวหมัก ผสานกลิ่นตะไคร้และสมุนไพรไทย เป็นการนำเทคนิคแบบญี่ปุ่นมาผสมกับรสชาติไทยได้อย่างลงตัว ต่อให้จะดิบแต่เนื้อปลาไม่มีกลิ่นคาวเลย ซึมซับรสเปรี้ยวสดของมะนาวและกลิ่นสมุนไพรได้พอดี ให้รสชัดเจนแต่เบาสบาย กินง่าย และยังคงเสน่ห์ความเป็นไทยได้ครบถ้วน

8
ปลาประจำวัน

ต่อกันด้วยเมนูพริกแกงปูรสจัดจ้าน เผ็ดกำลังดี ได้เนื้อปูแบบเต็มคำ เสิร์ฟคู่ผักพื้นบ้านหลากชนิดที่สามารถเติมได้ไม่อั้น จานนี้ให้ความสมดุลทั้งรสชาติและความสดของผัก ไม่เข้มข้นเกินไป

9
10

ตามมาด้วยเมนูปลาดุกย่างยำยอดกระถิน ทางร้านใช้ปลาดุกย่างหอม หนังกรอบ เนื้อนุ่ม เสิร์ฟบนยำยอดกระถินที่เครื่องแน่น น้ำยำได้ความเปรี้ยวสดชื่นจากตะลิงปลิงตามธรรมชาติ รสชาติชัดเจนถึงเครื่อง ให้ทั้งความจัดจ้านและความสด ปลาดุกไม่มีกลิ่นคาวเลย เมนูนี้เป็นอีกเมนูที่ถ่ายรูปออกมาสวยงามมาก ใครสายคอนเทนต์เตรียมถ่ายรูปได้เลย

11
ปลาดุกย่างยำยอดกระถิน

เติมความเข้มข้นกันด้วยมัสมั่นซี่โครงแกะเม็ดกระบก เมนูนี้เป็นเมนูที่ใช้วัตถุดิบพื้นเมืองอย่าง เม็ดกระบก ช่วยเพิ่มกลิ่นรสเฉพาะตัว ซี่โครงแกะตุ๋นจนเนื้อนุ่ม ให้รสแกะชัดเจน แต่ถูกบาลานซ์ด้วยเครื่องเทศมัสมั่นที่เข้ม ลึก และหอม น้ำแกงไม่เติมน้ำมันเพิ่ม ใช้น้ำมันธรรมชาติจากตัวแกะ ทำให้รสสัมผัสกลมกล่อม ไม่เลี่ยน เป็นจานที่สะท้อนการผสมผสานอาหารไทยกับวัตถุดิบท้องถิ่นได้อย่างโดดเด่น

12
13

มากันที่เมนูผัดกันบ้างกับ"ดอกหอมสะดุ้งเคยกากหมูกรอบ" ตัวดอกหอมผัดไฟแรงจนได้ความกรอบและกลิ่นกระทะชัด ผสมกับเคยและกากหมูกรอบที่ให้รสเค็มนัวกำลังดี เป็นเมนูที่โดดเด่นทั้งกลิ่นและเนื้อสัมผัส เมื่อกินคู่กับข้าวจะยิ่งพอดี ให้รสแบบไทย ๆ ที่เรียบง่ายแต่มีเสน่ห์ และสะท้อนความตั้งใจของร้านในการยกระดับวัตถุดิบพื้นบ้านได้อย่างชัดเจน ตัวข้าวของที่ร้านหรือ "ข้าวประจำวัน" ทางร้านจะใช้ข้าวหอมมะลิแดงจากนราธิวาส เมล็ดนุ่ม มีกลิ่นหอมของข้าวไทย ช่วยเสริมรสให้ทุกเมนูกลมกล่อมขึ้น โดยเฉพาะเมื่อกินคู่กับอาหารรสจัดของร้าน

14
ดอกหอมสะดุ้งเคยกากหมูกรอบ
15
ข้าวประจำวัน

ตามมาด้วยเมนูที่ยกให้เป็นเมนูโปรดที่ไม่ว่าถามใครก็บอกว่าประทับใจสุด ๆ กับเมนู "ซี่โครงหมูซอสสามเกลอน้ำตาลโตนด" ทางร้านใช้ซี่โครงอ่อนตุ๋นจนเนื้อนุ่ม ราดด้วยซอสสามเกลอให้น้ำรสเข้มข้น หวานเค็มพอดีไม่โดดจนเกินไป

16
ซี่โครงหมูซอสสามเกลอน้ำตาลโตนด

และตบท้ายเมนูของคาวด้วย"แกงกำสรวลกระดูกใบพาย (แกงรัญจวน)" ที่ใช้น้ำซุปจากกะปิและเคย กระดูกหมูส่วนใบพายนุ่ม น้ำซุปคล่องคอ หอมกลิ่นเคยชัดเจน รสกลมกล่อมไม่เค็ม จานนี้ช่วยตัดรสและบาลานซ์ภาพรวมของมื้อได้ดี ทำให้กมื้อนี้ไม่หนักจนเกินไป

17
แกงกำสรวลกระดูกใบพาย (แกงรัญจวน)

จบด้วยเมนูของหวานปิดท้าย "ขนมป๋าถ้วยซอสตาลโตนด" เสิร์ฟพร้อมขนมลา สไตล์ขนมใต้แท้ ๆ เนื้อสัมผัสคล้ายขนมตาล นุ่มละมุน ไม่หวานจัด แต่หอมกลิ่นน้ำตาลโตนดชัดเจน ให้รสชาติแบบไทยดั้งเดิม เป็นของหวานที่ช่วยปิดมื้อได้อย่างน่าประทับใจ

ครบทุกเมนูสำหรับเมนูวงข้าวเรียบร้อยแล้ว ใครที่ชื่นชอบอาหารไทยรสเข้มข้น จัดจ้าน แต่มีการนำเสนอร่วมสมัย และใส่ใจในวัตถุดิบท้องถิ่นอย่างพิถีพิถัน ร้าน "ข้าวสารเสก" เป็นอีกหนึ่งร้านที่ไม่ควรพลาด

สำหรับกิจกรรม Wongnai Tasting รอบนี้ก็จบลงแล้ว ขอขอบคุณร้าน Khao San Sek (ข้าวสารเสก) ที่ยินดีเข้าร่วมกิจกรรม Wongnai Tasting เพื่อเสิร์ฟมื้อพิเศษในครั้งนี้ หากใครสนใจอยากเป็นส่วนหนึ่งของ Wongnai Community หรือร่วมกิจกรรมดี ๆ แบบนี้ที่จัดขึ้นทุกเดือน สามารถเริ่มต้นได้ง่าย ๆ เพียงรีวิวอาหาร สถานที่ หรือโรงแรมอย่างสม่ำเสมอและมีคุณภาพ ก็มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษกับทาง Wongnai แบบนี้ อย่าลืมมาแบ่งปันประสบการณ์ก่อนกินกับ Wongnai กันนะคะ

ร้านต่อไปทาง Wongnai จะพา Elite Users ไปลองร้านไหนต่อ รอติดตามชมกันได้ในครั้งหน้านะคะ 💙