อยากเปิดร้านกาแฟ เลือกเครื่องทำกาแฟอย่างไรให้เหมาะกับร้าน?
  1. อยากเปิดร้านกาแฟ เลือกเครื่องทำกาแฟอย่างไรให้เหมาะกับร้าน?

อยากเปิดร้านกาแฟ เลือกเครื่องทำกาแฟอย่างไรให้เหมาะกับร้าน?

ใครมีแพลนเปิดธุรกิจร้านกาแฟ Wongnai for Business มี 4 วิธีเลือกเครื่องทำกาแฟให้ตอบโจทย์การใช้งาน ลงทุนแล้วคุ้มค่า ไม่มานั่งเสียดายเงินก้อนโตในภายหลัง!
writerProfile
30 มิ.ย. 2020 · โดย

คนที่คิดจะเปิดร้านกาแฟ หลายคนอาจมีคำถามว่าควรจะเริ่มต้นเลือกเครื่องทำกาแฟอย่างไรดี เพราะราคาเครื่องทำกาแฟเครื่องหนึ่งก็ไม่ใช่น้อย ๆ และมีหลากหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับการใช้งาน จะลงทุนซื้อเครื่องทำกาแฟทั้งทีก็ต้องคัดสรรมาเป็นอย่างดีเสียก่อน วันนี้ Wongnai for Business จึงเตรียมแนวทางดี ๆ ในการเลือกเครื่องทำกาแฟให้เหมาะสมสำหรับการใช้งานในร้านกาแฟมาฝากกันครับ

อยากเปิดร้านกาแฟ เลือกเครื่องชงกาแฟอย่างไรให้เหมาะกับร้าน?

1ขนาดของเครื่องทำกาแฟ

ขนาดของเครื่องทำกาแฟขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานและการพิจารณาจากขนาดของธุรกิจของร้านก่อนจะตัดสินใจเลือกว่าจะใช้เครื่องทำกาแฟขนาดเท่าไร แบบไหนถึงจะเหมาะกับร้านของเรา   

  • งบประมาณ: เลือกที่เหมาะสมกับต้นทุนที่ตั้งไว้ ประมาณการว่าจะชงกาแฟปริมาณกี่แก้วต่อวัน และขายแก้วละเท่าไหร่ เราอาจจะไม่ต้องลงทุนเครื่องทำกาแฟที่สูงมากนัก เพราะระยะเวลาในการคืนทุนจะยาวนานตามไปด้วย 
  • ขนาดของร้าน: หากเครื่องเล็กเกินไปจะทำให้ลูกค้ารอนาน แต่ถ้าใหญ่เกินก็เปลืองพื้นที่ใช้สอย 
  • จำนวนแก้วที่ชงต่อวัน: ขึ้นอยู่กับขนาดและความสามารถรองรับลูกค้าของร้าน สำหรับกำลังการผลิตของเครื่องทำกาแฟแต่ละขนาดนั้นแตกต่างกัน หากเลือกเครื่องทำกาแฟขนาดเล็กที่เน้นใช้งานในครัวเรือนเพราะมีราคาถูกกว่า แต่ร้านกาแฟของเราเป็นร้านขนาดใหญ่และมีลูกค้ารอคิวเยอะ อาจทำให้เครื่องทำกาแฟทำงานหนักเกินไปเพราะไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานในเชิงพาณิชย์ รวมถึงทำให้ลูกค้าต้องรอนานเพราะสามารถชงกาแฟได้เพียงไม่กี่แก้วในหนึ่งครั้ง ขณะเดียวกันเครื่องทำกาแฟขนาดใหญ่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดเสมอเช่นกัน หากทางร้านไม่ได้มีปริมาณการชงสูงสามารถเลือกเครื่องทำกาแฟแบบหัวเดียวได้ การเลือกเครื่องทำกาแฟที่มีหัวชงหลายหัวทำให้ทางร้านต้องมีพนักงานและพื้นที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย
  • ขนาดของหม้อต้ม: ขนาดหม้อต้มก็สำคัญ เพราะหม้อต้มขนาดใหญ่สามารถชงกาแฟได้ต่อเนื่อง และช่วยให้อุณหภูมิน้ำที่ใช้ชงกาแฟเสถียรกว่ากว่าหม้อต้มขนาดเล็ก 
ขนาดของเครื่องชงกาแฟ

ตัวอย่างเครื่องทำกาแฟแบบไหนที่เหมาะกับร้านของเรา?

การเลือกซื้อเครื่องทำกาแฟขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย นอกจากขนาดเครื่องทำกาแฟแล้ว เช่น ร้านกาแฟขนาดเล็กเสิร์ฟกาแฟไม่เกิน 50 แก้วต่อวัน ร้านขนาดกลาง-ใหญ่เสิร์ฟกาแฟตั้งแต่ 50 แก้วขึ้นไป ขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้งร้าน งบประมาณต้นทุน และการตั้งราคาขายกาแฟต่อแก้ว เช่น ร้านกาแฟขนาดเล็ก ควรตั้ง Range ราคาเริ่มต้นไม่เกิน 50,000-80,000 บาท ร้านขนาดกลาง-ใหญ่สามารถซื้อเครื่องทำกาแฟตั้งแต่ 100,000 จนถึงหลักล้าน เรามาดูตัวอย่างเครื่องทำกาแฟกันต่อเลยครับ

1. เครื่องทำกาแฟสำหรับร้านกาแฟขนาดเล็ก 
สำหรับเจ้าของร้านกาแฟขนาดเล็ก มีงบประมาณและพื้นที่ใช้สอยจำกัด เสิร์ฟกาแฟไม่เกิน 50 แก้ว/ต่อวัน เราขอแนะนำเครื่องทำกาแฟรุ่น Ascaso Uno,1Gr ความพิเศษของเจ้าเครื่องนี้คือ ใช้งานได้ทั้งกาแฟบดและกาแฟฟ็อดส์ พร้อมอุปกรณ์ป้องกันความร้อน และมีหม้อต้มแบบทองเหลือซึ่งสามารถช่วยกระจายความร้อนได้อย่างทั่วถึง แนะนำให้ใช้คู่กับเครื่องบดกาแฟรุ่น Ascaso i-1T Grinder ที่สามารถบดกาแฟได้ละเอียดถึง 700 รอบ/วินาที

เครื่องทำกาแฟ Ascaso Uno,1Gr

คุณสมบัติเด่น

  • ใช้งานได้ทั้งกาแฟบดและกาแฟพ็อดส์
  • มีอุปกรณ์ป้องกันความร้อนภายในเครื่องแบบอัตโนมัติ
  • หม้อต้มเป็นแบบทองเหลืองช่วยกระจายความร้อนให้กาแฟได้อย่างทั่วถึง
  • ถังบรรจุนํ้าขนาด 2 ลิตรสามารถถอดออกได้ ง่ายต่อการทำความสะอาด
  • สวิตซ์คันโยกพร้อมแถบป้าย : เปิด-ปิด กาแฟ น้ำ และไอน้ำ

เครื่องบดกาแฟ Ascaso i-1T Grinder

คุณสมบัติเด่น

  • ใบมีดทำจากทองเหลือง
  • ไม่มีโถพักกาแฟ
  • สามารถบดกาแฟ 700 รอบต่อวินาที

2. เครื่องทำกาแฟสำหรับร้านกาแฟขนาดกลาง-ใหญ่

เขยิบขึ้นมาสำหรับเจ้าของร้านกาแฟขนาดกลาง-ใหญ่ ที่มีพื้นที่ในการใช้สอยเยอะ มีจำนวนพนักงานมาก และสามารถรองรับลูกค้าได้จำนวนมาก  เราขอแนะนำเครื่องทำกาแฟในฝันของบาริสต้าหลาย ๆ คน La San Marco 100 Touch ลาซานมาโก้ตำนานจากอิตาลี ข้อดีของเครื่องทำกาแฟรุ่นนี้คือ สามารถปรับแต่งและควบคุมอุณหภูมิแต่ละหัวชงได้อย่างอิสระ และเครื่องทำกาแฟประหยัดพลังงานอย่าง Ascaso Barista T Plus ความพิเศษสามารถลดการใช้พลังงานลงได้ถึง 50% เมื่อเทียบกับเครื่องทำกาแฟรุ่นปกติทั่วไป

เครื่องทำกาแฟ La San Marco 100 Touch

คุณสมบัติเด่น

  • ระบบการหมุนเวียนของน้ำทำงานร่วมกับระบบต้มกาแฟ (pre-infuser)
  • ตัวปรับการไหล (flow-variator) สามารถปรับได้จากภายนอกตัวเครื่อง ทำให้ปรับแต่งอุณหภูมิของแต่ละหัวชงได้อย่างเป็นอิสระ อีกทั้งยังมีตัวช่วยควบคุมอุณหภูมิของน้ำและระบบเติมน้ำเข้าหม้อต้มอัตโนมัติ
  • ปั๊มน้ำแบบโรตารี่ติดตั้งภายในตัวเครื่อง 

เครื่องทำกาแฟ Ascaso Barista T Plus

คุณสมบัติเด่น

  • ระบบหัวชงแบบ Thermodynamic สามารถปิด-เปิดแต่ละหัวชงได้อย่างอิสระ
  • ระบบหม้อต้มแบบ Thermal Block ทำจากสแตนเลสอย่างดีช่วยประหยัดพลังงาน ลดคราบตะกรันและดีต่อสุขภาพ
  • ก้านสตรีมเป็นระบบ Cool Touch
อยากเปิดร้านกาแฟ เลือกเครื่องชงกาแฟอย่างไรให้เหมาะกับร้าน?

2การทำงานของเครื่องทำกาแฟ

อีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงคือลักษณะการทำงานของเครื่องทำกาแฟต้องตอบโจทย์กับร้าน เครื่องทำกาแฟในร้านกาแฟมีตั้งแต่อุปกรณ์ดริปมือไปจนถึงเครื่องทำกาแฟเอสเปรซโซ่ขนาดใหญ่ ซึ่งแต่ละแบบก็มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป โดยปกติแล้วร้านกาแฟมักจะนิยมใช้เครื่องทำกาแฟแบบเอสเปรสโซ่เพราะให้รสชาติกาแฟที่เข้มข้มหอมกลิ่นกาแฟ และชงได้ต่อเนื่องและบางรุ่นมีอุปกรณ์เสริมที่สามารถนำมาทำฟองนมสำหรับกาแฟแบบคาปูชิโน่และลาเต้ได้อีกด้วย

การเลือกเครื่องทำกาแฟขึ้นอยู่กับลักษณะเมนูเครื่องดื่มที่ทางเจ้าของร้านกาแฟต้องการ รวมถึงลักษณะของธุรกิจว่าจะเปิดร้านกาแฟที่เน้นเสิร์ฟด้วยความเร็วหรือไม่ เปิดอยู่ในพื้นที่ไหน กลุ่มเป้าหมายชื่นชอบการดื่มกาแฟลักษณะใด ปัจจัยเหล่านี้ล้วนมีผลต่อการเลือกเครื่องทำกาแฟด้วยเช่นกันเพราะจะทำให้ทางร้านสามารถบอกได้ว่าลักษณะการทำงานของเครื่องทำกาแฟที่ต้องการนั้นเป็นอย่างไร

การทำงานของเครื่องชงกาแฟ

3แบรนด์และแหล่งผลิตเครื่องทำกาแฟ

แบรนด์ที่มีชื่อเสียงย่อมเป็นเครื่องการันตีความน่าเชื่อถือและคุณภาพของเครื่องทำกาแฟได้ในระดับหนึ่ง การหาข้อมูลเครื่องทำกาแฟของแต่ละแบรนด์และนำมาเปรียบเทียบจะทำให้เห็นข้อดีและข้อเสียได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น รวมถึงการเปรียบเทียบประเมินราคาของเครื่องทำกาแฟ เช่น ร้านเล็กควรมองหาเครื่องทำกาแฟราคาประมาณ 50,000- 80,000 บาท ร้านขนาดกลางถึงใหญ่ตั้งแต่ 100,000 ขึ้นไปจนถึงหลักล้านก็มี

นอกจากนี้ แหล่งผลิตเครื่องทำกาแฟเองก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เจ้าของร้านกาแฟควรพิจารณาควบคู่กันไป ซึ่งเจ้าของร้านกาแฟส่วนใหญ่มักดูเครื่องทำกาแฟจากต่างประเทศ เพราะขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพและมีวัสดุที่แข็งแรงทนทาน เช่น อิตาลี สเปน หรือฝรั่งเศส

แบรนด์และแหล่งผลิตเครื่องทำกาแฟ

4การบริการหลังการขายของตัวแทนจำหน่าย

เรื่องสำคัญหลังจากการเลือกเครื่องทำกาแฟที่เหมาะกับร้านแล้ว เจ้าของร้านกาแฟควรหมั่นตรวจสอบและบำรุงรักษาเครื่องทำกาแฟที่ใช้ในร้านอยู่เสมอ เพราะปริมาณการใช้งานที่สูงกว่าเครื่องทำกาแฟทั่วไปอาจทำให้เครื่องทำกาแฟเสื่อมคุณภาพได้ง่าย แม้บาริสต้าหรือพนักงานจะสามารถดูแลเรื่องความสะอาดของเครื่องทำกาแฟได้ แต่การบำรุงรักษาหรือซ่อมแซมเครื่องทำกาแฟนั้นไม่ใช่เรื่องที่จะสามารถทำได้เอง

การบริการหลังการขายของตัวแทนจำหน่ายคือเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามเป็นอย่างยิ่ง ต้องเลือกตัวแทนจำหน่ายที่รับประกันการซ่อมแซม อย่าลืมเช็คให้ดีก่อนซื้อว่ามีรับประกันอะไรบ้าง อย่างระยะเวลาในการรับประกันเครื่อง การซ่อมเครื่อง เซอร์วิสการดูแลเครื่อง เช่นไปดูเครื่องให้ถึงที่ หรือหากเครื่องทำกาแฟเสียหายและต้องส่งซ่อมแซม มีอะไหล่ซ่อมหรือเครื่องสำรองหรือไม่ หากทางร้านต้องรอการสั่งซื้ออะไหล่และจัดส่งมาจากประเทศอื่น ย่อมต้องรอเป็นเวลาหลายวันและส่งผลต่อการทำงานของร้านอย่างแน่นอน

การบริการหลังการขายของตัวแทนจำหน่าย

เมื่อวางแผนเปิดร้านกาแฟและกำลังมองหาเครื่องทำกาแฟ อย่าลืมพิจารณาถึงปัจจัยเหล่านี้ในการเลือกเครื่องทำกาแฟกันนะครับ เพราะการลงทุนซื้อเครื่องทำกาแฟครั้งหนึ่งมีต้นทุนค่าใช้จ่ายที่สูงพอสมควร ควรเลือกให้ดีและมองถึงการใช้งานในระยะยาวด้วยครับ

สำหรับใครที่กำลังก้าวสู่วงการธุรกิจกาแฟ มองหาร้านจำหน่ายเครื่องทำกาแฟคุณภาพดี ส่งตรงจากเมืองนอก เราขอแนะนำบริษัท บอนกาแฟ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าแบรนด์เครื่องทำกาแฟชั้นนำจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ประเทศ อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมันนี สเปน มีให้เลือกหลายแบรนด์หลายราคา พร้อมการรับประกันสินค้า บริการหลังการขายดีเยี่ยม หรือใครสนใจเวิร์คช็อปฟรีสำหรับผู้ที่อยากเปิดร้านกาแฟ โดยบอนกาแฟจะสอนตั้งแต่การคำนวณต้นทุนของเมนูกาแฟต่าง ๆ ไปจนถึงเทคนิคการใช้เครื่อง การทำเมนูกาแฟต่าง ๆ กดคลิกไปที่ “Boncafe” ได้เลยครับ

นอกจากนี้เรายังมีโปรโมชั่นเด็ด! สุดคุ้ม! จาก Boncafe มาฝากกัน The Fighter โปรปลุกใจ ให้ไปต่อ รวมโปรโมชั่นฮิตสำหรับผู้ประกอบการทุกขนาด ที่มีแพลนจะเปิดร้านกาแฟ และกำลังมองหาเครื่องทำกาแฟคุณภาพดี ราคาไม่แรง พร้อมบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยม เริ่มกันที่โปรโมชั่นแรก เอาใจคนที่มี Budget จำกัดแต่ฝันอยากเปิดร้านกาแฟ   

  • The Starter Promotion โปรโมชั่นชุดเล็ก เอาใจมือใหม่ แต่อยากเป็นเจ้าของธุรกิจร้านกาแฟ ด้วยงบไม่เกิน 50,000 บาท! นอกจากใช้งบไม่เยอะแล้ว ยังมีบริการผ่อนชำระ 0% นาน 6 เดือน ภายใต้ Concept ว่า เริ่มต้นง่าย ๆ เพียงเดือนละ 4,000 บาท พร้อมของแถมมูลค่ากว่า 4,200 บาท ซึ่งของแถมที่ได้ไปคุ้มค่าคุ้มราคาพร้อมเปิดร้านกาแฟได้เลยครับ บอกเลยว่าโปรโมชั่นนี้คุ้มมาก
boncefe

โปรโมชั่นต่อไปเหมาะกับคนที่อยากเปิดร้านกาแฟตั้งแต่ร้านที่มีขนาดกลาง-ใหญ่ แนะนำให้ใช้เครื่องทำกาแฟแบบ 2 หัวชง ซึ่งสามารถเสิร์ฟกาแฟให้ลูกค้าปริมาณที่มากขึ้น รวดเร็วขึ้น ชงได้ต่อเนื่องกว่าเดิม ลูกค้าไม่ต้องคอยนาน

  • The Dreamer Promotion ชุดใหญ่ของคนมีฝัน รับส่วนลดสูงสุด 70% สำหรับผู้ที่สนใจเครื่องทำกาแฟแบบ 2 หัวชงที่ปกติราคาค่อนข้างสูงมาก! แต่ไม่อยากจ่ายเงินก้อน สามารถผ่อน 0% นานถึง 6 เดือน พร้อมของแถมมูลค่ากว่า 4,400 บาท สำหรับผู้ที่จ่ายเงินสดรับส่วนลดไปเลย 7 % 
อยากเปิดร้านกาแฟ เลือกเครื่องทำกาแฟอย่างไรให้เหมาะกับร้าน?

ใครที่มีฝันอยากเปิดร้านกาแฟ แต่งบมีจำกัดมารวมกันตรงนี้เลยครับ อีกหนึ่งโปรโมชั่นห้ามพลาด! ชุดสุดคุ้มของคนประหยัด มาพร้อมสิทธิ์พิเศษมากมาย

  • The Saver Promotion ชุดสุดคุ้มของคนประหยัด ล็อตพิเศษซึ่งมีจำนวนจำกัด ลดราคากว่า 70% พร้อมส่วนลดเงินสด 7% สามารถผ่อน 0% 6 เดือน พร้อมของแถม บอนกาแฟแคเทอริ่ง 1 กก. 
 Make coffee

กดอ่านรายละเอียด Promotion เพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/2WHOkGB ปรึกษาหรือสั่งซื้อผ่านทางเฟซบุ๊กได้อีกหนึ่งช่องทาง https://bit.ly/2U9Fsb6 หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โชว์รูมบอนกาแฟทั้ง 23 สาขาทั่วประเทศ https://bit.ly/36dGtDO 

เรายังคงมีข้อมูลข่าวสารดี ๆ สำหรับการทำธุรกิจร้านอาหารมาฝากทุกคน ติดตามได้เลยที่ Facebook: Wongnai for Business หรือ LINE OA คลิก https://bit.ly/2XWFOpz

Wongnai POS

ปรับตัวเข้าสู่ยุค New Normal ใช้ Wongnai POS ระบบจัดการร้านอาหารที่ออกแบบมาเพื่อเจ้าของร้านอาหารโดยเฉพาะ เชื่อมต่อกับ LINE MAN Delivery และ Wongnai ใช้งานง่าย ติดตั้งสะดวก สามารถต่อเครื่องพิมพ์ใบเสร็จ ลิ้นชักเก็บเงิน และเครื่องสแกนบาร์โค้ดได้ สามารถบันทึกยอดขาย รายงาน วางผังโต๊ะ ทำส่วนลดโปรโมชั่น ช่วยให้แคชเชียร์ทำงานได้รวดเร็วขึ้น 

สนใจเริ่มใช้งานระบบจัดการร้านอาหาร Wongnai POS คลิกที่นี่

ติดตามบทความเกี่ยวกับธุกิจร้านกาแฟเพิ่มเติม