พักเนื้อสเต๊ก vs. ไม่พักเนื้อสเต๊ก แบบไหนทำให้เนื้อนุ่มน่าเคี้ยว ?
  1. พักเนื้อสเต๊ก vs. ไม่พักเนื้อสเต๊ก แบบไหนทำให้เนื้อนุ่มน่าเคี้ยว ?

พักเนื้อสเต๊ก vs. ไม่พักเนื้อสเต๊ก แบบไหนทำให้เนื้อนุ่มน่าเคี้ยว ?

การพักเนื้อสเต๊กคืออะไร ? เราพักเนื้อสเต๊กไปทำไม ? แล้วมาดูกันว่าระหว่างเนื้อที่ผ่านการพัก และไม่พักแบบไหนจะนุ่มฉ่ำโดนใจเรา! ถ้าอย่างนั้นมาหาคำตอบไปพร้อมกันเลย!
2 ธ.ค. 2019 · โดย
Video at https://www.facebook.com/WongnaiCooking/videos/381497315849261/

การพักเนื้อสเต๊กคืออะไร? แล้วเราจะพักเนื้อสเต๊กไปทำไม ? วันนี้ Wongnai จะมาตอบข้อสงสัยของใครหลาย ๆ คนที่อาจจจะเคยได้ยินคำพูดเหล่านี้ผ่านหูมา หรืออาจเกินการถกเถียงกับเพื่อนร่วมโต๊ะอาหารอยู่บ้างว่า ระหว่างเนื้อที่ผ่านการพัก และไม่พักแบบไหนจะมีความนุ่ม และฉ่ำมากกว่ากัน และมันเป็นสิ่งสำคัญของการทำสเต๊กจริง ๆ หรือเปล่า ? ถ้าเริ่มอยากรู้แล้ว เราไปดูพร้อม ๆ กันเลย!

การพักเนื้อ หรือ ในภาษาอังกฤษจะเรียกว่า Resting คือการนำเนื้อที่ปรุงสุกแล้ว นำไปพักไว้ประมาณ 4-5 นาที แต่ระยะเวลาในการพักเนื้อนั้นจะขึ้นอยู่กับขนาด และความหนาของชิ้นเนื้อที่เราเลือกใช้ด้วย โดยประเภทเนื้อที่เราเลือกใช้ในวันนี้ก็คือ เนื้อวัว ส่วน Rip Eye เพราะว่าส่วน Rip Eye นั้นมีส่วนของไขมันแทรกอยู่เป็นจำนวนมาก จึงเหมาะกับการนำไปอบ หรือย่างนั่นเอง

การพักเนื้อสเต๊ก
การพักเนื้อ หรือ ในภาษาอังกฤษจะเรียกว่า Resting
การพักเนื้อสเต๊ก
ระยะเวลาในการพักเนื้อจะขึ้นอยู่กับขนาด และความหนาของชิ้นเนื้อ

โดยเราจะทำการเปรียบเทียบด้วยการใช้เนื้อสเต๊ก 2 ชิ้นที่มีลักษณะเดียวกัน ทั้งความหนา และน้ำหนักที่เท่ากัน และปรุงแบบเดียวกัน จากนั้นตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันรอให้ร้อน นำเนื้อเสต๊กใส่ลงไปได้เลย แต่เราจะเร่งเป็นไฟแรงในตอนท้ายเพื่อให้เกิดสีที่น่ารับประทานมากยิ่งขึ้น โดยเราจะทำเป็นแบบ Medium Rare เพราะจะเห็นถึงความชุ่มฉ่ำของเนื้อได้มากที่สุด โดยวิธีเช็กว่าเนื้อสเต๊กนั้นอยู่ในระดับ Medium Rare หรือไม่ เรามีวิธีง่าย ๆ โดยการใช้นิ้วโป้งและนิ้วกลางสัมผัสกันเบา ๆ แล้วใช้นิ้วมืออีกข้างกดดู จากนั้นนำไปกดเทียบกับเนื้อเสต็กในกระทะ ถ้าความแน่นของเนื้อที่กดเท่ากันถือเป็นอันใช้ได้

การพักเนื้อสเต๊ก
วิธีย่างสเต๊ก
การพักเนื้อสเต๊ก
สเต๊กแบบ Medium Rare จะเห็นถึงความชุ่มฉ่ำของเนื้อได้มากที่สุด

เนื้อสเต๊กแบบพักแล้ว และแบบไม่ได้พักจะแตกต่างกันอย่างชัดเจน ซึ่งเราสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า โดยเนื้อที่ไม่ผ่านการพักหลังจากปรุงสุกแล้วเรานำมาหั่นเสิร์ฟเลยนั้น เนื้อสเต๊กจะมีความแห้ง และระดับความสุกไม่เท่ากันทั้งชิ้น เมื่อกัดไปเนื้อจะมีความนุ่ม และความฉ่ำที่น้อย แต่ว่าใครที่ชอบเนื้อสัมผัสที่ได้เคี้ยวเนื้อหรือเทกเจอร์ แนะนำเนื้อสเต๊กแบบไม่พักแน่นอน

ส่วนเนื้อสเต๊กที่ผ่านการพักแล้ว จะเห็นได้ชัดเจนว่าเนื้อสเต๊กจะมีความชุ่มฉ่ำมากกว่าแบบไม่พักเนื้อ ความสุกกระจายทั่วทั้งชิ้น และมีน้ำของเนื้อไหลออกมา ทำให้เนื้อมีความชุ่มฉ่ำ เมื่อกัดเข้าไปจะสัมผัสได้ถึงความนุ่ม และความชุ่มฉ่ำได้เป็นอย่างดี

การพักเนื้อสเต๊ก
สเต๊กเนื้อวัวแบบไม่พัก
การพักเนื้อสเต๊ก
สเต๊กเนื้อวัวแบบมีการพักเนื้อ

เหตุผลที่เป็นเช่นนั้น ตามหลักทฤษฎีการ Reabsorption Theory หรือ การดูดซึม เช่น การทำสเต๊กนั้นผิวด้านนอกของสเต๊กที่โดนความร้อนจะเสียความชุ่มชื้น แต่ด้านในยังมีความชุ่มฉ่ำอยู่ แต่ถ้าเราพักชิ้นเนื้อสเต๊กไ้ว้สักครู่ก่อนนำไปหั่นเสิร์ฟ ผิวด้านนอกที่โดนความร้อนจะดูดเอาความชุ่มฉ่ำของเนื้อด้านในออกสู่ด้านนอก

ตามหลักทฤษฎีอีกข้อหนึ่งคือ The Viscosity Theory คือ ของเหลวเมื่อได้รับความร้อน แรงยึดเหนี่ยวของโมเลกุลจะน้อยลง แต่เมื่อเราพักเนื้อสเต๊กจะทำให้ของเหลวนั้นหนืดขึ้น และทำให้น้ำไหลออกมาน้อยลง

การพักเนื้อสเต๊ก
ผิวด้านนอกของสเต๊กที่โดนความร้อนจะเสียความชุ่มชื้น
การพักเนื้อสเต๊ก
เมื่อพักเนื้อเสต๊กจะคงความชุ่มชื้นอยู่

ตอนนี้เพื่อน ๆ คงเข้าใจเรื่องการพักเนื้อสเต๊กมากขึ้นกันแล้วใช่ไหมคะ ? ใครชอบวิธีแบบไหน ? ก็ามารถเลือกสรรได้ตามความชอบของเพื่อน ๆ ได้เลยค่ะ หรือใครอยากทราบถึงเกร็ดความรู้ดี ๆ แบบนี้อีก พิมขอแนะนำเป็น เทคนิคหั่นเนื้อสัตว์ยังไงไม่ให้เหนียว มาให้เพื่อน ๆ ได้ไปหั่นสเต๊กเนื้อราคาแพงได้อย่างถูกต้องกันนะคะ!   

Wongnai
Download Wongnai App Free
App StorePlaystore
Follow Us
สำหรับผู้ใช้ Wongnai
คำถามที่พบบ่อยระดับของผู้ใช้ Wongnaiเกี่ยวกับ Wongnai Eliteตารางอันดับของผู้ใช้งานแนวทางปฏิบัติของผู้ใช้งาน
สำหรับร้านหรือธุรกิจ
แจ้งเป็นเจ้าของร้านลงโฆษณากับ Wongnaiระบบจัดการร้านอาหาร (Wongnai POS)รับเดลิเวอรีผ่าน Wongnai x LINE MAN (RMS)บทความเทคนิคการตลาดเช่าพื้นที่ Wongnai Co-Cooking Space
สำหรับสื่อมวลชน
ข่าว Wongnaiปฏิทินกิจกรรม Wongnai Eventโลโก้ Wongnai และวิธีการใช้
ร่วมงานกับเรา
ตำแหน่งที่เปิดรับLife @ Wongnai
เกี่ยวกับ Wongnai
ประวัติบริษัทติดต่อเราแจ้งปัญหา / ร้องเรียน
Copyright @2010-2020
Wongnai Media Co., Ltd. All right reserved.
Terms & ConditionsPrivacy Policy
THEN