เจาะลึก 5 ไอเดียการเปิดธุรกิจใหม่ เรื่องง่ายๆ ที่หลายคนอาจมองข้าม!
  1. เจาะลึก 5 ไอเดียการเปิดธุรกิจใหม่ เรื่องง่ายๆ ที่หลายคนอาจมองข้าม!

เจาะลึก 5 ไอเดียการเปิดธุรกิจใหม่ เรื่องง่ายๆ ที่หลายคนอาจมองข้าม!

คุณกำลังมองหาธุรกิจใหม่ๆ แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหนรึเปล่า ถ้าใช่ มาเริ่มต้นและเรียนรู้ ไอเดียการสร้างธุรกิจใหม่ๆ ไปพร้อมกับ Wongnai for Business กัน!
3 ก.ย. 2019 · โดย

ตอนนี้คุณกำลังมีความฝันที่อยากเปิดธุรกิจใหม่ หรือมีเงินทุนพร้อม แต่ไม่รู้ว่าจะทำธุรกิจอะไรดี เพราะปัจจุบันธุรกิจมีจำนวนมากและหลากหลายจนไม่รู้ว่าเปิดธุรกิจอะไรที่จะไม่ซ้ำกับธุรกิจอื่น และยังต้องประสบความสำเร็จแบบไม่ขาดทุนอยู่รึเปล่า?

ถ้าเป็นเช่นนั้น วันนี้ Wongnai for Business ขอเปิดมุมมองนวัตกรรมการสร้างสรรค์ธุรกิจใหม่ภายใต้แนวคิด “ความสร้างสรรค์คือ การเชื่อมต่อสิ่งต่างๆ เข้าด้วยกัน” (Creativity is just connecting things) (Steve Job, 2011) และหลักโมเดลธุรกิจประเภทต่างๆ ที่ช่วยสร้างสรรค์และเชื่อมโยงสิ่งที่มีอยู่เดิมให้เกิดเป็นนวัตกรรมหรือธุรกิจใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ฐานลูกค้าเก่าและใหม่ในเวลาเดียวกัน

5 แนวคิดพื้นฐาน ต่อยอดไอเดียก่อนเปิดธุรกิจใหม่

1Jobs to be done หรือ ทฤษฎีงานที่ต้องทำ

คุณคิดว่าลูกค้าซื้อสว่านเพราะเขาต้องการสว่านหรือเปล่า? หากลองคิดดีๆ แล้ว คนไม่ได้ซื้อสว่าน พวกเขาซื้อรูต่างหาก ทีนี้คุณก็อาจจะเปลี่ยนจากการพัฒนาสว่าน มาเป็นการคิดเครื่องมือที่เจาะรูได้ง่ายขึ้น

หรือหากคุณคิดว่าลูกค้าก็ไม่ได้ต้องการรู แต่ต้องการสิ่งที่จะทำให้รูปภาพติดอยู่บนผนังได้ หรือมองให้ลึกลงไปอีก สิ่งที่ลูกค้าต้องการก็คือ การได้อยู่ในห้องที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงาม ทีนี้คุณก็จะพยายามคิดนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อช่วยให้ลูกค้าติดภาพบนผนังได้โดยไม่ต้องเจาะรู หรือ คิดธุรกิจอื่นๆ ที่ทำให้บ้านน่าอยู่มากขึ้น

strategies for opening new business

Jobs to be done หรือทฤษฎีงานที่ต้องทำ จึงเป็นทฤษฎีที่ให้ความสำคัญกับความต้องการของลูกค้าที่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง (Unmet needs) ว่าเราจะสามารถช่วยเหลือเขาอย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไร เพราะสิ่งที่ลูกค้าต้องการคือ ผลลัพธ์ หากเราสามารถทำธุรกิจที่สร้างเครื่องมือได้ตอบโจทย์กว่า ลูกค้าก็พร้อมจะหันมาใช้เครื่องมือใหม่ๆ ของเราอย่างแน่นอน

2Search for Key commonalities หรือ การหากลุ่มลูกค้าที่ไม่ใช่ฐานลูกค้าเรา

สงสัยกันใช่ไหมครับว่า ทำไมเราจึงจำเป็นต้องหากลุ่มลูกค้าที่ไม่ใช่ฐานลูกค้าของเราตั้งแต่ต้น (Non-Customers) สาเหตุเป็นเพราะว่าลูกค้ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มลูกค้าที่จะมาช่วยเสริมสร้างให้เรามียอดเพิ่มสูงขึ้น ควบคู่ไปกับฐานลูกค้ากลุ่มแรกของเรานั่นเอง ดังนั้นการทำธุรกิจจึงไม่ควรเล็งแต่กลุ่มลูกค้าแรกและกลุ่มเดียวเท่านั้น เพราะจะกลายเป็นการตัดโอกาสทางการค้าของร้านอาหารหรือธุรกิจประเภทอื่นๆ ไปอย่างน่าเสียดาย

อย่างไรก็ตาม การระบุกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน (Target group) ก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากในการทำธุรกิจ เพื่อที่เราจะได้รู้ว่าเรากำลังจะขายอะไร ให้กับใคร สินค้าของเรามีคุณค่าสำหรับกลุ่มคนเหล่านั้นอย่างไรบ้าง และสามารถเลือกวิธีการสื่อสารให้ตรงใจลูกค้าเหล่านั้นได้มากขึ้น ซึ่งควรทำควบคู่กับกลุ่มลูกค้าที่ไม่ใช่ฐานลูกค้าของเราด้วยเช่นกัน

strategies for opening new business

ตัวอย่างเช่น กลุ่มเป้าหมายของร้านกาแฟในย่านอโศกคือ พนักงานออฟฟิศที่แสนเร่งรีบในช่วงพักเที่ยง และต้องการกาแฟก่อนเริ่มทำงานต่อในช่วงบ่าย แต่เจ้าของร้านก็พบว่า กลุ่มชาวต่างชาติที่ไม่ดื่มกาแฟ ก็ผ่านมาแถวร้านเราในช่วงบ่ายค่อนข้างมากเช่นกัน ดังนั้นเพื่อที่จะขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น เขาจึงขยายสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์กับกลุ่มเป้าหมายในวงกว้างผ่านการขายชาเขียว เค้กเบอเกอรี่ หรือ ขายสินค้าของที่ระลึกดีไซน์เก๋ไก๋จนอดใจไม่ซื้อไม่ได้ เป็นต้น

3Search for Pain points หรือ การมองหาปัญหาของลูกค้า

ในขั้นตอน ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังจากใช้สินค้าและบริการต่างๆ (Customer journey) ลูกค้าอาจพบจุดบกพร่องหรือความไม่สะดวกสบาย (Pain points) ได้ ดังนั้นธุรกิจใหม่ๆ อาจเกิดจากการเรียนรู้และพัฒนาสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการและสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้า

strategies for opening new business

เห็นได้จากการที่ทุกวันนี้ไม่ว่าจะคุยแชท ทำงาน หรือเล่นเกม ก็สามารถทำผ่านสมาร์ทโฟนได้ง่ายๆ แต่เมื่อเราใช้โทรศัพท์ตลอดเวลา แบตเตอรี่อาจอยู่ได้ไม่พอทั้งวัน ยิ่งออกไปทำธุระสำคัญและต้องติดต่อบุคคลอื่นด้วยโทรศัพท์​ อาจไม่สะดวกในการหาปลั๊กเพื่อชาร์จได้ตลอดเวลา ธุรกิจการผลิตแบตเตอรี่สำรอง หรือ Powerbank จึงเกิดขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหานี้นั่นเอง

4Search for Linkage between industries หรือ การเชื่อมโยงธุรกิจประเภทต่างๆ เข้าด้วยกัน

หลายคนอาจคิดว่า การสร้างธุรกิจใหม่ต้องมาจากไอเดียใหม่ที่ไม่ซ้ำซากกับธุรกิจที่มีอยู่แต่เดิมเลย แต่ปัจจุบันจำนวนและความหลากหลายของธุรกิจก็มีอยู่เยอะ และค่อนข้างตอบโจทย์การใช้ชีวิตหรือไลฟ์สไตล์อย่างครบวงจร แล้วเราจะสามารถเปิดธุรกิจใหม่ที่ได้รับความนิยมได้อย่างไร หรือมันอาจไม่มีธุรกิจอะไรที่สามารถสร้างสรรค์ขึ้นใหม่ได้แล้ว

strategies for opening new business

ในความเป็นจริง ธุรกิจใหม่ไม่ได้เกิดจากการคิดค้นสิ่งใหม่โดยไม่เชื่อมโยงกับสิ่งที่มีอยู่เดิมเพียงอย่างเดียว เพราะเราอาจปรับเปลี่ยนหรือพัฒนาสิ่งใหม่ๆ จากธุรกิจที่มีอยู่แล้วได้ อาทิ ไอเดียที่ร้านอาหารจำนวนมากนำเอา ไข่เค็มมาผสมผสานกับเมนูต่างๆ จนได้รับความนิยม เช่น ไอศกรีมไข่เค็ม โจ๊กไข่เค็ม แซนวิชคัสตาร์ดไข่เค็ม เป็นต้น

5Disruptive Business Models หรือ การสร้างความแตกต่างทางธุรกิจ (เพื่อเป็นผู้นำการตลาด)

Business Model หรือ โมเดลธุรกิจ คือ แบบจำลองธุรกิจที่เหล่านักธุรกิจควรวางแผนว่า จะให้บริการหรือขายอะไร กลุ่มเป้าหมายที่เราอยากขายให้คือใคร ขายอย่างไร ขายที่ไหน ผลิตด้วยอะไร ใครมาช่วยผลิต และมีรายได้และค่าใช้จ่ายอย่างไร รวมถึงมีกำไรจากการให้บริการและสินค้าตัวใดบ้าง

Disruptive หากแปลตรงตัวจะแปลว่า การขัดขวางหรือแทรกแซง ในเชิงธุรกิจ Business Disruption อาจมองได้ว่าเป็นธุรกิจใหม่ๆ ที่เข้ามานำเสนอสินค้าหรือบริการที่สร้างคุณค่าให้กับลูกค้าได้มากกว่าธุรกิจเดิมๆ จนลูกค้าค่อยๆ เปลี่ยนมาใช้สินค้าใหม่ๆ เหล่านั้น และผู้เล่นรายเดิมก็ค่อยๆ หายไป ซึ่งปัจจุบันเกิดธุรกิจประเภทนี้ขึ้นเป็นจำนวนมาก ตัวอย่างที่น่าสนใจ ได้แก่ รูปแบบ Free Model, Ecosystem Model และ Subscription Model

strategies for opening new business

Free Model คือ รูปแบบธุรกิจที่สร้างขึ้นมาเพื่อให้ใช้บริการได้ฟรี แต่สามารถสร้างรายได้ได้จากการทำโฆษณา เช่น Google ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงเพื่อค้นหาข้อมูลต่างๆ ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ Google สามารถหารายได้ได้จากการคิดค่าโฆษณา ไม่ว่าจะเป็น Search Engine Marketing (SEM) หรือ Google Adwords เป็นต้น

Ecosystem Model รูปแบบธุรกิจที่สร้างสินค้าหรือบริการอย่างครบวงจร เพื่อให้เกิดต้นทุนที่สูงขึ้นหากลูกค้าเปลี่ยนแปลงไปใช้แบรนด์อื่น (Switching Cost) ทำให้ผู้ใช้บริการเปลี่ยนไปใช้สินค้าหรือบริการอื่นได้ยาก เพราะข้อมูลต่างๆ ถูกเชื่อมโยงเข้าหากันในหลายๆ อุปกรณ์ หากเปลี่ยนไปใช้ยี่ห้ออื่นอาจทำให้การทำงานไม่สะดวกสบาย ย้ายข้อมูลได้ลำบาก มีค่าใช้จ่าย เสียเวลา หรือมีค่าเสียโอกาสสูง ผู้ใช้จึงจำเป็นต้องใช้บริการหรือสินค้าของเจ้านั้นต่อไป อาทิ การสร้างสินค้าของ Apple ไม่ว่าจะเป็น iPhone, Apple Watch, iPad, iPod หรือแม้แต่การสร้างระบบ iOS ขึ้นมา เพื่อให้ทุกอุปกรณ์สามารถเชื่อมโยงเข้าหากันได้อย่างเป็นระบบ เป็นต้น

Subscription Model คือ รูปแบบธุรกิจแบบระบบสมาชิก ผู้ใช้สามารถทำบัตรสมาชิกผ่านการชำระเงินก่อน แล้วจึงจะสามารถลดราคาได้ หรืออาจให้ทดลองใช้ฟรีโดยจำกัดเวลา เมื่อหมดอายุการใช้งานก็เสนอขายระบบสมาชิก เพื่อให้สามารถใช้งานต่อได้ โมเดลธุรกิจรูปแบบนี้ จะทำให้ร้านอาหารหรือธุรกิจสามารถได้เงินมาหมุนในระบบก่อนได้ เช่น การเปิดร้านอาหารหรือร้านกาแฟที่มีระบบสมาชิกที่ผู้ใช้อาจต้องเสียค่าทำบัตรสมาชิกในราคาถูก แต่สามารถเข้าร่วมโปรโมชั่นต่างๆ ได้ วิธีการนี้ถือเป็นการผูกมัดลูกค้าให้เลือกใช้สินค้าหรือบริการของเรามากขึ้น และเปลี่ยนไปใช้บริการคู่แข่งน้อยลง เพราะไม่คุ้มกับค่าสมัครบัตรสมาชิกนั่นเอง

ปัจจุบัน อัตราการแข่งขันการทำธุรกิจค่อนข้างสูง แต่ความต้องการของคนเราก็ยังไม่มีที่สิ้นสุดเช่นกัน บางสิ่งที่เราคิดว่าสะดวกสบายในระดับหนึ่งแล้ว ในความเป็นจริงอาจยังมีนวัตกรรมใหม่ๆ ที่รอให้เราสร้างสรรค์เพื่อยกระดับชีวิตและความสะดวกสบายของผู้คนให้มากยิ่งขึ้น

สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารและร้านกาแฟ ที่ต้องการปรึกษาเรื่องการทำการตลาดในโลกออนไลน์ หรือสร้างสรรค์ธุรกิจใหม่ Wongnai ก็พร้อมให้บริการด้านการทำการตลาดออนไลน์ เพียง คลิกที่นี่ เพื่อรับรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนเปิดร้านบน Wongnai ฟรี! ได้เลย นอกจากนี้ยังสามารถติดตามเทรนด์ธุรกิจร้านอาหารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ Line@ : @wongnai4biz หรือคลิก https://bit.ly/2XWFOpz

Wongnai for Business ยังมีบทความดีๆ ที่คัดสรรมาให้ผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารทุกท่านได้อ่านอีกมากมาย ติดตามกันได้ที่ Facebook : Wongnai for Business หรือคลิกเพื่ออ่านบทความดีๆ ต่อกันได้เลย!

บทความ เคล็ดลับแต่งร้านอาหารขนาดเล็ก สวยจัดเต็มอย่างลงตัว!

บทความ 4 ปัจจัยสำคัญ เลือกให้ดีก่อนขยายสาขาร้านอาหาร! 

บทความ 5 แนวคิด ออกแบบแพคเกจจิ้งสไตล์ญี่ปุ่น ตอบโจทย์ทั้งดีไซน์และการใช้งาน