โชยุมีกี่ชนิด แต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร?
  1. โชยุมีกี่ชนิด แต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร?

โชยุมีกี่ชนิด แต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร?

ไขความลับของ “โชยุ” เครื่องปรุงรสยอดฮิตของประเทศญี่ปุ่นที่คนไทยคุ้นเคยให้กระจ่าง ว่าจริง ๆ แล้วต่างกับซีอิ๊วขาวอย่างไร และมีอยู่กี่แบบ ถ้าพร้อมแล้วมาดูกันเลย!
[Ad] • 17 ก.ค. 2018 · โดย


“โชยุ (Shoyu)” ได้ชื่อว่าเป็น "ราชาแห่งเครื่องปรุงรส" ของชาวญี่ปุ่น เพราะปรุงอาหารได้หลากหลาย ซึ่งในเมืองไทยจะเห็นเครื่องปรุงชนิดนี้ตามร้านอาหารญี่ปุ่น โดยเอาไว้จิ้มกับซาชิมิ ข้าวปั้นซูชิ หรือแม้แต่ในร้านประเภทอิซากายะ (Izakaya) แต่ด้วยหน้าตาที่มองเผิน ๆ คล้ายคลึงกึ่งเป็นญาติมิตรกับซีอิ๊วขาวที่เรารู้จัก ทำให้หลายคนเข้าใจผิด คิดว่าเครื่องปรุงทั้งสองอย่างเหมือนกัน และนำไปปรุงอาหารแบบไม่เข้าใจ ทำให้รสชาติ หรือกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของเมนูอาหารนั้น ๆ ออกมาผิดเพี้ยนไป เอาล่ะ! วันนี้เราจะพาทุกคนไปไขความจริงให้กระจ่างเกี่ยวกับเรื่องราวของเจ้าโชยุกัน พร้อมแล้ว...ลุยยย!

โชยุ

1โชยุทำจากอะไร?

“โชยุ” ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า ซอสถั่วเหลืองที่ได้จากการหมัก หรือที่ภาษาจีนเรียกว่า “ซีอิ๊ว” อย่างเช่นซีอิ๊วขาวที่คนไทยจะคุ้นหูมากกว่า แต่ความต่างที่เห็นได้ชัดระหว่างโชยุกับซีอิ๊วก็คือ โชยุของญี่ปุ่นจะมีรสชาติที่หลากหลายมากกว่าซีอิ๊วขาว และมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวตามแบบฉบับที่เกิดจากวัตถุดิบ กรรมวิธีการหมัก และส่วนผสมของแต่ละพื้นที่ที่นำมาใช้ในการหมัก เช่น ลักษณะของพันธุ์ข้าวหรือพันธุ์ถั่วเหลืองหรืออัตราส่วนที่ใช้จะส่งผลให้ได้น้ำซอสถั่วเหลืองที่มีรสชาติแตกต่างกันไป แต่โดยทั่วไปโชยุแบบดั้งเดิมสไตล์ญี่ปุ่นจะทำมาจากส่วนผสมสำคัญอยู่ 4 อย่างด้วยกัน ได้แก่

โชยุ


1) ถั่วเหลือง (Soybeans)

ถั่วเหลืองมีโปรตีนที่อัดแน่นอยู่เต็มเมล็ด ในขั้นตอนการทำโชยุ จะนำเมล็ดถั่วเหลืองไปแช่น้ำข้าม

วันข้ามคืน หลังจากนั้นจึงค่อยนำมานึ่งในอุณหภูมิสูง ก่อนนำไปหมักต่อไป

2) ข้าวสาลี (Wheat)

คาร์โบไฮเดรตที่มีอยู่ในข้าวสาลีเป็นส่วนประกอบหลักที่ช่วยให้กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์กับโชยุ

นอกจากนี้ยังให้รสหวาน โดยจะถูกนำไปคั่วด้วยอุณหภูมิสูงและบดให้ละเอียดเพื่อง่ายต่อการหมัก

3) น้ำและเกลือ (Salt & Water)

เป็นตัวช่วยชั้นดีในการกำจัดแบคทีเรีย และทำหน้าที่เป็นสารกันบูดระหว่างขั้นตอนการหมักโชยุ

กรรมวิธีการผลิตโชยุ

โชยุ


เมื่อได้วัตถุดิบที่มีคุณภาพตามที่ต้องการมาเรียบร้อยแล้ว ต่อไปคือกระบวนการทำโชยุ…

1. เริ่มจากการทำ “โชยุ โคจิ” โดยใส่โคจิ หรือจุลินทรีย์ที่บ่มเพาะเป็นเชื้อในการหมักโชยุ ลงไปผสมให้เข้ากันกับส่วนผสมของถั่วเหลืองและข้าวสาลี

2. เติมน้ำเกลือลงไปในโชยุ โคจิ จนได้เป็นของเหลวที่เรียกว่า “โมโรมิ”

3. ย้ายไปใส่ถังหมัก แล้วบ่มไว้จนสุกได้ที่

4. เข้าสู่กระบวนการบีบน้ำออก

5. นำน้ำที่ได้ไปผ่านความร้อน บรรจุขวดกลายเป็นโชยุ


โดยในการผลิตโชยุจะใช้ระยะเวลาประมาณ 6 - 10 เดือน ก็จะทำให้ได้โชยุแบบดั้งเดิมสไตล์ญี่ปุ่น ที่มีสีน้ำตาลอมแดง (Reddish brown) และค่อย ๆ สีเข้มขึ้นเมื่อสัมผัสกับอากาศ แถมด้วยรสชาติกลมกล่อมสไตล์อูมามิที่ผสมผสาน 5 รสชาติ ทั้งรสหวาน เปรี้ยว เค็ม ขม และอูมามิ หรือที่เรียกว่ารสกลมกล่อมนั่นเอง นอกจากนี้ยังได้กลิ่นหอมของเมล็ดถั่วเหลืองคั่วที่ช่วยเพิ่มความรู้สึกอยากกินให้มากขึ้นด้วย

2โชยุมีกี่ชนิดและเหมาะกับเมนูไหนบ้าง?

รู้หรือไม่!? แม้โชยุจะสีดำเหมือน ๆ กัน แต่จริง ๆ แล้วโชยุมีอยู่ด้วยกันหลายชนิด แต่ที่ฮิต ๆ และนิยมใช้คู่กับการกินอาหารจะมีอยู่ด้วยกัน 6 แบบ ได้แก่ 

โชยุ

1) โชยุชนิดเข้มข้น (Koikuchi Shoyu)

โชยุ
โชยุ

- สี : สีน้ำตาลเข้มอมแดง 

- กลิ่น : ได้กลิ่นของโชยุที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ

- รสชาติ : รสชาติเข้มข้นติดลิ้น

- ตัวอย่างเมนู : อาหารทุกประเภท ที่ต้องการกลิ่มหอมและรสชาติเข้มข้นของโชยุ เช่น สุกี้ยากี้ เทอริยากิ หมูต้มซีอิ๊ว หรือข้าวหน้าหมูซีอิ๊ว และใช้จิ้มกับอาหารต่าง ๆ

2) โชยุชนิดสีอ่อน (Usukuchi Shoyu)

โชยุ
โชยุ

- สี : ความพิเศษคือสีจะใส ไม่เข้มเท่าโคอิคุชิ แต่จะมีรสเค็มกว่าเล็กน้อย

- กลิ่น : กลิ่นจะเบากว่าแบบ Koikuchi

- รสชาติ : รสชาติไม่เข้มข้นเท่า Koikuchi แต่เค็มกว่า

- ตัวอย่างเมนู : เหมาะกับเมนูที่ไม่ต้องการน้ำซุปสีเข้ม เช่น ซุปใส ไข่ตุ๋น

3) โชยุแบบทามาริ (Tamari Shoyu)

โชยุ
โชยุ

- สี : สีน้ำตาลเข้ม

- กลิ่น : กลิ่นค่อนข้างแรง

- รสชาติ : ได้รสชาติเข้มจากถั่วเหลืองเต็ม ๆ

- ตัวอย่างเมนู : นิยมนำมาจิ้มซูชิ ซาชิมิ

4) โชยุสูตรเค็มน้อย

โชยุ
โชยุ

- สี : สีออกน้ำตาลเข้ม

- กลิ่น : กลิ่นหอมอ่อน ๆ 

- รสชาติ : รสชาติกลมกล่อม และมีความเค็มน้อยกว่าสูตรอื่น

- ตัวอย่างเมนู : อาหารได้ทุกประเภท เหมาะกับคนไม่กินเค็ม เช่น ข้าวผัดรวมมิตร, ราดปลาย่าง

5) โชยุสูตรหอมพิเศษ

โชยุ
โชยุ

- สี : สีน้ำตาลเข้ม

- กลิ่น : มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ซึ่งหอมว่าโชยุทั่วไป

- รสชาติ : รสหวานตัดเค็มนิด ๆ กำลังดี

- ตัวอย่างเมนู : ผัดหมี่ ผัดนึ่งซีอิ๊ว หรือผัดผักต่าง ๆ

6) โชยุสูตรไลต์

โชยุ
โชยุ

- สี : สีน้ำตาลเข้มโทนอ่อน

- กลิ่น : กลิ่นไม่แรง 

- รสชาติ : รสชาตินุ่มกลมกล่อม ใช้น้อยได้รสเข้มข้น

- ตัวอย่างเมนู : ทุกเมนูที่ใช้ซีอิ๊วขาวปรุงรส เช่น ปลานึ่งซีอิ๊ว หรือไก่ย่างซีอิ๊ว

เกร็ดน่ารู้อื่น ๆ เกี่ยวกับ “โชยุ” นอกจากการปรุงรสอาหาร

โชยุ


เมื่อสัมผัสกับความร้อน - โชยุจะส่งกลิ่นหอมชวนให้เจริญอาหาร

โชยุ ช่วยดับกลิ่นคาวของเนื้อดิบ ทั้งหมู ไก่ และปลา เป็นต้น

ป้องกันการขยายพันธุ์ของแบคทีเรียในอาหาร

เป็นอย่างไรกันบ้าง หวังว่าคงกระจ่างกันแล้วใช่ไหมครับ ทีนี้ต่อไปจะจะทำอาหารแบบไหน จะได้เลือกหยิบได้แบบไม่มีแป้ก รสชาติไม่ผิดเพี้ยนกันแล้วล่ะ นอกจากจะดูเรื่องชนิดที่เข้าการใช้งานที่เหมาะสมแล้ว ก็ควรเลือกโชยุที่ได้คุณภาพที่หมักด้วยวิธีธรรมชาติอย่าง โชยุ Kikkoman ที่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย และไม่มีสารเคมีตกค้างทุกขวดมั่นใจได้ว่าดีต่อสุขภาพ แถมยังมีหลายสูตรให้เลือกครบทั้ง 6 สูตรตามความต้องการของผู้บริโภค สุโก้ยยยจริง ๆ !!! สามารถหาซื้อโชยุ Kikkoman ได้ที่ซูเปอร์มาเก็ตชั้นนำทั่วไป

โชยุ Kikkoman
โชยุ Kikkoman