5 หลักการก่อนเริ่มธุรกิจ เจาะลึกทุกเทคนิค พิชิตความสำเร็จ
  1. 5 หลักการก่อนเริ่มธุรกิจ เจาะลึกทุกเทคนิค พิชิตความสำเร็จ

5 หลักการก่อนเริ่มธุรกิจ เจาะลึกทุกเทคนิค พิชิตความสำเร็จ

อยากประสบความสำเร็จ แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นทำธุรกิจอะไรดี แล้วทำอย่างไรถึงจะไม่ล่ม เราจะมาไขทุกกลยุทธ์การทำธุรกิจไปพร้อมกัน รับรองว่าปังชัวร์
writerProfile
17 ก.ย. 2020 · โดย

ตหนึ่งในความฝันของใครหลาย ๆ คน คงไม่พ้นการได้มีธุรกิจเป็นของตัวเอง แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรหรือทำธุรกิจอะไรดี เพราะในปัจจุบันความต้องการของผู้บริโภคนั้นมีเพิ่มมากขึ้น และหมุนเวียนไปตามกาลเวลาเร็วเสียเหลือเกิน เราเลยไม่มีทางมั่นใจได้เลยว่า ทุกครั้งที่เราสร้างธุรกิจขึ้นมาใหม่นั้น จะมีโอกาสประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด

แต่วันนี้ Wongnai for Business จะมาแนะนำเคล็ดลับเด็ด ๆ อย่าง 5 หลักการก่อนเริ่มธุรกิจ เจาะลึกทุกเทคนิค พิชิตความสำเร็จ จากมุมมองนวัตกรรมการสร้างธุรกิจใหม่และสารพัดหลักโมเดลธุรกิจ ที่จะช่วยส่งเสริมให้การเริ่มต้นทำธุรกิจใหม่เป็นไปในทิศทางที่ดี และตอบโจทย์ลูกค้าในเวลาเดียวกัน 

1Jobs to be done หรือ งานที่ต้องทำ

การให้ความสำคัญกับลูกค้าที่อาจจะยังไม่ได้รับการตอบสนอง (Unmet Needs) และวิเคราะห์ตัวเองว่า เราสามารถช่วยเหลือพวกเขาอย่างไรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด อย่างเช่นลูกค้าที่มาซื้อสว่าน เมื่อลองวิเคราะห์ดี ๆ แล้ว เขาอาจจะไม่ได้ต้องการสว่าน แต่ต้องการซื้อรูต่างหาก เพราะฉะนั้นการสร้างธุรกิจให้สามารถครองตลาดได้ อาจไม่ใช่เพียงการพัฒนาสว่าน แต่รวมไปถึงการพัฒนาเครื่องมือสำหรับการเจาะรูได้ง่ายขึ้นด้วยนั่นเอง

เพราะสิ่งที่ลูกค้าต้องการคือ ผลลัพธ์ หากเราสามารถทำธุรกิจที่สร้างเครื่องมือหรือบริการที่สามารถตอบโจทย์มากที่สุด ลูกค้าก็พร้อมจะหันมาให้ความสนใจในธุรกิจเรามากขึ้นอย่างแน่นอน 

หลักการพื้นฐานการทำธุรกิจ Jobs to be done หรือ งานที่ต้องทำ

2Search for Key Commonalities หรือ ปัจจัยร่วมคือลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ

ในการเริ่มต้นทำธุรกิจจำเป็นต้องหากลุ่มลูกค้าที่ไม่ใช่ฐานลูกค้าของเราตั้งแต่ต้น (Non-Customers) สาเหตุเพราะว่าลูกค้ากลุ่มนี้จะสามารถเข้ามาช่วยเสริมสร้างให้เรามียอดเพิ่มสูงขึ้น ควบคู่ไปกับฐานลูกค้ากลุ่มเดิม ดังนั้นการทำธุรกิจจึงไม่ควรให้ความสำคัญกับลูกค้าเพียงกลุ่มเดียว

อย่างไรก็ตาม ในการทำธุรกิจก็ควรมีการระบุกลุ่มเป้าหมาย (Target Group) ให้ชัดเจนด้วย เพื่อเป็นการเตือนตัวเองว่า เรากำลังขายอะไร ให้กับใคร และสินค้าหรือบริการเรานั้นมีคุณค่าสำหรับกลุ่มเป้าหมายอย่างไรบ้าง นำไปสู่การสื่อสารให้ตรงใจลูกค้าแต่ละกลุ่มมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

หลักการพื้นฐานการทำธุรกิจ Search for Key commonalities หรือ การหากลุ่มลูกค้าที่ไม่ใช่ฐานลูกค้าเรา

ตัวอย่างเช่น กลุ่มเป้าหมายหลักของธุรกิจร้านกาแฟย่านอโศก คือ พนักงานออฟฟิศ แต่คุณอาจจะพบว่า ในช่วงบ่ายมีชาวต่างชาติที่ไม่ดื่มกาแฟผ่านมาทางร้านเราเยอะเช่นเดียวกัน คุณอาจจะขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น โดยการตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติด้วยเครื่องดื่ม Non-Coffee หรือ ของที่ระลึกต่าง ๆ ร่วมด้วยก็ได้

3Search for Pain points หรือ การมองหาปัญหาของลูกค้า

ทุกครั้งที่เกิดการซื้อขายสินค้า จะมีสิ่งสำคัญที่คนเริ่มทำธุรกิจไม่ควรมองข้ามคือ เส้นทางของผู้บริโภค (Customer Journey) ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการซื้อ ตลอดไปจนถึงกิจวัตรประจำวันที่เกิดขึ้นในชีวิตของลูกค้า ซึ่งในเส้นทางเหล่านี้เราจะสามารถเจอ ปัญหาของลูกค้า (Pain Points) ได้นั่นเอง

อย่างเช่น กลุ่มเป้าหมายมี Customer Journey ที่ต้องใช้งานหรือติดต่อบนสมาร์ทโฟนเป็นหลัก ซึ่งอาจพบปัญหาในเรื่องของแบตเตอรีหมดเร็ว ธุรกิจ Power Bank จึงเกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์ Pain Points ดังกล่าว 

หลักการการทำธุรกิจ Search for Pain points หรือ การมองหาปัญหาของลูกค้า

4Search for Linkage between Industries หรือ การเชื่อมโยงธุรกิจเข้าด้วยกัน

หลายคนอาจคิดว่าไอเดียของการสร้างธุรกิจที่ดี ควรออกมาในรูปแบบของอะไรใหม่ ๆ หรือไม่ซ้ำซากกับอะไรเดิม ๆ แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น การพัฒนาและเชื่อมโยงธุรกิจเดิม ๆ ให้ออกมาเป็นสิ่งใหม่ก็สามารถประสบความสำเร็จได้เช่นเดียวกัน

อย่างที่เราเห็นได้ทั่วไปในปัจจุบัน ที่หลาย ๆ ร้านมีไอเดียธุรกิจเกี่ยวกับการนำเอาไข่เค็ม มาผสมผสานและแตกย่อยเป็นเมนูต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ไอศกรีมไข่เค็ม โจ๊กไข่เค็ม แซนด์วิชคัสตาร์ดไข่เค็ม ก็คือการรวมเอาธุรกิจไข่เค็มเข้ากับร้านอาหาร

หลักการการทำธุรกิจ โดยการเชื่อมโยงธุรกิจเข้าด้วยกัน

5Disruptive Business Models หรือ การสร้างความแตกต่างทางธุรกิจ

และสุดท้ายสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับการทำธุรกิจ คือ โมเดลธุรกิจ (Business Model) หรือแบบแผนการทำธุรกิจ เป็นการจำลองว่า ควรขายอะไร กลุ่มเป้าหมายเป็นใคร ขายอย่างไร ขายที่ไหน ตลอดไปจนถึงกำไรที่ได้จากทางใดบ้าง Disruptive

ซึ่งในปัจจุบันมีธุรกิจใหม่เกิดขึ้นมากมาย เพราะฉะนั้นการทำธุรกิจใหม่ก็ควรคำนึงถึง ความแตกต่าง (Disruptive) คือการนำเสนอขายสินค้าหรือบริการใหม่ ๆ ที่สามารถสร้างคุณค่าและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้มากกว่าเดิม จะเห็นได้จากปัจจุบันที่มีธุรกิจเหล่านี้เกิดขึ้นเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น Free Model ธุรกิจประเภทให้ใช้งานสินค้าหรือบริการฟรี หรือ Subscription Model รูปแบบธุรกิจแบบระบบสมาชิกนั่นเอง 

หลักการสร้างธุรกิจโดยการสร้างความแตกต่างทางธุรกิจ

ในปัจจุบันอัตราการแข่งขันของการทำธุรกิจค่อนข้างสูง แต่ความต้องการของคนเราก็ยังไม่มีที่สิ้นสุดเช่นกัน บางสิ่งที่เราคิดว่าสะดวกสบายในระดับหนึ่งแล้ว ในความเป็นจริงอาจยังมีนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่รอให้เราสร้างสรรค์เพื่อยกระดับชีวิตและความสะดวกสบายของผู้คนให้มากยิ่งขึ้น

ราคาเครื่องและการสั่งจอง Wongnai Android POS

สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารและร้านกาแฟ ที่ต้องการปรึกษาเรื่องการทำการตลาดในโลกออนไลน์ หรือสร้างสรรค์ธุรกิจใหม่ Wongnai ก็พร้อมให้บริการด้านการทำการตลาดออนไลน์ เพียง คลิกที่นี่ เพื่อรับรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนเปิดร้านบน Wongnai ฟรี! ได้เลย นอกจากนี้ยังสามารถติดตามเทรนด์ธุรกิจร้านอาหารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ LINE OA: @wongnai4biz หรือคลิก https://bit.ly/2XWFOpz

Wongnai for Business ยังมีบทความดีๆ ที่คัดสรรมาให้ผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารทุกท่านได้อ่านอีกมากมาย ติดตามกันได้ที่ Facebook : Wongnai for Business หรือคลิกเพื่ออ่านบทความดีๆ ต่อกันได้เลย!