กะเทาะเปลือก 10 สายพันธุ์ทุเรียนไทย หน้าตาแบบนี้รสชาติแบบไหน?
  1. กะเทาะเปลือก 10 สายพันธุ์ทุเรียนไทย หน้าตาแบบนี้รสชาติแบบไหน?

กะเทาะเปลือก 10 สายพันธุ์ทุเรียนไทย หน้าตาแบบนี้รสชาติแบบไหน?

เจาะลึกจุดเด่นแต่ละสายพันธุ์ของราชาผลไม้ไทยอย่าง ‘ทุเรียน’ จะได้ไม่ยืนงงว่าพันธุ์แบบนี้มีรสชาติแบบไหน เพราะเรารวมมาไว้แล้วที่นี่!
writerProfile
25 พ.ค. 2022 · โดย

เมื่อพูดถึงผลไม้ไทยที่ชื่อเสียงส่งไกลถึงต่างแดน คงหนีไม่พ้นราชาผลไม้ไทยอย่าง ‘ทุเรียน’ ผลไม้ที่มีหน้าตาเป็นหนามแปลกประหลาด แต่ใครจะรู้ว่าด้านในจะมีเนื้อสีเหลืองทอง กลิ่นเป็นเอกลักษณ์ และรสชาติที่อร่อยอย่าบอกใคร! นอกจากจะเป็นที่ถูกใจของใครหลายคนทั้งในและนอกประเทศในเรื่องรสชาติและกลิ่น แต่รู้หรือไม่ว่าทุเรียนมีสายพันธุ์ที่มากถึง 24 สายพันธุ์!! ซึ่งแน่นอนว่าแต่ละสายพันธุ์จะมีจุดเด่นทั้งรสชาติและกลิ่นที่แตกต่างกันออกไปอีก 

วันนี้ Wongnai จึงจะพาทุกคนมา กะเทาะเปลือก 10 สายพันธุ์ทุเรียนไทย หน้าตาแบบนี้รสชาติแบบไหน? เรียกได้ว่าคัดมาแล้วกับสายพันธุ์ยอดฮิตในไทย จะได้คลายความสงสัยพร้อมทั้งได้ความรู้เพิ่มเติมอีกด้วย ถ้าพร้อมแล้ว ไปอ่านพร้อมกันเลยยย!

                กะเทาะเปลือก 10 สายพันธุ์ทุเรียนไทย หน้าตาแบบนี้รสชาติแบบไหน?

เปรียบเทียบจุดเด่นของทุเรียนไทยแต่ละสายพันธุ์

1.พันธุ์หมอนทอง

ทุเรียนพันธุ์หมอนทอง

ทุเรียนสายพันธุ์หมอนทอง จัดว่าเป็นสายพันธุ์ที่เป็นที่นิยมในไทย ได้รับรองว่าคอเรสเตอรอลน้อยกว่าสายพันธุ์อื่น ๆ ส่วนมากจะมาจากสวนในจังหวัดทางภาคตะวันออกของไทย เช่น ระยอง จันทบุรี ตราด

  • เปลือก: เปลือกบาง
  • เนื้อ: ค่อนข้างหนาและแข็ง เนื้อเยอะ มีความเนียน มีสีเหลืองอ่อน เมล็ดน้อยและลีบ
  • รสชาติ: รสหวานมันกลมกล่อม ไม่หวานจนเกินไป
  • กลิ่น: กลิ่นไม่แรงมาก หอมเป็นเอกลักษณ์

2.พันธุ์ก้านยาว

ทุเรียนพันธุ์ก้านยาว

ทุเรียนสายพันธุ์ก้านยาว มีเอกลักษณ์สำคัญตามชื่อเลยค่ะนั่นก็คือ ‘ก้านยาว’ คือก้านของมันจะยาวกว่าสายพันธุ์อื่น ๆ ถือว่าเป็นอีกสายพันธุ์ยอดฮิต และได้รับเลือกว่าเป็นสายพันธุ์ที่อร่อยที่สุด! นิยมปลูกในจังหวัดนนทบุรี

  • เปลือก: เปลือกค่อนข้างหนา
  • เนื้อ: เนื้อละเอียดมาก นุ่ม สีเหลืองปานกลาง เมล็ดกลมแข็งขนาดใหญ่
  • รสชาติ: รสหวานมันกลมกล่อม
  • กลิ่น: กลิ่นหอม ไม่แรงจนเกินไป

 3.พันธุ์นกกระจิบ

ทุเรียนพันธุ์นกกระจิบ

ทุเรียนสายพันธุ์นกกระจิบมีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมอยู่ที่จังหวัดนนทบุรี จะมีแยกย่อยเป็น ‘พันธุ์นกกระจิบเมล็ดลีบ’ และ ‘พันธุ์นกกระจิบเมล็ดใหญ่’ เป็นทุเรียนพันธุ์เบา ทำให้เกิดผลผลิตได้ง่าย

  • เปลือก: เปลือกบาง พลูใหญ่
  • เนื้อ: เนื้อเต็มพลู มีสีเหลืองเข้ม เนื้อไม่เละแม้สุกงอม เมล็ดลีบและเล็ก
  • รสชาติ: รสหวานมัน
  • กลิ่น: กลิ่นหอมนวลไม่แรง

4.พันธุ์สาลิกา

ทุเรียนพันธุ์สาลิกา

ทุเรียนสายพันธุ์สาลิกา เป็นทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองจากอำเภอกะปง จังหวัดพังงา มาจากชื่อนกสาลิกา เนื่องจากเป็นนกที่สีสันสดใสและเสียงร้องไพเราะ ดินภายในอำเภอกะปงประกอบไปด้วยสารอาหารที่เหมาะแก่การปลุกทุเรียนสาลิกา ทำให้ทุเรียนอร่อย และคุณภาพดีสุดยอด!!

  • เปลือก: เปลือกบาง มีหนามสั้นและถี่ มีสีน้ำตาลอ่อนบริเวณร่องพลู
  • เนื้อ: เนื้อละเอียด แน่น มีสีเหลืองทอง เมล็ดค่อนข้างลีบและเล็ก
  • รสชาติ: รสหวานมันกว่าสายพันธุ์อื่น ๆ
  • กลิ่น: กลิ่นหอมแต่ไม่ฉุน ชวนชิมมาก

5.พันธุ์กบชายน้ำ

ทุเรียนพันธุ์กบชายน้ำ

ทุเรียนสายพันธุ์กบชายน้ำ เป็นทุเรียนสายพันธุ์โบราณ ราคาในบางพื้นที่พุ่งสูงถึงลูกละ 100,000 บาท!!! ลักษณะเด่นของสายพันธุ์นี้คือชอบขึ้นใกล้น้ำ ทนต่อสภาพอากาศ

  • เปลือก: เปลือกหนา หนามปลายงุ้มเข้า หนามตรงฐานหนามใหญ่ไม่ถี่
  • เนื้อ: เนื้อหนาปานกลาง แห้ง ละเอียด ไม่มีใย มีสีเหลืองอ่อน
  • รสชาติ: รสหวานมันละมุนลิ้น
  • กลิ่น: กลิ่นหอมคล้ายดอกไม้ป่า ไม่ฉุน

6.พันธุ์ชะนี

ทุเรียนพันธุ์ชะนี

ทุเรียนสายพันธุ์ชะนีเป็นสายพันธุ์ที่นิยมนำมาแปรรูปไม่ว่าจะเป็น ไอศกรีมทุเรียน ข้าวเหนียวทุเรียน แต่ละส่วนของต้นสามารถนำมาทำยารักษาได้

  • เปลือก: เปลือกผลบาง ทรงวงรี หนามใหญ่และสั้น
  • เนื้อ: เนื้อหยาบ เหนียวแน่นละเอียด สีเหลืองเข้มสม่ำเสมอ เมล้ดเล็กและจำนวนเมล็ดน้อย
  • รสชาติ: รสหวานแหลมไม่มัน
  • กลิ่น: กลิ่นหอม ฉุน และแรง!

7.พันธุ์พวงมณี

ทุเรียนพันธุ์พวงมณี

ทุเรียนสายพันธุ์พวงมณี เป็นอีกสายพันธุ์ยอดฮิตในไทย ลูกขนาดเล็กน่ารักพอดีมือ เป็นทุเรียนพันธุ์โบราณพื้นบ้าน แม้ลูกเล็กแต่เป็นเล็กพริกขี้หนู เพราะรสชาติอร่อยไม่แพ้ทุเรียนลูกใหญ่พันธุ์ไหน ๆ 

  • เปลือก: หนาแข็ง มีหนามแหลมยาว
  • เนื้อ: เนื้อสุกละเอียด แห้ง เหนียวนุ่ม ไม่มีเส้นใย สีเหลืองอมส้ม
  • รสชาติ: รสหวานมันและจัดกว่าหมอนทอง
  • กลิ่น: กลิ่นหอม แรงกว่าหมอนทอง แต่น้อยกว่าชะนี

8.พันธุ์หลงลับแล

ทุเรียนพันธุ์หลงลับแล

ทุเรียนสายพันธุ์หลงลับแลเป็นผลผลิตจากอำเภอลับแลและอำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ มีขนาดเล็กถึงปานกลาง ทรงกลมรี ได้รับความนิยมมาก แต่ในปัจจุบันมักพบปัญหาคุณภาพที่ไม่สม่ำเสมอ เนื่องจากขาดธาตุอาหาร หรือปริมาณอาหารในดินที่ไม่เพียงพอต่อการผลิต

  • เปลือก: เปลือกบาง หนามใหญ่ปานกลาง
  • เนื้อ: เนื้อละเอียด เหนียวแห้ง สีเหลืองเข้ม เมล็ดลีบเล็ก
  • รสชาติ: ไม่หวานมาก ความมันกำลังพอดี
  • กลิ่น: กลิ่นหอมอ่อน ๆ 

9.พันธุ์กระดุม

ทุเรียนพันธุ์กระดุม

ทุเรียนสายพันธุ์กระดุมเป็นทุเรียนพันธุ์เบา ทำให้มีผลผลิตไว สามารถพบเห็นได้ในท้องตลาดตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม จุดเด่นคือ ‘ออกดอกพร้อมพันธุ์อื่นแต่ขายได้ก่อนใคร!’

  • เปลือก: เปลือกหนา ลูกกลมใหญ่
  • เนื้อ: เนื้อละเอียด อ่อนนุ่ม มีสีเหลืองอ่อน ตัวเนื้อค่อนข้างบาง เนื้อจะเละง่ายเมื่อสุกจัด เมล็ดมีขนาดใหญ่
  • รสชาติ: รสหวานนำไม่ค่อยมันนัก
  • กลิ่น: กลิ่นไม่แรง หอมชวนรับประทาน

10.พันธุ์ทองย้อยฉัตร

ทุเรียนพันธุ์ทองย้อยฉัตร

ทุเรียนสายพันธุ์ทองย้อยฉัตร เป็นทุเรียนพันธุ์โบราณ นิยมปลูกมาช้านานในแถบ ต.บางกร่าง อ.เมือง จ.นนทบุรี ซึ่งสายพันธุ์นี้สมารถแยกย่อยไปได้อีกกว่า 14 ชนิด ซึ่งเชื่อกันว่าทุเรียนสายพันธุ์ทองย้อยฉัตรนี้เป็นทุเรียนแม่พันธุ์หลักของทุเรียนนนท์ทั้งหมด โดยลักษณะเด่นคือ แม้ต้นจะแก่แค่ไหน (ไม่เกิน 50 ปี) แต่ก็ให้ผลผลิตที่ดีและมีคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ!!

  • เปลือก: เปลือกไม่หนามาก สีผลค่อนข้างเขียว หนามตรงแหลม
  • เนื้อ: เนื้อหนา เนื้อเยอะ และหยาบ สีเหลืองเข้ม
  • รสชาติ: รสหวานมันติดใจ
  • กลิ่น: กลิ่นหอมจนอยากลองชิม

เป็นอย่างไรบ้างคะกับ กะเทาะเปลือก 10 สายพันธุ์ทุเรียนไทย หน้าตาแบบนี้รสชาติแบบไหน? พอจะรู้ลักษณะเด่นของสายพันธุ์ทุเรียนยอดฮิตในไทยแล้วใช่มั้ยยย? จากนี้ก็ไม่ต้องมานั่งชิมทุกลูกเพื่อหาคำตอบว่ารสชาติแต่ละสายพันธุ์เป็นอย่างไร และแตกต่างกันตรงไหนแล้วค่ะ ครั้งหน้า Wongnai จะนำเกร็ดข้อมูลรอบครัวเรื่องไหนมาบอกต่อ ฝากติดตามเป็นกำลังใจให้ด้วยน้าา~

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องได้ที่นี่!