ธุรกิจร้านอาหารเกี๊ยวซ่า KINZA GYOZA ที่ทำเงิน 1.3 ล้านบาทต่อเดือน!
  1. ธุรกิจร้านอาหารเกี๊ยวซ่า KINZA GYOZA ที่ทำเงิน 1.3 ล้านบาทต่อเดือน!

ธุรกิจร้านอาหารเกี๊ยวซ่า KINZA GYOZA ที่ทำเงิน 1.3 ล้านบาทต่อเดือน!

เผยเคล็ดลับ! ธุรกิจร้านเกี๊ยวซ่า KINZA GYOZA ที่ฮอตสุดในนาทีนี้ เปิดขายเพียงแค่ 4 เดือน ทำเงินได้ถึง 1.3 ล้านบาทต่อเดือน!
11 ก.ย. 2017 · โดย

จากคนที่ไม่เคยคิดริเริ่มทำธุรกิจร้านอาหาร แต่เมื่อเกิดแรงบันดาลใจจากคนในครอบครัว ก็หันมาลองเสี่ยงกันดูสักครั้งกับการขายเมนู "เกี๊ยวซ่า" ที่ทำกินเองในบ้าน จนกลายเป็นที่ติดปากกันทั่วกรุง และไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ! ว่าสองพ่อลูกที่ลองทำเกี๊ยวซ่าขายแบบไม่หวังกำไร ขอแค่ไม่ขาดทุน แต่เพียงแค่ 4 เดือนเท่านั้นสามารถทำเงินได้ 1.3 ล้านต่อเดือน! วันนี้เราจะเปิดใจคุณพ่อและลูกเขยเจ้าของร้านอาหาร Kinza Kyoza แบบเข้าถึงไส้เกี๊ยวซ่า

Kinza Gyoza ธรุกิจ เงินล้าน
คุณปรมินทร์  ลูกเขยเจ้าของกิจการ KINZA GYOZA ผู้ริเริ่มไอเดียร้านเกี๊ยวซ่าที่ฮอตที่สุดในเวลานี้!
Kinza Gyoza ธรุกิจ เงินล้าน
คุณพ่อหรือที่คุณมินทร์เรียกว่า "ป๊ะป๋า"

Wongnai: แรงบันดาลใจ หรือเหตุผลที่เปิดร้าน KINZA GYOZA

Kinza Gyoza: เมื่อก่อนคุณพ่อเคยทำงานอยู่ที่นั่นหลายปี แล้วได้ประจำอยู่ที่ร้านเกี๊ยวซ่าประเทศญี่ปุ่นมาเมื่อ 30 ปีก่อน พอกลับมาเมืองไทยก็เปิดร้านอาหาร ตอนผมยังหนุ่ม คุณพ่อก็อยู่ที่ดอยแม่สะลอง จังหวัดเชียงราย ทำไร่ชากาแฟตามวิถีชีวิตสโลวไลฟ์ แต่พอคุณแม่ได้เสียไป เลยเลิกทำร้านอาหาร เหลือแค่ทำสวนทำไร่ และคุณพ่อเป็นคนที่ชอบเกี๊ยวซ่าให้คนในครอบครัวกันแทบทุกมื้อ แล้วได้ทำออกไปขายในเทศกาลชาบนดอยแม่สลองในช่วงปีใหม่อยู่ตลอดทุกปี ก็มีคนตั้งตารอกินอยู่พอสมควร

เราก็เลยมองว่ามันน่าสนใจ เลยเชียร์ว่า ถ้าเขาจะหาอะไรทำที่นี่ ก็ขายเกี๊ยวซ่าไปเลยสิ ตอนแรกก็แค่พูดไปให้ไอเดียเฉย ๆ นะ แต่ก็ยังไม่ได้ลงไปช่วยทำ ผ่านมาอีกทีคุณพ่อก็ทำจริงจังกว่าเก่า เราเลยมาเช่าที่ตรงที่นี้แหละ เป็นร้านอาหารตามสั่ง ตั้งเป็นโต๊ะแผงลอย ช่วงแรก ๆ ก็ตั้งใจว่าขายคนในย่านนี้ เอาไปเอามาพนักงานออฟฟิศที่อยู่ใกล้ ๆ ก็แห่กันมาเรื่อย ๆ เราเลยมีราคาโปรโมชัน ที่มองว่ากำไรคงไม่มี แต่เราขายได้เยอะ ถ้าราคาถูกแล้วมันขายได้เยอะก็จะได้สนุกกับมัน

Kinza Gyoza ธรุกิจ เงินล้าน
คุณพ่อกับประสบการณ์ที่สั่งสมมาในเมื่อสมัย 30 ปีก่อน กับร้าน Kinza Gyoza ในฝันที่เป็นจริง
Kinza Gyoza ธรุกิจ เงินล้าน

Wongnai: ปัจจุบันนี้ KINZA GYOZA มีทีมงานกี่คน? แบ่งกันดูแลอย่างไร?

Kinza Gyoza: ตั้งแต่เริ่มเปิดร้านก็มีคุณพ่อและน้องสาว เร่ิมมาจาก 3 เตา มีโต๊ะตั้งขายหน้าร้านไม่กี่ตัว แรกๆ คุณพ่อนวดแป้งเองด้วยนะ แต่พอหลัง ๆ ลูกค้าเยอะขึ้น เราก็เลยต้องสั่งแป้งร้านบะหมี่ จนตอนนี้มี 9 เตาสำหรับหน้าร้าน และข้างหลังรวมประมาณซัก 30 เตา

เรียกว่าโตเร็วจนทำผมตกใจจริง ๆ ลูกน้องตอนนี้ก็มีทั้งหมด 40 คน นับจากที่เปิดมาเป็นระยะเวลา 4 เดือน โดยแบ่งหน้าที่หลัก ๆ เลยก็คือมีคนที่เตรียมวัตถุดิบ เตรียมน้ำจิ้ม ห่อเกี๊ยว ทอดเกี๊ยว และซีนขาย แพ็คใส่กล่องส่งลูกค้า

Wongnai: ร้านเพิ่งเปิดมาไม่นาน อะไรที่คิดว่าทำให้เป็นที่นิยมได้อย่างรวดเร็ว ?

Kinza Gyoza: จุดเด่นที่ทำให้ลูกค้าอยากทาน มีแค่ 2 ประเด็นเอง อย่างแรกคือ ราคาถูก ถ้าเทียบกับร้านเกี๊ยวซ่าใหญ่ ๆ ในห้าง เพราะเราให้เยอะแบบไม่มีกั๊ก 30 ชิ้นเต็มถาดเหมือนพิซซ่า และโปรโมชันความคุ้มค่า ราคาไม่แพง พร้อมน้ำจิ้มเรามี 2 แบบ แบบญี่ปุ่น กับแบบจีนอย่างที่บ้านเราทำกินกัน พร้อมเครื่องเคียงเป็นกิมจิ หัวไชเท้าดองกินคู่กัน

Kinza Gyoza ธรุกิจ เงินล้าน
เกี๊ยวซ่ากล่องใหญ่ 30 ตัว ราคา 260.- บาท
Kinza Gyoza ธรุกิจ เงินล้าน
เกี๊ยวซ่ากล่องเล็ก 6 ตัว สำหรับคนทานน้อย
Kinza Gyoza ธรุกิจ เงินล้าน
เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้ม 2 ประเภท คือ น้ำจิ้มแปดเซียน(แบบจีน) และน้ำจิ้มเปรี้ยว(แบบญี่ปุ่น)

ส่วนอีกอย่างหนึ่งคือเราทำสดทุกวัน เราไม่ใช้เกี๊ยวซ่าแช่แข็งแล้วเอามาทอด เพราะเกี๊ยวซ่าที่ทำสดทุกวันรสชาติมันอร่อยกว่า เราเคยทำแช่แข็งไว้แล้วมันสู้ทำสดใหม่จากกระทะไม่ได้ พอเราไม่ค่อยชอบเราก็ไม่อยากให้ลูกค้าได้กินอย่างนั้น

Kinza Gyoza ธรุกิจ เงินล้าน
หน้าร้านที่เช่าแบ่งที่กับร้านอาหารอื่นๆ ตั้งแต่แรกเปิด
Kinza Gyoza ธรุกิจ เงินล้าน
ส่วนของพื้นที่บริเวณรอบๆ บ้านใช้ผลิตเกี๊ยวซ่าส่งลูกค้าทาง Line man

Wongnai: ตั้งแต่เปิดร้านมาพอจะเจอปัญหาอะไรบ้าง ?

Kinza Gyoza: ช่วงแรก ๆ ปัญหาคือ “ขายไม่ได้” เพราะคนแถวนี้เขารีบเดินทางไปทำงานกัน ไม่ค่อยมีใครที่จะแวะซื้อเกี๊ยวกันหรอก อีกอย่างร้านเราก็เพิ่งจะมาตั้งแผงลอย คนก็ไม่ได้มองเพราะสนใจ เขาก็มองว่าเกี๊ยวซ่าที่เคยขายตามถนนมีเยอะแยะเต็มไปหมด เขาไม่รู้เลยว่าเกี๊ยวซ่าเราดียังไง เราก็เลยตั้งเตาทอดโชว์ว่า เราทอดแบบทอดน้ำนะ เขาก็ดูนะว่าน่าสนใจ ดูวิธีการทำ แต่เค้าไม่รู้ว่ามันอร่อยอย่างไร ถ้าได้ชิมถึงจะรู้ นี่คือกุญแจที่เราอยากเดินหน้ากับธุรกิจร้านอาหารต่อทันที เลยหันไปโปรโมตบนโลกโซเชียลกันต่อ

อย่างที่สองพอเราเริ่มขายดี กลายเป็นว่าเราทำไม่ทัน ต้องหาคนมาช่วย หาคนทำวัตุดิบเพิ่ม จากตอนแรกที่เราดูกันเองในครอบครัว แต่พอคนอื่นมาทำก็ยังไม่เก่งพอ รสชาติเพี้ยนบ้าง โดยเฉพาะตอนช่วงที่เราพยายามจะเร่งการผลิตขึ้น รสชาติเพี้ยน บางทีก็ทอดไม่สวย ห่อเกี๊ยวบางตัวใหญ่ไป เล็กไป ใส่กล่องให้ลูกค้าไม่ครบตัว มีปัญหาเยอะแยะไปหมด จนต้องให้คุณพ่อต้องเดินตรวจทีละกระทะกันเลยทีเดียว

Wongnai: KINZA GYOZA ทำการตลาดอย่างไรบ้าง?

Kinza Gyoza: เราทำการตลาดอย่างง่าย ๆ คือ การลงเพจเฟสบุ๊คแต่เมื่อนึกถึงการค้นหาอาหาร แน่นอนต้องมี Wongnai ขึ้นมาในหัว และสิ่งหนึ่งที่เราเชื่อเหมือน Wongnai คือการบอกต่อ (Word of mouth) ซึ่งก็คือการรีวิวนั่นเอง จะได้ผลดีมากกว่าการโฆษณา แล้วเราก็ทำโฆษณาไว้ใน LINE ไว้ด้วย แต่หลัก ๆ คือเฟสบุ๊คที่คลอบคลุมคนไทยทั้งประเทศ นี่อาจจะเป็นช่องทางหลักที่ติดต่อสื่อสารได้ดี

ส่วนโฆษณาทางอื่นเราไม่ได้ทำ เพราะยังไม่มีงบ เราเชื่อว่าการบอกปากต่อปากหรือการรีวิวนี่แหละ มันมีพลังมากที่สุด ถ้าโฆษณาเราเห็น น่ากิน มันก็ดูน่าสนใจ แต่ถ้ามีคนบอกต่อๆ กันว่าไปร้านนี้เถอะ อร่อยแน่นอน เราจะเชื่อเขามากกว่าที่เห็นโฆษณา แล้วก็จะบอกต่อ ๆ กันเอง

Wongnai: ทราบมาว่าลูกค้าเยอะแน่นทุกวันแบบนี้ พอจะบอกได้ไหมว่ายอดขายหรือจำนวนออร์เดอร์วันละเท่าไหร่ ?

Kinza Gyoza: เฉลี่ยแล้วก็เกิน 200 กล่องต่อวัน ตีเป็นเงินประมาณ 50,000 - 60,000 บาทต่อวันได้ รวมทั้งหน้าร้านและรายได้กว่า 60-70 % มาจาก LINE MAN เพราะช่วยเราเบาแรงในการรับออร์เดอร์ได้อย่างมาก เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เราได้โตขนาดนี้ เพราะว่าพอลูกค้าเห็นโพสต์ เห็นเพจที่เขาแชร์ ๆ กัน รู้สึกว่าอยากกิน แต่น้อยคนนักที่จะหาเวลามากินได้ 

Kinza Gyoza ธรุกิจ เงินล้าน

เมื่อมีบริการเดลิเวอรีจาก LINE MAN ลูกค้าสามารถสั่งและไปส่งได้ทันทีในบริเวณกรุงเทพฯ แทนที่จะต้องมาต่อคิวที่ร้าน ทุกคนก็สะดวกมากขึ้น กลายเป็นว่าเขายิ่งได้ลองเร็ว ยิ่งบอกต่อ พอบอกต่อได้เร็ว กลายเป็น Word of mouth ปากต่อปากไปเรื่อยๆ แต่มันก็มีปัญหาตรงที่ว่า ช่วงที่คนสั่งผ่าน LINE MAN มาเยอะ ๆ แล้วเราทำไม่ทัน รสชาติก็เลยเพี้ยนออกไป คนกินก็เอะใจ ทำไมมันแปลกๆ กลายเป็นบอกต่อไปเหมือนกันว่าร้านอร่อยกว่านี้ก็มี เราจึงเลยต้องพยายามรู้ปัญหาให้ไว และรีบแก้ไขในเคสนี้เหมือนกัน

Wongnai: อยากรู้ว่า ร้านมีวิธีจัดการออร์เดอร์มหาศาลในแต่ละวันอย่างไร ?

Kinza Gyoza: อย่างที่บอกว่ารายได้หลัก ๆ ของทางร้านเกินครึ่งมาจาก LINE MAN ประมาณ 60-70 % ถ้าเทียบกับตอนที่เราเรียกลูกค้าเอง มันง่ายขึ้นมาก ๆ ยกตัวอย่างเวลารับออร์เดอร์ผ่านทางโทรศัพท์ 5 นาที ต้องเริ่มจากโทรคุยเรื่องรายละเอียด โทรเรียกมอเตอร์ไซต์ โทรนัดหมายว่าอยู่ไหน แค่นั้นก็เสียเวลา 5 นาทีได้ 1 ออร์เดอร์ ค่อนข้างวุ่นวายมาก แต่ตอนนี้มี RMS (Restaurant Management System) ระบบที่ช่วยทำให้สามารถจัดการร้านบน Wongnai และ LINE MAN ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขข้อมูลร้าน ตั้งราคา เพิ่มเมนูอาหาร ตั้งเวลาเปิด-ปิดร้าน และสามารถรับ Delivery Order ด้วยตัวเอง โดยใช้แอปผ่านมือถือครับ พอเปิดรับออร์เดอร์ คนจะรีบสั่งกันเข้ามา เพราะเราทำได้แค่จำนวนจำกัด ลูกค้าก็สั่งกันถึงจำนวนที่ปิดรับ บางวันคนที่สั่งกันเยอะ เพียง 5 นาทีก็เข้ามาแล้ว 60 กล่อง เราเลยรู้ว่ามันต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเจน 

Kinza Gyoza ธรุกิจ เงินล้าน
Kinza Gyoza ธรุกิจ เงินล้าน
Kinza Gyoza ธรุกิจ เงินล้าน

Wongnai: มีความเห็นเรื่องธุรกิจ Delivery อย่างไรบ้าง ?

Kinza Gyoza: ผมว่าวันหนึ่งมันจะกลายเป็นสิ่งที่ร้านอาหารเกือบทุกร้านต้องใช้ในอนาคต อาจจะภายในเวลาประมาณ 1 ปีนี้ก็ได้ เพราะเมื่อก่อน Delivery ทำยาก แบรนด์ธุรกิจร้านอาหารใหญ่ ๆ ที่ทำก็ต้องหาระบบการจัดการ Delivery call center เอง แต่เดี๋ยวนี้พอเทคโนโลยีเริ่มเติบโต ใครมีมือถือก็สามารถทำได้ พอยิ่งมี LINE MAN ขึ้นมา ใครอยากกินอะไรก็สามารถสั่งได้เลย มันสะดวกขึ้นจนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว

Wongnai: เป้าหมายต่อไปของ KINZA GYOZA คืออะไร ?

Kinza Gyoza: อย่างที่บอกเราเพิ่งเปิดร้านมาแค่ 4 เดือนนะ เป้าหมายเราขยับขยายขึ้นไปเรื่อยๆ จากตอนแรกเป้าหมายแค่อยากให้คุณพ่อมีอะไรทำ ไม่หวังกำไร ขอแค่ไม่ขาดทุนก็พอ แต่พอเริ่มขายดี เป้าหมายของเราคือการทำกำไร ต้องขยายการรองรับออร์เดอร์ ต้องควบคุมคุณภาพให้ได้ ตอนนี้เราอยู่ในจุดที่ต้องรับออร์เดอร์ให้ทันตามความต้องการของลูกค้า และคุณภาพไม่ดรอปลง ถึงจะเริ่มมองการขยายสาขาเป็นเป้าหมายต่อไป

Kinza Gyoza ธรุกิจ เงินล้าน
พื้นที่บริเวณรอบๆ บ้านปัจจุบันใช้สำหรับการผลิตส่งลูกค้าแบบ RMS
Kinza Gyoza ธรุกิจ เงินล้าน

Wongnai: อยากจะแนะนำหรือเคล็ดลับอะไรให้เจ้าของธุรกิจร้านอาหารอื่นๆ บ้าง ?

Kinza Gyoza: ตอนนี้เราเป็นเจ้าของธุรกิจร้านอาหารหน้าใหม่ ซึ่งตัวเราเองก็ยังไม่เก่งอะไรมากมาย แต่มีแรงบันดาลใจจากคุณพ่อที่เป็นคนดูแลเรื่องสูตรเกี๊ยวซ่า เราจึงไม่กล้าให้คำแนะนำแบบเต็มปาก แต่เราสามารถให้ไอเดียสำหรับคนรุ่นใหม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นธรุกิจอาหารหรือธุรกิจอย่างอื่น อยากให้มีความมุ่งมั่น ความตั้งใจ พอเราเจอปัญหา เราต้องอย่ายอมแพ้ เพราะการทำงานทุกอย่างก็ต้องเจอปัญหาอยู่แล้ว หากเจอให้รีบแก้ไข พยายามทำของที่ดีเอาไว้ ทั้งอาหารหรือสินค้าอะไรก็แล้วแต่

ถ้าโปรดักต์มันดีแล้วตรงกับความต้องการของลูกค้าจริง ๆ ไม่นานเขาก็จะจดจำเราขึ้นใจ เพราะกว่าเราจะโตมาได้ขนาดนี้ ก็ต้องสังเกตมามากพอสมควร อย่างเมนูเกี๊ยวซ่า การที่จะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า อร่อยแล้วติดใจ มันไม่ใช่มีเพียงรสชาติ แต่มันต้องมีกิมมิคให้คนพูดถึงกันก่อน จากนั้นลูกค้าก็จะมาพิสูจน์รสชาติ สุดท้ายก็ต้องวัดใจเรื่องรสชาติกันอีกที เพราะฉะนั้นเราควรใส่ใจเรื่องของคุณภาพให้ดี มุ่งมั่น ตั้งใจ แก้ปัญหาให้ไว แล้วใส่ใจทุกวินาที

และที่สำคัญอีกอย่างในยุคนี้ เราควรโปรโมตบนโลกโซเชียลให้มาก อย่างเช่นในเฟสบุ๊ค พอใครเห็นภาพที่น่าสนใจ เมนูหน้าตาอาหารที่น่ากิน คนเห็นก็ยิ่งแชร์ ยกตัวอย่างเราเริ่มรับออร์เดอร์จากการอินบ็อกในเฟสบุ๊คและโทรศัพท์ ซึ่งในช่วงแรกก็ยังควบคุมได้ แต่พอคนรู้จักกันมากขึ้น ก็ทำออร์เดอร์ไม่ทัน เพราะจำนวนคนไม่พอ ไหนจะต้องเสียเวลารับออเดอร์ลูกค้า จัดการอาหาร แถมยังต้องโทรเรียกมอเตอร์ไซต์รับจ้างส่งออร์เดอร์ให้ ยังไงก็ไม่ทันอยู่ดี แต่สุดท้ายเราก็เจอตัวช่วยที่สามารถช่วยเรื่องเดลิเวอรีของเราได้คือ LINE MAN และ RMS ที่ช่วยแก้ปัญหาเรื่องการรับออเดอร์และการจัดส่งภายในเสี้ยววินาที ทำให้เราจัดการระบบร้านได้ดีขึ้น ขายได้มากขึ้น และลูกค้าก็จดจำร้านเราได้มากขึ้น

Kinza Gyoza ธรุกิจ เงินล้าน

หากผู้ประกอบการร้านอาหารท่านใดที่ต้องการปรึกษาเรื่องการทำการตลาดในโลกออนไลน์ Wongnai ก็มีผู้เชี่ยวชาญที่สามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับแผนการตลาด เพียง คลิกที่นี่ หรือ Line@ : @wongnai4biz เพื่อรับคำปรึกษา ฟรี! ได้เลย!! หากท่านสนใจในส่วนของ RMS สามารถ คลิกที่นี่ เพื่อดูรายละเอียดได้เลย!! 

เมนูห้ามพลาด

เกี๊ยวซ่า

แผนที่

ใกล้ MRT สุทธิสาร ประตู 3 ฝั่งเมืองไทยภัทร
map

การติดต่อ