Wongnai บอกต่อ! ส่องทำเลทองสำหรับเปิดร้านอาหาร ในปี 2018
Wongnai บอกต่อ! ส่องทำเลทองสำหรับเปิดร้านอาหาร ในปี 2018
บอกต่อทำเลทองสำหรับเปิดร้านอาหาร ประจำปี 2018 ที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้! โซนไหนดี ที่ไหนกำลังฮิต เรายกข้อมูลทุกอย่างมาไว้ที่นี่หมดแล้ว!
· โดย

คงไม่มีใครปฏิเสธความจริงที่ว่า “ทำเล” ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหาร หากผู้ประกอบการเลือกทำเลได้ดี เช่น ทำเลที่มีกลุ่มเป้าหมายจำนวนมาก คู่แข่งน้อย ค่าเช่าสมเหตุสมผล ฯลฯ ก็มีโอกาสประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก แม้ไม่ต้องเป็นโซนยอดฮิตอย่างสยามหรือทองหล่อ ก็สามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าได้ดีไม่แพ้กัน

วันนี้ทีมงาน Wongnai ขอจับมือกับ Unilever Food Solutions Thailand (UFS) เผยทำเลทองสำหรับเปิดร้านอาหารที่น่าจับตามอง สำหรับเจ้าของธุรกิจที่กำลังจะเปิดร้านอาหาร ในปี 2018! โดยทำเลที่เราเลือกมานั้นจะแบ่งเป็น 2 โซน คือโซนที่พักอาศัย และโซนออฟฟิศ ซึ่งต่างก็มีเงื่อนไขและข้อดีที่ต่างกันไป ว่าแล้วก็มาดูกันดีกว่า ว่าพื้นที่จุดใดที่จะเข้าเกณฑ์ของเรากันบ้าง!

โซนพักอาศัย

Wongnai บอกต่อ! ส่องทำเลทองสำหรับเปิดร้านอาหาร ในปี 2018

โซนที่พักอาศัย หรือโซนนอกเมือง ที่น่าสนใจนั้นมีหลายแห่ง เพราะแต่ละแห่งต่างก็กำลังเติบโตมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่บริเวณที่กำลังมาแรงและเป็นที่นิยมสุด ๆ คือ บริเวณราชพฤกษ์ (สำหรับฝั่งธนฯ) และรามอินทรา (สำหรับฝั่งพระนคร) ผู้ที่อาศัยอยู่ใน 2 บริเวณนี้โดยส่วนใหญ่ จะเป็นกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อสูง (เทียบเคียงได้จากราคาบ้านเดี่ยวจากทั้ง 2 บริเวณ ซึ่งมีราคาประมาณ 7-10 ล้านบาท)

ข้อดีของการตั้งร้านอาหารในบริเวณนี้ คือ ราคาต่อหัวที่ค่อนข้างดี

Wongnai บอกต่อ! ส่องทำเลทองสำหรับเปิดร้านอาหาร ในปี 2018
Wongnai บอกต่อ! ส่องทำเลทองสำหรับเปิดร้านอาหาร ในปี 2018

ประเภทของร้านอาหารที่เหมาะสม

Casual Dining หรือร้านอาหารสไตล์ชิลล์ ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ไม่เร่งรีบ เน้นการตกแต่งที่ดูทันสมัย แต่ไม่หรูหราจนเกินไป ระดับราคาปานกลาง เฉลี่ยหัวละ 200-300 บาทขึ้นไป อาทิ Villa de bear (โซนราชพฤกษ์) หรือ Chocolate Ville (โซนรามอินทรา) เป็นต้น

Fine Dining หรือร้านอาหารระดับภัตตาคาร เน้นการตกแต่งหรูหรา มีความพรีเมียม เหมาะสำหรับโอกาสพิเศษต่าง ๆ ระดับราคาค่อนข้างสูง อาทิ Maguro Sushi (โซนราชพฤกษ์) Sky View (โซนรามอินทรา) เป็นต้น

ประเภทของร้านอาหารที่ไม่เหมาะสม

Street Food หรือร้านอาหารที่มีกำไรต่อจานค่อนข้างต่ำ เนื่องจากวิถีชีวิตของผู้ที่พักอาศัยใน 2 บริเวณนี้ คือ เดินทางเข้าไปทำงานในเมืองตั้งแต่เช้า และกลับบ้านอีกครั้งช่วงค่ำ ๆ ดังนั้นในวันธรรมดา (จันทร์-ศุกร์) ร้านอาหารจะเริ่มขายได้ตั้งแต่ 19.00 น. เป็นต้นไป ส่งผลให้ร้านรับลูกค้าได้เพียง 1-2 รอบ/วัน เท่านั้น ดังนั้นร้านอาหารที่จะสามารถอยู่รอดได้ในทำเลนี้ จะต้องมียอดขายต่อหัวและกำไรต่อจานที่สูง

โดยพื้นที่บริเวณราชพฤกษ์นั้นมี Community Mall มากมายที่เปิดให้ผู้ประกอบการเข้าไปเช่าพื้นที่เปิดร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็น The Circle ราชพฤกษ์ (0-2865-6850), The walk (0-2489-6922) หรือ The Crystal SB ราชพฤกษ์ (0-2101-5999) เป็นต้น ส่วนบริเวณรามอินทราจะมี Ease Park (0-2051-9599), Amorini Boutique Lifestyle Mall (0-2518-1669) และ The Promenade (0-2947-5000) เป็นต้น

โซนออฟฟิศ

Wongnai บอกต่อ! ส่องทำเลทองสำหรับเปิดร้านอาหาร ในปี 2018

หากพูดถึงโซนออฟฟิศ หรือโซนในเมืองแล้ว คนส่วนมากน่าจะนึกถึงเส้นสีลม สาทร และสุขุมวิท แต่โซนน้องใหม่ที่กำลังมาแรงและเริ่มมีออฟฟิศเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ คือ บริเวณพหลโยธินและพระราม 9

เดิมทีบริษัทส่วนมากจะตั้งอยู่ในโซนอารีย์เป็นหลัก แต่ปัจจุบันที่ดินหรืออาคารให้เช่าในบริเวณอารีย์หาค่อนข้างยาก ทำให้บริษัทต่าง ๆ ต้องหาทำเลใหม่ ซึ่งพหลโยธินก็กลายเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ที่เจ้าของกิจการนึกถึง และกลายเป็นโอกาสของคนที่อยากเปิดร้านอาหาร เพราะเมื่อมีออฟฟิศขยายตัวสู่พหลโยธินมากขึ้น ลูกค้าที่เป็นกลุ่มพนักงานบริษัทก็มีมากขึ้นตามมา

ในขณะที่โซนพระราม 9 ก็ถือว่าเป็นอีกโซนที่มาแรงเช่นกัน ด้วยเป็นทำเลใหม่ที่เดินทางสะดวก ไม่ไกลจากตัวเมืองมากนัก ติดเส้น MRT และใกล้กับจุดตัดรถไฟฟ้า สามารถเดินทางสู่สถานที่อื่น ๆ ได้สะดวก รวมถึงการมีบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่เข้ามาลงทุน โดยวางเป้าหมายว่าจะดันให้ย่านรัชดา – พระราม 9 – อโศก เป็น New CBD (Central Business District - ย่านธุรกิจใจกลางเมือง) แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ จึงทำให้พระราม 9 เป็นอีกโซนออฟฟิศที่น่าสนใจไม่แพ้พหลโยธิน

Wongnai บอกต่อ! ส่องทำเลทองสำหรับเปิดร้านอาหาร ในปี 2018
Wongnai บอกต่อ! ส่องทำเลทองสำหรับเปิดร้านอาหาร ในปี 2018

ข้อดีของการตั้งร้านอาหารในบริเวณนี้ คือ กลุ่มลูกค้าที่ชัดเจน หรือกลุ่มของพนักงานออฟฟิศ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีจำนวนมากและมีความหลากหลาย ร้านอาหารในบริเวณนี้จึงสามารถเป็นได้หลายรูปแบบ

ประเภทของร้านอาหารที่เหมาะสม

ด้วยความที่ลูกค้าส่วนมากจะเป็นกลุ่มพนักงานออฟฟิศ ร้านอาหารในบริเวณนี้จึงเป็นได้ตั้งแต่ Street Food, Fast food, Fast casual, Food delivery หรือ Buffet

แต่สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องระวังคือ พฤติกรรมของพนักงานออฟฟิศส่วนใหญ่ จะเดินไปรับประทานอาหารกลางวัน เฉลี่ยไม่เกิน 200 – 300 เมตรจากบริษัท ฉะนั้นหากจะเปิดร้านอาหารต้องมั่นใจว่าร้านของคุณอยู่ในรัศมีดังกล่าว หากหาทำเลไม่ได้จริง ๆ ร้านอาหารก็ต้องมีที่จอดรถรองรับ เพราะพนักงานออฟฟิศส่วนใหญ่จะใช้วิธี Carpool หรือ ติดรถเพื่อน ๆ ไปรับประทานอาหารด้วยกัน

พื้นที่ในโซนพหลโยธินส่วนมากจะเป็น อาคารพาณิชย์เปิดให้เช่าทำร้านอาหาร หรือชั้นล่างของตึกสำนักงานเปิดให้เช่า โดยโครงการที่กำลังมาแรงคือ AQUA (085-254- 5646) และ The Seasons Mall (0-2111-2000) เป็นต้น ส่วนโครงการที่มาแรงในย่านพระราม 9 คือ Grand Rama 9 Square (0 2247 2222) ภายในโครงการประกอบไปด้วยอาคารสำนักงานหลายอาคาร ทำให้ร้านอาหารมีโอกาสขายได้มากขึ้น

ทำเลที่นำเสนอมาทั้งหมดนี้ เกิดจากการวิเคราะห์ปัจจัยต่าง ๆ ที่เอื้ออำนวยให้ร้านอาหารมีโอกาสประสบความสำเร็จเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญที่ทำให้ร้านอาหารอยู่รอด ไม่ได้ขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้งเพียงอย่างเดียว ยังขึ้นอยู่กับคุณภาพอาหาร มาตรฐานการบริการ คู่แข่งและสภาพเศรษฐกิจในช่วงนั้น ๆ ด้วย ดังนั้น ก่อนจะตัดสินใจลงทุนใด ๆ ต้องศึกษาปัจจัยอื่น ๆ ให้รอบคอบด้วยเช่นกัน

Advertisement