ประโยชน์ของสะตอและประเภทต่าง ๆ ที่คุณยังไม่เคยรู้มาก่อน

ประโยชน์ของสะตอและประเภทต่าง ๆ ที่คุณยังไม่เคยรู้มาก่อน

‘สะตอ’ ของดีถิ่นใต้ เคี้ยวมัน ๆ เพลิน ๆ ถึงกลิ่นแรงแต่ก็ได้รับความนิยม ทำอาหารได้หลากหลายเมนู วันนี้มาพร้อมสรรพคุณ และแจกวิธีดับกลิ่นสะตอค่ะ
[Ad] • 10 ต.ค. 2017 · โดย

หากพูดถึงสะตอ หลายคนคงร้อง..หยี แต่หลายคนก็อาจจะตาลุกวาว เพราะเอกลักษณ์ของความเป็นสะตอนั้น ต้องบอกเลยว่า โดดเด่นสุด ๆ ถ้าชอบก็ชอบเลย ถ้าเกลียดก็เกลียดได้อีก (ฟังคล้าย ๆ ทุเรียนเหมือนกันนะคะ) แต่ต้องบอกเลยว่า ถึงกลิ่นจะแรง แต่สรรพคุณทางยาแน่นมาก แถมทำอาหารให้หลากหลายเมนู

1 สะตอคืออะไร?

สะตอ คืออะไร

สะตอ คือ พืชผักยืนต้นที่มีฝักแบนยาว เมล็ดกลม สีเขียว กลิ่นฉุน มีถิ่นกำเนิดทางภาคใต้ของไทย จัดเป็นผักเศรษฐกิจที่มีคนนิยมบริโภค ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ อย่างเช่น ประเทศมาเลเซียค่ะชอบมาก โดยหน้าเก็บเกี่ยวสะตอจะอยู่ช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมค่ะ เตรียมซื้อกันได้เลย สามารถกินได้ทั้งแบบสด และนำมาปรุงอาหารเลยนะ

สายพันธุ์สะตอ  จะแบ่งเป็น 2 สายพันธุ์ คือ

สายพันธุ์สะตอ
  • สะตอข้าว หากเดินดูตามท้องตลาด จะเห็นสะตอข้าว ฝักเล็ก เรียวยาว เป็นเกลียว เปลือกบาง นิยมทานเพราะเมล็ดมีกลิ่นไม่ฉุนนัก แต่เนื้อเมล็ดไม่ค่อยแน่น มีความกรอบหวานมัน เหมาะที่จะเป็นผักเหนาะค่ะ
  • สะตอดาน สะตอดานจะมีฝักลักษณะตรงแบนไม่บิดเบี้ยว ฝักใหญ่ เปลือกหนา เมล็ดใหญ่ และกลิ่นฉุนกว่าสะตอข้าว เมล็ดมีรสเผ็ดนิด ๆ เนื้อแน่น เหมาะที่จะนำไปทำแกง ผัดเผ็ดต่าง ๆ

2 ประโยชน์ของสะตอ

ประโยชน์ของสะตอ
  • มีแร่ธาตุและวิตามินที่มีประโยชน์หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น โปรตีน แคลเซียม คาร์โบไฮเดรต เหล็ก ฟอสฟอรัส วิตามินเอ บี และซี
  • ช่วยขับลมในลำไส้ แก้ปัสสาวะพิการ ไตพิการ
  • ช่วยลดน้ำตาลในเส้นเลือดได้ กินสะตอเป็นประจำ ป้องกันโรคเบาหวานได้ด้วยค่ะ
  • มีใยอาหาร ช่วยให้การขับถ่ายคล่อง ลดอาการท้องผูก ป้องกันการเกิดริดสีดวงทวาร ฯลฯ

3 สะตอทำอะไรได้บ้าง

มาถึงส่วนสำคัญที่ทำให้สะตอเป็นผักที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก สะตอสามารถกินได้ทั้งยอดอ่อน ฝักอ่อน และเมล็ดค่ะ โดยที่นิยมกินก็คือ เมล็ดสดทั้งแกะเปลือก และไม่แกะเปลือกหุ้มเมล็ด มีรสชาติมัน ๆ เคี้ยวเพลินเชียว บ้างก็นำเมล็ดสะตอไปดอง ต้มหรือนำไปเผาไฟทั้งเปลือก เรียกว่า“ตอหมก”นอกจากกินเป็นผักแกล้มแล้ว ยังสามารถปรุงอาหารได้หลากหลายเมนูเลยค่ะ

1น้ำพริกสะตอเผา

น้ำพริกสะตอเผา

เมนูสุดฮิตของการกินคู่กับสะตอค่ะ “น้ำพริกสะตอเผา” แนะนำว่าให้ใช้กะปิอย่างดี จะมีกลิ่นหอมไม่เค็มจัด ตำให้ได้รสชาติกลมกล่อมครบรสเผ็ดเเซ่บ กินคู่กับผักสดอย่าง แตงกวา ถั่วฝักยาว สายบัว ใบมันปู มะเขือ และที่ขาดไม่ได้เลยคือ สะตอสดและสะตอเผาหอม ๆ ซึ่งว่ากันว่า สะตอเผาแล้วจะมีกลิ่นเบาบางลงค่ะ

2สะตอผัดกะปิกุ้งสด

สะตอผัดกะปิกุ้งสด

จานนี้เชื่อว่าทุกคนต้องเคยกินค่ะ “สะตอผัดกะปิกุ้งสด” ใช้กุ้งตัวขนาดกลางเนื้อหวาน นำมาผัดกับพริก หอมใหญ่ มะเขือเทศ และกะปิ ผัดพอให้เนื้อกุ้งสะดุ้ง โยนสะตอลงไปตามชอบ ปรุงรสให้เป๊ะ ทั้งเค็ม เปรี้ยว หวาน กลมกล่อม เอาอยู่เลยค่ะ หรือจะเปลี่ยนกุ้ง เป็นหมูสับ หมูสามชั้น ก็ดีงามตามชอบเลย

3สะตอผัดน้ำพริกเผากุ้งสด

สะตอผัดน้ำพริกเผากุ้งสด

จานนี้คล้ายกับจานที่แล้ว “สะตอผัดน้ำพริกเผากุ้งสด” ใช้น้ำพริกเผานำมาผัดคลุกเคล้ากับหอมใหญ่ มะเขือเทศ ใส่กุ้งสดเนื้อเเน่น ตามด้วยสะตอพระเอกของเรา จานนี้จะออกรสชาติเข้มข้นเผ็ดนิด ๆ หวาน เค็ม เปรี้ยวหน่อย ๆ

4ผัดเผ็ดสะตอไก่บ้าน

ผัดเผ็ดสะตอไก่บ้าน

“ผัดเผ็ดสะตอไก่บ้าน” ไก่บ้านเนื้อเหนียวนุ่ม นำมาผัดกับเครื่องเเกงเผ็ดหอม ๆ ผัดคลุกเคล้าให้เข้ากันกับสะตอ มะเขือเปราะ ใบมะกรูดฉีก เเละพริกชี้ฟ้าเเดง รสชาติจัดจ้านถึงเครื่อง เคี้ยวสะตอไปด้วย เด็ดจริง ๆ ค่ะ

5แกงสมรม

แกงสมรม สะตอ

“แกงสมรม” เป็นการใช้ผักหลายชนิด ผสมรวมกันในแกงกะทิค่ะ มีหน่อไม้สับ ฟักเขียว ฟักทอง มะเขือเปราะและถั่วฝักยาว ใส่กุ้งสด และสะตอ ใช้พริกเเกงใต้อย่างดี รสชาติจัดจ้าน ได้ความหอมมันจากกะทิ ทานกับข้าวสวยหรือต้ม (ข้าวเหนียวแบบภาคใต้) เป็นแกงที่ขาดไม่ได้ สำหรับงานบุญสารทเดือนสิบเลยค่ะ นัวอย่าบอกใครเชียว

6
แกงกะทิสะตอหน่อไม้ตง

แกงกะทิสะตอหน่อไม้ตง

แกงใส่กะทิอีกเมนู ที่เป็นที่นิยมค่ะ “แกงกะทิสะตอหน่อไม้ตง” นำกะทิมาเคี่ยวกับกะปิเพื่อให้ได้กลิ่นหอม จากนั้นก็ใส่หน่อไม้ไผ่ตง กุ้งสด กุ้งเเห้ง เเละทีเด็ดที่ขาดไม่ได้คือสะตอค่ะ รสชาติออกหวานและมันจากกะทิ รสเค็มจากกะปิ หอมกุ้งเเห้ง เมนูนี้หากได้รับประทานคู่กับน้ำพริกกะปิแล้ว จะช่วยเพิ่มรสชาติได้เป็นอย่างดีค่ะ

7แกงคั่วหมูสะตอขูด

แกงคั่วหมูสะตอขูด

เมนูนี้ต้องบอกว่าถึงเครื่องถึงรสจริง ๆ “แกงคั่วหมูสะตอขูด” ด้วยทีเด็ดของน้ำพริกแกงใต้ รสชาติเข้มข้นถึงใจคนชอบรสจัดค่ะ ใส่สะตอที่นำไปขูดเอาเปลือกส่วนนอกที่เป็นสีเขียวออก สามารถทานได้ทั้งเปลือกเลย มัน ๆ กรอบ ๆ เข้ากันเป็นอย่างดีกับซี่โครงหมูเนื้อเปื่อยนุ่ม รับรองว่าติดใจค่ะ

4 วิธีดับกลิ่นสะตอ

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วนะคะว่า “สะตอ” ขึ้นชื่อเรื่องกลิ่นรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นตอนกิน หรือตอนระบายออกก็ตาม แต่ด้วยความดีงามของสะตอแล้วนั้น เราก็ไม่หวั่นค่ะ วันนี้เราเลยมีวิธีช่วยดับกลิ่นด้วยวิธีง่าย ๆ มาฝากกัน นอกจากการแปรงฟัน บ้วนปากแล้ว ยังมีวิธีอะไรอีกบ้าง

วิธีดับกลิ่นสะตอ
  • ดับกลิ่นปากหลังจากทานอาหารด้วยหมากฝรั่งหรือลูกอมที่มีส่วนผสมของสมุนไพร
  • ผักผลไม้ช่วยดับกลิ่นปากจากสะตอได้ค่ะ เช่น ส้ม แอปเปิ้ล ใบสะระเหน่ ใบผักชีฝรั่ง
  • ดับกลิ่นสะตอ ด้วยการทานมะเขือเปราะตามสักสองสามลูก หลังจากทานสะตอ ก็ช่วยได้ค่ะ
  • กินสะตอพร้อมกับการกินถั่วฝักยาว โดยสะตอ 1 เม็ด ให้กินถั่วฝักยาวท่อนเล็กๆ ควบคู่กันไป จะช่วยลดกลิ่นสะตอได้ค่ะ

Tips

tips สะตอ
  • หาซื้อสะตอได้ตามตลาดสดทั่วไป โดยเฉพาะตลาดกิมหยง
  • สะตอสุกจะมีกลิ่นรุนแรงน้อยกว่า โดยนำสะตอที่ไปเผาหรือต้ม
  • หากปล่อยให้ฝักเป็นสีดำ เมล็ดจะมีสีส้มรสหวาน และไม่มีกลิ่น
  • สำหรับผู้ที่เป็นโรคเก๊า ไม่ควรรับประทานค่ะ เพราะสะตอมีกรดยูริกสูง อาจะทำให้กรดยูริกในเลือดสูงขึ้น ตกผลึกในข้อต่อ ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นกระบวนการในระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งจะทำให้เกิดการอักเสบ รวมถึงอาการปวด และบวมของข้อต่อได้ค่ะ


ทุกวันนี้สะตอ ไม่ได้เป็นที่นิยมแค่เฉพาะภาคใต้อีกต่อไปแล้วนะคะ แต่เป็นที่นิยมไปทั่วทุกภาคในประเทศไทย และไปไกลถึงต่างประเทศด้วย ถือเป็นพืชเศรษฐกิจกันเลยทีเดียว ยังไงก็หามาทำทานกันได้ตามตลาดสดทั่วไป แต่ถ้าขี้เกียจแกะเมล็ดออกจากฝักล่ะก็ แนะนำที่ตลาดเช้ากิมหยง มีขายทั้งแบบฝัก และแบบแกะเม็ดเลยนะ สะดวก ง่าย อร่อย เหม็นสะใจแน่นอน ^^

เมนูสะตอ สะตอ


แต่ถ้าใครทำอาหารไม่เป็น หรือไม่อยากเสียเวลาทำ แต่อยากทานเมนูสะตอเด็ด ๆ แบบในภาพล่ะก็ ตามไปทานกันได้ที่ร้าน “Pranee Thai Cuisine” ได้เลยนะคะ พิกัดถนนศุภสารรังสรรค์ (เข้าซอยตรงข้าม รร.วิริยะเธียร ผ่านสี่แยกสังเกตร้านทางซ้ายมือ) 

แล้วอย่าลืมติดตามเพจ เพื่ออัปเดตอาหารการกิน ท่องเที่ยว และบทความดี ๆ อีกมากมาย ได้ที่เพจของเรานะคะ
FB: ร้านอร่อยหาดใหญ่ by Wongnai 

เมนูห้ามพลาด

สะตอผัดกะปิกุ้งสด, แกงคั่วหมูสะตอขูด, แกงกะทิสะตอหน่อไม้ตง
OWNER'S MESSAGE
ร้านปรานี
Pranee Thai Cuisine
คิดถึงอาหารใต้รสดั้งเดิม คิดถึงร้านปรานี " Pranee Thai Cuisine " หาดใหญ่ เปิดบริการทุกวัน 11.00-21.00 น. (ปิดเฉพาะวันอังคารค่ะ)