เผยทริคสุดซี้ดที่ทำให้ “จี๊ดส์ Seafood” ทำเงินกว่า 1 ล้านบาทต่อเดือน!
  1. เผยทริคสุดซี้ดที่ทำให้ “จี๊ดส์ Seafood” ทำเงินกว่า 1 ล้านบาทต่อเดือน!

เผยทริคสุดซี้ดที่ทำให้ “จี๊ดส์ Seafood” ทำเงินกว่า 1 ล้านบาทต่อเดือน!

เผยทุกเคล็ดลับความแซ่บ! ของ “จี๊ดส์ Seafood” ร้านส้มตำซีฟู้ดในเฟซบุ๊ก ที่มีผู้ติดตามกว่า 70,000 ราย และทำเงินได้มากกว่า 1 ล้านบาทต่อเดือน ในเวลาไม่ถึง 1 ปี!
writerProfile
20 พ.ค. 2020 · โดย

จากคนที่ทำอาหารไม่เป็น แต่ด้วยความที่ชอบกินส้มตำและซีฟู้ดเป็นชีวิตจิตใจ จึงตัดสินใจเดินหน้าทำธุรกิจร้านส้มตำซีฟู้ดเดลิเวอรี จนมีผู้ติดตามบน Facebook กว่า 70,000 ราย และทำรายได้กว่า 1 ล้านบาทต่อเดือน ในเวลาไม่ถึง 1 ปี! วันนี้ Wongnai พาทุกคนมาคุยกับคุณ “ส้มจี๊ดส์” นัฐสิมา กุลสุสิริไพบูลย์ เจ้าของร้าน "จี๊ดส์ Seafood" ที่โด่งดังอย่างถล่มทลาย และกลายเป็นร้านส้มตำในดวงใจใครหลาย ๆ คนในเวลาอันรวดเร็ว

จี๊ด Seafood

กว่าจะมาเป็น ‘จี๊ดส์ Seafood’

คุณส้มเล่าว่า ก่อนหน้านี้เธอเคยทำธุรกิจเกี่ยวกับครีมมาก่อน จนกระทั่งปี 2558 ที่ธุรกิจเริ่มแย่ลง ยอดขายตกจนเกือบจะขาดทุน จึงตัดสินใจหยุดธุรกิจครีมตั้งแต่ตอนนั้น แล้วเริ่มมองหาเส้นทางใหม่ให้ตัวเอง และด้วยความที่เธออยากทำอะไรที่ฉีกสายตัวเอง ประกอบกับความชอบส่วนตัวในอาหารจำพวกส้มตำและซีฟู้ด เธอจึงปิ๊งไอเดียธุรกิจขึ้นมา ด้วยเห็นว่า ธุรกิจอาหารเป็นสิ่งไม่ตาย โดยเฉพาะส้มตำและซีฟู้ดที่ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร คนก็ยังเลือกกินอยู่ดี และหากนำเอาซีฟู้ดที่เธอชอบมาผสมผสานกับส้มตำที่เธอรัก ให้เกิดเป็น ‘ส้มตำซีฟู้ด’ ก็น่าจะเป็นจุดขายที่น่าสนใจไม่น้อย พอไอเดียมา คุณส้มก็ลองปรึกษากับพี่น้องและหุ้นส่วน ซึ่งทุกคนก็เห็นว่าไอเดียดังกล่าวน่าสนใจจริง คุณส้มจึงเริ่มลงมือทำทันที

จี๊ดส์ Seafood
3 เมนู ส้มตำซีฟู้ดยอดนิยมของ "จี๊ดส์ Seafood"

คุณส้มเล่าว่า ตอนแรก ตนก็คิดว่าธุรกิจที่ทำอยู่ต้องใช้เงินทุนเยอะแน่ๆ แต่พอได้ลองทำจริงจึงรู้ว่าไม่ใช่เลย เพราะเธอเริ่มต้นทุกอย่างด้วยเงินเพียงไม่กี่พันบาทเท่านั้น! คุณส้มอาศัยการซื้อวัตถุดิบวันต่อวัน ซื้อแต่พอดี ในช่วงแรกก็ซื้อพอให้ทำได้นิดๆ หน่อยๆ แล้วค่อยเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนของยอดขาย ประกอบกับคุณส้มไม่มีหน้าร้าน ใช้บ้านเป็นครัวหลัก เลยทำให้ไม่ต้องใช้เงินทุนเยอะอย่างที่คิดไว้

คุณส้มยังเล่าต่อว่า เมนูของทางร้านจะมีเพียงราคาเดียวเท่านั้น คือ ราคา 395 บาท (สำหรับส้มตำทุกเมนู) เพราะอยากคุมต้นทุนของร้าน เพื่อความสะดวกในการคำนวณกำไร พร้อมเสริมว่าราคานี้คิดว่าไม่แพงจนเกินไป คนส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงได้

จี๊ดส์ Seafood
"ตำกุ้งสด + หอยแครง"
จี๊ดส์ Seafood
กุ้งสดน่ากินมาก!

การควบคุมคุณภาพรสชาติอาหาร

หลายคนสงสัยว่าเมื่อมีจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้น การปรุงอาหารของพ่อครัวแม่ครัวแต่ละคนมักจะทำให้รสชาติเพี้ยน แต่คุณส้มมองว่า ส้มตำมีรสชาติที่อร่อยอยู่รสเดียว อยู่ที่เราต้องหารสชาติตรงนั้นให้เจอ และรสชาติของแต่ละสาขาต้องเหมือนกันแน่นอน เพราะตอนคิดสูตรได้มีการชั่งตวงไว้อยู่แล้ว ต่อให้ต่างสาขายังไงรสชาติของอาหารก็ยังคงเหมือนเดิมเสมอ

จี๊ดส์ Seafood
"ตำแซลมอน" เมนูสุดฮิต ยอดขายถล่มทลาย
จี๊ดส์ Seafood
แซลมอนล้น ๆ จุใจมาก!
จี๊ดส์ Seafood
โอ้ย น่ากินมาก!

ทางร้านมีวิธีการโปรโมทและจัดการกับออเดอร์ที่เข้ามาอย่างไร ?

ในช่วงแรก คุณส้มโปรโมทด้วย Facebook Ads อย่างเดียว เพราะสามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายได้ พอเริ่มมีลูกค้า จึงได้เอา Review จากลูกค้ามาลงร่วมด้วย วิธีนี้ก็ดี ลูกค้าหลายคนบอกว่า เลือกสั่งกับที่ร้านเพราะเห็น Review เยอะ คล้ายๆ กับการบอกปากต่อปาก พอเริ่มขายไปสักพักก็จะมีรับออเดอร์จากทั้ง LINE, Wongnai LINE MAN และทางโทรศัพท์ แต่ส่วนมากจะรับออเดอร์จากทาง LINE เป็นหลัก พอสั่งเสร็จก็ส่งทาง LINE Man แรกๆ ก็เป็นทางร้านกดเรียกเอง เลือกสถานที่ที่ลูกค้าตั้งไว้ ทีละออเดอร์

จี๊ดส์ Seafood
"ตำรวมทะเล" ที่มาพร้อมกุ้งแม่น้ำ, หอยแครง, กุ้งสด และหอยแมลงภู่

แต่พอตอนหลังที่ได้ลองใช้ Wongnai Merchant App (RMS) คือ แอปพลิเคชันรับเดลิเวอรีจาก LINE MAN ซึ่งเป็นแอปการจัดการออเดอร์แล้ว ลูกค้าจะเห็นเมนูของร้านจากบนแอพเลย พอเห็นว่ารูปและเมนูไหนน่ากินก็แค่กดสั่ง ระบบก็จะรวมออเดอร์มาให้ร้านเรียบร้อยเลย ซึ่งเร็วกว่าการรับออเดอร์เองมาก แถมพอทำออเดอร์เสร็จก็มี LINE MAN  มารอรับ ร้านไม่ต้องเรียกรถเองด้วย สะดวกกับทั้งร้านและลูกค้า

เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงก่อนหน้านี้ที่ต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ขายเอง โฆษณาเอง พอได้ตัวช่วยบริหารจัดการออเดอร์ได้ดีขึ้น เร็วขึ้น ก็ทำให้ยอดขายของร้านเพิ่มขึ้น 20-30% เลย อีกทั้งมีคนเห็นร้านมากขึ้น รู้จักมากขึ้น ออเดอร์ร้านก็เพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันทางร้านก็ยังคงรับออเดอร์ผ่านช่องทางอื่น ๆ ควบคู่กันไปด้วย เพราะมองว่ายิ่งมีช่องทางมาก โอกาสก็ยิ่งมากตาม

จี๊ดส์ Seafood
เครื่องเน้น ๆ กันไปเลย
จี๊ดส์ Seafood
หอยแมลงภู่ตัวใหญ่ ๆ ไปเลย!

คิดว่าธุรกิจ “จี๊ดส์ Seafood” มาถึงจุดที่พอใจหรือยัง?

หลังจากเปิดธุรกิจนี้มา 1 ปี คุณส้มเล่าว่าภูมิใจกับผลงานในระดับนึง แต่ก็ยังอยากที่จะพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ ตอนนี้คิดว่าจะขยายสาขาเพิ่ม เพราะอุปสรรคหนึ่งที่ลูกค้าบ่นๆ มาคือค่าส่งแพง ยิ่งถ้าเกิน 150 บาท ลูกค้าจะมองว่าแพงมาก ก็เป็นค่าเสียโอกาสที่ลูกค้าจะไม่สั่งอาหารจากทางร้าน เลยมองว่าจะเปิดสาขาเพิ่มเพื่อลดค่าส่งให้ลูกค้า ส่วนเรื่องการเปิดหน้าร้านคงยังไม่ทำเร็วๆนี เพราะถ้าทำคงต้องเฝ้าหน้าร้านตลอดเวลา ไม่สะดวกเหมือนทำออนไลน์
อีกเรื่องที่ภูมิใจมากๆ ก็คือที่จริงแล้วคุณส้มทำอาหารไม่เป็นเลย แต่กลับกลายเป็นว่ามีคนมาซื้ออาหารของคุณส้มเยอะมาก ซึ่งกว่าจะมาเเป็นรสชาติที่หลายคนติดใจในวันนี้ ก็ต้องลองผิดลองถูก ปรุงแล้วปรุงอีก เรียกพี่น้องมาช่วยกันชิมจนกว่าจะได้รสชาติที่ทุกคนเห็นตรงกันว่าอร่อย แล้วค่อยเอาสูตรนั้นมาให้ทุกคนได้ลองชิมกัน

จี๊ดส์ Seafood
ว่าแล้วก็ลองสักคำไหมคะ ?

เคล็ดลับที่อยากส่งต่อให้เจ้าของธุรกิจร้านอาหารอื่น ๆ

1.  ธุรกิจเดลิเวอรีค่าส่งต้องถูก
2.  เรื่องราคาอาหารไม่ค่อยมีผลต่อการตัดสินใจ ถ้าราคาสมเหตุสมผลกับคุณภาพ ถึงราคาสูง ลูกค้าก็ยอมจ่าย
3.  ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ ก็จะได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ
4.  การใช้ช่องทางการตลาดหลายๆ ช่องทางเป็นการเพิ่มโอกาสในการขาย
5.  การใช้เครื่องมือที่ช่วยทำให้การทำงานเร็วขึ้น จะทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น

จี๊ดส์ Seafood
กุ้งแม่น้ำก็ตัวใหญ่ไม่แพ้กันน้า~
จี๊ดส์ Seafood
หอยแครงลวกมาสุกกำลังดีเลย

ถึงแม้ว่าทุกวันนี้ก็จะมีธุรกิจใหม่ๆ เกิดขึ้นมามากมายนับไม่ถ้วน หลายคนอาจกลัวว่าธุรกิจของตนอาจไม่ประสบความสำเร็จดังที่ตั้งใจ แต่ “จี๊ดส์ Seafood” ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่าง ที่แสดงให้เห็นว่า ธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้นนั้น ก็สามารถประสบความสำเร็จได้เช่นกัน หากเรารู้จักตลาดและมีกลยุทธ์ในการขายที่เหมาะสม

หากผู้ประกอบการร้านอาหารท่านใดที่ต้องการปรึกษาเรื่องการทำการตลาดในโลกออนไลน์ Wongnai ก็มีผู้เชี่ยวชาญที่สามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับแผนการตลาด เพียง คลิกที่นี่ หรือ LINE OA : @wongnai4biz เพื่อรับคำปรึกษา ฟรี! ได้เลย!! หากท่านสนใจในส่วนของ Wongnai Merchnat App (RMS) สามารถ คลิกที่นี่ เพื่อดูรายละเอียดได้เลย!! 

แผนที่

ห่างจากแยกกั๋งบ๊วยประมาณ 80 เมตร อยู่เยื้องทางเข้าตรอกโรงธูป