1. เสริมหน้าอก by dream clinic • เย๊ๆ ผ่านมาเกือบเดือนมีแต่คนทักว่าเนินสวย ปลื้ม😘😘😘 ร้าน Dream Clinic Thailand
เย๊ๆ ผ่านมาเกือบเดือนมีแต่คนทักว่าเนินสวย ปลื้ม😘😘😘 - เสริมหน้าอก by dream clinic
เสริมหน้าอกกับศัลยแพทย์เฉพาะทางมันดีแบบนี้นี่เอง เสริมหน้าอก silimed 330cc by นพ.ทรงยศ จันทจิตร์
รีวิวศัลยกรรมหน้าอกกับคุณหมอทรงยศดรีมคลินิก สวัสดีค่ะ ขอแนะนำตัวสั้นๆนะคะ ชื่อ ณฏฐพร นะคะ หรือจะเรียกสั้นๆง่ายๆว่านัทก็ได้ค่ะ วันนี้อยากจะมาแชร์ประสบการณ์ในการเสริมหน้าอกครั้งแรกในชีวิตเลยค่ะ ต้องบอกก่อนนะคะว่าโดยส่วนตัวแล้วเป็นสาวสองค่ะ ทำ research เรื่องนี้มานานมากกว่าจะตัดสินใจทำ ได้ค้นข้อมูลมาก็มากอ่านรีวิวมาก็เยอะ ทั้งสืบประวัติแพทย์หลายท่าน ดูมาหลายคลินิก จริงๆก่อนหน้าที่จะมาที่นี่ได้คิวอีกคลินิกนึงมาก่อนหน้าที่จะมาที่ดรีมคลินิกนะคะ ตอนนั้นรู้สึกลังเลมากกับคลินิกเก่าอาจจะเป็นเพราะไม่มั่นใจในแพทย์ด้วยมั้งคะ แต่พอค้นข้อมูลมาพบกับดรีมคลินิกพร้อมกับหาข้อมูลคุณหมอทรงยศไปด้วยก็รู้สึกมั่นใจขึ้นมากทีเดียวเลยค่ะอาจจะเป็นเพราะคุณหมอเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง รวมถึงเคสของคุณหมอที่ผ่านมาเป็นบุคคลธรรมดาที่ต้องการเสริมสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง ไม่เคยเห็นเคสรีวิวที่เป็นพริตตี้เลยเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเราได้เป็นอย่างดีทีเดียวค่ะ จะเห็นได้ว่ารูปเก่าๆมันมีแค่เนินเล็กๆจากการฉีดฮอร์โมนเท่านั้นเองค่ะ ที่เหลือบอกได้เลยนะคะว่าฟองน้ำล้วนๆ พอตัดสินใจได้ว่าจะเสริมหน้าอกที่ดรีมคลินิกแล้วก็นัดวันเข้ามาปรึกษาคุณหมอเลยค่ะ โดยนัดเป็นวันที่ 15 กรกฎาคม 2562 ค่ะ ตอนที่เข้ามาปรึกษาคุณหมอทรงยศ คุณหมอก็ได้ทำการวัดอย่างละเอียดเลยค่ะ รวมถึงให้ลองใส่ชุดชั้นในพร้อมกับซิลิโคนที่เลือกว่าควรเป็นขนาดไหนดี แต่มีคำตอบในใจอยู่แล้วว่าต้องการสมส่วนพอดีตัวดูเป็นธรรมชาติ ตอนแรกคุณหมอให้ลอง 300 ซีซีก่อน แต่คุณหมอบอกว่ามันอาจจะพอดีตัวไปและอาจจะเป็นบล็อกได้ในอนาคต คุณหมอก็เลยให้ลองขนาด 330 cc และขนาด 350 cc คุณหมอก็เลยสรุปให้ได้ว่าควรจะเป็นขนาด 330 cc silimed ค่ะ บอกได้เลยนะคะว่าคุณหมอเป็นคนที่ละเอียดมากในการวัดขนาดครั้งนี้นับว่าเป็นหน่วยมิลลิเมตรกันเลยทีเดียวล่ะค่ะ ละเอียดมากจริงๆ พอจบขั้นตอนในการปรึกษาก็นัดวันในการผ่าตัดและจ่ายมัดจำ โดยได้คิวผ่าเป็นวันที่ 19 กรกฎาคม 2522 ค่ะ ก่อนหน้านั้นได้ทำการตรวจเลือดเอกซเรย์ปอดและตรวจคลื่นหัวใจแนบกับเอกสารที่คุณหมอเขียนรายละเอียดในวันปรึกษาไปด้วยเลยค่ะ ก่อนวันผ่าตัด 1 วันจะมีเจ้าหน้าที่โทรมาย้ำเตือนข้อปฏิบัติและขั้นตอนก่อนการผ่าตัด ในวันนัดผ่าตัดตัวนัทเองตื่นมาทานข้าวตั้งแต่ 4:00 น. ตามที่ทางเจ้าหน้าที่คลีนิกได้แจ้งไว้ว่าเป็นเวลาที่สามารถจะรับประทานได้ ถือว่าเป็นมื้อสุดท้ายก่อนการผ่าตัดเลยค่ะ เพราะหลังจากนั้นต้องงดน้ำและอาหารจนถึงก่อนเวลาผ่าตัดค่ะ พอได้เวลานัดก็เดินทางไปถึงคลินิกในเวลา 10:00 น ระหว่างนั่งรอก็ทำการกรอกเอกสารยินยอมรวมถึงแจ้งชื่อแบะเบอร์ติดต่อคนที่จะมารับเรา ข้อนี้สำคัญมากๆเลยนะคะ เพราะเราไม่สามารถขับรถเองหรือเดินได้เองสะดวกต้องมีคนมารับนะคะ ข้อนี้ขีดเส้นใต้ตัวแดงๆ เลยค่ะ สักพักก็จะมีเจ้าหน้าที่มาเรียกขึ้นไปพักผ่อนในห้องที่จัดเตรียมไว้ให้ค่ะ หลังจากนั้นก็ทำการเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเตรียมตัวเข้าสู่ห้องผ่าตัดค่ะ ก่อนวันนัดทำการผ่าตัดเจ้าหน้าที่ของคลินิกย้ำว่าห้ามใส่เครื่องประดับหรือวัตถุโลหะอื่นๆด้วยค่ะให้เก็บไว้ที่บ้านก่อนมาคลินิก นอนรอคุณหมอเข้ามาตรวจเป็นครั้งสุดท้าย พอได้เวลาประมาณ 14.00 คุณหมอมาถึง คุณหมอก็จัดการถ่ายภาพเก็บไว้รวมถึงเขียนรายละเอียดและวาดภาพลงบนตัวของเรา #ภาพถ่ายเปรียบเทียบก่อนเข้าห้องผ่าตัด จากนั้นคุณหมอแจ้งรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับผลหลังการผ่าตัดมีอะไรบ้าง เช่น หลังการผ่าตัดอาจจะมีอาการปวดกล้ามเนื้ออยู่บ้าง ทรงของหน้าอกจะตั้งอยู่สักพัก หรือมีอาการบวมหลังผ่า เป็นต้น จากนั้นก็ได้เวลาผ่าตัดแล้วค่ะ ความรู้สึกตอนเดินเข้าห้องผ่าตัดรวมถึงพอนอนบนเตียงผ่าตัดแล้ว ตื่นเต้นสุดๆ เลยค่ะ พยายามบอกตัวเองให้ใจเย็น พอนอนลงบนเตียงที่มีลักษณะเหมือนไม้กางเขน คุณพยาบาลก็จะผูกสายรัดที่ข้อมือทั้งสองข้าง จากนั้นคุณหมอวิสัญญีที่ถามชื่อจริง ชื่อเล่น ระยะเวลาการงดน้ำ งดอาหาร ถึงเวลาสำคัญแล้วนะคะ ตรงนี้มาร์คไว้เลยค่ะว่าไคลแม็กซ์สุดๆ คุณหมอวิสัญญีขออนุญาตเจะเดินสายน้ำเกลือ พร้อมกับให้นับเลขในใจช้าๆ 1 2 3 4 5 เอาจริงไปนะคะ ยังนับไม่ถึงห้าเลยมั้งค่ะ หลับไปซะก่อน ตื่นขึ้นมาอีกทีประมาณ 16.25 รู้สึกตึงบริเวณหน้าอกและพร้อมกับสายเดรนทั้งสองข้าง สายน้ำเกลือและสายออกซิเจน นอนมองไปเห็นเนินอก นี่OMG เลยค่ะ นอนพักในห้องพักฟื้นสักพักคุณพยาบาลก็จะมาถอดสายออกซิเจนออก แต่ยังลุกไปไหนไม่ได้นะคะ ต้องรอน้ำเกลือหมดขวดเสียก่อน นอนไปสักพักเกิดกระหายน้ำเลยรบกวนคุณพยาบาลเอาน้ำเย็นมาให้ (ตรงจุดนี้ปกตินะคะที่จะรู้สึกกระหายน้ำเพราะระหว่างการผ่าตัดคุณหมอวิสัญญีจะทำการสอดท่อช่วยหายใจระหว่างการผ่าตัดค่ะ) จิบน้ำได้ไม่นานก็พะอืดพะอมอยากอาเจียน จัดไปค่ะ อาเจียนสองหน พอได้อาเจียนรู้สึกดีขึ้นทันทีเลยค่ะ อาจจะเป็นเพราะผลข้างเคียงของยาสลบ พอสักพักที่รู้สึกดีขึ้นจนจะสามารถกลับบ้านได้คุณพยาบาลก็มาช่วยประคองเดินเพื่อรอคนมารับ ก่อนกลับก็รับยากลับไปทานที่บ้านพร้อมถุงที่ใส่สายเดรนทั้งสองข้าง การดูแลตัวเองวันที่1-3หลังผ่าตัด การรักษาอาการปวดแผล 1.1 กินยาแก้ปวดตามระยะเวลา ยาที่ช่วยลดการปวด เรียงจากน้อยไปมาก (a) Paracetamol (500mg) กิน 2 เม็ดเวลาปวดทุก 6 ชั่วโมง (b) Norgesic ยาคลายกล้ามเนื้อ    กินต่อเนื่อง 1 เม็ด หลังอาหาร เช้า-กลางวัน-เย็น (c) ยาแก้ปวดกล้ามเนื้อ/ต้านอักเสบ  Celebrex(200mg)   ให้กินต่อเนื่อง 1 เม็ด หลังอาหารเช้า-เย็น สามารถกินต่อเนื่องได้นาน 7-14 วันหากยังมีอาการปวดอยู่ (d) ยาแก้ปวดที่รุนแรงมากMorphine syrup กิน 1-2 ช้อนชาเวลาปวดมาก ทุก 4-6 ชั่วโมง ปกติให้กินยาในข้อ (a)-(c) หากปวดมากอาจรับยาเพิ่มในข้อ(d) ไม่ต้องกลัวติดยา และไม่ควรต้องทนเวลาปวด เพราะการทนไม่กินยาไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไร 1.2 นอนศีรษะสูง  จะช่วยลดอาการบวมแน่นได้ 1.3 ประคบเย็น เริ่มได้ตั้งแต่หลังผ่าตัดวันแรก ตั้งแต่กลับถึงบ้าน   โดยปลดบราออกแล้วตรงกลาง แล้วประคบแผ่นเย็น Cold pack gel ให้เย็นตลอด 24 ชั่วโมง (ควรมีสองอันเพื่อสลับกันใช้ทุก 1-2 ชั่วโมง) นาน 7-10 วัน *ไม่ให้ใช้แผ่น gel ลดไข้ Koolfever เพราะไม่ได้ผล ความเย็นไม่เพียงพอ 1.4ดูแลสายระบายเลือดให้ดี       เพราะขวดเดรนระบายเลือดช่วยลดความเจ็บ ลดเลือดคั่ง ทำให้เต้านมนิ่ม และลดพังผืดได้ -ขณะนอนพักให้วางไว้ข้างตัว ให้ต่ำกว่าระดับหน้าอก อย่าให้บิด อย่าให้ตึงเกินไป ระวังสายหลุดจากข้อต่อ -ขณะเดินทางให้ถือใส่ถุง/กระเป๋า  หรือ แขวนไว้กับเข็มขัด -ให้ขีดระดับทุกวันตอนเช้า , ตรวจเช็คสุญญากาศ จุกสีเขียว หากไม่ทำงานต้องมาเปลี่ยน ระหว่างรอให้วางขวดต่ำกว่าหน้าอกเสมอ #คืนแรกหลังการผ่าตัดก็สามารถลุกเดินเข้าห้องน้ำเองได้เลยค่ะ เพราะอยุ่คนเดียว ในส่วนของการนอนก็นอนบนเก้าอี้เอน #พอวันที่สามก็สามารถเดินไปร้านสะดวกซื้อใกล้ได้แล้งค่ะ แต่เดินมากไม่ได้นะคะ จะแสบร้อนข้างในตรงที่เป็นแผลสายเดรนค่ะ การดูแลตัวเอง ประจำวัน - แนะนำอาหารอ่อนๆเช่นข้าวต้ม,น้ำหวาน,นม หรืออาหารที่ย่อยง่าย ในช่วงแรก  โดยเริ่มกินทีละน้อยก่อน เพราะคลื่นไส้ในช่วงแรกหลังทำอาจเกิดได้ และจะค่อยๆดีขึ้นเอง     หลีกเลี่ยง เหล้า แอลกอฮอล์ ,อาหารดิบ,หรือ อาหารที่อาจทำให้เกิดอาการแพ้ในช่วง 1 เดือนแรก - งดอาบน้ำ แต่สามารถปลดบราและให้เช็ดตัวได้ตั้งแต่วันแรก   จนกระทั่งหลังประมาณ 12 วันหลังผ่าตัด (ตัดไหมไปแล้ว 5 วัน) - กินยาฆ่าเชื้อ และแก้ปวด ตามแพทย์สั่ง - ในช่วง 5 วันแรกควรนอนพักประคบเย็นเป็นหลัก ไม่ควรเดินทางไกล หรือต้องขยับร่างกายมากเพราะจะทำให้ปวด เลือดคั่ง หรือติดเชื้อตามมาได้ มาตรวจตามนัด ในกรณีของนัทวันที่ 3 หลังผ่าตัดได้มาตรวจตามนัดเพื่อ….. - ตรวจประเมินอาการปวด,ความบวมช้ำ หรือ ความผิดปกติอื่นๆ  และแนะนำการปฏิบัติตัว หรือข้อควรระวังในแต่ละรายซึ่งอาจต่างกัน - พยาบาลผู้ช่วยจะเทเลือดจากขวดระบาย  จะเอาสายระบายเลือดออกได้เมื่อ ของเหลวออกมาน้อยกว่า 30 mlใน1 วัน และเป็นสีเหลืองตลอดสาย - ฉีดยาหรือกินยาหยุดเลือด หากเลือดออกมากกว่าปกติ เช่น เคยกินยาวิตามิน อาหารเสริมภายใน 2 เดือนก่อนผ่าตัด, มีประจำเดือน, มีภาวะเลือดออกง่าย หยุดยาก, เป็นคนที่เขียวช้ำง่ายเวลาโดนกระแทก (ยากิน/ยาฉีด เพื่อหยุดเลือด จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม(600บาท)เพราะถือเป็นการรักษาเพิ่มเติมเนื่องจากสภาพร่างกาย และการแข็งตัวของเลือดที่ไม่ปกติ ) #ในกรณีของนัทต้องฉีดยาหยุดเลือดด้วยค่ะ เพราะเลือดออกมากและอาจจะหายช้าได้ วันที่ 6-8 หลังผ่าตัด 1.นัดมาตรวจแผลและ ตัดไหม  - เช็คบราที่ใส่   แนะนำให้การใส่บรา (ใส่ตลอด 24 ชั่วโมง,คาดผ้า Breast Band แถบสีขาวเท่านั้น ห้ามใช้บราพิเศษแบบอื่น ตลอด 24 ชั่วโมง  1-2 เดือนตามแพทย์สั่ง ขึ้นกับโครงสร้างเต้านมและกระดูกหน้าอกของแต่ละคน) 2. หลังตัดไหมต้องติดเทปกันแผลแยกไว้ 5 วัน    ห้ามโดนน้ำ,ห้ามแกะ,ห้ามให้หลุดเด็ดขาด -ยังไม่แนะนำให้อาบน้ำหลังตัดไหม 5 วัน ( ถ้าจำเป็นต้องอาบน้ำให้ติดแผ่นฟิล์มกันน้ำขนาดใหญ่ และคอยเปลี่ยนทุกครั้งหากมีน้ำเข้าไปข้างใต้  ต้องดูแลระวังให้ดีเพราะหากน้ำเข้าไปโดนแผลจะเปื่อยแยกได้ ) -ห้ามแช่น้ำ ลงอ่างน้ำ ลงทะเล 1 เดือน เพราะแผลยังไม่หายสนิทน้ำจะทำให้แผลเปื่อยและอักเสบได้ 3. บางคนอาจต้องกินยาฆ่าเชื้อหรือยาแก้ปวดต่อ แล้วแต่อาการ 4. กิจกรรมที่ควรงดในช่วง 1 เดือนแรก : ห้ามออกกำลังกาย, ห้ามทำงานที่ต้องใช้แรงกล้ามเนื้อหน้าอก เช่น ยก/ลากของหนักๆ,ขับรถ,ทำงานบ้าน 5.เริ่มรักษาแผลเป็น หลังตัดไหมไปแล้ว 5 วัน -หลังจากตัดไหมไปแล้ว 5 วันค่อยแกะแผล เริ่มทายาและปิดแผ่นกันแผลเป็นได้ ใช้ต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงอย่างน้อย 6 เดือน 2 สัปดาห์ หลังผ่าตัด คุณหมอนัดมาเช็คว่าความบวมเต้านมลดลงตามปกติ ไม่มีน้ำคั่งที่แผล ไม่มีการอักเสบ ติดเชื้อหรือ บวมตึงที่ผิดปกติ เช็คตำแหน่งซิลิโคนว่ายังอยู่ตำแหน่งที่ดีเพราะมีหลายราย  ไม่ได้รัดผ้าด้านบน หรือ  รัดผ้าไม่ถูกต้อง  หรือ นอนตะแคงกดทับซิลิโคน หรือใช้แรงแขนและกล้ามเนื้อหน้าอกมากเกินไป หรือทำงานบ้าน หรือขับรถ ทำให้ซิลิโคนยกตัวหรือเคลื่อนตัวผิดไป  การมาตรวจจะสามารถแก้ไขความผิดปกตินี้ได้ทัน ซึ่งตอนนี้ก็ผ่านมา 26วันแล้วค่ะ ตอนนี้เดินฉิวเลยค่ะ แต่ไม่วิ่งนะคะ สามารถขับรถจักรยานยนต์ได้แล้วค่ะ แต่ยังสวมสปอร์ตบราและคาดแถบรัดอยู่นะคะ คุณหมอแนะนำให้คาดไว้อย่างน้อยสองเดือนค่ะ หวังว่ารีวิวนี้หลายคนคงได้รับประโยชน์ หรือประสบการณ์เพื่อประกอบการตัดสินใจไม่มากก็น้อยนะค่ะ แต่ถ้าเลือกได้แนะนำเลยค่ะ ที่ dream clinic โดยคุณหมอทรงยศ จันทจิตร์ ศัลยแพทย์และศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางที่ติด top list 1 ใน 5 ของประเทศไทย คงต้องลาแล้วนะคะสำหรับรีวิวนี้ ขอบคุณค่ะ😘😘😘😘... อ่านรีวิวฉบับเต็ม
0 Like0 Comment
LikeShare
photo