50 ความลับเกี่ยวกับอาหาร ที่รู้แล้วต้องอึ้ง
  1. 50 ความลับเกี่ยวกับอาหาร ที่รู้แล้วต้องอึ้ง

50 ความลับเกี่ยวกับอาหาร ที่รู้แล้วต้องอึ้ง

ข้าวผัดอเมริกันไม่ได้มาจากอเมริกา ขนมจีนไม่ได้มาจากจีน เสือร้องไห้ไม่ใช่เนื้อเสือ เอ๊า! งงเด้ๆ มารู้จักกับตำนานอาหารที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน จริงหรือหลอกมาดูกัน!
writerProfile
13 ก.ค. 2020 · โดย
1

1.  ถุงชา ที่เราเห็นในทุกวันนี้เกิดขึ้นจากความบังเอิญ โดยนาย Thomas Sullivan ได้ส่งตัวอย่างชาของเขาใส่ไปในถุง และเริ่มมีคนต้มชาในกาต้มน้ำโดยไม่ได้เอาชาออกจากถุง จึงกลายมาเป็นถุงชาในปัจุบัน อ้างอิง https://www.eatthis.com/mind-blowing-food-facts/

2

2. ย้อนหลังไปในต้นปี ค.ศ. 1800 แพทย์ท่านหนึ่งได้ลองใช้ ซอสมะเขือเทศ เพื่อเป็นยารักษาอาการท้องเสียและอาหารไม่ย่อย ต่อมาจึงมียารักษาโรคเหล่านี้มาจากมะเขือเทศ อ้างอิง https://www.thefactsite.com/100-random-food-facts/

3

3. หลาย ๆ คนคงคิดว่า อูนิ ที่หอมมัน และเป็นของโปรดของใครหลาย ๆ คนนั้น คือไข่หอมเม่น แต่ที่จริงแล้ว อูนิ คือถุงอัณฑะของหอยเม่นตัวผู้ และรังไข่ของหอยเม่นตัวเมียนั่นเอง อ้างอิง https://www.wongnai.com/food-tips/18-myths-and-facts-about-food

4

4. เพื่อน ๆ เคยสงสัยกันไหมว่า เวลาไปสังสรรค์นั้น ร้านจะเปิดเพลงที่มีจังหวะเร็ว นั่นก็เพราะว่า ความจังหวะที่เร็วของเพลงที่ฟังนั้น มีผลต่อพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มของคน เพลงยิ่งดังมากเท่าไหร่ คนก็จะดื่มเร็วและมากขึ้นเท่านั้น และนี่เองจะเป็นเคล็ดลับในการกระตุ้นยอดขายก็เป็นได้ อ้างอิง https://www.thefactsite.com/100-random-food-facts/

5

5. น้ำดื่มไม่มีวันหมดอายุ สิ่งที่หมดอายุตามวันหมดอายุบนบรรจุภัณฑ์ คือ ขวดพลาสติก เมื่อเวลาผ่านไปนานหรือโดนความร้อนมาก ๆ ขวดพลาสติกจะปล่อยสารพิษออกมาปะปนกับน้ำดื่มนั่นเอง อ้างอิง https://www.thefactsite.com/100-random-food-facts/

6

6. น้ำผึ้ง ถือเป็นสุดยอดแห่งอาหารและยามาตั้งแต่สมัยโบราณ แต่จริง ๆแล้วนำ้ผึ้งนั้นก็คือ คือ “อ้วก” ของผึ้ง เพราะ ผึ้งนั้นเก็บน้ำหวานจากเกสรดอกไม้ไว้ในท้องของมัน เมื่อกลับมาที่รัง ก็จะปล่อยน้ำหวานที่เก็บไว้ในท้องออกมา เป็นน้ำผึ้งนั่งเอง อ้างอิง https://www.thefactsite.com/100-random-food-facts/

7

7. การเคี้ยวเมล็ดคั่วกาแฟ นั้นสามารถช่วยลดหรือขจัดแบคทีเรียที่ทำให้เกิดกลิ่นปากได้ การดื่มกาแฟก็ช่วยได้เช่นกัน แต่จะมีประสิทธิภาพน้อยมากเทียบกับการเคี้ยวเมล็ดกาแฟ อ้างอิง https://www.thefactsite.com/100-random-food-facts/

8

8. ใครที่กำลังมองหาวัตถุดิบเพื่อทำอาหารลดน้ำหนักอยู่ละก็ เราขอแนะนำ “มันฝรั่ง” ที่มีเป็นวัตถุดิบของคุณ เพราะในมันฝรั่งนั้นมีส่วนประกอบของน้ำถึง 80%เลย แต่อะไรที่เยอะไปก็ไม่ส่งผลดีเท่าไหร่ ก็ต้องกินอาหารที่ถูกหลักแล้วก็อย่าลืมออกกำลังกายด้วยนะ อ้างอิง https://www.thefactsite.com/100-random-food-facts/

9

9. ฝักข้าวโพดที่เรากินนั้น เพื่อน ๆ เคยสังเกตไหมว่า มักมีจำนวนแถวเป็นเลขคู่เสมอ ส่วนมากจะมี 8 - 22 แถว ถ้าครั้งหน้าที่เพื่อน ๆ กินข้าวโพดก็ลองนับดูกันนะ อ้างอิง https://www.uselessdaily.com/food/useless-trivia-89-random-facts-about-food/

10

10. น้ำนมแม่นั้นเป็นอาหารที่มีสารอาหารที่เพียงพอทั้งในทารกรวมถึงผู้ใหญ่อีกด้วย แต่ต้องได้รับในปริมาณที่มากถึง 3 ลิตรต่อวัน ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณที่มาก เนื่องจาก ปริมาณน้ำนมแม่ที่สร้างได้ในแต่ละ1 วัน คือ ประมาณ 850 ต่อคน อ้างอิง https://www.thefactsite.com/100-random-food-facts/

11

11. เนื้อเบอร์เกอร์หนึ่งชิ้นที่เรากินนั้น เพื่อน ๆ รู้ไหมว่าทำมาจากวัวขั้นต่ำ 100 ตัว ฟังดูอาจจะไม่น่าเชื่อใช่ไหมหล่ะค่ะ แต่เพื่อที่จะได้เนื้อที่ออกมาเป็นสีที่เท่ากันที่ทางผู้ผลิตจึงต้องใช้หลาย ๆ ส่วนที่จากวัวหลาย ๆ ตัว อ้างอิง https://www.thefactsite.com/100-random-food-facts/

12

12. จริง ๆ แล้ว ไวท์ช็อกโกแลตไม่ได้มีส่วนผสมของช็อกโกแลตเลย มันทำมาจาก นม โกโก้บัตเตอร์ น้ำตาล วานิลลา และเลซิติน ซึ่งแตกต่างกับดาร์กช็อกโกแลตที่มีส่วนผสมเกือบทั้งหมดมาจากช็อกโกแกต อ้างอิง https://www.thefactsite.com/100-random-food-facts/

13

13. ในการทดลองสัญญาณไร้สายของเครื่องบินโบอิ้งในปี 2012 วิศวกรได้วางกระสอบเพื่อบนที่นั่งผู้โดยสาร เนื่องจากมันฝรั่งมีปริมาณน้ำและสารเคมีสูงจึงทำให้มันฝรั่งดูดซับและสะท้อนสัญญาณวิทยุและสัญญาณไร้สายได้ อ้างอิง https://www.insider.com/amazing-food-facts-2017-12#a-typical-ear-of-corn-has-aneven-number-of-rows-5

14

14. รู้หรือไม่ ช็อคโกแลต ในอดีตเคยถูกใช้เป็นเงิน หรือการแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้าของชาว Aztecsในบริเวณที่พวกเขาอยู่อาศัยกัน อ้างอิง https://www.insider.com/amazing-food-facts-2017-12#a-typical-ear-of-corn-has-aneven-number-of-rows-5

15

15. แครอทสีส้มที่เรากินในปัจุบันนั้น จริง ๆ แลเวได้ถูก พัฒนามาจากแครอทสีม่วง ในช่วงปลายศตวรรษที่ 16 เพื่อให้มีรสชาติที่หวานและอร่อยขึ้น อ้างอิง https://www.insider.com/amazing-food-facts-2017-12#a-typical-ear-of-corn-has-aneven-number-of-rows-5

16

16. เนื่องจากวาซาบิของแท้มีราคาแพงและขั้นตอนการทำที่ยาก วาซาบิในท้องตลาดทุกวันนี้ จึงทำมาจาก ฮอสแรดิช ที่ย้อมสีและปรุงรสชาติให้เหมือนวาซาบิ อ้างอิง https://www.buzzfeed.com/melissaharrison/interesting-food-facts

17

17. จริง ๆ แล้ว คำว่า Spaghetti ในภาษาอังกฤษนั้นหมายถึงเส้นสปาเกตตีหลาย ๆเส้น เส้นเดียวนั้นเรียกว่า Spaghetto อ้างอิง https://www.buzzfeed.com/melissaharrison/interesting-food-facts

18

18. นักวิทยาศาสตร์ สามารถ ผลิตเพชรจากเนยถั่วได้ เนยถั่วนั้นอุดมไปด้วยคาร์บอนจึงเป็นไปได้ที่จะเปลี่ยนให้กลายเป็นเพชร โดยการแยกหรือดึงออกซิเจนออกมา เพื่อให้เหลือไว้แค่คาร์บอนไดออกไซด์ที่พบในเนยถั่ว ความดันของคาร์บอนที่เหลืออยู่ สามารถก่อตัวเป็นเพชรได้ อ้างอิง https://www.boredpanda.com/interesting-food-facts-lorcan-fearon/?utm_source=google&utm_medium=organic&utm_campaign=organic

19

19. รู้หรือไม่ ? จริง ๆ แล้วนักเก็ตของแมคโดนัลด์นั้นมี 4 รูปทรง ได้แก่ รูปรองเท้าบูท ลูกบอล กระดิ่ง และกระดูก อ้างอิง https://www.boredpanda.com/interesting-food-facts-lorcan-fearon/?utm_source=google&utm_medium=organic&utm_campaign=organic

20

20. ช็อกโกแลต มีประโยชน์เทียบเท่าผลไม้ การวิจัยพบว่า ดาร์กช็อกโกแลตมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่สูงกว่าน้ำผลไม้ที่ทำมาจากบลูเบอร์รีและทับทิม นอกจากนั้นยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพอีกมากมาย เช่น ช่วยให้เลือดในสมองไหลเวียนดีขึ้น และ ยังช่วยลดความดันเลือดอีกด้วย อ้างอิง https://www.realbuzz.com/articles-interests/nutrition/article/7-interesting-food-facts/

21

21. ยีนของคนเราที่มีความซับซ้อนมาก ประกอบด้วยโครงสร้างDNAประมาณ 3 พันล้านหน่วย แต่เพื่อน ๆ รู้ไหมว่าโครงสร้างDNA ของกล้วยนั้น มีความเหมือนเรามากถึง 41-60% เลย อ้างอิง https://www.cheatsheet.com/culture/crazy-but-true-food-facts-you-never-knew.html/

22

22. สิ่งที่เรากลืนจากการกินลูกอม ที่จริงแล้วไม่ใช่ลูกอม แต่คือรสชาติของลูกอมที่ละลายผสมไปกับน้ำลายเรานั่นเอง อ้างอิง https://z100radio.iheart.com/content/2017-07-31-27-random-food-facts-that-will-blow-your-mind/

23

23. การที่เราเลียแสตมป์ครั้งนึงนั้น เราได้รับพลังงาน 0.1 แคลอรี และสำหรับแสตมป์ที่ใหญ่พิเศษนั้น สามารถให้พลังงานเราได้มากถึง 14.5 แคลอรี อ้างอิง https://www.uselessdaily.com/food/useless-trivia-89-random-facts-about-food/

24

24. การเคี้ยวหมากฝรั่ง นอกจากจะช่วยขจัดเศษอาหารที่ติดค้างอยู่ที่ผิวฝันของเราแล้ว ก็ยังช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญประมาณ 25% อ้างอิง https://foodsafetyplus.com.au/food-trivia-fun-food-facts/

25

25. เหตุผลที่ อาหารบนเครื่องบินมีรสชาติที่ไม่อร่อย ก็เพราะว่าระดับความแห้งและความกดอากาศ มีผลต่อสารเคมีในร่างกาย ซึ่งจะทำให้การรับรสชาติอาหารนั้นแตกต่างออกไป อ้างอิง https://www.thefactsite.com/100-random-food-facts/

26

26. สตรอว์เบอร์รี ไม่ใช่ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี เพราะผลไม้ต้องมีเมล็ดอยู่ข้างในเท่านั้น แต่สตรอว์เบอร์รีมีเมล็ดอยู่ข้างนอกจำนวนมาก อ้างอิง https://www.thefactsite.com/100-random-food-facts/

27

27. ระเบิด มีส่วนผสมของ ถั่วลิสง เพราะว่าถั่วลิสิงมีน้ำมัน “กลีเซอรอล” ซึ่งเป็นน้ำตาลแอลกอฮอล์ที่มีคุณสมบัติความไวไฟ คนจึงนำสิ่งนี้จากถั่วลิสงมาผสมทำระเบิดนั่นเอง อ้างอิง https://www.thefactsite.com/100-random-food-facts/

28

28. จริง ๆ แล้ว ดอกกะหล่ำนั้นมีมากถึง 4 สี นอกจากสีขาวแล้ว ยังมี สีม่วง สีส้ม และสีเขียว ซึ่งดอกกะหล่ำสีส้มและสีม่วงมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าปกติ อ้างอิง https://www.thefactsite.com/100-random-food-facts/

29

29. สติ๊กเกอร์ที่ติดอยู่บนผลไม้นั้น ปลอดสารพิษ หากเผลอกินเข้าไปไม่เป็นอันตราย เนื่องจากทำมาจากกระดาษและกาวระดับ Food Grade หรือ เกรดอาหาร แต่ไม่ได้หมายความว่าเราควรกินมัน อ้างอิง https://www.thefactsite.com/100-random-food-facts/

30

30. เมนูแรกของร้านแมคโดนัลด์ทุกคนคงคิดว่าเป็นเมนูที่เป็นซิกเนเจอร์อย่าง "เบอร์เกอร์" แต่ความจริงแล้วเมนูแรกของร้านคือ "ฮอทด็อก" นั่นเอง อ้างอิง https://www.thestreet.com/markets/history-of-mcdonalds-15128096#:~:text=1937%20%2D%20The%20McDonald%20brothers%20start,the%20world's%20first%20McDonald's%20restaurant. 

31

31. เสือร้องไห้ไม่ใช่เนื้อเสือ! มันคือเนื้อส่วนอกของวัวที่มีชั้นเนื้อและไขมันแทรกกันอยู่เหมือนลายของหนังเสือ เลยเรียกว่าเนื้อเสือ ส่วนร้องไห้มาจากลักษณะของเนื้อเสือเวลาที่นำไปย่างบนไฟ จนชั้นไขมันในเนื้อจะละลายหยดลงบนไฟอยู่ตลอดเวลาเหมือนน้ำตาเวลาร้องไห้ อ้างอิง https://th.openrice.com/th/bangkok/article/%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B8%88%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B9%89-a5796

32

32. ผ้าขี้ริ้วไม่ได้เอาไว้เช็ดโต๊ะ! แต่มันคือกระเพาะห้องแรกของวัวที่เรียกว่ารูเมน (Rumen) เป็นกระเพาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดจาก 4 กระเพาะ มีผนังยื่นออกมาเพื่อทำหน้าที่หมักอาหารด้วยจุลินทรีย์ นอกจากนี้ยังมีกระเพาะส่วนอื่นที่คล้ายกัน ได้แก่ รังผึ้ง (Reticulum) และสามสิบกลีบ (Omasum) อ้างอิง https://th.openrice.com/th/bangkok/article/%E0%B8%9C%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89-%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A2%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B6%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%87-a5918

33

33. เซี่ยงจี๊หรือเซ่งจี๊จริง ๆ คือไตหมู ลักษณะเป็นก้อนกลมรี คล้ายเมล็ดถั่ว แต่บางร้านอาจหั่นมาเป็นชิ้น ๆ ก่อนเสิร์ฟ เจอได้ตามร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านชาบูต่าง ๆ อ้างอิง https://th.openrice.com/th/bangkok/article/%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B9%8A-%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%99-%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9-a5982#:~:text=%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B9%8A%20%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%20%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B9%8A,%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B9%8A%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88

34

34. ลอดช่องสิงคโปร์ไม่ได้มาจากสิงคโปร์ แต่เกิดจากร้านขายลอดช่องที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าโรงภาพยนตร์สิงคโปร์บนถนนเยาวราช สมัยก่อนพอลูกค้าไปกินมักจะเรียกว่า “ไปกินลอดช่องหน้าโรงหนังสิงคโปร์” สุดท้ายก็เรียกให้สั้นลงว่า “ลอดช่องสิงคโปร์” แทน อ้างอิง http://club.sanook.com/8539/%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B8%96%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%81-%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%87/#:~:text=%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2,%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%20%E2%80%9C%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E2%80%9C%20%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%8C

35

35. ขนมจีนไม่ได้มาจากจีน! แต่เป็นอาหารของคนมอญหรือรามัญ เรียกว่า “คนอมจิน” ซึ่ง “คนอม” แปลว่าจับกันเป็นกลุ่มเป็นก้อน ส่วน “จิน” แปลว่าทำให้สุก และคำก็ถูกพูดแผลงกันมาจนถึงปัจจุบันกลายเป็น “ขนมจีน” อ้างอิง https://www.sanook.com/campus/927454/

36

36. ขนมโตเกียวไม่ได้มาจากญี่ปุ่น! เรื่องของมีที่มาไม่แน่ชัด บ้างก็บอกว่ามาจากขนมยะสึฮะชิหรือโดรายากิของญี่ปุ่นที่ใช้แป้ง แต่มีคนไทยเอามาทำขายที่ห้างไทยไดมารู และตั้งชื่อว่า “ขนมโตเกียว” เพราะที่ห้างนำเข้าของจากญี่ปุ่น อ้างอิง https://www.histours.co.th/guide/eating/tokyo-dessert#:~:text=%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99%20%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%20%E0%B8%82%E0%B8%99%E0%B8%A1,%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%20%E0%B9%82%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7%20%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94

37

37. ตำนานของ “ข้าวผัดอเมริกัน” เกิดจากคุณหญิงท่านหนึ่งคิดค้นขึ้นตอนที่ทำงานเป็นผู้จัดการภัตตาคารในสนามบินดอนเมือง และมีสายการบินหนึ่งสั่งอาหารเช้าแต่ยกเลิกเที่ยวบิน เลยมีไข่ดาว ไส้กรอกเหลืออยู่ จึงนำมากินกับข้าวผัด เมื่อมีทหารอเมริกันมาเห็นและถามชื่อ จึงให้ชื่อว่า ข้าวผัดอเมริกัน อ้างอิง https://thairesidents.com/lifestyle/american-fried-rice-invented-thailand/

38

38. มีตำนานต้นกำเนิด “หมูหัน” ว่าในเมืองจีนสมัยก่อนมีชาวนาครอบครัวหนึ่งเลี้ยงหมูที่ใต้ถุนบ้าน เมื่อถึงหน้าหนาวอากาศเย็นจัด ชาวนาต้องก่อไฟแต่ลมหนาวพัดแรงจนไฟไหม้หมูทั้งเล้า ปรากฏว่าหมูถูกไฟย่างจนหนังพองกรอบ เนื้อและเครื่องในหมูสุกทั้งตัว จึงฉีกเนื้อหมูแบ่งกันกิน พบว่ามีรสชาติดี และกลายเป็นประเพณีที่เมื่อชาวจีนจะรวมกลุ่มร่วมงานมงคลต้องมีหมูย่างเป็นเครื่องเซ่นกราบไหว้ฟ้าดินเสมอ อ้างอิง https://www.tasteatlas.com/roast-suckling-pig

39

39. “กระหรี่ปั๊บ” เป็๋นอาหารสไตล์ตะวันตกผสมกับอินเดีย ตำนานคาดว่าท้าวทองกีบม้าคิดค้นขึ้น เริ่มเป็นที่นิยมโดยชาวมุสลิมในประเทศไทย มาจากคำว่า เคอร์รี-พัฟ (Curry puff) และเพี้ยนเป็นกะหรี่ปั๊บในที่สุด อ้างอิง https://www.eatzcatering.com/blog/the-curry-puff-story/

40

40. “ไข่กุ้ง” จริง ๆ แล้วไม่ใช่ไข่ของกุ้ง แต่คือไข่ของปลา แบ่งเป็น 2 ชนิดคือ Ebiko หรือไข่จากปลาไข่และ Tobiko คือไข่ของปลาบิน เอามาหมักและปรุงรสจนได้ไข่ใส ๆ เป็นสีส้มคล้ายกุ้ง อ้างอิง https://www.koloajodo.com/2016/01/26/what-is-masago-ebiko-tobiko/

41

41. “ไข่ปลาคาร์เวียร์” คือชื่อของไข่ปลา “สเตอร์เจียน” เป็นปลาสองน้ำคืออยู่ทั้งในแม่น้ำและทะเล เชื่อว่าเกิดมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ มีถิ่นกำเนิดอยู่เฉพาะทางซีกโลกเหนือ พบเจอมากที่สุดในทะเลแคสเปียน อ้างอิง https://www.finedininglovers.com/article/10-facts-about-caviar-history-consumption-and-curiosity

42

42. “ไข่ข้าว” เมนูแปลกที่แอบดูน่ากลัว หากินได้ขายตามจังหวัดในภาคอีสาน ทำจากไข่ไก่ที่แม่ไก่ไม่ได้ฟักต่อ ซึ่งในไข่นั้นยังมีตัวอ่อนของไก่ที่ยังเป็นตัวอ่อนหรือลูกเจี๊ยบอยู่ โดยเอาไปนึ่งให้สุกและแกะหรือปลอกเปลือกออกกินได้ทันที อ้างอิง https://allthatsinteresting.com/balut-egg

43

43. “กระเพาะปลา” ไม่ใช่กระเพาะปลาจริง ๆ แต่คืออวัยวะส่วน กระเพาะลม หรือถุงลมปลาเอาไว้ช่วยในการลอยตัวของปลาเป็นส่วนที่นุ่มและอร่อย ระดับราคาขึ้นอยู่กับชนิดของกระเพาะปลาที่มีหลากหลายชนิด ที่พบเห็นตามร้านทั่วไปคือ กระเพาะปลากระพง อ้างอิง https://www.eatconnection.com/what-is-fish-maw/

44

44. ฟัวกราส์ แปลว่า "ตับอ้วน" คือตับห่านหรือเป็ดที่ขุนให้อ้วนเป็นพิเศษ มีลักษณะนุ่มมันและมีรสชาติที่แตกต่างจากตับของเป็ดหรือห่านธรรมดา ขั้นตอนการผลิตคือการบังคับป้อนอาหารให้ห่านหรือเป็ดด้วยข้าวโพดเพื่อให้มีตับใหญ่กว่าปกติ อ้างอิง https://www.dartagnan.com/foie-gras-101-preparations-and-uses.html

45

45. “โทมาฮอว์ก (Tomahawk)” คือชิ้นส่วนของริบอายแบบติดกระดูกมาทั้งแท่ง มีไขมันแทรกอยู่มาก ชิ้นใหญ่และรสชาติดีที่ชื่อว่า Tomahawk ซึ่งแปลว่าขวานนั้น เนื่องจากชิ้นส่วนนี้มีรูปร่างคล้ายกับขวานดั้งเดิมของประเทศอเมริกา อ้างอิง https://heygrillhey.com/perfect-reverse-seared-tomahawk-steak/#:~:text=What%20is%20a%20Tomahawk%20Steak,still%20attached%20to%20the%20meat!

46

46. ตำนานที่มาของ “แซนด์วิช” เกิดจากขุนนางอังกฤษที่เกิดหิวขึ้นมาขณะเล่นไพ่ จึงสั่งให้พ่อครัวทำอาหารที่สามารถทานได้โดยสะดวก ไม่เลอะมือเวลาจั่วไพ่ พ่อครัวเลยนำขนมปังแผ่นสอดไส้เนื้อและชีสมาเสิร์ฟ จนกลายเป็นที่นิยมแพร่หลายต่อมา อ้างอิง https://www.history.com/news/the-story-of-the-sandwich#:~:text=The%20sandwich%20as%20we%20know,end%20at%20the%20card%20table.

47

47. “ซูชิ” จริง ๆ แล้วมาจากไทย! เกิดจากวัฒนธรรมการหมักปลาร้าและปลาส้มของประเทศไทยและลาวที่คนญี่ปุ่นรับวัฒนธรรมไปเมื่อหลายร้อยปีก่อน โดยสมัยก่อนซูชิของญี่ปุ่นเป็นปลาหมัก มีเครื่องเคียงเป็นขิงดองและวาซาบิ เนื่องจากมีคุณสมบัติช่วยฆ่าเชื้อโรค อ้างอิง https://www.domodaruma.com/blog/history-of-sushi-infographic-timeline#:~:text=Yes%2C%20sushi's%20story%20begins%20in,is%20the%20birthplace%20of%20sushi

48

48. “พิซซ่า” ที่แพงที่สุดในโลกนั้น ใช้เวลา 72 ชั่วโมง และทำโดยพ่อครัวชาวอิตาลี 3 คน หน้าของพิซซ่า ประกอบด้วย คาเวียร์ 3 ชนิด Bufala Mozzarella กุ้งก้ามกรามจากนอร์เวย์และ Cilento และเกลือทะเลสีชมพูของออสเตรเลีย อ้างอิง https://www.thefactsite.com/100-random-food-facts/

49

49. “กาแฟ” เป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระของชาวอเมริกัน ซึ่งช่วยต้านริ้วรอยและลดความเสี่ยงโรคหัวใจ เนื่องจากมี “กรดคลอโรจินิก” และนอกจากนี้ยังสามารถช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวด และช่วยในการเผาผลาญอาหาร อ้างอิง http://suzuki-coffee.com/%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%9F/

50

50. น้ำตาล 1 ช้อนชา สามารถรักษาอาการสะอึกได้ น้ำตาลจำนวนนี้เพียงพอที่จะเข้าไปช่วยกระตุ้น ประสาทเวากัส หรือ เส้นประสาทเส้นที่10 ที่สามารถช่วยให้ร่างกายลืมอาการสะอึกได้ อ้างอิง https://www.mentalfloss.com/article/29674/what-causes-hiccups#:~:text=Swallowing%20a%20spoonful%20of%20sugar,forget%20all%20about%20the%20hiccups.