ใครที่รักการทำสีผมเป็นชีวิตจิตใจ หรือต้องใช้ความร้อนหนีบผม ม้วนผมทุกวัน จนตอนนี้ผมเริ่มประท้วงด้วยอาการแห้งกรอบ ปลายช็อตเหมือนฝอยขัดหม้อบ้างไหมคะ ? บอกเลยว่าไม่ต้องถอดใจเพราะจริง ๆ แล้วการกู้ผมพังให้กลับมาปังทำได้ง่ายกว่าที่คิด ไม่ต้องเข้าร้านทำผมบ่อย ๆ ให้กระเป๋าฉีก แค่เราเลือกทรีตเมนต์ที่ใช่และตรงจุดก็เปลี่ยนลุคได้แล้ว วันนี้เราเอาทรีตเมนต์หมักผมแก้ผมเสียมาบอกต่อ ใครที่ผมเสียอยู่ทำผมบ่อยกดเซฟไปซื้อใช้ตามได้เลย!
จะเลือก "ทรีตเมนต์หมักผมแก้ผมเสีย" ยังไงให้ช่วยกู้ผมได้จริง!
การเลือกทรีตเมนต์หมักผมไม่ใช่แค่เลือกที่กลิ่นหอมอย่างเดียวค่ะ พราะผมเสียแต่ละแบบต้องการการดูแลที่ต่างกัน ถ้าเลือกผิดนอกจากผมจะไม่หายเสียแล้ว อาจจะทำให้ผมลีบแบน หรือเหนียวเหนอะหนะได้ด้วย นี่คือทริคการเลือกทรีตเมนต์ให้ตรงจุดแบบมืออาชีพที่ถ้าทำตามรับรองว่าไม่เสียเงินซื้อฟรี ๆ แน่นอน
เช็ก "ประเภทความเสีย" ของเส้นผมก่อน ก่อนจะซื้อ ต้องรู้ก่อนว่าผมเราเสียจากอะไร ไม่งั้นสูตรที่หยิบไปใช้อาจจะไม่ตอบโจทย์ในการดูแลเส้นผมได้อย่างแท้จริง เพราะการทำสารเคมีก็จะใช้ทรีตเมนต์หมักผมแก้ผมเสียอีกแบบ ชอบไดร์ผม หรือหนีบผมก็ต้องใช้ทรีตเมนต์หมักผมแก้ผมเสียอีกแบบมันจะมาใช้เหมือนกันไม่ได้
- เสียจากการทำเคมี (กัดสี, ย้อม, ยืด, ดัด) : ผมกลุ่มนี้จะขาดความยืดหยุ่นและเปราะหักง่าย ควรเลือก: ทรีตเมนต์กลุ่ม Bond Repair หรือที่มีส่วนผสมของ Protein/Keratin เพื่อไปเติมเต็มโครงสร้างผมที่ถูกทำลายค่ะ
- เสียจากความร้อน (หนีบ, ม้วน, ไดร์บ่อย) : ผมจะแห้งกรอบและชี้ฟู ควรเลือก: ทรีตเมนต์ที่มีส่วนผสมของ Humectants (ตัวเติมความชุ่มชื้น) และ Oils ต่างๆ เพื่อเคลือบปิดเกล็ดผมไม่ให้ความชุ่มชื้นระเหยออกไป
- ผมแห้งตามธรรมชาติ/ขาดน้ำ : ผมจะพันกันง่ายและไม่มีเงา ควรเลือก: ทรีตเมนต์เนื้อครีมเข้มข้นที่มีส่วนผสมของ Hyaluronic Acid หรือ Aloe Vera ค่ะ
ส่องส่วนผสมตัวเด็ดที่ต้องมี เวลาอ่านฉลากข้างกระปุกก่อนจะซื้อ ถ้าเจอส่วนผสมพวกนี้ติดอันดับต้น ๆ คืออุ่นใจได้เลยค่ะ เพราะอย่างน้อยเรายังมั่นใจได้ว่าถ้าหมักทรีตเมนต์ผมแก้ผมเสียไปจะช่วยให้ผมเราเงางาม หรือว่าหลุดร่วงน้อยลงได้จริง
- Keratin / Amino Acids : ช่วยเสริมความแข็งแรงให้เส้นผม ลดการขาดร่วง
- Argan Oil / Coconut Oil / Shea Butter : เน้นความนุ่มลื่น เงางาม และช่วยให้ผมมีน้ำหนัก
- Panthenol (Pro-Vitamin B5) : ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นและปลอบประโลมหนังศีรษะ
- Ceramides : ช่วยเชื่อมเกล็ดผมให้เรียบเนียนเหมือนมีเกราะป้องกัน
เลือกเนื้อสัมผัสให้เหมาะกับสภาพผม ต้องบอกว่าการเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมมีความคล้ายกับการดูผลผิวกายส่วนอื่น ๆ เหมือนกัน ไม่ว่าจะผิวหน้า หรือว่าผิวตัวสกินแคร์ก็จะมีเนื้อหลยแบบให้เราเลือกใช้ และทรีตเมนต์หมักผมแก้ผมเสียก็เหมือนกันค่ะ ผมเส้นเล็ก ผมเส้นใหญ่ การเลือกใช้เนื้อทรีตเมนต์ก็ไม่เหมือนกัน เพราะงั้นไปดูกันว่าเราต้องเลือกเนื้อแบบไหน
- ผมเส้นเล็ก/ผมน้อย : หลีกเลี่ยงเนื้อครีมที่หนักหรือมันเยิ้มเกินไป เพราะจะทำให้ผมลีบแบน ดูไม่มีวอลลุ่ม ให้เลือกเนื้อที่เป็น Lightweight Cream หรือ Gel-based แทนค่ะ
- ผมเส้นใหญ่/ผมหนา/หยักศก : จัดเต็มกับเนื้อ Butter หรือ Rich Cream เข้มข้นได้เลยค่ะ เพราะผมกลุ่มนี้ต้องการการบำรุงที่ล้ำลึกและช่วยควบคุมความฟูได้ดีกว่า
สังเกต "ค่า pH" (ถ้าเป็นไปได้) ทรีตเมนต์หมักผมแก้ผมเสียที่ดีควรมีค่า pH ที่เป็นกรดอ่อน ๆ ประมาณ 3.5 - 5.0 เพราะจะช่วยให้เกล็ดผมที่เปิดอยู่ปิดสนิทลง ทำให้ผมนุ่มลื่นและไม่พันกันหลังสระ
รวมทรีตเมนต์หมักผมแก้ผมเสีย ยี่ห้อไหนดี 2026 ช่วยให้ผมนุ่มเงางาม
Shiseido Fino Premium Touch

ทรีตเมนต์กระปุกแดงในตำนานที่ยังครองใจผู้ใช้ทั่วโลก เพราะช่วยกู้ผมที่ตายแล้วให้กลับมามีชีวิตชีวา ด้วย 6 บิวตี้ เซรั่ม เข้มข้น ฟื้นบำรุงผมเสียอย่างล้ำลึก อีกทั้งยัง ผสานสควาเลน เพื่อผมสวย ชุ่มชื่น นุ่มลื่นจรดปลาย ใครที่ผมเสียหนัก ๆ มาต้องเจอตัวนี้เลยค่ะ เขาเป็นมาสก์ผมอันดับ 1 ในญี่ปุ่น 7 ปีซ้อน
เหมาะกับใคร : คนที่ผมเสียจากการทำสารเคมีหนัก ๆ กัดสีผม หรือยืด ผมแห้งกรอบ ปลายผมแตกปลาย
ส่วนผสมเด่น : Royal Jelly EX ( นมผึ้ง ), PCA ( Para-chloroamphetamine ) ช่วยเติมความชุ่มชื้นและปิดเกล็ดผม
เนื้อสัมผัส : เนื้อครีมข้นหนืดคล้ายเจลลี่ สีขาวนวล มีความยืดหยุ่นสูง เคลือบเส้นผมได้ดีมาก
ปริมาณ : 230 g.
ราคา : 399 บาท
พิกัด : ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป
Source : 1
Tsubaki Premium EX Repair Mask

ทรีตเมนต์หมักผมแก้ผมเสียที่ช่วยให้ผมเปล่งประกาย ดูมีออร่ายิ่งขึ้น ด้วยสูตรไอออนิกรีแพร์ ช่วยซึบซาบสารบำรุงเข้าสู่ผมอย่างล้ำลึก โดยเฉพาะผมเสียเป็นพิเศษ ผสานนวัตกรรมใหม่ล่าสุดมีเทคโนโลยี Damage Sensor Function ช่วยดูแลความแห้งเสียของเส้นผมอย่างตรงจุดทั้งเกล็ดผมชั้นนอก จนถึงในเส้นผม ผสาน Seal-in Intensive Repair ช่วยฟื้นบำรุงผมอย่างต่อเนื่อง ให้สารบำรุงคงอยู่ในผมแบบเส้นต่อเส้น
เหมาะกับใคร : คนที่มีเวลาน้อยแต่อยากได้ผลลัพธ์เหมือนทำสปาผม และคนที่ต้องการผมเงางามระดับ Mirror Shine
ส่วนผสมเด่น : Ionic Repair Ingredient และน้ำมันดอกซึบากิ ช่วยซ่อมแซมโครงสร้างผมจากภายใน
เนื้อสัมผัส : เนื้อครีมสีเหลืองทอง เข้มข้นแต่ไม่เหนียวเหนอะหนะ เกลี่ยง่ายและซึมไวมาก
ปริมาณ : 180 g.
ราคา : 429 บาท
พิกัด : ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป
Source : 1
Kerastase Resistance Masque Therapiste

ทรีตเมนต์ระดับ Hi-end ที่ออกแบบมาเพื่อผมเสียระดับ 3-4 ( ผมเปื่อย ผมยุ่ยจากการฟอกสี ) Masque Thérapiste เป็นทรีตเมนต์หมักผมแก้ผมเสียที่ออกแบบมาสำหรับคนที่ผมเสียมาก และต้องการเพิ่มความแข็งแรง และซ่อมแซมผมเสีย ด้วยเนื้อบัตเตอร์ที่เป็นเอกลักษณ์ ซึมซาบลงสู่แกนผมโดยเสริมสร้างโครงสร้างผมใหม่ ซ่อมแซมและฟื้นฟูความแข็งแรงและยืดหยุ่นให้กับเส้นใยผม
เหมาะกับใคร : คนที่ผมผ่านการฟอกสีหลายรอบ หรือผมที่เสียจนขาดง่าย
ส่วนผสมเด่น : FIBRA-KAP™ และ SAP OF THE RESURRECTION PLANT (พืชฟื้นคืนชีพ) ช่วยสร้างพันธะผมใหม่
เนื้อสัมผัส : เนื้อครีมเข้มข้นระดับเข้มข้นที่สุด (Buttery texture) สีขาวขุ่น กลิ่นหอมหรูหราแบบเคาน์เตอร์แบรนด์
ปริมาณ : 200 ml.
ราคา : 2,290 บาท
พิกัด : Sephora ทุกสาขา
Source : 1
Briogeo Don't Despair, Repair! Deep Conditioning Mask

สาว ๆ สาย Clean Beauty ต้องรักตัวนี้ เพราะปราศจากซิลิโคน แต่ให้ความนุ่มที่เหนือชั้นมากกว่า เขาเป็นทรีตเมนต์หมักผมแก้ผมเสียสำหรับใช้ทุกสัปดาห์ สูตรนี้ผ่านการพิสูจน์ทางคลินิกแล้วว่าช่วยฟื้นฟูผมแห้งเสียและปกป้องผมจากการแห้งเสียในอนาคต รับประกันคุณภาพจากยอดขายและ Allure Beauty Award Winner ที่ชนะมา 4 สมัย
เหมาะกับใคร : คนที่หนังศีรษะแพ้ง่าย หรือกลัวผมลีบแบนจากการใช้ทรีตเมนต์ที่มีซิลิโคนเยอะ
ส่วนผสมเด่น : Rosehip Oil, Argan Oil และ B-Vitamins ช่วยบำรุงลึกถึงแกนผม
เนื้อสัมผัส : เนื้อครีมสีขาว เนียนนุ่ม ไม่หนืดเท่า Fino ทำให้ล้างออกง่ายและไม่ทิ้งความมัน
ปริมาณ : 236 ml.
ราคา : 1,740 บาท
พิกัด : Sephora ทุกสาขา
Source : 1
Carista Goat Milk Keratin

สำหรับทรีตเมนต์หมักผมเสียแก้ผมเสียกระปุกนี้ เขาเป็นเคราตินนมแพะที่เป็นกระแสแรงมาก เพราะช่วยให้ผมตรงและมีน้ำหนักในราคาย่อมเยาว์ ช่วยแก้ปัญหาผมเสีย ฟื้นฟูตั้งแต่โคนจรดปลาย ด้วยสารสกัดนำเข้าจากออสเตรเลีย ช่วยฟื้นฟูสภาพผมให้กลับมาแข็งแรง ชุ่มชื่น และเงางาม ลดการขาดหลุดร่วง ศีรษะมัน รังแค สามารถใช้กับผมดัด เพื่อช่วยให้ผมเป็นลอนสวยขึ้น
เหมาะกับใคร : คนที่ผมชี้ฟู (Frizzy Hair) ผมหยักศกที่อยากให้ผมเรียบตรงทิ้งตัวสวย
ส่วนผสมเด่น : เคราตินเข้มข้นจากนมแพะ และน้ำมันอาร์แกน
เนื้อสัมผัส : เนื้อครีมเข้มข้น สีขาว กลิ่นหอมหวานละมุนเหมือนนมสด
ปริมาณ : 500 g.
ราคา : 389 บาท
พิกัด : ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป
Source : 1
Lolane Intense Care Keratin Repair Mask (สูตรสีน้ำเงิน)

ต้องบอกว่าทรีตเมนต์หมักผมแก้ผมเสียสูตรนี้ ช่วยฟื้นบำรุงผมอ่อนแอ ขาดความนุ่มชุ่มชื้น ผสานคุณค่าด้วย ไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) ถูกนำมาพัฒนาในรูปแบบโมเลกุลที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อเส้นผมดูอิ่มน้ำ มีน้ำหนัก เงางาม มอบการกักเก็บความชุ่มชื่นให้เส้นผมดูอิ่มน้ำ มีน้ำหนัก เติมเต็ม โปร-เคราติน อีเอ็กซ์ (Pro-Keratin Ex) ที่มีเคราตินบำรุงลึกถึง 3 ชั้นผมเพื่อผมแข็งแรงเหมาะสำหรับเส้นผมที่ผ่านเคมี ช่วยบำรุงให้นุ่มชุ่มชื่นจัดทรงง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ
เหมาะกับใคร : ผมเสียทั่วไปจากการโดนความร้อน (หนีบผม/เป่าไดร์บ่อย)
ส่วนผสมเด่น : เคราติน 3 โมเลกุลที่ช่วยบำรุงทั้งชั้นนอก ชั้นกลาง และชั้นในของผม
เนื้อสัมผัส : เนื้อครีมสีขาว มีความคงตัวสูง เคลือบผมได้หนาแน่น
ปริมาณ : 200 g.
ราคา : 150 บาท
พิกัด : ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป
Source : 1
Green Bio Super Treatment แบบซอง

นี่เป็นไอเทมยอดฮิตที่ร้านทำผมเลือกใช้หลังทำเคมี เพราะช่วยดับกลิ่นเคมี และปิดเกล็ดผมได้ดีเยี่ยมเลยที่สำคัญหาซื้อง่ายมากกก กลิ่นหอมและช่วยบำรุงผมได้จริง ๆ ต้องบอกว่าทรีตเมนต์หมักผมแก้ผมเสียสูตรนี้คือใช้เวลาหมักไม่นานแต่ได้ผลลัพธ์ดีกว่าที่คิด อยากชวนคนที่พึ่งเริ่มเข้าวงการดูแลเส้นผมไปลองซื้อมาใช้ได้ค่ะ
เหมาะกับใคร : ใช้หลังการยืด ดัด หรือย้อมผม เพื่อล้างสารพิษและปิดเกล็ดผมให้เรียบสนิท
ส่วนผสมเด่น : สารสกัดจากธรรมชาติที่ช่วยปรับสภาพค่า pH ของเส้นผม
เนื้อสัมผัส : เนื้อครีมสีน้ำเงินอ่อน บางเบากว่าทรีตเมนต์ทั่วไป ล้างออกง่ายมาก
ปริมาณ : 30 ml.
ราคา : 12 บาท
พิกัด : ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป
Source : 1
NIGAO Speed Repair

ใครที่กำลังมองหาทรีตเมนต์หมักผมแก้ผมเสีย ที่ช่วยฟื้นฟูบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะอย่างมีประสิทธิภาพแบบเร่งด่วนต้องสูตรนี้เลยค่ะ เพราะเขาเติมเต็มคอลลาเจน กระตุ้นการเติบโตให้เส้นผมแข็งแรง ช่วยกักเก็บน้ำในเส้นผมทำให้เส้นผมชุ่มชื้น ให้ผมสวยสุขภาพดีขึ้น พร้อมกลิ่นหอมอ่อนโยนแบบเป็นธรรมชาติ ใช้แล้วให้ความรู้สึกดีสุด ๆ
เหมาะกับใคร : ผมแห้งจัดจนหวีไม่ออก หรือผู้ที่ต้องการบำรุงล้ำลึกในเวลาจำกัด
ส่วนผสมเด่น : Sea Buckthorn และ Pro-Vitamin B5
เนื้อสัมผัส : เนื้อครีมสีขาวขุ่น มีความลื่นสูงมาก เกลี่ยง่ายทั่วศีรษะ
ปริมาณ : 500 ml.
ราคา : 360 บาท
พิกัด : ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป
Source : 1
การเลือกทรีตเมนต์ที่ใช่ ไม่ได้เป็นเพียงการบำรุงผมเท่านั้นนะคะ แต่คือการให้รางวัลตัวเองด้วยความมั่นใจในทุกครั้งที่ออกจากบ้าน ไม่ว่าทุกคนจะเผชิญกับปัญหาผมเสียจากการทำสี ความร้อน หรือความแห้งกรอบตามธรรมชาติ เชื่อเถอะค่ะ ว่าไม่มีผมเสียไหนที่กู้ไม่ได้หากเราเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของสรีระเส้นผมและหมั่นดูแลอย่างสม่ำเสมอ
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ


