10 วิธีกินปิ้งย่างปลอดภัย ดีต่อใจ สบายต่อพุง ห่างไกลจากโรค!
  1. 10 วิธีกินปิ้งย่างปลอดภัย ดีต่อใจ สบายต่อพุง ห่างไกลจากโรค!

10 วิธีกินปิ้งย่างปลอดภัย ดีต่อใจ สบายต่อพุง ห่างไกลจากโรค!

ได้ยินเสียงฉ่า ๆ บนกระทะร้อน ๆ ทีไรใจมันต้องสั่น แต่กินมาก ๆ ก็เสี่ยงโรคไม่ดี วันนี้ Wongnai เลยจะพามาดูวิธีกินปิ้งย่างปลอดภัยให้ไกลโรค ดีต่อใจสบายต่อพุง!
writerProfile
4 ส.ค. 2020 · โดย

เดินผ่านร้านหมูกระทะ มีทั้งกลิ่นหอมลอยเตะจมูก พร้อมเสียงย่างเนื้อร้อน ๆ ก็ชวนน้ำลายไหลเกินจะห้ามใจ ยังไงก็ต้องเดินกลับไปกินทุกครั้ง แต่มีคนบอกว่าถ้ากินบ่อยมาก ๆ ก็ไม่ดี เพราะมีอันตรายแอบแฝง ทั้งโรคอ้วน และมะเร็ง เป็นเพราะอะไร ? วันนี้ Wongnai จะมาตอบข้อสงสัยว่าทำไมอาหารปิ้งย่างถึงอันตรายถ้ากินมากเกินไป ? พร้อมบอกวิธีแก้ไขและลดความเสี่ยงให้เพื่อน ๆ ทั้ง 10 ข้อ เพื่อให้เพื่อน ๆ สายปิ้งย่างกินได้อย่างสบายใจสบายพุง จะมีวิธีอะไรบ้าง ? ถ้าพร้อมแล้วตามมาดูกันเลยจ้า!

1.อันตรายจากการปิ้ง ย่างมาจากไหน ?

10 วิธีกินปิ้งย่างปลอดภัย ดีต่อใจ สบายต่อพุง ห่างไกลจากโรค!
อันตรายจากการปิ้งย่าง 

อาหารปิ้งย่าง หรืออาหารที่มีการรมควัน จะมีความเสี่ยงต่อการได้รับสาร อันตราย 3 ชนิดด้วยกัน ได้แก่

  • สารไนโตรซามีน (nitrosamines) ที่พบในปลาหมึกย่าง ปลาทะเลย่าง และอาหารที่ใส่สารไนเตรต ซึ่งเป็นสารกันบูด เช่น แหนม ไส้กรอก เบคอน แฮม เป็นต้น ก่อให้เกิดมะเร็งในสัตว์ได้ และอาจเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดมะเร็งตับ มะเร็งหลอดอาหาร และมะเร็งกระเพาะอาหารในคน
  • สารพัยโรลัยเซต (Pyrolysates) พบมากในส่วนที่ไหม้เกรียมของอาหาร ปิ้ง ย่าง สามารถรวมตัวทางชีวเคมีกับดีเอ็นเอ แล้วเป็นสารก่อการกลายพันธุ์ได้
  • สารพีเอเอช หรือสารกลุ่มโพลีไซคลิก อะโรมาติก ไฮโดรคาร์บอน (Polycyclic aromatic hydrocarbon) เป็นสารเริ่มต้นของสารก่อมะเร็ง (Precarcinogen) ซึ่งเป็นสารชนิดเดียวกับที่ควันไฟไอเสียของเครื่องยนต์ ควันบุหรี่ และเตาเผาเชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรม

สารพิษทั้ง 3 ชนิดนี้ เกิดขึ้นขณะการปิ้งย่างอาหาร เพราะไขมัน หรือน้ำมันจะหยดลงบนถ่าน หรือเตาไฟ ทำให้เกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ และก่อให้เกิดสารพีเอเอช ลอยขึ้นมาพร้อมควัน เกาะที่บริเวณผิวของอาหาร และจะพบในปริมาณมาก ถ้าย่างจนไหม้ หากรับประทานเป็นประจำจะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งต่าง ๆ นอกจากนี้น้ำจิ้มหากเก็บรักษาไม่ถูกวิธี อาจทำให้ผู้บริโภคท้องร่วงได้ ดังนั้น หลังจากปรุงน้ำจิ้มเสร็จแล้ว หากยังไม่ได้นำออกมารับประทานหรือจำหน่ายควรเก็บไว้ในที่ตู้เย็นหรือตู้แช่ที่มีอุณหภูมิประมาณ 5-10 องศาเซลเซียส ควรนำออกมาใช้ในปริมาณที่พอเหมาะต่อวัน และควรใช้ภาชนะสะอาดในการตักแบ่งน้ำจิ้มเพื่อป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อโรค สำหรับเพื่อน ๆ ที่โปรดปรานหมูกระทะ หรือพวกอาหารปิ้งย่าง อย่าเพิ่งกังวลไปนะคะ เพราะวันนี้ Wongnai มีวิธีลดความเสี่ยงว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง ? ให้กินได้แบบห่างไกลโรคไปดูพร้อมกันเลยค่า

2.วิธีกินปิ้งย่างให้ปลอดภัยไกลโรค

10 วิธีกินปิ้งย่างปลอดภัย ดีต่อใจ สบายต่อพุง ห่างไกลจากโรค!
วิธีกินปิ้งย่างให้ปลอดภัยห่างไกลโรค

การปิ้ง และการย่าง เป็นการทำอาหารสุกด้วยการใช้ความร้อนที่ใกล้แหล่งให้ความร้อน ทำให้ความร้อนที่เนื้อสัตว์ได้รับมีอุณหภูมิสูง และอาจจะทำให้เกิดสารก่อมะเร็งจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ก่อเป็นตัวตั้งต้นโรคต่าง ๆ ได้ แต่ถ้าเรารู้วิธีปรุงอาหารที่ถูกต้องก็จะสามารถลดความเสี่ยงและป้องกันโรคมะเร็งได้ มีดังนี้

  1. ควรเลือกร้าน หรือปิ้งย่างในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเท มีพัดลม หรือเครื่องดูดควันไว้บนเตา เพื่อลดควัน เนื่องจากกลิ่นควันเหล่านี้ก็มีผลต่อการเกิดมะเร็งเช่นกัน เพราะไขมันจากเนื้อสัตว์ที่หยดลงบนถ่านไฟจะก่อให้เกิดสารโพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน (Polycyclic Aromatic Hydrocarbon, PAH) ซึ่งเป็นอันตรายเท่า ๆ กันกับการได้รับควันพิษจากท่อไอเสียรถยนต์ ยิ่งถ้าสูดดมในปริมาณมากก็สามารถส่งผลให้เกิดเป็นสารตั้งต้นของการเกิดมะเร็งได้
  2. ควรใช้เตาไฟฟ้าแทนการใช้เตาถ่านเพราะสามารถที่จะควบคุมความร้อนได้ดีกว่า
  3. ในกรณีที่ปิ้ง ย่าง บนเตาถ่านธรรมดา ควรใช้ถ่านที่อัดเป็นก้อน ไม่ควรใช้ถ่านป่นละเอียด หรืออาจใช้ฟืนที่เป็นไม้เนื้อแข็ง เพราะการเผาไหม้จะเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ ไม่ทำให้ไฟลุกแรงหรือเกิดความร้อนจนทำปฏิกิริยาทางเคมี ต้นเหตุของการเกิดสารก่อมะเร็ง
  4. ก่อนปิ้งย่างอาหาร สามารถห่อวัตถุดิบด้วยกระดาษฟอยล์ เพื่อป้องกันไม่ให้ไขมันจากอาหารหยดลงบนถ่านไ้ด้
  5. ก่อนนำอาหารมาปิ้งย่างควรทาด้วยน้ำมันหรือเนยที่ตะแกรงก่อน เพราะน้ำมันหรือเนยจะช่วยลดรอยไหม้ตรงจุดสัมผัสระหว่างเนื้อสัตว์และตะแกรงได้
  6. เนื้อสัตว์ที่นำมาปิ้งย่างควรตัดส่วนที่เป็นส่วนของไขมันออกก่อน เพื่อลดปริมาณไขมันที่จะเพิ่มในร่างกาย และลดการเกิดควันที่มาจากน้ำมันของไขมันที่หยดลงบนถ่าน นอกจากนี้เนื้อสัตว์ที่นำมาย่างควรอยู่สูงกว่าเปลวไฟพอสมควร และพยายามพลิกเนื้อบ่อย ๆ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการไหม้
  7. วิธีปิ้งย่างควรวางชิ้นเนื้อแผ่เป็นแผ่น ไม่มีส่วนไหนทับกัน เพราะจะทำให้เนื้อได้รับความร้อนเท่ากัน และสุกอย่างทั่วถึงลดความเสี่ยงในการเกิดการไหม้ได้
  8. เมื่อปิ้งหรือย่างเสร็จแล้วให้ตัดเนื้อส่วนที่ไหม้เกรียมทิ้งให้มากที่สุดก่อนจะนำมารับประทาน เพื่อช่วยลดสารก่อมะเร็งที่มากับเนื้อส่วนที่มีรอยไหม้
  9. ไม่ควรรับประทานปิ้งย่างติดต่อกันนานจนเกินไป อย่างมากที่สุดคือ 2 อาทิตย์ต่อครั้งก็พอแล้ว
  10. ผู้ที่รับประทานอาหารปิ้งย่างควรรับประทานผักและผลไม้ควบคู่ไปด้วย เพื่อให้ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถขับสารพิษหรือสารตั้งต้นก่อมะเร็งออกมาได้

อาหารปิ้งย่างเป็นที่นิยมเนื่องจากเป็นอาหารที่รับประทานง่าย และหาซื้อหรือรับประทานได้เกือบจะทุกที่ ฉะนั้นใครที่ชอบกินอาหารปิ้งย่างเป็นประจำ ชนิดที่เรียกว่ากินทุกสัปดาห์ควรลดความถี่ในการกินอาหารประเภทนี้ลงบ้างเพื่อสุขภาพที่ดี จะได้อยู่กินหมูกระทะได้ไปอีกนาน เรียกว่า กินน้อย (ครั้ง) แต่ได้กินนาน ๆ ดีกว่านะคะ และอย่าลืมทำตามวิธีรับประทานอาหารปิ้งย่างอย่างปลอดภัยตามที่ Wongnai แนะนำไปนะคะ จะได้ลดความเสี่ยงโรค เพิ่มความสุข และความสบายใจในการกิน แต่ถ้าเพื่อน ๆ ยังอยากหาเรื่องราวดี ๆ เราก็ยังมีเรื่อง “10 อาหารเสริมภูมิคุ้มกัน ตอบโจทย์สายเฮลตี สุขภาพดีสร้างได้!” หรือเรื่อง “ทำความรู้จัก “นม” ฉบับเบื้องต้น” สามารถเข้าไปดูเพิ่มเติมได้เลยจ้า!

References : 

โรงพยามบาลมุกดาหารอินเตอร์เนชั่นแนล, (2560) "7 โรคเสี่ยงจากอาหารปิ้งย่าง กินได้ไม่อั้นแต่ก็บั่นทอนสุขภาพได้ไม่น้อย." เข้าถึงได้จาก https://mukinter.com/th/com สืบค้นเมื่อ 9 กรกฎาคม 2563 

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการเสริมสร้างสุขภาพ, (2558) "กินปิ้งย่าง อาหารรมควันบ่อย อันตราย." เข้าถึงได้จาก https://www.thaihealth.or.th สืบค้นเมื่อ 9 กรกฎาคม 2563